ย้ายบล็อกไปที่ bact.cc แล้วนะครับ

พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
หยุด ร่างพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
พื้นที่เก็บข้อมูลออนไลน์ ฟรี 2GB จาก Dropbox (sync กับ Windows, Linux, Mac, iPhone, Android ฯลฯ ได้)

2004-05-31

Labor omnia vincit

just follows the links around, from Gowza's blog,
and found this very familair phrase.

LABOR OMNIA VINCIT

“labor overcomes all difficulties”

it's a motto appears in the arm of the Brothers of St. Gabriel.

it's also a motto of Oklahoma state in the US.

คิดถึงเพื่อนๆ

Scotsman

“Of all the small nations of this earth, perhaps only the ancient Greeks surpass the Scots in their contribution to mankind.”
-- Sir Winston Churchill

First set of Voices of Scotland quotes
(you can see those quotes + more, around the Holyrood construction site of new Scottish Parliament)

Films on AI

Informatics DVDs on Artificial Intelligence and the Cinema from 2001 - A Space Odyssey and The Animatrix to The Fifth Element, from Lawnmower Man to Patlabor 1 - Mobile Police and The Wizard of Oz, and etc more. love to see them all.

2004-05-30

Thai Spell checking in OpenOffice.org

by Hin OpenTLE use MySpell engine.

One day of war

up to this minute news headlines: 11:42 น. อิสราเอลยิงจรวดสังหารแกนนำกลุ่มฮามาส 10:36 น. หน่วยคอมมานโดซาอุดิอาระเบียขึ้น ฮ. ช่วยตัวประกัน 09:46 น. ระเบิดเนปาล ตาย 21 คาดเป็นฝีมือกลุ่มคอมมิวนิสต์ 09:13 น. ยิง ตร.บันนังสตา จ.ยะลา เสียชีวิต I see skies of blue and clouds of white The bright blessed day, the dark sacred night And I think to myself, what a wonderful world ...

Urban life

Just realized that I'm a kind of urban-people indeed. Eventhough I really love to have a long weekend uphills or in isolated isle far away from time to time, with my close friends. But the busy dizzy city life is just what and where I belong. Crowded people on the streets of Siam Square and Khaosan road, food stalls on sideways of Yaowarat and Hua Hin market, a packed of party-goers along Sukhumwit roads, and of course, those Scotmans singing out loud at 3am, just everywhere on the way leaving pubs to their home. -- All of these make me feels I'm part of something, and that thing would not fall apart just only because I'm away somewhere. These two feelings, together, is good and I love it. Urban life, lover boy. We move in space with minimum waste and maximum joy. City lights and business nights. When you require streetcar desire for higher heights. (adapted from Sade's Smooth Operator)

2004-05-29

Uglydoll

เห็นว่า mk อยากได้ตุ๊กตา

ขอแนะนำตุ๊กตาชุดนี้ครับ Uglydoll น่ารักมากๆ ตอนเขียนเกมส่งอาจารย์ ก็ใช้ตุ๊กตาพวกนี้เป็นคาแรกเตอร์ในเกม น่ารักสุดๆ

หรืออีกเชตที่น่ารักไม่แพ้กัน ก็คือ Gloomy Bear พวกผู้หญิงก็ชอบนะชุดนี้

ลองหาคำว่า "urban vinyl action figures" / "urban vinyl" หรือ "designer toys" ดู จะเจอตุ๊กตาเจ๋งๆ เพียบ

แต่ราคานี่ สู้ไม่ไหวแฮะ -_-"

นวัตกรรมใหม่! "สบู่ไฟฟ้า"

คนเรานี่ก็ช่างคิดค้นกันจริงๆ นะครับ

http://electrolux.com

2004-05-28

Girl other side looking this way

Nice MV, click (4 stars).

FindBugs

FindBugs "A bug pattern detector for Java" is a static analysis tool to find bugs in your Java code.

Introductory article at DeveloperWorks:
FindBugs, Part 1: Improve the quality of your code.

Stallman

วันนี้ไปฟัง Richard Stallman พูดมา

2004-05-26

ผมเบื่อ firewall ค้าบ

kazaa ก็ไม่ได้ค้าบ
ssh ก็ไม่ได้ค้าบ
cvs ก็ไม่ได้ค้าบ
p2p ก็ไม่ได้ค้าบ
jxta ก็ไม่ได้ค้าบ

เด็กๆ ไม่ได้เล่นอะไรพอดีค้าบ

รู้งี้ไปอยู่หอนอกดีกว่าค้าบ

(แล้วตอนนั้นที่หาหอ จะไปหาได้ยังไงล่ะค้าบ~)

new Thai input method in Pladao Office

from pladao.org: รูปแบบการป้อนข้อความใน ปลาดาว 3.x (CTL : Extension) (with screenshot)

OpenOffice.org XML file format in use

from development.openoffice.org: New XML White Paper This new white paper explains the advantages of the OpenOffice.org XML file format used by all applications of the StarOffice software. Developers also get a basic introduction to the different tools and resources available for leveraging the XML file format programmatically. :: the white paper.

2004-05-25

got da transcript

hmm.. not good not bad.

but hope it should be better than this.

anyway,
seriously, i realised that the efforts i've putted for the exams are not much enough.

to be honest,
passing the exam may considered as an "unexpected result",
from the way i behaved during the exam period :P

----

AI Programming in Java 70 A
Data Intensive Linguistics 45 D*
Dialog and Natural Language Generation 59 C
Introduction to Computational Linguistics 53 C
Natural Language and Speech System Design 64 B
Speech Processing 1 57 C
Techniques in Natural Language Processing 2 67 B
Theoretical Linguistics 67 B
Average 60 B

* note: D means satisfied for diploma, but not for master degree.

----

just another 'average' outcome.

not bad.
but not happy.
but it's ok.

as 'ok', as 'fine', as 'average'.

sounds like i'm 'sick' ner~

-_-"

but it's not, really.

master project?

let's see.

again

woke up late -.

โลกแคบ

บ่นกับเพื่อนๆ หลายรอบแล้ว
โลกมันแคบเกิน

จะแคบด้วยสาเหตุอะไรก็แล้วแต่
จะแคบจริง หรือแคบเพราะระดับทางสังคมมันบีบให้แคบ
อย่างไรก็ตาม

เท่าที่ประสบกับตัวเอง
มันแคบเหลือเกิน

แคบมาก

...

เมื่อวานมีงานเลี้ยงนักเรียนไทยที่นี่
ก็ไม่มีอะไรมาก แค่ทำกับข้าวมากินกันเฉยๆ
เนื่องในโอกาสไม่ได้เจอกันนาน
บางคนก็เรียนกันคนละที่ (คนละมหาลัย หรือว่าคนละตึก)
ไม่เคยได้เจอกัน ก็ได้มาเจอกัน รู้จักกัน

ก็ได้รู้จักพี่ๆ เพิ่มขึ้นสามสี่คน
มีขึ้นมาจาก Imperial ด้วย
เค้ามาประชุมวิชาการที่นี่พอดี ก็เลยพามากินข้าวด้วยกัน

มีพี่คนนึง เรียนเอกอยู่
Informatics เหมือนกัน
แต่ว่าสายเค้าจะอยู่อีกวิทยาเขตนึง นอกเมือง
ก็เลยพึ่งได้เจอกัน

ชื่อ พี่เจ

ก็คุยไปเรื่อยๆ ก็ได้รู้ว่าพี่เค้าเป็นอาจารย์ นี่ลามาศึกษาต่อ
แล้วก็เหมือนแว๊บๆ ได้ยินคำว่า ธรรมศาสตร์
ก็เลยถามพี่เค้าว่า เป็นอาจารย์ที่ธรรมศาสตร์เหรอ
พี่เค้าก็ อือ
เราเลยถามต่อ งี้ก็ต้องรู้จัก อ.กฤชรัช สิ
(สะกดไม่ถูก ภาษาอังกฤษ Kritchalach อ่ะ)

พี่เค้าก็ อ้อ รู้จักสิ พี่บอล เป็นรุ่นพี่เค้า
(อ. kt เค้าจบตรี วิทย์คอมธรรมศาสตร์ แล้วก็ไปเรียนต่อ
กลับมาเป็นอาจารย์ที่ SIIT
พี่เจเค้าก็จบตรีที่เดียวกัน)

แล้วก็เหมือนพี่เค้านึกอะไรขึ้นมาได้
อยู่ดีๆ ก็ถามเรา

เอ้ย นี่มาจาก ธรรมศาสตร์ SIIT ป่าว
ที่เคยไปสมัครโท วิทย์คอม มธ.

เราก็ เอ๋ รู้ได้ไงอ่ะ
ก็ยังไม่ได้บอกพี่เค้าเลยว่าเรามาจากไหน
แล้วเรื่องเคยไปสมัครโทนั่น ยิ่งแทบไม่มีใครรู้

พี่เค้าก็ต่ออีก
ที่ senior project ทำอะไร compression ภาษาไทยใช่มั๊ย
เราก็ เฮ้ย อะไรเนี่ย

ปรากฏว่า พี่เค้าเคยเป็นคณะกรรมการ สัมภาษณ์เราตอนนั้น

สุดยอด -_-"

แล้วดันจำได้อีกนะ
แบบทุกเม็ดเลย

เรานี่ หน้าพี่เค้ายังจำไม่ได้เลย
ว่าเคยเจอกันมาก่อน

งงไปเลย

พี่เค้าบอกว่า จำเราได้
เพราะเค้าว่าสงสัยว่า จะ compress ไปทำไมวะ ภาษาไทย
มันก็แค่ sequence ปกตินี่นา
คือมันตะหงิดๆ อยู่ในหัว ว่างั้น

...

พี่เจ -- อาจารย์ วรวรรณ มะเริงสิทธิ์

...

พูดถึงโทนี่วิทย์คอมนั่น
ตกลงก็เรียนไม่จบหรอก
เรียนอยู่แค่ซัมเมอร์เทอมเดียว
แล้วก็ลาออก ยังไม่ทันได้สอบเลย

มันแบบ เราหวังไว้อีกอย่างน่ะ
แล้วหลักสูตรมันไม่ได้เป็นแบบที่เราคิด
(ไม่ได้ว่าไม่ดีนะ)
ก็เลยออกดีกว่า

...

คิดๆ ไป ถ้าตอนนั้นเรียนต่อ

ก็คงไม่ได้มาที่นี่
แล้วก็ไม่ได้เจอพี่เค้าที่นี่

อาจจะเจอพี่เค้าที่ไหนซักแห่ง
อาจจะเป็นที่ธรรมศาสตร์นี่แหละ

แต่ความสัมพันธ์ มันก็จะเป็นอีกแบบ
อาจจะออกมาเป็นลักษณะ
ครู ลูกศิษย์ เทือกนั้น

...

หรือ อีกที
ถ้าเราไม่ได้ทำไอ้โปรเจกต์
ที่ทำให้พี่เค้า "ตะหงิดๆ" นั่น
พี่เค้าก็อาจจะจำเราไม่ได้หรอก

ก็อาจจะได้เจอพี่เค้าที่นี่เหมือนกัน
แต่เรื่องที่จะได้คุยกัน
หรือ first impression กับการรู้จักครั้งแรก
(ที่มีส่วนสำคัญ กับลักษณะความสัมพันธ์ในโอกาสต่อไป)
มันก็คงไม่ได้ออกมาเป็นแบบนี้

...

นึกถึงหนัง the butterfly effect

2004-05-23

เย้! ใช้ได้ซะที T-T

หลังจากนั่งบ้ามาหลายวัน หลับๆ ตื่นๆ (เมาเบียร์ด้วย :P) ในที่สุดเราก็ build มันได้ซะที Thai localized OpenOffice.org 1.1.1 OpenOffice.org ภาษาไทย เอาซอร์สโค้ดจาก OO.o 1.1.1 + คำแปลจาก ปลาดาว ออฟฟิศ (แก้คำแปลนิดๆ หน่อยๆ) ติดโน่นนิด ติดนี่หน่อย จริงๆ ถ้า build เฉยๆ นี่ ได้นานแล้ว แต่ไม่เคยลอง merge คำแปล กับ สร้างตัว installer ซักที มันก็จุกจิกเหมือนกัน คือมันไม่ยากหรอก แต่ว่าต้องไปตามอ่าน/ถาม และ แก้หลายที่ ไม่ค่อย developer friendly เท่าไหร่ อย่างที่เค้าว่ากันจริงๆ ด้วย -_-" ก็ต้องมั่วๆ เอาเองนิดหน่อยด้วย จริงๆ มันยังไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ไฟล์ขาดไปหลายไฟล์ ตอนติดตั้งมันจะฟ้องหมด ที่หายไปคือพวก wizard, template ซึ่งยังไม่มีของภาษาไทย ทางแก้ที่คิดออกตอนนี้ คือไปก๊อปของภาษาอังกฤษมาโปะๆ ไปก่อน :P ได้มาแล้ว ก็ยังไม่รู้จะเอาไปทำอะไร แต่คิดว่า อย่างน้อยๆ ก็เอาไว้เป็นฐานสำหรับแปล OO.o ได้น่ะ พยายามจะปรับคำแปลให้ตาม OpenTLE glossary ถ้าว่างจัดจริงๆ อาจจะไปดูตรง linguistic component เผื่อจะเอาไปโปะกะ project ได้มั่ง (งานที่อาจารย์ให้อ่านยังอ่านไม่เสร็จเล้ย ยังจะมาเล่นไอ้นี่อีก :P) เหอๆ ไปหาข้าวกินดีกว่า เดี๋ยวอย่างอื่นทีหลังไว้ค่อยทำทีหลัง

issues on OO.o word counts

loads. IZ #4568 : usability, features IZ #10356 : not counting spaces IZ #14050 : not counting headers/footers IZ #17964 : counting selection, Asian languages IZ #19692 : not counting in-brackets IZ #24038 : readability score and could be more...

incompatibleness of path name

เราก็นึกว่าเราคอมไพล์ไม่ดี มีอะไรผิด

โธ่เอ๊ย กลายเป็นเพราะว่า ชื่อ path มันใช้คนละแบบกัน
ระหว่าง POSIX กะ DOS
(งี่เง่าจริงๆ กู)

ใช้ cygwin merge คำแปลเข้า OO.o
ด้วยโปรแกรม 'localize'
แต่ทีแรกมันไม่ได้ไง crash ตลอด

ไปถามใน mailing list + เวบบอร์ดปลาดาว
ได้ความว่า ต้องใช้ guw.pl
ซึ่งเป็น wrapper ที่จะเปลี่ยนชื่อ path ให้

IZ #16650

ขอบคุณ Simon Brouwer และ พี่นุสรณ์

วัฒนธรรมก๋วยเตี๋ยว

วันนี้ได้กินบะหมี่ลูกชิ้นปลาที่ร้านที่ทำงานอยู่

แม่ครัวทำอร่อยดี
แต่ลูกชิ้นปลานี่ไม่ได้เรื่อง ซื้อมาจากร้านจีนแถวนี้แหละ

กินไป ในใจก็นึก
เอ๊ะ หรือว่าเราคิดไปเองคนเดียวฟะ
เพราะคนอื่นเค้าก็ทำหน้าตาเอร็ดอร่อยดี

