ย้ายบล็อกไปที่ bact.cc แล้วนะครับ

พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
หยุด ร่างพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
พื้นที่เก็บข้อมูลออนไลน์ ฟรี 2GB จาก Dropbox (sync กับ Windows, Linux, Mac, iPhone, Android ฯลฯ ได้)
Showing posts with label films. Show all posts
Showing posts with label films. Show all posts

2010-10-06

อย่าลืมฉัน / Don't Forget Me (short documentary on "Mra bri") #6OCT

สารคดีสั้น ว่าด้วย ผีตองเหลือง ผู้ขาดอารยะ ล้าหลัง

Remember, Remember, the Sixth of October

technorati tags: , ,

2009-10-20

ขอกะเค้าด้วย #bts

จะถ่ายกับพี่เคนก็ใช่ที่ ไม่รู้จะเอาไง เราก็ยืนเก้ ๆ กัง ๆ

ผมไม่ใช่วิศวกรนะครับ

ในขณะนั้น คริส หอวัง ก็แอบมองเราอยู่ … เฮ้อ~

รถไฟฟ้ามาหานะเธอ สนุกดี ฉากเป็นการ์ตูนญี่ปุ่น และ GTH มีความสามารถในการ craft เอาสปอนเซอร์ทั้งหลายเข้าไปอยู่ในบทภาพยนตร์จริง ๆ — นี่อาจจะเป็นแนวทางใหม่ของการทำภาพยนตร์ ก๊อปปี้ได้ไม่ว่า เพราะเอ็งก็ก๊อปโฆษณาไปด้วย สปอนเซอร์ดีใจ

อ้อ ระบบรถไฟฟ้า BTS ยังไม่มีสิ่งอำนวยสะดวกที่เพียงพอสำหรับผู้พิการ

จาก ห้องต่อพงษ์ เว็บไซต์มูลนิธิพัฒนาคนพิการไทย:

รถไฟฟ้า BTS เริ่มต้นการก่อสร้างในปี พ.ศ. 2535 ในขณะนั้นกลุ่มคนพิการทราบว่าทั้ง 24 สถานีไม่มีลิฟต์หรือหนทางที่จะทำให้คนพิการเข้าใช้ได้เลย กลุ่มคนพิการได้เรียกร้องแต่ถูกเพิกเฉย ได้ชุมนุมประท้วงในปี พ.ศ. 2535 ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในสมัยนั้นได้รับปากที่จะดำเนินการติดตั้งลิฟต์ ให้แล้วก็เพิกเฉยอีกจนต้องมีการชุมนุมใหญ่ทั้งในปี พ.ศ. 2538 และ ปี พ.ศ. 2542 จนรัฐบาลยอมติดตั้งลิฟต์ 5 สถานี จาก 24 สถานี โดยระบุว่าจะดำเนินการเพิ่มเติมภายหลัง นับเป็นเวลาสิบกว่าปีที่กลุ่มคนพิการได้ประสานกับกรุงเทพมหานครและบริษัทฯ มาโดยตลอด ทั้งสองหน่วยรับปากแต่ไม่มีการดำเนินงานที่เป็นรูปธรรมอย่างชัดเจน ทำให้ต้องพึ่งบารมีศาลปกครองโดยการยื่นฟ้องดังกล่าว เพื่อนำไปสู่การใช้ชีวิตในสังคมที่คนพิการสามารถพึ่งพาตนเองได้ทั้งด้านเศรษฐกิจและอิสระภาพในการเดินทาง

วันที่ 22 กันยายน 2552 ศาลปกครองยกฟ้อง — ผู้ว่าฯไม่ผิด และ บีทีเอสไม่ต้องสร้างลิฟต์

ติดตามข่าวสารกลุ่มคนพิการ ในประเด็น universal access / freedom of movement ได้ที่:
www.NoAccessNoFreedom.com

technorati tags: , , , ,

2009-09-02

หนีตามกาลิเลโอ / ผู้มาก่อนกาล / ที่เมืองไทยไม่ต้องการ

หาก คนยังคงยืนเด่นโดยท้าทาย ในสังคม คนดีเมืองไทยไม่ต้องการ ไม่ไหว ทางหนึ่งคือ หนีตามกาลิเลโอ ไปเป็น ยิปซี ร่อนเร่ เฮ็ดในสิ่งที่เซื่อ พิสูจน์ความเชื่อของตัว ... แต่ทุกอย่างไหม ที่ทำแบบนั้นได้ มีอะไรบ้างไหม ที่จำเป็นต้องสู้ที่นี่ สู้จากข้างใน

--

ข่าวเมืองไทยต้อนรับแสดงความยินดีกับ เภสัชกร กฤษณา ไกรสินธุ์ ทำให้ผมนึกถึงกลอนบทนี้:

พ่อสร้างชาติด้วยสมองและสองแขน
พ่อสร้างแคว้นธรรมศาสตร์ประกาศศรี
พ่อของข้านามระบือชื่อปรีดี
แต่คนดีเมืองไทยไม่ต้องการ

คุณจะทำดีทำเด่น ทำอะไรก้าวหน้าก็เถอะ ถ้ามันเข้ากับระบบเก่า ระบบที่มีอยู่เดิมไม่ได้ คุณก็จะไม่ได้รับการยอมรับ - โชคยังดี ที่ในโลกสมัยนี้ โอกาสในการออกนอกประเทศหนึ่งไปทำงานที่อื่น มันเปิดกว่าเดิม โดยเฉพาะถ้าเป็นงานที่ไม่ได้ติดกับพื้นที่ ทำให้คนที่ทำงานจริงจัง สามารถได้รับการยอมรับในที่อื่น แม้บ้านเกิดที่เขาอยากทำงานให้ จะไม่เหลียวแล (แต่ขอเฮด้วยตอนดังแล้ว)

--

ใน Another week of trying to comprehend fuzzy politics บทความโดย Tulsathit Taptim ในหนังสือพิมพ์ The Nation, September 2, 2009 (via @BangkokPundit) พูดไว้ได้น่าสนใจ ว่า ความผิด ของ จักรภพ เพ็ญแข และ ดารณี ชาญเชิงศิลปกุล นั้นก็คือการที่พวกเขาใช้ชีวิตพ้นคนอื่น ๆ ไปล่วงหน้าไกลเกินไป guilty of living too far ahead in time

ผมนึกถึง จิตร ภูมิศักดิ์ ปัญญาชนนักปฏิวัติ ผู้ท้าทายความคิดจารีตทั้งในการศึกษาวรรณคดี ประวัติศาสตร์ นิรุกติศาสตร์ ศาสนา ปรัชญา และทฤษฎีการเมือง แต่ด้วยความเป็น ผู้มาก่อนกาล ของเขา สุดท้ายถูกรัฐเผด็จการรุกไล่ ต้องเข้าป่า และถูกยิงเสียชีวิตในวัยเพียง 36 ปี

ทุกวันนี้ งานของจิตรถือได้ว่าเป็นงานชุดสำคัญชุดหนึ่งที่บุกเบิกแผ้วทางให้กับวงวิชาการมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ไทย

ผมนึกถึง กาลิเลโอ กาลิเลอี นักคิดคนสำคัญในการปฏิวัติวิทยาศาสตร์ ที่เชื่อว่าโลกนั้นไม่ได้หยุดนิ่งอยู่กับที่ และดวงอาทิตย์ไม่ได้หมุนรอบโลก อย่างที่ศาสนจักรบอกให้เชื่อตามตัวอักษรของไบเบิ้ล สุดท้ายเขาถูกขับออกจากศาสนา และถูกกักบริเวณในบ้านจนกระทั่งเสียชีวิต

ทุกวันนี้ เราทุกคนทราบกันดีว่า ที่กาลิเลโอว่าไว้นั้น ไม่ผิด

--

ความผิดของคนเหล่านี้ ดูจะมีเพียงอย่างเดียวคือ พวกเขามากันเร็วเกินไป

พวกเขาอาจจะพูดสิ่งที่ถูก แต่เมื่อในเวลาที่เขาพูด คนในสังคมยังไม่อยากฟัง ถูกก็กลายเป็นผิดได้

หนีตามกาลิเลโอ อาจจะเป็นหนังที่ร่วมสมัยกว่าที่เราเห็นผาด ๆ



หนังสือไกด์บุ๊กเขาบอกไว้ เราไม่ควรทำให้ใครรู้ว่าเรากำลังหลงทาง ...

ฉันเกิดอยู่แดนอีสาน ถิ่นกันดารที่เขาดูหมิ่นดูแคลน จากไกลไปหากินต่างแดน ก็อาลัยแสนเมื่อจำต้องพรากบ้านมา ร่อนเร่พเนจรไป เหมือนนกไพรไร้พงพนา ...

เหี้ย ผมร้องไห้

We have come a very long way, but obviously the likes of Jakrapob and Da Torpedo remain unsatisfied. Yet if they are guilty of living too far ahead in time, what can be said about the 18-year sentence when murderers, rapists or big-time fraudsters are given less?

เรามากันไกลมากแล้ว แต่ก็เห็นกันอยู่ว่า คนอย่าง จักรภพ และ ดา ตอร์ปิโด นั้นยังไม่เป็นที่พอใจ. แต่ถ้าพวกเขามีความผิดเพราะใช้ชีวิตพ้นคนอื่น ๆ ไปล่วงหน้าเกินไป, แล้วจะพูดอะไรดีกับโทษ 18 ปี เมื่อฆาตกร นักโทษข่มขืน หรือพวกฉ้อโกงต้มตุ๋นรายใหญ่ กลับได้รับโทษน้อยกว่า?

technorati tags: , , , , , , , , ,

2008-10-27

"Nothing To Say" "ไม่มีอะไรจะพูด" silent films screening - 31 Oct at Pridi Institute

ไม่มีอะไรจะพูด โครงการพิเศษเกิดขึ้นโดยกลุ่มศิลปินแขนงต่าง ๆ มากกว่าห้าสิบคน อาทิ ผู้กำกับหนัง (ทั้งในระบบและอิสระ), นักวาดภาพประกอบ, ศิลปินภาพถ่าย, นักเรียนหนัง, ครูหนัง, นักวิชาการ, นักเขียน, นักวิจารณ์หนัง, บล็อกเกอร์, นักแสดง, นักดนตรี, ผู้กำกับละครเวที, ศิลปินทัศนศิลป์และสื่อผสม จัดฉายวิดีโอเงียบบนกำแพงตึก เกี่ยวข้องกับสังคม และการเมือง เพื่อสะท้อนภาพความคิดของศิลปินในฐานะประชาชนชาวไทย ที่มีต่อสภาพบ้านเมืองของประเทศไทยในปัจจุบัน โดยได้รับความร่วมมือจาก สถาบันปรีดี พนมยงค์ และมูลนิธิหนังไทย