ก็เลยนึกๆ
สงสัยเราจะเกิดมาในบริเวณที่มีก๋วยเตี๋ยว
กะลูกชิ้นปลาอร่อยๆ ให้กินเยอะเกินไป
อย่างลูกชิ้นปลาทรงวาด ที่ดังๆ อันนั้นก็กินมาตั้งแต่เด็กๆ
คือกินจนเป็นรสชาติมาตรฐานน่ะ

พูดอีกอย่างก็คือว่า เราไม่รู้สึกว่ามันอร่อยหรอก
จะกระทั่งได้ไปอยู่หอ + ทำงาน
แล้วต้องไปกินลูกชิ้นปลาแบบ.. เหอะ 'ห่วยๆ'
เลยได้รู้ซึ้งว่า โอย ไอ้ของใกล้ๆ บ้านนี่แหละ อร่อยว่ะ

หรือตรงข้ามที่บ้านเลย ก็มีร้านเย็นตาโฟอยู่ร้าน
ลูกชิ้นปลาร้านนี้ก็อร่อยมากๆ มันจะเหนียวๆ กรุบๆ หน่อย
แต่ว่าป๊าไม่ชอบกิน บอกว่าเหม็นคาว
ของเค้าเป็นลูกชิ้นนึ่ง ทำสดๆ เลย
ลูกชิ้นกุ้งร้านนี้ก็อร่อย ลูกชิ้นจะเป็นสไตล์ก๋วยเตี๋ยวแคะ
แต่ร้านนี้ไม่มีลูกชิ้นที่เป็นเต้าหู้นะ
ถ้าจะกินแบบนั้น ก๋วยเตี๋ยวแคะ ก็มีสองเจ้าให้กิน

เจ้านึงเป็นรถเข็น แถวบ้านชอบเรียกก๋วยเตี๋ยวยกล้อ
ก็เป็นหม้อต้มซุปนี่แหละใส่รถเข็น
(นึกถึงรถเข็นขายกระเพาะปลานะ ไม่ใช่รถเข็นแบบบะหมี่หมูแดง หรือว่าชายสี่)
แล้วบนปากหม้อ ก็จะเป็นตะแกรงไว้นึ่งลูกชิ้น
เจ้านี้อร่อยมากๆ เน้นลูกชิ้น ไม่เน้นเส้น ลูกชิ้นเต้าหู้อร่อยมากๆ
ถ้าวันไหนอยู่บ้านแล้วเห็นเข็นผ่านเมื่อไหร่
เป็นอันต้องกินทุกทีไป เพราะว่านานๆ จะเจอที

ส่วนอีกเจ้านึงอยู่ตรงตลาดวรจักร ก็เดินไปยี่สิบนาทีได้จากบ้าน
ชื่อร้านเจ๊อะไรซักเจ๊ ไม่เคยจำเลย -_-"
ร้านนี้ดังนะ มีออกรายการทีวีหลายรายการเลย
หมดเร็วมาก
ส่วนใหญ่เช้าๆ วันอาทิตย์ ที่บ้านจะไม่ทำกับข้าว
ม๊าก็จะไปซื้อของมาให้ที่บ้านกิน
ส่วนใหญ่ก็เจ้านี้แหละ ถ้าเกิดว่าไปแถววรจักร

หรือตรงหน้าตลาดก็มีลูกชิ้นหมูนายฮั่ง
จริงๆ มันก็คงเหมือนๆ กันทุกร้านล่ะนะ นายฮั่งเนี่ย
ที่ชอบที่สุดของร้านนี้ ก็คงเป็น หมูชิ้น
เค้าหมักอร่อยดี ตับด้วย หั่นพอดีกิน
แต่ไม่ชอบก๋วยเตี๋ยวน้ำตกของร้านนายฮั่ง
รู้สึกว่าเค้าใส่เลือดหมูเยอะไป ไม่ชอบ

พูดถึงรถเข็นก๋วยเตี๋ยวแคะ
ไอ้ที่เข็นๆ ขายผ่านหน้าบ้านที่อร่อยๆ ก็มีอย่างอื่นอีก
เช่น ปอเปี๊ยะสด คนขายเป็นอาแปะแก่ๆ ขายมานานมากแล้ว
มีอยู่ช่วงนึงไม่ชอบหน้าอาแปะคนนี้เลย
มีความรู้สึกว่าเค้าไม่ง้อลูกค้าเอาซะเลย
จริงๆ เราก็คงคิดไปเองแหละ เพราะเราใจร้อนไง
อยากจะกินเร็วๆ ก็ชอบไปเร่งๆ เค้า
เค้าก็ไม่สนใจ ค่อยๆ หยิบ ค่อยๆ ห่อ ค่อยๆ ราดน้ำซอสไปเรื่อยๆ
แบบ .. อารมณ์ กูไม่สนมึง น่ะ รอไม่ได้ก็ไม่ต้องกิน
กุนเชียงของปอเปี๊ยะสดเจ้านี้ก็อร่อย
บางทีที่บ้านก็ขอซื้อเฉพาะกุนเชียงเปล่าๆ มาทอดกินกะข้าวต้ม

กุนเชียงของเค้ามีติดมันด้วย
คือพูดจริงๆ แล้วก็เป็นของถูกกว่ากุนเชียงที่ที่บ้านเคนกินกันนะ
ของที่ที่บ้านเมื่อก่อนกิน มันจะเป็นแบบ เนื้อหมูล้วนๆ
แต่พอมาได้กินแบบนี้แล้ว เออ มันอร่อยกว่าอ่ะ
ตั้งแต่นั้นมาก็กินแต่ไอ้กุนเชียงแบบนี้มาตลอด
อาแปะเคยบอกกะม๊ามั้ง บอกว่า ต้องเอาไปย่างก่อน ถึงจะอร่อย

แล้วก็ยังมี ขนมผักกาด อีก
เจ้านี้นานๆ จะออกมาขายที
ขายตั้งแต่รุ่นแม่ ตอนนี้ลูกสาวออกมาขายแทนแล้ว

นอกจากปอเปี๋ยะ กะ ขนมผักกาด แล้ว
ก็ยังมี กระเพาะปลา
มีใส่ไก่ ใส่ไข่นกกระทา
ใส่จิ๊กโฉ่วนิดนึง พริกไทยเยอะๆ แล้วก็ผักชีหน่อย อร่อยสุดๆ
(เอิ๊ก น้ำลายไหล)
เจ้านี้ไม่ได้ออกมาขายทุกวัน
แล้ววันที่ออกขาย ก็ไม่ได้เข็นไปเส้นทางเดียวกันทุกวันด้วย
ส่วนใหญ่เห็นเมื่อไหร่ ก็จะเรียกมากินทุกครั้ง
จะกินชามของเค้าก็ได้ กินเสร็จแล้ววางไว้หน้าบ้าน
เดี๋ยววันอื่นเค้าเข็นผ่าน เค้าก็จะมาเก็บไป
แต่บางทีเราก็กลัวทำของเค้าหาย ก็เอาชามที่บ้านไปใส่ดีกว่า

ถ้าอยากกินกระเพาะปลาเจ้านี้มากๆ
ตอนหัวค่ำ ถึงประมาณสามสี่ทุ่ม
เค้าก็ไปจอดขายอยู่ซอยเยื้องๆ หน้าบ้าน

ในซอยเดียวกัน ก็มีลูกชิ้นปลาอีกเจ้า
เจ้านี้ขายเฉพาะตอนกลางคืน
(ร้านเย็นตาโฟที่บอกข้างบน ขายเฉพาะตอนกลางวัน)
คนแน่นตลอดเหมือนกัน
บางทีก็มีคนมาจอดรถซื้อเฉพาะลูกชิ้นทีละเยอะๆ

ในซอยเดียวกัน ก็มีรถเข็นขายรังนก กะน้ำส้ม น้ำผลไม้

หรือจะเลยไปอีกด้าน ตรงซอยโรงเลี้ยงเด็ก
ก็มีรถเข็นกระเพาะปลาเหมือนกัน
ตรงข้ามเป็น ข้าวต้มปลา
ส่วนข้างๆ ก็เป็นเย็นตาโฟอีกเจ้า
หนังปลากรอบเจ้านี้อร่อย
ส่วนใหญ่ถ้าอยู่บ้านดึกๆ แล้วหิว
ก็ไม่ค่อยพ้นซอยนี้เท่าไหร่
.. ข้าวต้มปลา+บะเต็ง ใส่เต้าเจี้ยวนิดนึง

ลึกเข้าไปในซอยเดียวกัน
มีร้านก๋วยจั๊บที่ชอบมากๆ ร้านนึง
น้าซุปของเค้านี่ ข้นมากๆ
แต่มันไม่ใช่สไตล์ก๋วยจั๊บน้ำข้นนะ
เป็นแบบก๋วยจั๊บน้ำใสนี่แหละ
แต่ที่มันข้นๆ ดำๆ ก็เพราะว่า เค้าใส่พริกไทยลงไปเยอะมากๆ
ไอ้ตัวเราก็ชอบกินพริกไทยอยู่แล้วน่ะ
เจอร้านนี้เข้าไปก็ถูกใจวัยรุ่น :P

รอบๆ ก็มีร้านขายราดหน้า ร้านนี้ก็อร่อย (อีกแล้ว)
ตรงข้ามเป็นก๋วยเตี๋ยวหลอด

แต่ใครนั่งโต๊ะของร้านราดหน้านี่ อย่าไปสั่งก๋วยเตี๋ยวหลอดข้ามไปกินนะ
เค้าไม่ถูกกัน ถ้าจะกินก็ซื้อใส่กล่องไป (คือไม่คิดตังค์รวมกันน่ะ)

หรือถ้าเดินไปทางเฉลิมเขตนี่
โอย ยิ่งเยอะใหญ่
มีทั้งซีฟู้ดเผา ก๋วยจั๊บ หอยทอด ข้าวมันไก่ ฯลฯ
แต่ที่ดังที่สุดของย่านนี้ สงสัยจะเป็นร้าน สุกี้
สุกี้แห้งร้านนี้นี่ สุดๆ
คนต่อแถวยาวมาก จนบางทีรอแล้วหงุดหงิด
(อย่างสมมติไปกินกันหลายๆ คนเนี่ย
ถ้าคนอื่นสั่งอย่างอื่นมากิน จากร้านอื่นน่ะ
บางทีเค้ากินหมดแล้ว สุกี้ของเรายังไม่ได้เลย)

น้ำแข็งใสแถวนี้ก็โอเค
มี มะพร้าวกะทิ ด้วย
แต่ไม่ได้มาขายทุกวัน
หรือบางวันมาขาย แต่ก็ไม่มีมะพร้าวกะทิ

หรือซอยเดียวกะที่บ้านอยู่นี่ - สวนมะลิ ซอย 3
ก็มีก๋วยเตี๋ยวไก่
จริงๆ ก๋วยเตี๋ยวไก่แถวนี้มีหลายเจ้า
แล้วแต่ชอบสไตล์ไหน
ที่ขายตอนกลางคืนก็ 4 เจ้ามั้ง
อยู่ซอยสวนมะลิจริงๆ เจ้าเดียว
อีกสามเจ้าอยู่ตรงอีกฝั่งถนน
ไม่รู้เรียกว่าถนนอะไร เยื้องกะโรงบาลกลางน่ะครับ
ซอยติดกะร้านขายหมวกกันน็อก
มีต้นซอย กลางซอย ท้ายซอย
ท้ายซอยนี่ชื่อร้านน้องแอน
ถ้าไม่นับร้านที่ซอยบ้านตัวเองที่กินบ่อยสุดๆ แล้ว
ในสามเจ้านี้ ก็ไปกินร้านน้องแอนบ่อยสุด
ปกติก็ไปกินตอนกลับจากทำงาน
เพราะรู้ว่ากลับไปบ้านก็ไม่มีอะไรกินแล้ว เพราะกลับดึก
เหตุที่ชอบไปกินร้านน้องแอน เพราะว่าเค้ามีซุปมะนาวดองให้กินด้วย
อร่อยดี ชอบ
ผมชอบกินน้ำแกงน่ะ

ฝั่งถนนเดียวกัน ถ้าเดินไปทางนกน้อยภัตตาคาร
แล้วเลยไปหน่อย
ก็จะเป็นก๋วยเตี๋ยวเป็ด (ตอนกลางวัน)
หรือก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลา (ตอนกลางคืน)
อร่อยทั้งคู่
ก๋วยเตี๋ยวเป็ดนี่ จริงๆ เมื่อก่อนตรอกหลังบ้าน ก็มีอยู่เจ้านึง
ส่วนตัวคิดว่าเจ้านั้นอร่อยกว่า แต่เดี๋ยวนี้เค้าเลิกขายไปแล้ว

...

ทำไมมันเยอะแยะแบบนี้เนี่ย

ที่พูดมาทั้งหมดนี่
อยู่ในรัศมีไม่เกิน 1 ก.ม. จากบ้านนะครับ
คือเรียกว่า เดินได้หมดแหละ

ยังไม่นับก๋วยเตี๋ยวปูหมูแดงตรงสำเพ็ง
+ ผัดไทยตรงคิคูยา
+ ปลาหมึกย่างร้านข้างๆ ตัวเบ้อเร่อ
กะข้าวต้มปลาซอยตรงข้ามอีก

อ๊ากส์ เยาวราชด้วย

บะหมี่เกี๊ยวร้าน มังกรขาว อร่อยมากๆๆๆ
เป็นรถเข็นอยู่หน้าร้านขายทองตรงหัวมุมปากซอยเลย .. ชื่อไรหว่า
(นั่นดิ มันก็ขายทองทั้งถนน -_-")
ฝั่งเดียวกะ Boots อ่ะ

หมูแดงก็โอเค อร่อยแบบมาตรฐาน
แต่เกี๊ยวเค้านี่ สุดๆ
เหมือนกินขนมจีบมากกว่า
เวลาไปกิน จะสั่งก๋วยเตี๋ยวหมูแดงแห้ง
กับเกี๊ยวน้ำ แล้วก็ใส่จิ๊กโฉ่วลงไปหน่อย ..หอม

ก๋วยจั๊บตรงหน้าเซเว่นก็อร่อย
ต้มเครื่องในหมูด้วย

ใกล้ๆ เยาวราช ตรงใกล้ๆ ที่เรียนพิเศษ d'vance
เค้าเรียกว่าวงเวียน 22 มั้ง
มีราดหน้ายอดผักเจ้าอร่อยด้วย
ตอนเรียนพิเศษกินร้านนี้บ่อยมาก

กินข้าวเยาวราชนี่ดีหลายอย่าง
มีสาวๆ น่ารักๆ ให้มองตลอด
.. ก็เลยชอบไปกินกะเพื่อนบ่อยๆ :P

อย่างร้านขายแปะก๊วยนี่
มีร้านนึง ลูกสาวน่ารักมาก
ตอนนี้น่าจะปี 3 แล้วมั้ง อยู่จุฬา

อืม คิดถึงจัง
(หมายถึงแปะก๊วยนะ แปะก๊วยร้อนนี่อร่อยมากๆ)

เหอะๆ

...

ไม่รู้ว่าเราโชคดี หรือโชคร้ายกันแน่
ที่บ้านอยู่แถบๆ นั้น

ของอร่อยๆ น่ะมีเยอะ ดี จริง
แต่มันก็ทำให้เวลาเราไปกินอะไรอย่างอื่น
ก็จะรู้สึก เฉยๆ .. แย่เนอะ -_-"

ยิ่งไม่ได้อยู่บ้านอีกตอนนี้

ดูดิ๊ แค่ได้กินลูกชิ้นปลาสองลูกวันนี้
ยังบ้าเป็นวรรคเป็นเวรขนาดนี้

...