โดยในครั้งที่ 1 นี้ จะแสดงบนกำแพงภายในตึกสถาบันปรีดี พนมยงค์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ เทศกาลศิลปะนานาพันธุ์: ศิลปกับสังคม ครบรอบ 35 ปี 14 ตุลาคม 2516 (เทศกาลนี้มีวันที่ 18 ต.ค. – 2 พ.ย. 2551) โดยโครงการ ไม่มีอะไรจะพูดนี้ จะจัดแสดงครั้งแรก ในวันที่ 31 ต.ค. 2551 ตั้งแต่เวลา 1 ทุ่มเป็นต้นไป พร้อม ๆ กับการแสดงคอนเสิร์ตของวง สไตลิชนอนเซ้นส์, แบร์การ์เด้น, และ อัศจรรย์จักรวาล

รายชื่อศิลปินทั้ง 53 คน/กลุ่ม มีดังนี้: ทรงยศ สุขมากอนันต์, ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล, โลเล, เกี้ยมอี๋, นัดดา ธนทาน, กรกฤช เจียรพินิจนันท์, ธีระวัฒน์ มุลวิไล, โสรยา นาคะสุวรรณ, อโนชา สุวิชากรพงศ์, จักรกฤษณ์ อนันตกุล, ภาณุ อารี, ไกรวุฒิ จุลพงศธร, จุฬญาณนนท์ ศิริผล, ญาณิน พงศ์สุวรรณ, วิรัส ยั่งยืน, นพพันธ์ บุญใหญ่, สถิตย์ ศัตรศาสตร์, ปฐมพล เทศประทีป, เจตน์ เศรษฐฐิติ, โอฬาร เนตรรังษี, พัลลภ ฮอหรินทร์, วิชาติ สมแก้ว, ปราโมทย์ แสงศร, ศาสตร์ ตันเจริญ, นฆ ปักษนาวิน, ชนาธิป จูน, พิชชานันท์ เลาหะพรสวรรค์, D I E, นนทวัฒน์ นำเบญจพล, Sunday Syndrome, สุชาดา สิริธนาวุฒิ, สมพจน์ ชิตเกษรพงศ์, สิทธิเดช โรหิตะสุข, ชลิดา เอื้อบำรุงจิต, สัณห์ชัย โชติรสเศรณี, ดรสะรณ โกวิทวณิชชา, ก.ก.ป.อ., ไพสิฐ พันธุ์พฤกษชาติ, รักช้างน้อย, สุรชาญ มั่นคงวงศ์ศิริ, ธมน ศรีขาว, เด็ด จงมั่นคง, วศิน มิตรสุพรรณ, อนุชา บุญยวรรธนะ, ภาวิไล บางอ้อ, ชูเกียรติ วงศ์สุวรรณ, ผดุงพงศ์ ประสาททอง, พลัฎฐ์ สังขกร, ปนัฐา ดิษสุวรรณกุล, พัชร เอี่ยมตระกูล, ภิญญุดา ตันเจริญ, สายฟ้า ตันธนา, และ ธัญสก พันสิทธิวรกุล

รายละเอียดเพิ่มเติม ที่เว็บไซต์ไทยอินดี้ http://thaiindie.com/

[ผ่าน ไบโอสโคป]

technorati tags: , , ,

2008-09-29

ReadCamp started (some how), call for SELF-organization ;)

คอนเซปต์ของ ReadCamp หรือ “กางมุ้งอ่าน” ก็ยังตามที่ทวีตคุย ๆ กัน และที่โพสต์ถามลงใน Culture Lab คือจะเป็นงานลักษณะ unconference ทำนอง BarCamp ที่ชวนผู้ร่วมงานมาเสนอเรื่องการ “อ่าน” แล้วก็แลกเปลี่ยนกัน

อ่าน หนังสือ. อ่าน หนัง. อ่าน เพลง. อ่าน โปสเตอร์. อ่าน โฆษณา. อ่าน เสื้อยืด. อ่าน พฤติกรรม. อ่าน trend. อ่าน วัฒนธรรม. อ่าน ปุ่มบนไมโครเวฟ user interface. อ่าน ตึก สถาปัตยกรรม. อ่าน การ์ตูน. อ่าน ภาพวาด งานศิลปะ. ... ...

นั่นคือ เป็น "อ่าน" ในความหมายที่กว้างที่สุดนั่นเอง. ทั้งการอ่านตามตัวบท ตีความ วิพากษ์ วิจารณ์ หรือกระทั่งรื้อแล้วเล่าใหม่.

การอ่านในความหมายกว้างนี้ เชิญชวนหรือเอาเข้าจริงก็อาจจะถึงขั้นเรียกร้องให้ผู้อ่านตั้งคำถามกับสิ่งที่พวกเขาอ่าน. ทำไมเขาถึงอ่านได้เช่นนั้น. อะไรทำให้เขามีทัศนคติหรือวิจารณ์งานชิ้นใดอย่างที่เขาทำ. ผู้เขียนต้องการสื่ออะไร อะไรที่ทำให้ผู้เขียนสื่อเช่นนั้น. ไม่ว่าจะตอบได้หรือไม่ก็ตาม แต่การตั้งคำถามนี้จะนำไปสู่ความตระหนักที่ว่า สิ่งต่าง ๆ เป็นอย่างที่มันเป็นอยู่ด้วยเหตุผลบางสิ่งเพื่อตอบคำถามบางอย่าง ไม่มีสิ่งใดที่เป็นอย่างที่มันเป็นอย่างไร้เดียงสา -- อย่างน้อยความหมายที่เราให้กับมันก็ไม่เคยไร้เดียงสา.

ด้วยการแสดงให้เห็น-ด้วยการลงมืออ่านด้วยกัน เราจะเห็นความเป็นไปได้ที่แตกต่าง/ขัดแย้งมากมายในการอ่าน และประสบการณ์จะค่อย ๆ ทำให้เราตระหนักว่าไม่มีการอ่านแบบใดหรือความหมายแบบไหนที่ถูกต้องที่สุด-ดีที่สุด. อำนาจในการอ่านเป็นของผู้อ่านแต่ละคน ไม่ใช่ของผู้ผูกขาดการอ่านรายไหน หรือกระทั่งผู้เขียน. ถ้าไม่ชอบใจเรื่องที่เขาเล่ามา เราก็รื้อมันซะ แล้วเล่าใหม่. ทำได้ และจริง ๆ เราก็ทำมันอยู่ทุกวันโดยไม่รู้ตัว (ทีวีเล่าข่าวจากนสพ.ให้เราฟัง เราไปเล่าต่อให้เพื่อนฟัง .. ในทุกขั้นจริง ๆ แล้วมันก็มีการเขียนใหม่ - เลือกที่จะเล่าอะไร และไม่เล่าอะไร เพิ่มอะไรเข้าไป หรือเปลี่ยนลำดับเรื่องและวิธีการเล่า).

สิ่งต่าง ๆ ไม่ไร้เดียงสา. ผู้เขียน/สร้างก็ไม่ไร้เดียงสา และผู้อ่าน/ใช้ก็ไม่ไร้เดียงสา. ในทุก ๆ การอ่านมีการต่อรองอำนาจกันอยู่. เพื่อก้าวไปสู่โลกแห่งความคิดสร้างสรรค์ที่เปิดกว้าง ผู้อ่าน-ซึ่งอันที่จริงก็เป็นผู้เขียนในคนเดียวกัน-จำต้องหลุดไปจากอำนาจการอ่านของผู้อื่น และเปิดพรมแดนการอ่านและให้ความหมายของตัวเอง. เพราะ เสรีภาพในการอ่าน คือเสรีภาพขั้นต้นในการสร้างสรรค์.

งาน ReadCamp นี้ที่เราวางแผนกันนี้ ก็หวังว่าจะเป็นเวทีให้คนมาแลก "การอ่าน" ของตัวกัน เพื่อสร้างบรรยากาศและขยายพรมแดนความคิดสร้างสรรค์.

งานนี้จะใช้ชื่อหลักว่า “ReadCamp” (รีดแคมป์) ล้อกับ BarCamp, โดยมีชื่อรองภาษาไทยว่า "ทุกอย่างอ่านได้". โดยวางแผนไว้ว่าจะจัดในช่วงปลายพฤศจิกายนนี้. เว็บไซต์อยู่ที่ http://culturelab.in.th/readcamp/

ใครสนใจ มาร่วมจัดกันครับ - ติดต่อพูดคุยกันได้ที่เมลกลุ่ม youfest (at) googlegroups.com (ต้องสมัครสมาชิกก่อนจึงจะส่งได้ ถ้าส่งแล้วมีปัญหาได้ไม่ได้อย่างไร ติดต่ออีเมล arthit (at) gmail (dot) com ได้ครับ)

[ โพสต์ครั้งแรก 2008.09.29 ใน ReadCamp ]

technorati tags: , , ,

2008-04-25

standing-o-nation

มันไม่ใช่เรื่อง จะ xxx หรือไม่ xxx

มันคือเรื่อง ถ้ามีคน xxx หรือไม่ xxx ท่าทีของคุณต่อเขาจะเป็นยังไง ?

คุณจะปกป้องสิทธิของคนที่ คิดเห็นไม่เหมือนคุณหรือกระทั่งขัดแย้งกับคุณ รึเปล่า ?


หนังเรื่อง “แสงศตวรรษ” (และหนังอื่น ๆ จาก Kick The Machine) ที่ฉายในโรง ก่อนฉาย มีหนังสั้น ๆ เรื่องหนึ่งนำ ...

เปิดฉากสั้น ๆ ด้วยสาว ๆ กำลังจิบน้ำชาคุยกันที่ศาลาริมน้ำ เพื่อนคนหนึ่งชวนให้ฟังซีดีเพลงสรรเสริญ ที่เพลงไปเจิมปลุกเสกมา พร้อมอวดว่าจะเอาไปเปิดที่โรงหนัง ความศักดิ์สิทธิ์จะกระจายแผ่ออกไปทั่วโรงหนัง นั่นประไร ดังไปถึงอีกฝั่งคลองโน่น

และที่เหลือของหนัง ก็บรรเลงเพลงสรรเสริญที่ว่า เป็นฉากในโรงยิม มุมมองของภาพหวุนวนไปรอบ ๆ โรงยิม เผยให้เห็นกิจกรรมทุกอย่างที่เกิดขึ้นพร้อม ๆ กันในโรงยิม คนตีแบตกัน ที่กลางคอร์ทสาว ๆ ที่ศาลาริมน้ำตะกี้นี้ มานั่งร้อยมาลัยกัน รอบ ๆ คอร์ทมีไฟสปอตไลท์ตั้งส่องเข้ามา คนสองสามคนที่ยืนข้าง ๆ เหมือนเป็นกองถ่ายหนัง อีกด้านของโรงยิม คนกลุ่มใหญ่กำลังเต้นแอโรบิก ภาพมุมวน เพลงบรรเลงแซ่ซ้อง สรรเสริญกิจวัตรประจำวันของคนธรรมดา ๆ