แต่เรื่องของเรื่อง
ทำไมต้องมาพิมพ์อะไรแบบนี้ตอนดึกๆ แถวๆ นี้ด้วย

หิวว้อย -_-"


ว่าแล้ว ก็ไปต้มมาม่ากินดีกว่า
(กระซิก)


T-T

2004-05-21

Crisis in Scientific Publishing

from Donald E. Knuth 's website ---- For several years I've become more and more concerned about the fact that libraries are increasingly unable to afford the prices being charged by commercial publishers of scientific journals. In October I wrote a long letter to the editorial board of the Journal of Algorithms, explaining the current state of affairs as comprehensively and accurately as I could. Several people involved with other editorial boards have asked to see a copy of this letter, so I'm now posting it here in hopes that it will be helpful to anybody else who is trying to deal with this serious problem. ----

ผลิตน้ำมันจากขยะ / พืช

รายงานจาก /.

โรงงานผลิตน้ำมันจากขยะแห่งแรก เริ่มดำเนินงานแล้ว
โดยใช้กระบวนการที่เรียกว่า thermal depolymerization
หรือที่รู้จักกันในชื่อ thermochemical conversion (TCC) หรือ thermal conversion process (TCP)
โดยกระบวนการนี้ จริงๆ แล้วก็คือการเลียนแบบกระบวนการธรรมชาติที่ทำให้เกิดน้ำมันนั่นเอง แต่ว่าเร่งให้มันเกิดเร็วขึ้น

ซึ่งโรงงานที่ว่าจะผลิตน้ำมันเบอร์ 4 "No. 4 oil" ได้ราว 100-200 บาร์เรลต่อวัน โดยมีกำลังผลิตสูงสุดที่ 500 บาร์เรลต่อวัน

สำหรับประเภทขยะที่ใช้ได้ ก็คือขยะจากภาคเกษตร หรือพวกขยะอินทรีย์นั่นเอง (หรือที่รู้จักในชื่อ ชีวมวล - biomass)

อ่านแถลงข่าวเต็มๆ ที่ Yahoo:
Waste-To-Oil Company Selling Oil Commercially

----

Update: ไทยเจ๋งคิดสำเร็จ สูตรน้ำมัน 'เบนซิน' ทำจากพืช

Planet

A 'feed aggregator'. As uses in Planet GNOME and others. And, ei ei, here are Planet OpenOffice.org; PlanetJava.org; and Planet Sun :)

2004-05-20

Informatics Jamboree 2004

เมื่อวานไปฟังบรรยายเปิดงานมา เกี่ยวกะ Testing, Optimization, and Games ไม่รู้เรื่องหรอก เดี๋ยววันนี้ไปอีก จะเข้าตอน 11 โมง ไปฟังนักเรียน PhD พูด น่าจะมีไอเดียอะไรใหม่ๆ มีนักเรียนไทยคนนึงด้วยนา (อายุจริงๆ นี่น้อยกว่าผม แต่เค้าเรียน PhD แล้ว ได้ทุน ORS ด้วย เก่งชะมัด) เค้าทำเกี่ยวกะ temporal logic อะไรประมาณนี้แหละ ดูหัวข้อที่เค้าจะพูดได้ ที่นี่ อยากมีงานแบบนี้มั่ง มันไม่ค่อยเป็นทางการมาก เลิกแล้วก็ไปคุยกันต่อที่ผับอะไรได้ แล้วมันก็ได้งาน ..หมายถึงได้คุยเรื่องงานด้วยนะ ---- แต่จบงานเมื่อวาน เราไปดูดนตรีแทน พี่ต้อม คนไทยที่เรียนเอกดนตรีอยู่ที่นี่ชวนไป คนไทยไปเยอะมาก เล่นใน hall ของ school เค้า แต่หิวข้าว เลยออกมาก่อนเริ่ม ไปได้ดูจริงๆ อีกที ก็ที่ผับใกล้ๆ คือเค้าเล่นใน hall จบแล้ว ก็ไปเล่นต่อใน pub อาจารย์ที่ดูแลก็ตามไปด้วย ชื่อวง Zizu มีคนจีนเล่นขิม ฝรั่งอีกสามคน เล่นอะไรซักอย่างคล้ายๆ กีต้าร์ เบส (เบสแบบที่เหมือนไวโอลินน่ะ) ขลุ่ย แล้วก็ พิณ มั้ง ดูๆ ไปก็คล้ายๆ จะเข้ บ้านเรา หลายๆ อย่าง สลับๆ กันเล่น กอไผ่ ก็มาด้วย ยังไม่กลับ แล้วก็มีโชว์ ระนาดเอก กะ ปี่มอญ (ไม่รู้เรียกถูกรึเปล่า) ตามด้วย แคน ช่วงแคนนี่สนุกมาก มี โห่ ฮิ้ว ด้วย .. ในผับนี่แหละ :P มีอาจารย์คอมพิวเตอร์จาก มช. ขึ้นมากะคณะนี้ด้วย เลยได้คุยกันเรื่อง knowledge representation นิดๆ หน่อยๆ ไปๆ มาๆ กิจกรรมทางวิชาการของเราส่วนใหญ่ จะไปเกิดในผับนะ -_-"

2004-05-19

ฝรั่งมองไทย

ข้อคิดดีๆ ตัดมาจาก blog ดักแด้
----

วิธีคิดไม่ธรรมดาของมาร์ติน วีลเลอร์

“แม้เติบโตจากระบบทุนนิยม แต่แนวคิดกลับแปลกแยกอย่างสิ้นเชิง
แม้เป็นชาวอังกฤษ แต่มุมมอง "ความเป็นไทย"กลับเฉียบคมยิ่ง ๑๒ ปีในเมืองไทย
หล่อหลอมฝรั่งคนนี้เป็นคนไทย เกือบสมบูรณ์ กว่าคนไทยอีกหลายคน.....”

ประวัติ

ชื่อ Martin Wheeler อายุ ๔๒ ปี
เป็นชาวอังกฤษ เมือง Blackpool
ปริญญาตรีเกียรตินิยม ภาษาละติน จาก University of London
ภรรยา นางรจนา วีลเลอร์ ชาวขอนแก่น บุตร ๓ คน
๑. ด.ช.อิริค วีลเลอร์ (Eric Wheeler) อายุ ๘ ขวบ
๒. ด.ญ.แอนนี่ วีลเลอร์ (Anne Wheeler) อายุ ๖ ขวบ
๓. ด.ช.ดิเรก วีลเลอร์ (Derek Wheeler) อายุ ๖ เดือน

...

ผมเป็นชาวอังกฤษ
เกิดในครอบครัวที่ฐานะดีพอสมควร
พ่อจบปริญญาเอก เป็นผู้จัดการบริษัทเกี่ยวกับสารเคมี ยาฆ่าแมลง มีลูกน้อง ๒๐,๐๐๐กว่าคน
แม่จบปริญญาตรี เป็นครูสอนเปียโนกับไวโอลิน

ผมจบปริญญาตรี เกียรตินิยมอันดับหนึ่งภาษาละติน
ครั้งแรกเรียนที่มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์
ปีที่ ๓ ผมย้ายไปเรียน มหาวิทยาลัยลอนดอน และจบที่นั่น

ผมไม่ชอบเคมบริดจ์ เพราะเป็น แบบโบราณ
อังกฤษเป็นประเทศเก่าแก่มาก
สมัยโบราณเป็นระบบศักดินา มีขุนนาง
และ ชาวบ้านเป็นขี้ข้า

ทุกวันนี้แม้ยกเลิกระบบนั้นแล้ว
แต่ที่เคมบริดจ์ยังเจอวัฒนธรรม แบบขุนนาง
เป็นสังคมเล็กๆ ผ่านมา ๒๐๐-๓๐๐ ปีแล้ว
แต่ไม่รับรู้อะไร ไม่เข้าใจชาวบ้าน

เขาคิดแต่เรื่อง สังคมเล็กๆ ของเขาในกลุ่มคนชั้นสูง
เป็นพวกหอคอยงาช้าง

ที่ผมเรียนได้คะแนนดี
เพราะพ่อแม่ของผม บังคับให้เรียนหนังสือ
ส่งเสริมให้เรียนตั้งแต่อายุ ๒ ขวบครึ่ง
สอบไปเรื่อยๆ เพิ่มไอ.คิว. ให้สูงที่สุด เท่าที่จะทำได้
ผมเรียนสูงจนได้เกียรตินิยม เพราะพ่อแม่มีเงินช่วย
ไม่เกี่ยวกับความฉลาดเฉพาะตัว

ปฏิวัติค่านิยมเก่า

ผมไม่ค่อยสนใจเรื่องเงิน
ไม่อยากมีรถยนต์ ไม่อยากมีบ้านใหญ่
อยากมีบ้านเล็กๆ อยากมี ครอบครัวเล็กๆ ที่มีความสุข
ไม่สนใจเรื่องวัตถุ ผมอยากอยู่แบบง่ายๆ
เมื่อก่อน ไม่รู้เขาเรียกว่าอะไร
แต่ตอนนี้รู้ว่า เขาเรียกมักน้อย สันโดษ
ที่อังกฤษเขาว่าผมบ้า เป็นเด็กนิสัยเสีย
เพราะพ่อแม่ส่งให้เรียนหนังสือ แต่ไม่เอาความรู้ไปหาเงิน
เขาหาว่า เด็กที่ไม่คิดทำงานนั้น นิสัยเสีย

หลังจากเรียนจบแล้ว
ผมก็เอาปริญญาให้พ่อแม่ตามที่ท่านอยากได้
แล้วผมก็ไปทำงานก่อสร้าง แบกอิฐแบกปูนอยู่ ๑๐ ปี
ช่วงนั้นชาวบ้านบอกว่า ผมบ้าแน่ครับ
แต่เป็นเรื่องที่ผมอยากเรียนรู้ชีวิต อยากรู้จักตัวเอง
ว่ามีความสามารถมากน้อยเพียงใด มีความอดทนมั้ย
ทำในสิ่งที่เราไม่น่าจะทำได้มั้ย
ท้าทายตัวเองบ้าง อยากผ่านชีวิตที่ลำบากบ้าง

ผมอยู่ในสังคมของคนมีเงิน เขาจะพูดถึงแต่เรื่องเงิน
คุณมีรถยี่ห้ออะไรบ้าง? มี่กี่คัน?
คุณมีบ้านใหญ่ขนาดไหน?
ลูกของคุณเรียนที่ไหน?
เอาลูกมาแข่งขันกัน จบจากที่ไหนบ้าง?
จบจากเคมบริดจ์ดีกว่าจบจากมหาวิทยาลัยลอนดอน

แต่ผมกลับคิดว่า ชีวิตน่าจะมีอะไร มากกว่านั้น
ช่วงนั้นผมไม่รู้ว่าชีวิตคืออะไร
แต่ที่รู้แน่ๆ คือไม่ใช่เงิน ไม่ใช่บ้าน ไม่ใช่ปริญญา
ต้องมีสิ่งอื่น ซึ่งผมไม่รู้ว่ามันอยู่ที่ไหน
ผมก็เลยมาลองแบกอิฐ แบกของหนักไว้ก่อน
เดินแบกอิฐไปมา วันละสาม-สี่พันเที่ยว
มันอิสระ เรามีเวลาคิด
ได้รู้จักคนอื่น และได้สร้างความเข้มแข็ง ให้ร่างกาย
แล้วจิตใจเราก็เข้มแข็งขึ้นด้วย

ชาวบ้านธรรมดาที่อังกฤษนั้น จริงๆ เขาลำบากกว่าคนไทยมาก
เป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่ผมได้เห็น ชีวิตของชาวบ้านที่อังกฤษแย่มาก
คนที่นั่น ๖๐% ไม่มีบ้าน
ถ้าเป็นชาวบ้านธรรมดา จะไม่ได้เป็น เจ้าของบ้าน
ต้องไปเช่าบ้านจากเจ้านายตลอดชีวิต
๙๘% ไม่มีใครมีที่ทำกิน แล้วก็อยู่ในเมือง
เป็นขี้ข้าเขาหมด แม้แต่เป็นผู้จัดการก็เป็นขี้ข้าด้วย

เพราะไม่มีใครพึ่งตนเอง ไม่มีใครมีที่ทำกิน
จะไปทำอะไร ช่วยตัวเองก็ไม่ได้ จะไปสุขอะไรก็ไม่ได้
ต้องไปหาเงิน ชีวิตอยู่กับเงินอย่างเดียว
เงินเยอะ ก็มีคุณภาพชีวิตที่ดี
ได้เงินน้อย คุณภาพชีวิตก็ไม่ค่อยสูงเท่าไหร่

พ่อแม่และผม

ถามว่าชีวิตของพ่อมีความสุขมั้ย? ผมคิดว่าไม่
ผมคิดว่าพ่ออยากได้บางสิ่งบางอย่าง
เขาได้เงินเดือน เยอะมาก ได้รับบำเหน็จบำนาญ
เป็นที่เคารพนับถือของชาวบ้านในชุมชน
มีตำแหน่ง มีเกียรติยศอะไรอีกเยอะแยะ

แต่ผมคิดว่าพ่อไม่มีความสุข
เพราะว่าวันจันทร์ถึงวันศุกร์ ไปทำงานที่โรงงาน
ตกเย็นไปประชุมอีก
กลับบ้านสามทุ่มสี่ทุ่ม ไม่ได้เจอเมียเจอลูก
วันเสาร์อาทิตย์พ่อก็ปวดหัว อยากพักผ่อน
พ่ออยากอยู่คนเดียว ไม่ให้ใครรบกวน

พ่อมีเมีย และลูกสามคน
แต่พ่อไม่ค่อยได้เห็นลูกเห็นเมีย
สมัยที่ผมอายุสิบสามขวบ
ผมไม่ได้คุยกับพ่อ แม้แต่คำเดียวเกือบปีครึ่ง
เห็นเมื่อไหร่ก็เจอพ่อปวดหัวตลอด
คิดหนัก อาชีพของพ่อ ต้องใช้สมองมาก
ผมว่ามันเป็นกรรมพันธุ์ด้วย
ผมก็ปวดหัวบ่อยเหมือนกัน (หัวเราะ) ชอบคิดมาก ตอนนี้หายแล้ว

แม่เข้าใจผม แต่ไม่เห็นด้วยที่ผมมาเมืองไทย

แม่เสียชีวิต
ผมได้มรดกนิดๆ หน่อยๆ มีเวลาที่จะไปเที่ยว

ผมเคยวางแผนไว้ในใจว่าจะเที่ยว ๑ ปี
จะไปในประเทศ ที่ผมไม่เคยไปมาก่อน
เช่น ไทย ลาว เขมร พม่า มาเลย์ เวียดนาม อินโด ออสเตรเลีย

คิดว่าจะไปออสเตรเลีย เพราะเป็นประเทศเปิด
ไม่ค่อยมีกฎระเบียบเหมือนอังกฤษ
แต่ก็ยังไม่ได้ไปตามแผนที่วางไว้
ประเทศแรกที่ผมมาคือ ประเทศไทย

ผมไม่ใช่ครูฝรั่ง

สมัยก่อนผมนิสัยเสีย ชอบกินเหล้า ชอบเที่ยว ชอบสนุก
เงินที่ผมเก็บไว้ ๑ ปี ภายใน ๒ เดือนใช้หมดเลย
ไม่มีเงินกลับบ้าน ผมอยู่ประเทศไทย ตั้งแต่ปี ๒๕๓๕