หนังสั้นเรื่องดังกล่าว ชื่อ “The Anthem” [เพลงสรรเสริญ] (2549, 35มม., 5 นาที) และเพลงสรรเสริญที่ว่า ไม่ได้หมายถึงเพลงสรรเสริญฯ ที่เราคุ้นชิน มันออกจะติดจังหวะเทคโนแอโรบิกไปเสียหน่อยด้วยซ้ำ

The Anthem เป็นหนังสั้น เป็นเพลงที่เชิดชูหนังและคนดูหนัง ... หลังจากยืนเชิดชูบุคคลพิเศษกันไปแล้ว ก็นั่งสบาย ๆ เชิดชูบุคคลธรรมดากันต่อ — โดยที่ไม่ต้องยืนก็ได้

“ That exhilaration comes through in The Anthem as well. Daily life as it’s being lived is captured, with all the errant sounds and light flutters that this implies. Rather than being a devotional to royalty, Weerasethakul’s anthem praises instead the people who are likely to sit in a movie theater, waiting anxiously for the lights to go down. And they do—a group of dancers enter the frame, just to the right of the court, and begin practicing a synchronized number. They take exactly three steps in unison before we cut to black, and the credits roll. ”

Quiet Bubble



ร่วมให้กำลังใจ “นายโชติศักดิ์ อ่อนสูงและเพื่อน”
กรณีถูกตั้งข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพเนื่องจากไม่ยืนแสดงความเคารพ “เพลงสรรเสริญพระบารมี”


pittaya เอ่ย

technorati tags: , , ,

2008-04-08

Syndrome and a Century Thailand's Edition statement-screening - 10 Apr

Syndrome and a Century Thailand's Edition statement-screening
Thursday, April 10, 2008 20:00
@ Paragon Cineplex, Siam Paragon
with film freedom exhibition and talks

ขอเชิญเล่นเกมส์ตอบคำถาม ชิงบัตรชมภาพยนตร์เรื่อง
แสงศตวรรษ ฉบับ Thailand’s Edition รอบปฐมทัศน์
วันพฤหัสบดีที่ 10 เมษายนนี้ เวลา 20.00 น.
ณ โรงภาพยนตร์พารากอนซีนีเพล็กซ์ สยามพารากอน

[หมายเหตุ: Thailand’s Edition (ฉบับ “ไทย ๆ”) จะมีการเซ็นเซอร์อย่างหนักหน่วง 6 ฉาก ซึ่งผู้กำกับยืนยันที่จะไม่นำช่วงที่ถูกเซ็นเซอร์ออกไป แต่จะแทนที่ด้วย “ความมืด” แทน เพื่อให้ทุกคนได้รับรู้ร่วมกันอย่างชัดเจนว่า มี “บางอย่าง” หายไป .. มีคนกำหนดว่า เราควรจะได้ดู หรือไม่ได้ดูอะไร ใน Thailand นี้ — การฉายภาพยนตร์ครั้งนี้ สาระจึงมีมากกว่า “ตัวภาพยนตร์” เอง แต่รวมถึง “การจัดฉาย” ซึ่งเป็น statement อย่างหนึ่ง ด้วย]

โดยหลังหนังจบ จะมีการเปิดโอกาสให้พูดคุยซักถามคุณเจ้ย อภิชาตพงศ์ วีระเศรษฐกุล

ผู้ที่สนใจสามารถเข้าไปดูคำถามและรายละเอียดได้ที่ http://www.thaifilm.com ใครตอบคำถามถูกก่อนมีสิทธิ์ได้บัตรก่อน (รางวัลละ 2 ใบ จำกัดเพียง 20 รางวัลเท่านั้น)


นอกจากนี้ ในวันดังกล่าว ช่วงเวลา 18. 00 น. ยังมีการเสวนาพูดคุยเรื่อง “เสรีภาพของสื่อภาพยนตร์” โดยมีวิทยากรได้แก่ คุณอภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล, อ.กิตติศักดิ์ สุวรรณโภคิน (อ.แดง) และ ตัวแทนจากคณะกรรมการปฏิรูปสื่อ ณ บริเวณหน้าโรงภาพยนตร์พารากอนซีนีเพล็กซ์ (งานนี้ไม่มีบัตร ก็มีสิทธิ์มาร่วมฟังได้ครับ)

ตลอดระยะเวลาที่แสงศตวรรษเข้าฉาย จะมีการตั้งบอร์ดนิทรรศการเรื่อง “การตรวจพิจารณาภาพยนตร์ในประเทศไทย” ท่านที่สนใจสามารถเดินไปอ่านข้อมูลสนุก ๆ ได้ที่ บริเวณหน้าโรงภาพยนตร์พารากอนซีนีเพล็กซ์


หากท่านไม่อยากเสียเวลาเล่นเกมส์เสี่ยงดวงชะตา ท่านก็ยังสามารถติดต่อซื้อบัตรเข้าชมภาพยนตร์ได้ที่ ห้องจำหน่ายตั๋วโรงภาพยนตร์พารากอนซีนีเพล็กซ์ หรือ ทาง Movie line 0-2515-5555 ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายมอบให้มูลนิธิหนังไทยฯ เพื่อการต่อสู้เพื่อเสรีภาพของผู้สร้างและผู้ชมภาพยนตร์ในประเทศไทย ต่อไป

ส่วนคำถามที่ว่า แสงศตวรรษ จะเข้าฉายนานเท่าไรนั้น อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับแรงสนับสนุนจากผู้ชมว่าจะมาอุดหนุนกันมากน้อยขนาดไหนนะ ครับ หากอุดหนุนกันเยอะๆ หนังก็คงฉายไปอีกยาว


คำถามชิงบัตรเข้าชม แสงศตวรรษ Thailand’s Edition มีดังนี้ครับ

1. เหตุใดคุณหมอผู้หญิงถึงต้องจิบเหล้า
  ก. แก้ความประหม่าที่จะต้องไปออกรายการโทรทัศน์
  ข. แก้กลุ้มใจเพราะทะเลาะกับสามี
  ค. แก้ความประหม่าที่จะต้องไปทำการผ่าตัดคนไข้
  ง. แก้เครียดเพราะฉากเดียวที่ตัวเองแสดงในหนังถูกสั่งตัดออก

2. พระศักดาเล่นเครื่องดนตรีชนิดใด
  ก. กลองชุด
  ข. กีต้าร์
  ค. ซอสามสาย
  ง. ระนาดเอก

3. ฉากใดต่อไปนี้ ถูกสั่งให้ตัดออกจากภาพยนตร์แสงศตวรรษ อันเนื่องมาจากความไม่เหมาะสม
  ก. พระวิ่งหนีผี
  ข. พระใบ้หวย
  ค. พระสูบบุหรี่
  ง. พระเล่นเครื่องร่อนบังคับวิทยุ

4. แฟนหมอหน่องต้องย้ายไปทำงานที่ไหน
  ก. แผนกควบคุมภาพยนตร์ กองกำกับการ 2 กองทะเบียน กองบัญชาการหน่วยสอบสวนกลาง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
  ข. กลุ่มเฝ้าระวังทางวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม
  ค. จังหวัดชลบุรี
  ง. ฝ่ายจริยธรรม แพทยสภา

5. ภาพยนตร์เรื่องใดเป็นผลงานกำกับของอภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล
  ก. ก๊อตซิล่า (Godzilla)
  ข. สัตว์ประหลาด (Tropical Malady)
  ค. อีที เพื่อนรัก (ET Extraterritorial)
  ง. ผีชีวะ (Resident Evil)


ไปกันเยอะ ๆ ครับ ถึงสุดท้ายจะไม่มีบัตร ก็ไปกันครับ ไปดูนิทรรศการ ไปร่วมเสวนา

ไปร่วมกันแสดงว่า วัฒนธรรม ไม่ใช่เรื่องของผู้มีอำนาจจะมากำหนดสร้างได้ ว่าอะไรเป็น หรืออะไรไม่เป็น

วัฒนธรรมคือวิถีชีวิต เราสร้างวัฒนธรรมของเราเองได้

[ ที่มา http://www.thaifilm.com/newsDetail.asp?id=352 | ผ่าน filmsick สุดหล่อ (เราก๊อปตะเองมาทั้งดุ้นเลยน้า~ :P) ]

technorati tags: , , , , ,

2008-04-02

Language is What Culture Looks Like

Typographics อนิเมชันโดย Boca (a.k.a. Marcos Ceravolo) และ Ryan Uhrich หลักสูตรออกแบบดิจิทัล Vancouver Film School

ในตอนต้นของหนัง มีคำพูดนี้:

“Typography is What Language Looks Like”
— Ellen Lupton

Ellen Lupton เป็นนักออกแบบกราฟิก นักเขียน ภัณฑารักษ์ และนักการศึกษา เธอเป็นหนึ่งในกลุ่มนักออกแบบ 33 คน ที่ร่วมลงชื่อในคำประกาศ First Things First 2000 manifesto (อ่าน) ซึ่งเป็นการตั้งคำถามถึง คุณค่า ของการออกแบบ นักออกแบบควรจะคำนึงถึงคำถามทางสังคมการเมืองหรือไม่ นักออกแบบควรจะวิพากษ์และประกาศจุดยืนในงานของตัวเองหรือไม่ ตัวอย่างเช่น จะไม่โฆษณาสินค้าหรืออุตสาหกรรมที่เป็นอันตรายต่อสังคม ซึ่งนี่คือคำถามที่นำไปสู่คำถามในเชิงต่อสู้ที่ว่า นักออกแบบและการออกแบบ จะต้านทาน cultural hegemony การครอบงำผูกขาดทางวัฒนธรรม หรือไม่ อย่างไร

Thinking with Type คือหนังสือของเธอ ที่เกี่ยวกับไทโปกราฟี (typography)

ติดตามงานของเธอได้ที่บล็อก Ellen Lupton: Design Writing Research

ไปดูตัวพิมพ์โลดแล่นอย่างมีชีวิต และอย่าลืมว่า ทุกสิ่งทุกอย่าง สร้างและถูกสร้างความหมายใหม่ ได้

Pulp Fiction in Typography:

Tramp Typography:

สนใจเรื่องไทโปกราฟี ลองค้นเน็ตดู มีเยอะแยะ อันนี้เป็นอันนึงที่เจอ I Love Typography

Designers who devote their efforts primarily to advertising, marketing and brand development are supporting, and implicitly endorsing, a mental environment so saturated with commercial messages that it is changing the very way citizen-consumers speak, think, feel, respond and interact. To some extent we are all helping draft a reductive and immeasurably harmful code of public discourse.