ผมอยู่กรุงเทพฯ ไม่มีเงิน แม้แต่บาทเดียว
ไปหางานทำ อาชีพอย่างเดียวที่เราทำได้
คือเป็นครูสอนภาษาอังกฤษ

จริงๆ แล้ว ผมไม่ได้เป็นครูหรอก ผมสอนไม่เป็น
แต่คนไทยเห็นฝรั่ง จะบอกว่าฝรั่งทุกคน
เป็นครูสอนภาษา ซึ่งมันไม่จริง

ฝรั่งส่วนมากไม่ได้เป็นครู
ที่กรุงเทพฯ เขาจ้างผมให้เป็นครู
เอาเสื้อผ้าดีๆ เนคไทดีๆ ให้ใส่
เขาบอกว่า คุณเป็นครูนะ
แล้วเขาก็ส่งผมเข้าห้องเรียนเลย

ความจริงฝรั่งที่เขาเรียกครูนั้น
ไม่มีใครเคยสอนหนังสือ แม้แต่คนเดียว
และบางครั้ง ก็ไม่ใช่คนอังกฤษด้วย
มีคนหนึ่งเป็นชาวฝรั่งเศส
พูดภาษาอังกฤษผมฟังไม่รู้เรื่อง แม้แต่คำเดียว
คนไทยก็แปลกดีเหมือนกัน

เขาให้เงินเดือนผมเดือนละ ๓ หมื่นบาท ไปนั่งเฉยๆ
ผมก็ละอายใจ ไม่อยากรับ
ผมคิดมาก ปวดหัวทั้งวันทั้งคืน

เพราะถ้าเราทำงานอะไรในชีวิต เราต้องได้ผล

สมมติมีคนมาจ้างเรา ๑๐๐ บาทแบกอิฐ
ผมจะรับแน่ เพราะว่า ผมแบกอิฐแผ่นนั้น
จากโน่นไปที่นู่น ผมทำได้แน่ครับ
แล้วผมก็จะเอาเงินของคุณไป

แต่เวลาผมเป็นครูสอนภาษา มันไม่ได้ผลหรอก
ผมสอนไม่เป็น เอาเงินให้ผมเฉยๆ
ผมก็รู้สึกว่า ไม่น่าจะเอา
ผมไม่ได้ทำประโยชน์อะไร คุ้มค่าเงินนะ

เงินไม่ทำให้ผมมีความสุข

ผมมีอุดมการณ์เล็กๆ ตั้งแต่อายุยังน้อยๆ
๑. ถ้าเราทำงานอะไร ต้องทำในสิ่งที่เรามีความสุข
๒. จะไม่ทำงานที่ต้องผูกเนคไท
๓. จะไม่มีกระเป๋าเอกสาร

เพราะว่าเหมือนสังคมของพ่อแม่ผม เขาจะทำงานแบบนั้น

ทุกคนมีเสื้อนอก มีรถยนต์ มีเอกสาร
แต่เขาไม่ค่อยมีความสุขหรอก
ผมเอาสิ่งนี้ มาเป็นสัญลักษณ์ แห่งการทำงานที่ไม่มีความสุข

มีช่วงเดียวเท่านั้น ที่ผมทรยศต่อชีวิตตัวเองคือ
ช่วงที่ผมเป็นครูอยู่ที่กรุงเทพฯ ผมต้องผูกเนคไท
ผมทำในสิ่งที่ผมเกลียดที่สุดเลย เพื่อเงินอย่างเดียว

ทำอยู่ประมาณ ๑๑ เดือน
ชีวิตไม่มีความสุข เหมือนอยู่ที่อังกฤษ
คือทำงานอะไรก็ได้ ขอให้มีเงิน
แต่ไม่มีความสุข
แล้วก็เอาเงินไปใช้ในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง
ไปเที่ยว ไปกินเหล้า ไปสูบบุหรี่
ยาเสพติดทุกชนิดผมเอาหมด
ตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม แม้แต่อยู่กรุงเทพฯ ก็ยังทำอยู่
ถึงได้เงินเยอะ แต่ไม่รู้ว่า จะเอาไปทำอะไร
เพราะเงินไม่ช่วยให้เรามีความสุข

หันเหชีวิตสู่แนวทางที่วาดหวังไว้

ผมเจอภรรยา เธอมาจากจังหวัดขอนแก่น
อยู่กรุงเทพฯ ไม่นานก็มีลูก
ผมเริ่มคิดหนัก แต่ก่อน อยู่คนเดียวไม่มีปัญหา
มีความสุขหรือไม่มีก็คนเดียว ไม่ยากหรอก
เมื่อมีเมียมีลูก มันต้อง รับผิดชอบผู้อื่นด้วย
จะไปนั่งกินเหล้าเฉยๆ ไม่ได้หรอก
คิดว่าทำอย่างไร ให้เมียกับลูกอยู่ได้ ผมรู้แน่ๆ
ถ้าผมอยู่ในสังคมเมือง และทำงานแบบนี้ ผมจะเป็นคนแย่มาก
จะกินเหล้า สูบบุหรี่ ติดยา เที่ยวอย่างเดียว
จึงตัดสินใจตัดตัวเองออกจากสังคมเมือง ไปอยู่บ้านนอก
แฟนผม มาจากหมู่บ้านเล็กๆ ในจังหวัดขอนแก่น
ช่วงปีใหม่ผมไปเที่ยวบ้านของแม่ยายเห็นว่า เป็นธรรมชาติดี

ต้องเข้าใจว่าคนอังกฤษอยู่บ้านนอกไม่ได้
เพราะชนบทมีพื้นที่นิดเดียว พวกขุนนางยึดหมด
คนยากจน จึงอยู่ชนบทไม่ได้ ต้องไปอยู่ในเมืองที่สกปรก แออัด
คนอังกฤษที่ยังรวยไม่ถึงขั้น เช่นพ่อของผม
มีเงินเยอะ แต่ก็ยังรวยไม่ถึงขั้น เพราะยังอยู่ในเมือง
วัดจากคนที่อยู่กลางเมืองใหญ่ๆ จะเป็นคนจนที่สุด
ที่อยู่ชานเมือง จะเป็นพวกครู ข้าราชการ อะไรแบบนั้น
เป็นผู้จัดการ ก็ยังอยู่ในเมือง
ส่วนคนที่จะได้อยู่บ้านนอก จะต้องเป็นคนรวยถึงขั้นจริงๆ
เป็นพวกขุนนางใหญ่โต มันเป็นเรื่องแปลก

ผมมาอยู่ที่ขอนแก่น เห็นแต่ละคน มีที่ดินเยอะมาก
ชาวบ้านธรรมดา คนเดียวมีถึง ๕๐ ไร่ ๒๐๐ กว่าไร่ก็มี
พ่อแม่ผมมีแค่ ครึ่งไร่เท่านั้นเอง
แต่อยู่บ้านนอกที่นี่ โอ้โฮ..มีเยอะมาก
สะอาดด้วย อากาศก็ดี
ตอนแรกได้กลิ่น ผมก็ว่ากลิ่นอะไร อ๋อ มันกลิ่นธรรมชาติ
ผมไม่เคยดมมาก่อน โอ้สุดยอดเลยบ้านนอก

คนอื่นว่าฝรั่งมันบ้า เพราะเขาไม่คิดว่า
ทำไมฝรั่งอยากไปอยู่บ้านนอก
เขาคิดว่าฝรั่งมีแต่คนรวย ฝรั่งไม่มีคนยากจน
เขาไม่รู้จริงๆ ว่าฝรั่งส่วนมากลำบาก
บ้านก็ไม่มี ที่ดินก็ไม่มี เป็นขี้ข้าเขาหมด ลูกก็ไม่มีอนาคต

ปัญหาของระบบทุนนิยมคือเรื่องเงิน เงินถูกจำกัดเป็นก้อนเล็กๆ
คนรวยกวาดเงินไปเยอะ จนเหลือนิดเดียว มันแบ่งกันไม่ลงตัว
ทำให้มีคนจนเยอะ
ถ้ามีคนรวย ๑ คน จะมีคนจน เป็นร้อยเลย ระบบทุนนิยมจึงอยู่ได้
ปัญหาของคนยากจนคือ ทำยังไง จะมีชีวิตที่ดี
เราจะหลุดพ้นจากความยากจนได้ ต้องหาสิ่งที่ไม่ใช่เงิน
อันนี้เป็นจุดเด่นของประเทศไทย
ชาวบ้านธรรมดา อาจจะไม่มีเงินเยอะ
แต่เขาสามารถจะหาหลายสิ่งหลายอย่าง ที่มีคุณค่า มากกว่าเงินตั้งเยอะ

แค่อยากหาคำตอบให้ชีวิต

ผมตกลงกับแฟนว่าเราจะไปอยู่บ้านนอก
ผมจะไม่รับจ้างสอนภาษาอังกฤษ เขาก็ตกลง
แต่ปัญหาคือ ผมทำเกษตรไม่เป็น
ช่วงแรกก็ลำบาก
ต้องกลับมาแบกอิฐเหมือนเดิม วันละร้อยยี่สิบบาท
โอ้โฮ...เหนื่อย
เพราะที่อังกฤษ ถึงจะแดดร้อน แต่อากาศเย็น
เดินไม่ได้ ต้องวิ่ง ก็อุ่นได้
แต่ขอนแก่นช่วงนั้น เป็นเดือน ๔ อากาศร้อนมาก ๔๐ กว่าองศา
บางครั้ง ผมเป็นลม เขาเอาน้ำมาสาด
โอ๊ย.! ฝรั่งมันบ้า ทำไม ไม่กลับบ้าน
คิดผิดหรือเปล่า ทำไมต้อง มาลำบากขนาดนี้
เขาคิดว่า ผมเป็นฆาตกร
ไปฆ่าคนที่อังกฤษ แล้วกลับบ้านไม่ได้ หนีคดีมา
ความจริงไม่ใช่
ผมก็แค่อยากหาคำตอบในชีวิต บางเรื่องเท่านั้น
อยากหาความสุข ที่เป็นแบบ ยั่งยืนสักหน่อย

บางครั้งก็คิดหนีไปที่อื่นเหมือนกัน
แต่ผมไม่รู้ว่า ถ้าอยู่ที่นี่ไม่ได้จะไปอยู่ที่ไหน
คิดว่า เราต้องหาคำตอบให้ได้
ปัญหาอาจจะอยู่ที่ตัวของผมเอง
แต่ในภาพรวมที่นี่ดี สิ่งแวดล้อมดี สะอาด
ถ้าเรามีลูก เราอยากให้ลูกของเราอยู่ในที่สะอาด
อาหารธรรมชาติฟรีๆ ก็มีเยอะมาก ในภาคอีสาน
เห็ดแดง หน่อไม้ ไข่มดแดง ดอกกระเจียว
ผักอีหรอก แมงคับแมงคาม ขี้กะปอม เยอะ
แต่บางคนก็ไม่กินนะ บางคนก็กิน
ซึ่งมันดีมากเพราะว่า
๑. สะอาด อาหารธรรมชาติ ไม่มีใครไปใส่ปุ๋ยเคมี
๒. ไม่ได้ซื้อ ไม่ได้ใช้เงิน ขอให้ขยันเดินไปเก็บ
สมัยก่อน ที่อังกฤษ ผมจะเดินแบกอิฐทั้งวัน
เมื่อได้เงินแล้ว ก็เอาเงินเกือบทั้งหมดไปซื้ออาหารในร้าน
ฝรั่งส่วนมาก ทำงานหนักทุกวัน
แต่เงินที่เขาได้ มันเพียงพอที่จะซื้ออาหารกินเท่านั้น
ไม่มีเงินเหลือ ฝากธนาคาร

นิยามความรวยกับความจน

มันเป็นเรื่องแปลกนะที่ประเทศไทย คนยากจนมีหนี้สินเยอะ
ที่อังกฤษมีแต่คนรวย ที่มีหนี้สิน
คนจนไม่มีหนี้ เพราะเขาไม่ให้คนจนยืมเงิน
เนื่องจากกลัวจะไม่มีปัญญาใช้คืน จึงไม่มีสิทธิ์ มีหนี้สิน
แต่คนรวยยืมเงินได้
คำว่ารวยกับคำว่าจน มันคืออะไรกันแน่ ?

ที่ขอนแก่นเขาว่าผมบ้าบ้าง ฝรั่งยากจนบ้าง ฝรั่งตกอับบ้าง
ฝรั่งขี้นก ฝรั่งไม่มีเงิน
แต่ผมบอกว่า ไม่ใช่ ผมรวยนะ
เขาถามว่ารวยได้ยังไง
ผมบอกว่า

๑. ผมมีบ้าน
ผมทำบ้านเล็กๆ เป็นกระท่อมน้อยๆ เอาหญ้ามามุงหลังคา
ชาวบ้านเรียกว่า เถียงนา ไม่ใช่บ้านหรอก
ผมบอกว่าใช่ มันบ้านของผม ไม่ใช่บ้านเจ้านาย
ราคาหนึ่งหมื่นสองพันบาท อยู่ได้ครับ
มันกันแดดกันฝนได้ แค่นั้นผมก็รวยแล้ว

๒. มีที่ดิน
แค่ ๖ ไร่เท่านั้นเอง ที่นั่นเขาบอกว่ากระจอก มีนิดเดียว
แต่สำหรับฝรั่ง มันเยอะมาก
จริงๆ ผมคิดว่า มันเป็นเรื่องสำคัญ เป็นพื้นฐานของชีวิต
เราต้องมีที่อยู่อาศัยเป็นของเรา ไม่ใช่ของเจ้านาย
เพราะว่าถ้ามันเป็นของเจ้านาย เราต้องไปหาเงินให้เขา
ถ้าเราไม่มีเงิน เขาก็ไล่เราออก เราไม่มีที่อยู่นะ
เพราะฉะนั้น ต้องมีบ้านเป็นของตัวเองไว้ก่อน
ซึ่งผมก็มีบ้าน คิดว่าลูกของผม จะต้องมีบ้านแน่ๆ ด้วย

เรื่องเกษตรผมทำไม่เก่ง
แต่ที่ทำได้ง่ายคือ ปลูกต้นไม้
ไม้ประดู่ ไม้สะเดา ไม้ยาง ปลูกไว้ให้ลูกสร้างบ้าน
ประเทศไทยอุดมสมบูรณ์ ต้นไม้โตเร็วมาก แค่ ๒๕-๓๐ ปี ตัดได้แล้ว
ไม่เหมือนอังกฤษ ๒๐๐ ปีได้เท่านี้เอง เพราะอากาศเย็น
เป็นเรื่องแปลก ที่คนไทยจะบ่น
โอ๊ย..มันร้อนๆ ผมว่ากลับเป็นเรื่องดี
แสงแดดเยอะ จะทำการเกษตรได้
ตลอดเวลา ๑ ปี ทำได้ทุกวัน
แต่คนไทยจะบ่นร้อนๆ ไม่เอาๆ อยากเป็นคนผิวขาวดีกว่า
แต่คนอังกฤษ เขาถือคนผิวขาวเป็นคนจน
เพราะว่าไม่มีปัญญา จะไปเมืองนอก ซึ่งกลับกันเลย
แม้แต่พ่อของผม เขาก็ยังมีเครื่องอาบแดด
เพื่อให้ผิวเป็นสีแทน ให้ดูเป็นแบบคนมีสตางค์
แต่คนไทย กลับอยากมีผิวขาว