นักออกแบบที่ทุ่มเทอย่างถวายหัวเพื่อการโฆษณา การตลาด และการสร้างตราสินค้า กำลังสนับสนุนและรับรองโดยอ้อม ต่อภาวะแวดล้อมทางจิตใจที่เปี่ยมปรี่จนเกินรับไปด้วยถ้อยคำเชิงพาณิชย์ ซึ่งมันกำลังเปลี่ยนแปลงวิถีที่ผู้บริโภค-พลเมือง พูด คิด รู้สึก ตอบสนอง และโต้ตอบ เกือบจะพูดได้ว่า พวกเราทั้งหมดกำลังช่วยร่างรหัสความเชื่อสาธารณะที่ก้าวถอยหลังและเป็นอันตรายอย่างหาที่สุดไม่ได้

— First Things First Manifesto 2000

โฆษณา: ดีไซน์ + คัลเจอร์ โดย ประชา สุวีรานนท์ สนพ.ฟ้าเดียวกัน ออกแล้ว! หนังสือแห่งปีของผม หยิบจับอ่านแล้ว รู้สึกได้เลยว่า ตั้งใจทำมาก ๆ ลองไปหาอ่านไปที่งานหนังสือ บู๊ทฟ้าเดียวกัน (N13) และบู๊ทโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์

ads: Design + Culture by Pracha Suveeranont is out now! Published by Same Sky Books. — My Book of the Year.

Design + Culture

ปรับปรุง 2008.04.04: แก้ไขคำแปล “citizen-consumers” จาก “ลูกค้า-พลเมือง” เป็น “ผู้บริโภค-พลเมือง” และที่พิมพ์ตก เพิ่มรูปปกหนังสือ “ดีไซน์+คัลเจอร์”

technorati tags: , , ,

2007-11-23

my stomach

ท้องเสียมาตั้งแต่วันจันทร์แล้ว ถ่ายบ่อยและถ่ายเป็นน้ำ

ตอนแรกคิดว่าเดี๋ยวมันก็หายเอง เพราะก็เคยเป็นแบบนี้มาก่อนหลายที ทุกทีก็แค่พยายามกินอะไรร้อน ๆ เดี๋ยวมันก็หาย
วันจันทร์กับอังคาร กินก๋วยเตี๋ยวปลาไปตอนเย็น

เช้าวันพุธ ก็ดูท่าจะโอเคแล้ว มันยังปวด ๆ นิดหน่อย แต่ไม่ได้เป็นอะไรมากแล้ว ก็ยังไปสัมมนาที่แลบได้ กลางวันก็กินข้าวคลุกกะปิที่โรงอาหาร ก่อนจะขึ้นรถกลับตอนสี่โมง ก็ถ่ายไปอีกรอบ แต่ก็คิดว่ามันไม่ได้หนักมาก ไม่น่าจะเป็นอะไรแล้ว

ตอนเย็น ๆ รู้สึกหนาวมาก แต่เราคิดว่าเป็นเพราะห้องสมุดศูนย์รังสิต (ตรงใกล้ ๆ ว.จ. ไม่ใช่หอป๋วย) เค้าเปิดแอร์เย็นเกินไปเอง (นศ.บ่นเยอะ หอป๋วยเองก็เหมือนกัน มีกระดาษความเห็นเขียนประมาณว่า “หมีขาวจะออกมาฆ่านศ.แล้ว”) ไม่ได้คิดว่าตัวเราไม่สบายอะไร

แล้วคืนวันนั้น ไม่รู้นึกครึ้มยังไง เดินเข้าไปในร้านสะดวกซื้อแล้วเห็นคนอื่นเค้ากำลังหยิบเบียร์กัน พอกลับหอไปเราก็เลยเอาบ้าง (ไม่ได้เจียมเลย)

ปรากฎว่า เช้าวันพฤหัส อาการยิ่งหนัก ทั้ง ๆ ที่คืนพุธที่ว่ากินเบียร์ ก็กินไปแค่ไม่ถีง 1/5 ของกระป๋อง(เล็ก)

บ่ายพฤหัสก็ไปติว NetBeans น้อง แล้วก็กลับศูนย์รังสิต วันนั้นทั้งวันกินไปแต่ ไส้กรอกพันเบคอน ตอนกลางวัน

กลับมาที่หอ ไปศูนยเมื่อวานเย็นหมดแรงเลย ตามข้อพับนี่ไม่มีแรงจริง ๆ เมื่อยไปหมด
นึกขึ้นได้ว่ามีผงเกลือแร่ติดอยู่ที่หอ ก็เลยชง ๆ กินไป (ผสมโซดานะ ที่ห้องไม่มีน้ำเปล่าเหลือ - -" — ปกติผมกินโซดาเปล่า ๆ น่ะ เดี๋ยวจะหาว่าขี้เหล้า :P — ตอนเทผสมกันนี่ ฟู่ มาก ๆ)

วันนี้ก็ยังปวดอยู่นิดหน่อย ยังไม่หายดี แต่ก็ดีกว่าเมื่อวานเยอะ ตอนแรกตั้งใจจะไปสัมมนาที่เศรษฐศาสตร์ กับไปห้องสมุดบัญชีที่ท่าพระจันทร์ (ไปยืม The Text Mining Handbook .. มีอยู่เล่มเดียวที่ห้องสมุดบัญชี งงป่ะ บัญชีเค้าใช้ด้วยเหรอ อยากอ่าน แต่มัน request ให้ส่งมารังสิตไม่ได้)