ผมมีลูก ๓ คน ชาย ๒ หญิง ๑
สิ่งสำคัญที่สุด ๒ เรื่องในชีวิตของเรา คือ
๑. ต้องมีบ้าน เป็นของตัวเองให้ได้ จึงจะถือว่า ชีวิตประสบความสำเร็จ
๒. ต้องมีงานทำทุกวัน ไม่ได้จำกัดว่า ต้องเป็นงานอะไร
แต่ขอให้ มีงานทำทุกวัน ชีวิตจึงจะไม่สูญเปล่า
วิธีเดียวที่รับประกันได้ว่า ลูกมีงานทำ
คือการมีที่ทำกินให้เขา และเราต้องช่วยให้เขาทำเป็น
ผมคิดว่าคนชนบทจริงๆ ใครมีที่ดินทำกินแล้วจะไม่ตกงาน เว้นแต่คนขี้เกียจ
ซึ่งบางคนมีที่ดินเยอะ แต่ไม่ยอมทำ
ถ้าเราสั่งสอน ให้ลูกรู้จักทำมาหากิน เขาก็ไม่ตกงาน
ผมถือว่างานที่อิสระ และมีประโยชน์ มากที่สุด
คืองานเกษตร ซึ่งช่วยให้เรากินอิ่มทุกวัน
คนอังกฤษกินไม่อิ่มเยอะมากนะ
ผมไม่อยากให้ลูกของผมอดอาหาร อยากให้ลูกกินอิ่มในลักษณะที่ส่งเสริมสุขภาพด้วย
กินอาหาร ที่ไม่มีสารพิษ กินอาหารแบบเรียบง่ายก็ได้ แต่อิ่มทุกวัน

เมื่อมีบ้าน มีงาน มีอาหาร
ลูกของผม ก็จะรวยที่สุด
ผมอยากให้ลูกอยู่บ้านนอก เพราะว่าสะอาด
จ้างเท่าไหร่ ก็ไม่อยาก ให้ไปอยู่ ในเมืองหรอกเพราะสกปรก แออัด

สำคัญที่สุดคือเรื่องของสังคม
ผมไม่อยากให้ลูกไปอยู่ในเมือง
เพราะว่า คนเมืองเห็นแก่ตัว
วิ่งไปหาเงินอย่างเดียว แข่งขันกันเยอะ
เดี๋ยวก็ฆ่ากัน ด่ากันทุกวัน ไม่สงบ
อยากให้ลูกอยู่บ้านนอก
เขาจะได้สิ่งที่หายากที่สุดในโลก

คนอีสานบ้านนอกเป็นคนดีมากนะ
มีน้ำใจ รู้จักช่วยเหลือคนอื่น
เอื้ออาทรกัน เกื้อกูลกัน แบ่งปันกัน ไม่แข่งขันกัน
ความเป็นชุมชนเป็นสิ่งที่หายากนะ
ถ้าเราไปอยู่ในเมือง จะอยู่แบบ ของใครของมัน
บ้านคนละหลัง ครอบครัวคนละหลัง ไม่รู้จักกัน
ถ้าเราอยู่ในชุมชนเล็กๆ เราก็ช่วยเหลือกันได้
คุยกันได้ แบ่งปันกันได้
ในที่สุดเราก็จะเป็นคนมีน้ำใจได้

ลูกของผมเขาเป็นคนมีน้ำใจ
เขาอาจจะไม่มีเงิน ไม่ได้เรียนหนังสือสูงๆ
แต่เขาจะมี สิ่งที่ดีกว่านั้นเยอะ
คือเขาจะมีที่อยู่อาศัย มีชุมชนที่ดี
ไม่มียาเสพติดไม่มีการพนัน ไม่มีอาชญากรรม มันน่าอยู่
ขอให้เราอยู่ในชุมชนที่เป็นแบบนั้น
มันก็ดีนะ ไม่ต้องคิดมาก ไม่ต้องเป็นห่วง
ลูกก็จะเป็นคนดี ไม่ติดยา ไม่ขี้ขโมย ไม่เล่นไพ่
มีน้ำใจและรู้จักช่วยเหลือคนอื่น
ลูกผมเรียนหนังสือไม่เก่ง
ปีนี้เขาได้คะแนนเป็นอันดับที่ ๑๙ ในห้องของเขา
มีนักเรียน ๓๙ คน มันเดินสายกลาง พอดีเลย (หัวเราะ)

แต่ผมไม่ได้สนใจเรื่องอันดับคะแนนหรอก
ครูเขาเขียนถึงอุปนิสัยของลูกว่า
เป็นคนที่มีน้ำใจ ชอบช่วยเหลือคนอื่น
ซึ่งผมไม่ได้สอนแบบนั้น
ฝรั่งส่วนมากจะเห็นแก่ตัว
ผมเคยอยู่ ในสังคมอย่างนั้นมาก่อน
มันเปลี่ยนยากครับ ผมจึงไม่ได้สอนให้ลูกเป็นคนมีน้ำใจ
แต่มันเป็นที่ชุมชน เป็นวิถีชีวิตของคนอีสาน
ที่เริ่มซึมเข้าไปในกระดูกของเขา
ทำให้ลูกอายุแค่ ๘ ขวบเป็นคนมีน้ำใจ
ผมถือว่าสุดยอดแล้ว ผมภูมิใจในตัวของลูกมากๆ
เรื่องเรียนไม่สำคัญหรอก
สำคัญที่สุดนั้น เป็นความมีน้ำใจ
ถ้าเขาสามารถรักษาสิ่งนี้ไว้ตลอดชีวิต
ผมคิดว่า เขาคงมีความสุขแน่

วิเคราะห์เจาะลึกอีสานบ้านเฮา

ผมเคยบังคับลูกชายคนแรก ตอนอายุประมาณ ๓ ขวบ
จับมานั่งสอนภาษาอังกฤษ
เขาก็ร้องไห้ ๆ ไม่เอาๆๆ
ผมก็คิดว่า เอ๊ะ..เราน่าจะเลิกทรมานเด็ก ปล่อยให้เขามีความสุข
ตั้งแต่วันนั้น ผมบอก จะไม่สอนเขาอีก
แต่ถ้าอยากเรียนมาบอกผม จะสอนให้
ตั้งแต่วันนั้น จนถึงวันนี้ เขายังไม่บอกผมเลย
ผมก็มาคิดว่า จะให้ลูกเรียนภาษาอังกฤษเพื่ออะไร
ในหมู่บ้าน ของผมมี ๕๐ ครอบครัว
ทุกคนพูดอีสานอย่างเดียว แม้แต่ผมก็ยังพูด
แล้วจะให้เขาเรียนภาษาอังกฤษ เพื่ออะไร?

สมมติว่าลูกของผม อยากอยู่ในหมู่บ้านนี้ตลอดชีวิต
ภาษาอังกฤษก็จะเป็นความรู้ ที่ไม่เป็นประโยชน์อะไรทั้งสิ้น
ผมเคยเรียกว่า มันเป็นวิชาขี้ข้า
เอาไว้รับจ้างเฉยๆ เอาไปหาเงิน
คนที่มีความรู้ ภาษาอังกฤษ จะเอาอันนี้แลกกับเงินอย่างเดียว
เขาไม่ได้เรียนเพื่อชีวิตของเขา
เขาอยากเอาเงิน ไปทำงานสูงๆ หน่อย

ปัญหาของคนอีสานมีมากในเรื่องของการศึกษา
คนอีสานส่วนมากไม่อยากให้ลูกเป็นคนอีสาน
ไม่อยากให้ลูกเป็นคนบ้านนอก
ไม่อยากให้ลูกพูดภาษาอีสาน อยากให้พูดไทย
ชาวบ้านส่วนมาก คิดอยากให้ลูกได้ดีในชีวิต
คิดว่าสิ่งที่ดีในชีวิตของลูกคือ
๑. ไม่ได้พูดอีสาน พูดแต่ภาษาไทย
๒. พูดภาษาอังกฤษด้วย
๓. เล่นคอมพิวเตอร์ได้
๔. ไปอยู่ในเมือง
๕. ไปรับจ้างเขา
๖. ไปสร้าง หนี้สิน ไปซื้อบ้านหลังเล็กๆ ราคา ๒ ล้าน ๓ ล้านบาท

เขาคิดว่า อย่างนี้ลูกของเขาได้ดี ซึ่งผมไม่เห็นด้วย
ผมก็อยากให้ลูกของผมได้ดีเหมือนกัน
แต่ภาษาอังกฤษ ไม่ใช่ปัจจัยที่จะช่วยให้เขาได้ชีวิตที่ดี
อาจจะเอาไปแลกเงินในบางช่วงได้
แต่ผมหวังว่า ลูกของผม จะมีความคิด สูงกว่านั้น
ชีวิตน่าจะมีไว้เพื่อหาสิ่งที่ไม่ใช่เงิน
ถ้าเขาเรียนรู้ เพื่ออยาก จะหาเงิน อย่างเดียวก็น่าเสียใจนะ
เพราะความรู้เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด
แต่การเรียนรู้ เป็นสิ่งที่เราต้องทำทุกวันตลอดชีวิต
เราหยุดเรียนรู้ไม่ได้
แต่เราไม่น่าจะเรียนเพื่อเอาความรู้ เอาปริญญา
ไปแลกกับเงิน ทำให้ความรู้ไม่มีคุณค่า

จุดอ่อนจุดแข็งของคนไทย

ผมคิดว่าคนไทยส่วนมากยังไม่เข้าใจระบบทุนนิยม
เห็นฝรั่งที่ไหน ก็คิดว่ารวยหมด
คิดว่าการพัฒนา ในระบบทุนนิยมจะทำให้ทุกคนมีเงิน
ไม่เข้าใจว่าประเทศที่พัฒนาระบบทุนนิยมนานแล้ว
เช่น อังกฤษ สหรัฐ มีปัญหาเยอะมาก

แต่คนไทยก็คิดว่า เมืองนอก ดีกว่า
อันนี้จุดอ่อนครับ
คือคนไทยสนใจเมืองนอก
ไม่ได้สนใจ ประเทศไทย

ผมเป็นฝรั่ง คุณเลยนั่งฟังผม
ถ้าผมเป็นชาวบ้าน คุณจะไม่สนใจผม
อันนี้เป็นจุดอ่อนนะ
แต่จุดแข็งคือ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
แผ่นดินประเทศไทย อุดมสมบูรณ์มากๆ
ที่ดินเยอะมาก น้ำเยอะมาก แสงแดดเยอะมาก
ทำเกษตรอยู่รอดแน่ เป็นพลังแผ่นดิน
ใครๆ ก็อยากได้ประเทศไทย
ผมก็ได้ถึง ๖ ไร่

คนไทยโชคดีมากๆ
ที่ได้ในหลวง เป็นผู้นำ
พระองค์ท่านเป็นคนที่ทำงาน หนักมาก
เพื่อช่วยให้คนคิดได้ ช่วยให้คนอยู่ได้
จะหากษัตริย์ ในประเทศอื่น ไม่ค่อยมีแบบนี้

ปัญหาคือคนไทยส่วนมากนับถือในหลวง
แต่ไม่ยอมปฏิบัติตามคำสอนของในหลวง
พระองค์ท่าน บอกมา ๒๗ ปีถึงเศรษฐกิจพอเพียง
แต่คนไทย ก็ไม่รู้จักพอเพียง เอาอย่างเดียว
ถึงยกมือไหว้ในหลวง
แต่เวลาดำรงชีวิต ไม่ได้ทำตามในหลวง
ก็ในหลวงบอกไว้แล้วว่า
ไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นเสือ ขอให้มีอยู่มีกินไว้ก่อน
ถ้าทุกคนเริ่มคิดจริงๆ ถึงสิ่งที่ในหลวงพูด
เราน่าจะช่วยให้ประเทศไทยอยู่ได้
เพราะความคิด ของในหลวง เรื่องเศรษฐกิจพอเพียง
ต้องอาศัย พลังแผ่นดิน ทำได้เฉพาะประเทศไทยนะ
เศรษฐกิจพอเพียง ที่อื่นทำไม่ได้หรอก
เพราะเขาไม่มีที่ดิน ไม่มีทรัพยากรธรรมชาติเยอะ เหมือนประเทศไทย

พวกคุณโชคดีที่ได้แผ่นดินดีๆ ได้ผู้นำที่ดีด้วย
และเรื่องที่ ๓ เรื่องศาสนา
ผมคิดว่าศาสนาพุทธ มีความสำคัญมากๆ สำหรับคนไทย
ไม่ใช่แค่นับถือไหว้พระ แค่นั้นไม่พอ
แต่อยู่ที่การปฏิบัติ ด้วยนะ มักน้อย สันโดษ พอเพียง
ธรรมะคือธรรมชาติ เป็นเรื่องง่ายๆ
พึ่งตนเองก็ได้ ปรัชญาของ ศาสนาพุทธ ทำได้นะ
แต่คนไทยจำนวนน้อยที่เข้าใจ จริงๆ แล้วศาสนาพุทธ
เป็นศาสนาที่ออกแบบให้เหมาะสม สำหรับคนบ้านนอก
ให้ใช้ชีวิตร่วมกับ ธรรมชาติ
โดยไม่ทำลาย ไม่เอาเปรียบ
แต่ให้เราเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ

อยากบอกอะไรคนไทย

คุณโชคดีมากๆ ที่เกิดในประเทศไทยที่อุดมสมบูรณ์
ไม่ต้องไปรบกับใคร ไม่ต้องไปเอาน้ำมันจากใคร
ไม่ต้องไปเบียดเบียนคนอื่น ประเทศไทยอยู่ได้
กินอิ่ม มีเหลือแจกด้วย อย่าไปคิด เรื่องเงินอะไรมาก
อย่าลดคุณค่าความเป็นไทยของตัวเองลง
คนไทยส่วนมาก นิสัยดีจริงๆ คนไทยมีน้ำใจ หายากนะ

คนไทยมีพระเจ้าอยู่หัวมีแผ่นดินที่อุดมสมบูรณ์
มีศาสนาพุทธ ที่ดีมาก
ทั้ง ๓ อย่างนี้พยายามรักษาเอาไว้ให้ได้
ชีวิตที่ไม่ทะเยอทะยานเกินไป
คือชีวิต ที่มีคุณภาพ ชาวบ้านทุกคนทำได้
ผมเองถึงยังทำไม่สำเร็จ แต่มั่นใจว่าจะทำได้แน่ในอนาคต
ถ้าผมทำได้ คนอื่นก็คงทำได้ง่ายกว่าผมเยอะ
ทุกอย่างอยู่ที่เรา
ถ้าเราไม่อยากได้อะไร มากเกินไป ในชีวิต
ชีวิตมันก็ง่าย
พยายามทำให้ชีวิตมันง่ายขึ้น
อย่าให้มันสับสน อย่าให้มันลำบาก
พยายามรักษา สิ่งแบบนี้ให้ดี และอย่าเชื่อฝรั่งมากเกินไป...

----

bact':
เรื่องคนไม่มีบ้านที่นี่ จริงนะครับ
ดูจากรายการทีวีก็ได้
มีแต่รายการเกี่ยวกับซื้อบ้าน แต่งบ้าน ทำสวน
เพราะใครๆ ก็อยากมีบ้าน

คงเหมือนรายการทีวีเมืองไทย
ที่มีรายการเกี่ยวกับไปเที่ยวเมืองนอกเยอะ
เพราะใครๆ ก็อยากไปเที่ยว

แต่ว่า ไม่มี ไม่ได้

VanillVista

content relations visualization.

blog | VanillaVista
music | MusicVine
search | KartOO

Visualizing and Browsing WWW Semantic Content

bliki

blog + wiki = bliki

The concept is originally first implemented in REBOL, and use in langreiter.com.

Now available in PHP and Java. Seems like the most advanced ones are SnipSnap and Confluence. Both are written Java.

Hmmm...
this is very close to what I'm looking for.

blog + wiki + webboard .. and may be messaging and calendar system, everything on a single platform -- no multiple log-in hassles. Also keep content away from presentation; and makes it easy to add content, encouraging people to contributes.

If you know one, tell me.

kowari : metastore

Kowari is an Open Source, massively scalable, transaction-safe, purpose-built database for the storage and retrieval of metadata. More information on Kowari, including its main features, can be found in the Kowari Overview.”

keywords: semantic web, Java, RDF, Atom, OWL, Atom OWL

Office Alternatives

Apart from big names like GnomeOffice, KOffice, WordPerfect Office, StarOffice, or OpenOffice.org. There are still more other suites, "alternatives of alternatives": 602PC Suite Ability Office EIOffice GoBeProductive ThinkFree Office The most remarkable, from a technical perspective, may be the EIOffice. Written in Java, it runs on any operating system. And interestingly enough, it's from China.

build OO.o 1.1.1

นั่งทำมาสามวันละ
เอ๊ ทำไมมันไม่ได้ซักกะที

ปรากฏว่าเป็นเพราะดิสก์ไม่พอ ลืมดู :P

แต่ก็เอะใจ เอ๊ะ ก่อนหน้านี้ (นานมาแล้ว)
ก็เคย build ได้นี่หว่า เผื่อเนื้อที่ไว้ 3 GB เนี่ย
ทำไมคราวนี้มันไม่พอ

ดูไปดูมา อ๋อ -_-" เราไป --with-lang=ALL นี่หว่า
มันก็สร้าง installation set ของทุกภาษาเลย
ภาษาละประมาณ 60 MB ได้ ก็หลายสิบภาษาอยู่ มันเลยไม่พอ

แต่ ภาษาไทย (THAI, 66) มันไม่ออกอ่ะ
ไม่เคยดูเหมือนกันว่าทำไม ไว้เดี๋ยวจะดู

แต่ build ทีนึงประมาณ 12 ชั่วโมงนี่ไม่สนุกเลยนะ

2004-05-18

ปกิณกะภาพยนตร์

เวบพี่มหา ย้ายจาก moviemisc.com มาที่ใหม่แล้ว เกี่ยวกะเกร็ดความรู้จากหนัง + สื่อบันเทิงอื่นๆ พี่เค้าชวนไปเขียนหลายรอบละ เราก็บอกเค้าว่าเดี๋ยวๆ มาหลายที ดูท่าทางจะไม่ได้เขียนหรอก ยิ่งตอนนี้แทบไม่ได้ดูหนังเลย เรื่องล่าสุดคือ Butterfly Effect (หนังโดนใจ เพลงตอนจบก็โดนใจ Stop crying your heart out / Oasis)

MediaWiki

วันนี้ลองลง MediaWiki (wiki engine ที่ วิกิพีเดีย ใช้) ลงง่ายมากๆ ทำผ่านเวบเบราเซอร์ได้เลย มันจะ detect ค่าต่างๆ ของเซิร์ฟเวอร์ให้เองด้วย พร้อมปรับชุดฟีเจอร์ ให้ตรงกับรุ่นของซอฟต์แวร์ที่ใช้ในเซิร์ฟเวอร์ (Apache, PHP, MySQL) อือ สะดวกดี

above my head

Bangkok Sun Edinburgh Sky Most of my shots in past six months is all about the capital's sky. I'm about to, I think, love this city.

2004-05-17

spell checking api

Enchant spell checking api "wrapper" Spellchecker for Mozilla use MySpell engine OpenOffice.org Spellchecker use MySpell engine NetSpell for .NET platform, MySpell-based

TweakHound's Super XP Tweaking Guide

Boosted up your Windows XP.

ไปดู กอไผ่ มา

เก่งอ่ะ
เล่นสารพัดอย่างเลย

แล้วก็มีหุ่นกระบอกจากเชียงใหม่
(อาจารย์ + นศ. มช.)
มาโชว์นิดๆ หน่อยๆ ด้วย

ส่วน โหมโรง ได้ดูแค่ตอนท้าย
เพราะว่าช่วงก่อนหน้านั้น มึนๆ
ไม่อยากอยู่ในห้อง
เลยออกไปนั่งผับที่ติดกะ hall :P

ตอน กอไผ่ เล่นจบครบทุกเพลง
คนปรบมือนานมากมาก

2004-05-16

จะเช้าแล้ว

เพิ่งกลับจากงานวันเกิดเจ, เจ้าของร้านอาหารที่ทำอยู่ ประมาณตีสามครึ่ง ฟ้าเริ่มสว่างแล้ว ช่วงนี้ที่นี่สว่างเร็ว มืดช้า สามทุ่มยังสว่างอยู่เลย สี่ทุ่มนี่สลัวๆ แม้แต่ในโลกใบเดียวกัน ก็ไม่เหมือนกัน

2004-05-15

The Untouchables

วันนี้ ถ้า อาร์เซนอล ไม่แพ้ เลสเตอร์ จะทำให้อาร์เซนอลเป็นทีมที่ไม่แพ้ใครเลยตลอดฤดูกาล ทีมล่าสุดที่ทำได้แบบนี้ ในลีกระดับสูงสุดของอังกฤษ คือ เปรสตัน ในปี 1889 หรือเมื่อ 115 ปี มาแล้ว .. โอ้ว จอร์ช นี่มันไม่น่าเชื่อเล้ย!

Greek Homosexuality

History of Homosexuality Ancient Greek Homosexuality and Education well, sexuality doesn't means "sex activity".

Sorry, me, no angel

I hate the world today
You're so good to me
I know but I can't change
Tried to tell you
But you look at me like maybe
I'm an angel underneath
Innocent and sweet
Yesterday I cried
Must have been relieved to see
The softer side
I can understand how you'd be so confused
I don't envy you
I'm a little bit of everything
All rolled into one

I'm a bitch, I'm a lover
I'm a child, I'm a mother
I'm a sinner, I'm a saint
I do not feel ashamed
I'm your hell, I'm your dream
I'm nothing in between
You know you wouldn't want it any other way

So take me as I am
This may mean
You'll have to be a stronger man
Rest assured that
When I start to make you nervous
And I'm going to extremes
Tomorrow I will change
And today won't mean a thing

Just when you think, you got me figured out
The season's already changing
I think it's cool, you do what you do
And don't try to save me

I'm a bitch, I'm a tease
I'm a goddess on my knees
When you hurt, when you suffer
I'm your angel undercover
I've been numb, I'm revived
Can't say I'm not alive
You know I wouldn't want it any other way

-- Bitch / Meredith Brooks

I am what I am.
And I think, therefore I am.

2004-05-14

ศาสนา อำนาจ วิทยาศาสตร์

คุยกันยาว ใน blog ของมาร์ค เริ่มจาก Passion of Christ ไปถึง Foundation ลากย้อนมาเรื่อง วิทยาศาสตร์ กดที่หัวข้อ เพื่ออ่าน ---- ฐานทางสังคมของวิทยาศาสตร์ โดย นิธิ เอียวศรีวงศ์ หน้า 6 มติชน 19 มี.ค. 2547

เริ่มจะสบาย / ท่าจะแย่

พักนี้รู้สึกเหมือนตัวเองไม่ได้อยู่เมืองนอก

เหมือนอยู่บ้าน

คืออะไรๆ มันก็คุ้นไปหมดแล้ว
จริงๆ จะว่าไป การมาอยู่นี่
ถ้านอกจากเรื่องเรียน ที่ร้างราไปนานแล้ว
กับเรื่องว่า จะซื้อของแบบนี้ ต้องไปหาที่ไหน
ก็แทบจะไม่มีอะไรให้ปรับตัวเลย

เรื่องต้องมาอยู่หอ
..ตอนเรียนมหาลัยก็อยู่มาแล้ว 4 ปี
หรือเรื่องเดินทางไกลๆ คนเดียว
ก็เคยทำมาแล้ว ทั้งในประเทศ กะต่างประเทศ

เรื่องภาษา
..ก็โชคดีว่า เรียนหลักสูตรนานาชาติมา
+ ตอนทำงาน ก็ยังได้มีโอกาสใช้อยู่เรื่อยๆ
ถึงแม้ว่าจะไม่ได้คล่องอะไรมาก
+ สไตล์การเขียน ยังไม่ค่อยดีนัก
แต่ก็เรียกได้ว่า ไม่ได้มีปัญหาอะไรใหญ่โต

ส่วนเรื่อง "สำเนียงสก็อตฟังยาก"
..ตัวเราเองก็ไม่ค่อยได้เจอสำเนียงแบบนั้นเท่าไหร่
เพื่อนๆ ก็ไม่ค่อยมีสก็อตหรอก
(หลักๆ นี่ เยอรมัน กะ กรีก ขนมาทั้งประเทศ)
แล้วที่นี่มันก็นักท่องเที่ยวเยอะด้วย
คนขายของตามร้าน ก็มีแต่แขก กะตุรกี พวกนี้
..ไอ้เจ้า "สำเนียงฟังยาก" ก็เลยไม่รู้จะไปหาฟังจากไหนบ่อยๆ
(นานๆ จะได้ยินที แต่มันก็พอฟังได้นะ)

เรื่องเพื่อน
..ก็ดีตรงที่ว่า เรามันคบกะใครก็ได้ (คิดว่า)
ไม่ค่อยเรื่องมากนัก หยวนๆ (ส่วนใหญ่น่ะนะ)
หรือให้เลวร้ายจริงๆ จะให้อยู่คนเดียว มันก็พอไปได้
..ตอนทำงานก็มีอยู่ช่วงนึง ที่ไม่ได้คุยกับใครเลย
เอาว่า จะให้มีก็ได้ ไม่มีก็ไม่เดือดร้อน
(ว่าแล้วก็บ่นหน่อย ศุกร์ที่แล้วเพื่อนชวนไปปาร์ตี้
ไปกันเยอะด้วย แต่เราต้องทำงาน เฮ้อ)

หรือเรื่องอาหารการกิน
อาหารจีน อินเดีย สารพัดชาติที่นี่ มีหมด
ทำกะเราอยู่บ้านเรา แล้วเรากินอาหารไทยแท้ๆ ทุกวันแหน่ะ
หรืออาหารของที่นี่เอง แบบที่เค้ากินกันบ่อยๆ
พวก เคบับ พิซซ่า หรือ ฟิชแอนด์ชิป
ก็คิดว่าคนไทยส่วนใหญ่ ก็เคยกินกันมาหมดแล้ว
ส่วนตัวก็ชอบกินปลาอยู่แล้วด้วย
เพราะงั้นจะให้กินแต่แบบนี้เรื่อยๆ มันก็ไม่ได้ถึงกะแย่
(ตะกี้ก็เพิ่งไปฟาดมา ขี้เกียจทำกับข้าว วันนี้
ฟิชแอนด์ชิป + บราวน์ซอส + น้ำส้มสายชู)
หรือถ้าจะกินอาหารไทยจริงๆ
ก็ทำงานอยู่ร้านไทยอีก มันก็มีให้กินน่ะ
ก็จบเรื่องอาหารการกินไป

เรื่องเรียน
..ตัวโปรแกรมเอง มันก็เป็นเรื่องที่เราสนใจอยู่แล้ว
แถมวิชาต่างๆ ก็เลือกได้ตามใจอีก
ถ้าไม่นับไอ้เรื่องการบ้านมหาโหด ที่เยอะจัดๆ
ส่งทันบ้าง ไม่ทันบ้าง (และอาจารย์เมลมาทวงบ้าง - ทีนึง)
ก็พอเอาตัวรอดมาได้
แต่ก็คิดว่าคะแนน (ประกาศ 20 นี้)
คงจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่หรอก

สรุปว่า
มันไม่มีอะไรน่าตื่นตาตื่นใจเลยนะเนี่ย
..เหมือนอยู่บ้านเลย -_-"

(ถึงแม้มันจะไม่เหมือนซะทีเดียวก็เหอะ
เอาประมาณว่า มาอยู่ต่างจังหวัดก็ได้ อ่ะ)

--> "เริ่มจะสบาย"

พอความรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน
ไอ้นิสัยเดิมๆ ก็เริ่มออก

คือว่างเมื่อไหร่ ก็ชอบออกนอกบ้านไปเดินเล่น
..แล้วตอนนี้มันก็ดัน "ว่าง" ซะด้วยสิ
(คือไม่มีเรียน/สอบ แล้ว ทำแต่โปรเจกต์)

เหมือนเดิม
เราก็ไปเดินเล่นร้านหนังสือแทบทุกวัน

--> "ท่าจะแย่"

ท่าจะแย่ยังไง
ก็งานการไม่ค่อยเดินอ่ะดิ
มัวแต่ไปอ่านนอกเรื่อง
จริงๆ มันก็เกี่ยวกะโปรเจกต์บ้างล่ะนะ ที่อ่าน
แต่ไอ้ที่อาจารย์ให้มาน่ะ ยังอ่านไม่หมดเลย
ยังจะกระแดะไปอ่านอันอื่น

ท่าจะแย่อีกเรื่องก็คือ
หนังสือที่นี่มันแพงอ่ะดิ
แล้วดันซื้อเยอะอีก
(จริงๆ ก็ไม่กี่เล่มหรอก
แต่เล่มละเกือบ 20 ปอนด์ งี้ ..ก็เยอะอ่ะ -_-")

ท่าจะแย่จริงๆ นะ

...

สงสัยต้องขังตัวเองไม่ไปไหน
นั่งอ่านหนังสืออยู่ในห้องซักพัก

แล้วเสร็จเมื่อไหร่
ก็หนีไปไกลๆ เลย

ไปหาอะไร "ตื่นตาตื่นใจ" ซะมั่ง

2004-05-13

Thai Music Discovery Day

You're cordially invite to an inauguration event of:

Thai Music Discovery Day

IT's FREE!!! and also featuring our very own & unique culture!!!

Date: Sunday May 16, 2004
Time: 11:00 - 18:00
Venue: St. Cecilia's Hall, Niddry Street, Cowgate, Edinburgh

The weekend events include educational workshops for young people, with demonstration of South-East Asian music by the Thai music ensemble Korphai and fusion musicby the band Zizu based in Edinburgh.

The event will be ended by the showing of the newly-launched Thai film The Overture (โหมโรง), which is based on the true story about a master in Thai classical music whoses his music as a mean of resistance against the cultural reformation initiated by the Thai authorities.

After this Korphai will visit the SOAS, University of London and Music Festival 2004 in Edinburgh for their performances and workshops as well.

Free admission,

Spread the news ;)

----
Korphai @ Vienna (Thai Percussion Days 2004)
The Overture

"ชูวิทย์มาแล้วจ้า..."

เป็นเล่นไป
คนกรุงเทพยิ่งชอบลองของแปลกอยู่ด้วย
(ประกาศขออภัยคนกรุงเทพทุกท่าน:
เลือกตั้งคราวที่แล้ว ผมเลือก สมัคร ครับ)

จาก เนชั่นสุดฯ:
"ผมจะไปทำความสะอาดคน"
จาก 'ขอบอ่าง' ถึง 'เสาชิงช้า'

อ่านๆ ดูบางอันก็ อ๊ะ พูดเข้าที

หนุกแหงๆ เลือกตั้งปีนี้ :P

นึกถึงปีก่อนๆ นู้น ที่มีผู้สมัคร ชื่ออะไรจำไม่ได้แล้ว
จำได้แต่ว่า
"รถมันติดเพราะไฟแดง คุณก็เปิดไฟเขียวตลอดสิ รถจะได้ไม่ติด"
อือ เนอะ ทำไมแค่นี้กูคิดไม่ได้ฟะ -_-"


ชูวับ ชูวับ ชูวับ-ชูวิทย์

----

รวมสัมภาษณ์/วิเคราะห์ จาก เนชั่นสุดฯ

FreeCache

/. reported: "Freecache from the Internet Archive aims to bring easy to use distributed web caching to everyone. If you've a file that you think will be popular, but far too popular for your isp's bandwidth limits, you can just serve it as http://freecache.org/http://your.site/yourfile instead of the traditional http://your.site/yourfile ..." Cool, eh?

NewsMonster

เพิ่งโหลดมาตะกี้ เดี๋ยวลองแล้วจะมาบอก เป็น webblog manager, news aggregator ประมาณนั้น รันบน Mozilla platform ---- อัพเดท: ดูเหมือนจะมีปัญหากับ Firefox แฮะ อดใช้ :P

"ใส่เครื่องปรุงในซอง รับประทานได้ทันที"

แล้วอยู่ไหนล่ะ ซองเครื่องปรุงน่ะ

วันนี้ขี้เกียจทำกับข้าว
เคยไปคุ้ยๆ เอาของที่ที่บ้านส่งมาให้มากิน
เป็น โคคา ก๋วยจั๊บน้ำใสกึ่งสำเร็จรูป
ดูซองแล้ว หน้าตาน่ากินมาก

เราก็หั่นผัก แฮม ใส่ชาม ใส่น้ำ เกลือ พริกไทย
เอาเข้าไมโครเวฟ ตอกไข่ลงไปด้วย
กดตู้เสร็จ ก็มาฉีกซองรอ

เฮ้ย ไม่มีซองเครื่องปรุง!

ชิบเป๋ง มีแต่แผ่นก๋วยจั๊บ ไม่มีเครื่องปรุง
จะทำไงดีเนี่ย -_-"

สรุปเลยต้องปรุงเอง
เอาซีอิ๊วมาใส่ เติมพริกเติมไรเอง
... ไม่เห็นเหมือนก๋วยจั๊บเลยอ่ะ T-T

ใครเคยกินมั่ง ยี่ห้อนี้
ปกติมันมีซองเครื่องปรุงรึเปล่า?
หรือว่าเครื่องปรุงมันอยู่ในแผ่นแป้งนั่นแล้ว
(แล้วจะซึมออกมาตอนเราต้ม)?
หรือว่ามันไม่มีอยู่แล้ว เพราะมันเป็น ก๋วยจั๊บ'น้ำใส' ?

โอ้ย ไม่เข้าใจอ่ะ <(-_-")>

2004-05-12

JavaScript

ทีมเขียน JavaScript ของ Google นี่ท่าจะเก่งเนอะ ดูจาก 3 web ในเครือ Google, Gmail, Blogger ใช้ JavaScript ได้มันมาก ใช้แบบ เออ ได้ประโยชน์จริงๆ ไม่ได้เป็นแค่ลูกเล่นสวยๆ เจ๋งดี Netscape DevEdge: JavaScript Central

อ้วก

อ้วกที่ห้อง ยังเหม็นๆ เปรี้ยวๆ อยู่เลย ชีวิตฉัน -_-" เมื่อคืนกินเบียร์ไป .. จริงๆ ก็ไม่เยอะนะ แต่ไม่ได้กินเยอะขนาดนี้มานานแล้วมั้ง 1 330ml Asahi 2 500ml Budvar 2 pint (568ml) Hoegaarden .. เอ ก็เยอะแฮะ -_-" ตอนกินเสร็จ ออกจากร้าน ก็ยังดีๆ อยู่ กลับมาที่ห้องก็ยังโอเค แต่กลางดึก นอนๆ อยู่ อึดอัดมาก พอลุกขึ้นมา ก็อ้วกเลย แหวะ กุ้งเกิ้งที่กินเข้าไป ออกมาหมด เสียดาย T-T นานๆ จะได้กินที (Tendon ร้าน Banzai คนในร้านน่ารัก ;) ) ตกลงว่าผ่านแล้ว ได้ทำ disser สมใจ (ขอบคุณ พี่จอย ด้วย) เมื่อคืนก็เลยไปฉลองกันนิดหน่อย ก็ไปผับใกล้ๆ หอนี่แหละ (หอพวกเค้านะ ไม่ใช่หอผม) ไทย 4 ญี่ปุ่น 1 (ตามมาทีหลัง) ไทย 4 นี่มี ผม พี่โอ๋ (เรียน MSc informatics เหมือนกัน) พี่จี๋ พี่นุ่น (PhD linguistics ทั้งคู่) ญี่ปุ่น 1 นั่น ก็ linguistics ทำโปรเจกต์เกี่ยวกะการเีรียนภาษาของคนไทยด้วย แฟนพี่นุ่นเค้า เป็นการกินเบียร์ที่สนุกไปอีกแบบ คือไม่รู้ขุดเรื่องอะไรมาคุยได้ขนาดนี้ มือถือแก้วเบียร์ ปากคุยเรื่อง chomsky, universal grammar, discourse, cohesion, halliday, evolutionary linguistic, .. บ้าบอคอแตก คุยกันจนทุกคนเห็นว่า ถ้าได้กลับไปเป็นอาจารย์จริง (คือจริงๆ ก็ต้องไปเป็นจริงๆ แหละ ไม่ต้อง 'ถ้า' หมายถึง 3 ใน 4 ที่ไม่ใช่ผมน่ะ ก็พี่ๆ เค้าเป็นอาจารย์กันอยู่แล้ว นี่คือมาทุนกันทั้งนั้น มีเราน่ะเอ๋ออยู่คนเดียว) ควรจะมีการส่งเสริมให้เปิดผับทำนองนี้ (คือเป็นผับเอาไว้นั่งคุยเรื่อยๆ ไม่มีอย่างอื่น) ใกล้ๆ มหาลัย เพื่อส่งเสริม "บรรยากาศทางวิชาการ" หึหึ โอ้ย เหม็นอ้วก

2004-05-11

master project step zero / ได้มาละ

เมื่อคืนนั่งหา โถ มันก็อยู่ในเครื่องที่ตณะแค่นั้นเอง ใครๆ ก็เข้าไปโหลดได้ ไม่ยอมหาดีๆ มัวแต่เมลไปถามคนนั้นคนนี้ (แล้วก็ไม่มีใครตอบ หึหึ) ตกลงว่าได้มาแล้ว RST Discourse Treebank วันนี้คงต้องนั่งดู ว่าข้างในมีอะไรให้ใช้ได้บ้าง จะได้ไปคุยกะอาจารย์ได้ซักที มัวแต่ทำอะไรที่ไม่เกี่ยวกะเรียนมาหลายวันแล้ว -_-" เย็นนี้ 5 โมง ประกาศผลสอบ .. เดี๋ยวก็จะได้รู้ please

Open Access News

news from the open access movement "Putting peer-reviewed scientific and scholarly literature on the internet. Making it available free of charge and free of most copyright and licensing restrictions. Removing the barriers to serious research."

CFLAGS for Pentium M

Some sez Pentium M is architecturally more close to Pentium 3, with few additional features from Pentium 4, and big L2 cache. Thus, in general, gcc optimization should treat it as Pentium 3. In other words, *NOT* Pentium 4. But some also reported that they got a good experience with -march=pentium4. Meanwhile, Intel website suggests -mcpu=pentium4 for Pentium M. But that's probably only for its own C++ compiler (ICPC) ? And seems like the new gcc (may be after 3.3.3 or 3.4) will support "pentium-m". Gentoo CFLAGS Central gcc's Intel 386 and AMD x86-64 Options แล้วจะเชื่อใครดีล่ะเฮีย? after few researches, may be i will go with this: CFLAGS="-pipe -O2 -march=pentium3 -mmmx -msse -msse2 -mfpmath=sse -maccumulate-outgoing-args -funroll-loops -fforce-addr -ftracer -fmove-all-movables -falign-functions=64 --param max-gcse-passes=4"

Last life in the universe

เรื่องรัก น้อยนิด มหาศาล My fav film. Also one of not many books that I brought oversea with me.

Language tech products that support Thai

From MITRE site: FLRC Technology Survey Report: All products that support: Thai Accidently found while searching for corpus of languages used in Instant Messenger. Still not found, though. about Translated Instant Messenger (TrIM)

2004-05-10

Building OOo with MS VC++ Toolkit 2003 : Issues

Compiled from OOo mailing lists (dev-help@ja, dev@l10n) Additional Resources:
  1. openoffice.s16.xrea.com (VC++ Toolkit 2003 with OOo) [Japanese]
  2. dev-help@ja
  3. IZ #27980 (Visual Studio 2003)
MS Visual C++ Toolkit 2003 do has: C++ command-line compiler and linker (the same as in VS 2003), Standard C++ libraries (including STL) does't has: assembler (workaround: masm32), MFC and ATL libraries joerg.barfurth at sun com reported: IIRC there are some modules (of 'external' origin) that build using a Visual Studio project file. For those projects the VC++ toolkit would be insufficient. tuomo at openoffice org reported:
  • comsupp.lib required for dtranse
  • "old iostram libraries" (as MS refers to) required throughout the source.
olivier at ig com br reported: configure (winenv.set) needs adjustments to pick mspdb71.dll, as OOo 1.1.1 looks to mspdb?0.dll more discussions will follow, in dev@tools

cosmetic lifted up

Powered by Blogger.com

2004-05-09

#28970

นั่งแปลเพิ่มอีกตะกี้นี้ แก้ไปอีกพอสมควร แต่ก็ยังไม่หมดอยู่ดี แต่ขอส่งก่อนรอบนึงละกัน ใส่ไปแล้วที่ #28970 ได้มากได้น้อยไม่เป็นไร ขอทัน time frame ก่อน

goodishes

Scottish pop
Irish pub
and English football.

แปลไทย

เมื่อคืนนั่งแปล UI ของ OOo ถึงเช้า OOo 1.1.2 มี string เพิ่มขึ้นมาจากเดิม ที่ปลาดาวออฟฟิศแปลไว้เยอะเหมือนกัน + แก้พวกคำผิดที่ปลาดาวออฟฟิศแปลไว้ด้วย แต่ก็ยังเหลือที่่ไม่ได้แปลเยอะพอสมควร หลักๆ เมื่อคืนคือตรวจดูพวก consistency มากกว่า คือให้มันแปลไปในทางเดียวกัน (เช่นก่อนหน้านี้ progress bar มีแปลสองอย่าง "แถบแสดงความคืบหน้า" กับ "แถบความคืบหน้า") เมลไปถาม Pavel แล้ว ว่าจะให้เอาที่แปลใหม่ไปใส่ที่ไหน ทุกอย่างเมื่อคืนทำบน notepad (Windows) -_-" ช้าเต่ามากๆ ยังไม่ได้ลง Linux ซักทีเลยเครื่องที่ใช้อยู่ ต้องหาทางเคลียร์ที่ แล้วแบ่งพาร์ทิชั่นแล้ว ฮาร์ดดิสก์ 40 GB ที่คิดว่าพอใช้ตอนซื้อเครื่อง ตอนนี้ทำท่าจะไม่พอซะแล้ว -_-" ทิปเมื่อคืนดี

2004-05-08

OpenOffice.org Thai translation

With a translation resource contributed by Pladao Office project, now available freely in a coming OO.o 1.1.2 (branch srx645). Currently kept here. We may able to start an indepedently, pooled, translation project for OpenOffice.org. Which may utilized by any party. OfficeTLE, Pladao Office, OpenOffice.org Thai localized build, for concrete examples. "Different offerings and features. One Thai language." One benefit from this, at least, is to minimize the training cost, also learning curve to switch between those OOo-based suites. In Thai IT book market right now, Pladao Office is unarguably the most popular suite. If OfficeTLE, and also any other OOo-based suites, use the UI texts based on what Pladao Office has contributed, obviously, they will got the benefit. Actually, everybody wins. The key is, Pladao Office project contributors (mainly from Sun and Algorithms), should also change their translations' destination to here, the newly established pool. Method (Technical) One productive way to do that, is by web collaboration. A proposed method is, 1) Convert OOo GSI to the universal po files (recognized by GNU gettext). Using Translate. 2.1) For offline translation, we may use gtranslator, or KBabel. 2.2) For online translation (preferred), we may use the project proposed by kitty. (The original initiative may be that one pioneered by korakot, the thai-po central project. Anyway, the project was 'abandoned' for some times.) (Actually, we may go with OO.o's GSI format. Using tools like GSI Translator (offline) or OOo webtranslation (online). But those tools are, in my opinion, not solid yet. So I preferred to go with the "standard" format like po. The reason is very obvious, we can leverage many existing good po tools.) The rest will follow the model of GNOME Thai Translation project. Update: Preferrably, the translations should conform with a glossary from OpenTLE. more details to come.

ทิปน้อย

ที่ร้านมีมาไม่กี่โต๊ะเองเมื่อวาน แถมทิปน้อยอีก เฮ้อ~

ตอบ mk เรื่อง Intel เลิกใช้ core ของ P4

ตอบ mk ไม่่แปลกหรอก trend มันออกแนวนี้มานานแล้ว สำหรับพวกเครื่องความเร็วสูงๆ cpu เร็วๆ อย่างเดียว ไม่ได้แปลว่าจะทำให้เครื่องเร็ว ถ้าทุกอย่างมันไปตายที่ i/o และนั่นก็คือจุดต่าง ระหว่างสถาปัตยกรรมของเครื่องเซิร์ฟเวอร์ กับพีซี ซีพียูอย่าง UltraSPARC IIi (รวมทั้งของหลายๆ เจ้า) มี cache 2 MB ตั้งแต่ไม่รู้กี่ปีที่แล้ว เพื่อแก้ปัญหาเรื่อง i/o (ส่วนถ้าเป็นในพีซี Intel เพิ่งจะใส่ 2 MB cache ลง Pentium-M ตัวใหม่ ที่กำลังจะออกเร็วๆ นี้ แต่ว่าก็มีมาซักพักแล้วใน Xeon สำหรับเซิร์ฟเวอร์) นอกจากนี้ระบบ bus ก็ต่างกัน อย่างถ้าเอาใหม่หน่อย ที่ทุกๆ คนรู้จักกันดีตอนนี้ AMD ใส่ HyperTransport ลงใน Opteron ทำให้ถึงแม้ core ของตัวเองจะช้ากว่า Xeon แต่ถ้าต่อกัน 4-way เมื่อไหร่ Opteron ก็ชนะทันที เพราะ Xeon คำนวณได้เร็วจริง แต่ส่งไอ้ข้อมูลที่คำนวณเสร็จออกไปไม่ทัน (หรือ fetch ข้อมูลใหม่ที่จะใช้ในการคำนวณเข้ามาไม่ทัน) เค้าถึงเรียกกันว่า throughput computing ไง MHz is for Meaningless Hz. core ของ P4 คงมาถึงจุดตันของมันแล้ว เหมือนกับที่ Sun ยกเลิก cpu ในสาย UltraSPARC V แล้วไปกลับหยิบเอาสาย UltraSPARC III กับ IV มาทำต่อ โดยเน้นเรื่อง multi-core เพื่อให้ cpu ทำงานมากที่สุด มีเวลาหยุดรอน้อยที่สุด ไม่ใช่ว่า P4 หรือ UltraSPARC V มันไม่ดี แต่ว่า trend ตอนนี้ โดยเฉพาะเรื่อง web services มันกลายเป็นว่าเราไม่ต้องการ cpu 1 ตัว ที่เร็ว แรง มีประสิทธิภาพมหาศาล แต่เราต้องการ cpu ตัวเล็กๆ ที่สามารถเอาไปต่อร่วมกับตัวอื่นๆ ได้ดี เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพตามที่เราต้องการ -- อยากได้มาก ก็ต่อเข้าไปเยอะๆ -- ซึ่งตรงนี้ นอกจาก i/o จะสำคัญแล้ว ขนาด ความประหยัดพลังงาน และความร้อนที่ปล่อยออกมา ก็สำคัญต่อการออกแบบตัวเครื่อง ถ้าเราไปดูพวก blade server (ซึ่งเป็นเครื่องเซิร์ฟเวอร์ กลุ่มที่ขายดีมากตอนนี้) จะเห็นว่าแต่ละ blade ก็จะมี แรม ฮาร์ดดิสก์ หน่วยจ่ายไฟของตัวเอง คือแต่ละ blade ก็เป็นคอมพิวเตอร์เล็กๆ เครื่องนึงล่ะ 1) เพื่อลด i/o ที่ต้องวิ่งไปมา เอาทุกอย่างที่ต้องใช้มารวมไว้ใกล้ๆ กัน 2) ดูแลรักษาง่ายขึ้น blade ไหนเสีย ถอดออก ใส่ blade ใหม่แทน up time เยอะขึ้น blade server แต่ละ 'ตู้' มี blade อยู่รวมๆ กันเป็นสิบๆ ร้อยๆ blade ถ้าขืนยังใช้ core อย่าง P4 ซึ่ง ร้อน เหลือเกิน รับรองว่าเครื่องกลายเป็นเตาอบแน่ แล้วคิดถึงพวก data center ที่มีเครื่องเซิร์ฟเวอร์เป็นสิบๆ ตัว -- นรก ชัดๆ -- แถมไปกินไฟจากระบบปรับอากาศของห้องอีก นอกจากการออกแบบระบบระบายความร้อนในเครื่องจะลำบากแล้ว (เนื่องจาก blade มันอยู่ชิดกันมาก และหนาแน่น) ก็ยังมีปัญหาจากพัดลมระบายอากาศอีก ซึ่งโดยส่วนใหญ่ ปัญหาที่เกิดกับฮาร์ดแวร์ของเซิร์ฟเวอร์ มักจะมาจากระบบกลไก เช่น พัดลม ฮาร์ดดิสก์ ถ้าตัด factor พวกนี้ไปได้ up time ก็จะสูงขึ้นอีก blade server หลายๆ รุ่น จึงออกแบบมาให้ แต่ละ blade ไม่จำเป็นต้องมีพัดลมระบายอากาศ -- ทำให้จำเป็นต้องหา cpu ที่ปล่อยความร้อนออกมาน้อยๆ -- Pentium-M นั่นแหละ ก็เลยกลายเป็นทางเลือกของ Intel ไป โม้ยาวแฮะ วันนี้ -_-"

2004-05-07

Back to work

Will go back working again, at the restaurant, today. Get some quids to pay the bills. Exam result will be known this coming Tuesday, and we will see. "Proceed to MSc level dissertation" (be happy) or "Proceed to Diploma level dissertation" (beheaded)

2004-05-06

Stallman

เพิ่งได้เมลตะกี้ Richard Stallman จะมาพูดที่มหาลัย The Free Software Movement and the GNU/Linux Operating System 3pm, Thursday 27 May 2004 George Square Lecture Theatre Richard Stallman will speak about the goals and philosophy of the Free Software Movement, and the status and history the GNU operating system, which in combination with the kernel Linux is now used by tens of millions of users world-wide. ถ้าไม่ลืม จะเข้าไปฟัง

คนป่า

เมื่อวานเค้ามาถ่ายหนังกันข้างหน้าหอ คือจริงๆ ถ่ายที่ตึกข้างๆ หอ แต่วางพวกอุปกรณ์ รถ trailer (เทรเลอร์? เรียกว่าอะไรหว่า รถลาก?) ไว้ที่ถนนหน้าหอ จากที่อ่านในประกาศของหอ (หอเค้าเอาประกาศมาติดไว้ได้สองอาทิตย์แล้ว ว่าวันที่ 5 อย่าเอารถมาจอดนะ ไม่งั้นอาจะจะโดนยก -- มีโดนยกไปจริงๆ) ก็จะเป็นหนังเกี่ยวกับ นักวิทยาศาสตร์ชาวสก็อต ในสมัย ... อืม ศตวรรษที่ 18 ? ที่เดินทางไปแอฟริกา แล้วไปพบชนเผ่าปิ๊กมี่ (ถ้าจำไม่ผิดนะ) แล้วก็จับตัวชาวปิ๊กมี่มาที่เอดินเบอระนี่ เพราะเชื่อว่า นี่แหละ คือ "ห่วงโซ่ที่ขาดหาย" ระหว่าง คน กับ ลิง จำได้แค่เนี้ย สถานที่ที่เค้าไปถ่ายเมื่อวาน ที่ว่าอยู่ข้างๆ หอ ก็คือตึก New College ของมหาลัย ซึ่งนอกจากจะเป็นที่อยู่ของ School of Divinity (เรียนเกี่ยวกับพระเจ้า.. ซักอย่าง) แล้ว ยังเป็นที่อยู่ชั่วคราวของ สภา ของ รัฐสภาสก็อตแลนด์ ด้วย (Scottish Parliament Debating Chamber) ที่นี่ (UK) เค้ามีระดับการปกครองที่ปวดหัวพิลึก ไม่เคยเข้าใจซักกะที ที่รู้ก็คือ สก็อตแลนด์ มี รัฐบาล ของตัวเอง (เรียกว่า Scottish Executive) ออกฏหมายเองได้ ระบบภาษีก็เป็นของตัวเอง (ที่ยกเว้นน่าจะเป็น เรื่องกลาโหม กับการต่างประเทศ -- อย่าเชื่อมากนะ) ถ้าเป็น เวลส์ กับ ไอร์แลนด์เหนือ ก็จะมีการปกครองของตัวเองเหมือนกัน แต่ว่าไม่อิสระเท่าของสก็อตแลนด์ แล้วเมื่อปี 2002 เค้าก็ระงับการปกครองตัวของไอร์แลนด์เหนือไปแล้วด้วย (เนื่องจากปัญหาการเมืองภายใน -- กลุ่มแบ่งแยกดินแดน IRA ที่ดังๆ น่ะ) เอ่อะ ... ยิ่งพิมพ์ยิ่งงง ไม่เอาแล้ว The Scottish Parliament | Scottish Executive The Northern Ireland Assembly (Suspended) | The Northern Ireland Executive (Suspended) | Northern Ireland Office The National Assembly for Wales The United Kingdom Parliament มีคนบอกว่า คนสก็อต มีความรู้สึกว่าตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของยุโรป มากกว่าที่คนอังกฤษรู้สึก ไม่รู้ว่าจริงรึเปล่า ส่วนถ้าเป็นเรื่องของวัฒนธรรม รากวัฒนธรรมของสก็อต กับ ไอริช จะมาจากรากเดียวกัน คือ เคลติก (Celtic) (คนสก็อตรุ่นแรก อพยพมาจากไอร์แลนด์) คือประมาณว่า สองชาตินี้ รู้สึกผูกพันกันมากกว่า ถ้าเทียบกับอังกฤษ สามประเทศ .. แต่สองชาติ เวลาแข่งรักบี้ 6 ชาติ (6 Nations Rugby) จะไม่มีแบ่ง ไอร์แลนด์ กับ ไอร์แลนด์เหนือ แต่นักกีฬาจากทั้งสองประเทศนั้น จะรวมเป็นทีมเดียวกัน เคยดูตอนก่อนแข่ง ที่นักกีฬากับแฟนๆ ในสนาม ร้องเพลงชาติ เราเป็นคนไทยเรายังรู้สึกเลย ว่า "สองประเทศ" นี้ เค้าคือ "ชาติเดียวกัน" จริงๆ มันเหมือนเค้ามีอะไรอัดอั้นอยู่ลึกๆ แล้วก็มาระบายลงกับไอ้ตอนรักบี้นี่แหละ แบบว่า พวกกูน่ะคือพี่น้องกันนะ ไม่มีหรอก ไอ้ไอร์แลนด์เหนืออะไรเนี่ย ทุกๆ คนคือไอริช พิมพ์ไปน้ำตาจะไหลเอา - -" ไปดีกว่า country (the land you live) != nation (the people you belong)

แรงดึงดูด

ได้หนังสือ Beyond Grammar มา ในราคาปอนด์เดียว (ประมาณ 70 บาท) ปกติมันขายอยู่ประมาณ 15 ปอนด์ (ประมาณพันบาท) นี่เค้าคงจะโละแล้ว ไม่มีใครซื้อ จริงๆ มีก๊อปปี้อยู่แล้วเล่มนี้ ถ่ายเอกสารมาจากห้องสมุดอักษรจุฬา ... จะบอกว่าค่าถ่ายเอกสาร + เข้าเล่ม นี่ก็เกินร้อยบาทแล้ว วันนี้เจอเล่มจริง 70 บาท -_-" เอาก็เอาวะ มีแล้ว แต่ขอเก็บเล่มจริงละกัน ก็เลยสอยมาซะ ไม่ได้ตั้งใจจะไปซื้อหนังสือเลยวันนี้ แต่นึกยังไงไม่รู้ ออกไปเดินๆ .. คือไม่ได้ออกไปเดินนานแล้วน่ะเส้นนั้น ถนนชอปปิ้งของเมือง ก็เดินไปถ่ายรูปไป แล้วก็เดินเข้าร้านหนังสือไปซะเฉยๆ (โดยอัตโนมัติ) ปกติก็ไม่เคยเดินลงไปข้างล่างด้วย วันนี้ครั้งแรก และไอ้หนังสือเล่มว่า มันก็ไม่ได้วางเด่นเลยนะ อยู่ในกองๆ ลดราคา ทำไมเราถึงก้มลงไปมองแล้วเจอพอดีนะ คงจะมี อะไรซักอย่างในโลกนี้ คงจะมี พลังอะไรอยู่ในนั้น... ---- วีร์ ถามถึงหนังสือที่ว่า ที่ ltn

2004-05-05

3 more entries

พี่อ็อท พี่กำธร พี่...

แหม แค่รายงานบล็อกใหม่ๆ ก็มีอะไรเขียนแล้วเนอะ :)

2004-05-04

UI translation tools

OpenOffice.org translation (web interface) source code | live demo OpenOffice.org translation (Java app) GSI Translator Convert OpenOffice.org <-> .po <-> Mozilla language files Translate

ก็ ดี

โอเค ส่งงานทุกอย่างเรียบร้อย เริ่มคุย master project กับอาจารย์แล้ว มีงานมาให้อ่าน ถือว่าเริ่มได้ไม่เลว ... แต่ก็ยังมึนๆ อยู่ ว่าแต่งานที่ส่งไปเค้าจะตรวจมั๊ยเนี่ย ตามบุญตามกรรมละกัน เฮ้อ ก็มันทำไม่ทันนี่นา ไปหาข้าวกินดีกว่า

2004-05-03

blog blog blog

เพิ่มบล็อกใหม่ สาม บล็อก mrchoke neverlock vee แหม คึกคัก ... มีจุดประสงค์อะไรแอบแฝงป่าวเนี่ย... หึหึ (อ่านจากโพสต์แรกของ mrchoke กะ neverlock)

กระทู้ ไม่มีเจ้าของ

กระทู้ ต้องไม่มีเจ้าของ จะมีใครมาโม้ ลงชื่อว่า ฉันเป็น "เจ้าของกระทู้" ไม่ได้ ถ้าอยากอ้างอิง ก็ลงได้แค่ "คนตั้งกระทู้" แค่นั้น กระทู้ ต้องเป็นของทุกคน ทุกคนผ่านเข้ามา อ่าน ทุกคนผ่านเข้ามา ตอบ และไม่ได้ตอบแค่ คนตั้งกระทู้ ตอบคนอื่นๆ ที่เข้ามาอ่านด้วย คนตอบกระทู้ จึงไม่จำเป็นต้องเอาใจ คนตั้งกระทู้ และ คนตั้งกระทู้ ก็ไม่มีสิทธิไปบังคับใคร ว่าต้องตอบแบบนั้น แบบนี้ หรือ "ถ้าจะตอบแบบนี้ ไม่ต้องตอบ" เมื่อตั้งออกมาแล้ว กระทู้ ก็เป็นของสาธารณะ ถ้าอยากจะเป็น "เจ้าของกระทู้" กันนัก ก็เชิญตั้งเอง ตอบเอง

2004-05-02

คลาย เครียด

> หุ่นซ้อมมือ < (ได้คุณค่าทางอารมณ์ พอๆ กับ ข้าวซ้อมมือ) เชิญตบตีกันตามอัธยาศัย

Opensource Solaris ?

ข่าวจาก InfoWorld : Sun considers GPL license for Solaris อ่านความเห็นชาวบ้านชาวเมืองที่ OSNews | Slashdot

IRn'tC

ชาวบ้านชาวช่องเค้า irc กันได้ ไอ้เรามันติด firewall เชอะ... :P Thai Linux Working Group ห้อง #tlwg ที่ irc.freenode.net วันนี้อากาศโอเค ไม่เหมือนเมื่อวาน หมอกลงหนามาก มองออกไปเห็นแต่ขาวๆ ไม่เห็นตึกอะไรเลย ออกไปทำงานข้างนอกดีกว่า อยู่ในห้องไม่ไหวแล้ว

2004-05-01

"ชาเขียว" ครองโลก!

บ้าไปกันใหญ่แล้ว ข่าวจาก WIRED: Green Tea Good for Hard Drives ใช้ ชาเขียว ทำความสะอาดฮาร์ดดิสก์ -_-" ปวกหัว อะไรๆ ก็ ชาเชียว ขนาด เพลงชาเขียว ยังมีเลย กร๊าก ---- สงสัยพืชชนิดแรก ที่ นาซ่า จะเอาไปปลูกที่ดาวอังคาร จะเป็น ชาเขียว นะครับ แหม ได้ประโยชน์หลายสถานขนาดนี้ ไม่ปลูกไม่ได้แล้ว <(-_-")> ปวกหัว

May Day

there's demonstration today on The Mound, just in front of my flat. ---- From WordNet (r) 2.0 : May Day (n) :
  • observed in the United States to celebrate the coming of spring;
  • observed in Russia in honor of labor
[syn: First of May, May 1] ---- different point of views.