วันนี้กินแต่น้ำ ชา แล้วก็ ฝรั่ง ทั้งวัน ไม่กล้ากินข้าว
เย็นนี้ไปงานแต่งงานเพื่อนที่มหาลัย ไม่รู้จะกินอะไรได้มั๊ย
(เป็นงานแต่งซึ่งจำผิดนึกว่าเป็นเสาร์ที่ผ่านมา หยิบสูทออกจากบ้านซะดิบดี โทรไปหาเพื่อน เฮ้ย งานแต่งxxxมันกี่โมงวะ เพื่อนตอบมาว่า แต่ศุกร์หน้า(นี้)ตะหาก อ้าว แล้ววันนี้งานแต่งใครหว่า เราจำได้ว่าเพื่อนเราแต่งวันนี้อ่ะ ปรากฎว่า ตอนเย็นโทรหาเพื่อนที่โรงเรียน ด้วยธุระอื่น ยังไม่ทันจะพูดอะไร มันถามมาก่อนเลย เฮ้ย ทำไมมึงไม่ไปงานแต่งไอ้yyyวะ? ... เอ้า ชิบหาย กูว่าแล้ว มันต้องมีงานแต่งใครซักคน ... เฮ้อ ปลาทองจริง ๆ - -")

เป็นสัปดาห์ที่ไม่มีแรงจริง ๆ

เอ้อ เมื่อวานไปดูหนังมา (เจ๋งมะ ไม่มีแรง แต่จะไปดูหนัง แต่คิดว่าตอนนั้นถ้าต่อรถกลับบ้านอีกทีทันทีเลย อาจจะไปตายในรถได้ นั่งเฉย ๆ อยู่ในโรงหนังก็ดีกว่าเยอะล่ะน่ะ)

“รักแห่งสยาม” เป็นหนังรัก ของ ทุกวัย และ ทุกเพศ จริง ๆ เราดูแล้วน้ำตาไหลไปหลายตอน มันไม่ได้เศร้าหรอกนะ แต่มันโดน เราคิดว่าคนรุ่นเรา โดยเฉพาะคนในเมือง และเคยมีชีวิตช่วงหนึ่งประมาณนั้น ก็คงจะโดนคล้าย ๆ กับเรา — เพลงก็เพราะด้วย

technorati tags: ,

2007-11-19

Science Film Festival 2007

เทศกาลภาพยนตร์วิทยาศาสตร์ 2550
13-23 พ.ย. 2550

@ ท้องฟ้าจำลอง เอกมัย, พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ คลองห้า, พิพิธภัณฑ์เด็ก สวนจตุจักร, TK Park

[ ลิงก์ goethe.de | ผ่าน biolawcom.de ]

technorati tags: , ,

2007-10-13

how to spot Alien

พรุ่งนี้ว่าจะไปดูหนัง Helvetica
หนัง typography ในวาระครบรอบ 50 ปี ตัวพิมพ์ Helvetica

วันนี้ไปเดิน ๆ ดูนิทรรศการมาแล้วรอบนึง แบบผ่าน ๆ ที่เวิลด์เทรดเซ็นทรัลเวิลด์ อยู่ข้างหน้า B2S / Playground เลย ที่เอาหนังมาฉายนี่ เป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลออกแบบกรุงเทพ 2550 ซึ่งมีหลายงานย่อย ๆ เยอะแยะ ไปทั้งเดือนตุลานี้เลย

แบบว่าเพื่อเป็นการเตรียมตัวในการไปดูหนังวันพรุ่งนี้ เลยค้น ๆ เน็ต เจอนี่
How to spot Arial
สนุกดี เขาชี้ข้อแตกต่างระหว่าง Helvetica (1957) กับ Arial (1982) ซึ่งดูเผิน ๆ คล้ายกันมาก

Helvetica 'R' vs Arial 'R'
(Helvetica แดง / Arial ฟ้า)

อย่างที่สังเกตง่าย ๆ เลยน่าจะเป็นตัว R ที่ของ Helvetica จะเกือบดิ่ง ๆ ลงแล้วมีขางอนขึ้น ส่วน Arial จะเป็นเฉียง ๆ ลงมาเป็นแนวเดียว
ตัว t ที่ของ Helvetica ปลายบนสุดจะตัดตรง แต่ Arial จะตัดเฉียง
ตัว G ที่ของ Helvetica จะมีติ่งยื่นลงมาด้านขวา แต่ Arial ไม่มี
... ยังไงลองตามลิงก์ไปดูครับ

[to anpanpon: เสียใจด้วยแก พรุ่งนี้โต๊ดกับรินก็จะไปดู วะฮ่ะ]

technorati tags: ,

2007-08-22

Freedom to Watch, the Right to Make

คือจริง ๆ เค้าควรจะบอกมาเลยนะ ว่าประเทศนี้มันไม่ใช่ประชาธิปไตย แล้วมันจะง่ายขึ้น ประเทศนี้เป็นเผด็จการ คือมึงบอกกูมาเลยดีกว่า แล้วกูจะได้ใช้ชีวิต ไปกับพวกมึงได้

— เป็นเอก รัตนเรือง (ผู้กำกับภาพยนตร์)

วิดีโอรณรงค์เครือข่ายเพื่อเสรีภาพภาพยนตร์ไทย Free Thai Cinema Movement
(ได้ดูครั้งแรกในงาน Thai Short Film and Video Festival ที่แกรนด์อีจีวี สยามดิสคัฟเวอรี งานมีถึง 26 นี้ — โปรแกรมวันศุกร์ 19:00 น่าดูมาก ๆ เป็นหนังสั้นต้านรัฐประหาร :P หลายเรื่อง)

ด้านล่างนี้ จดมาจากวิดีโอ ใครพูดอันไหน ลองดู (ผมรู้จักไม่กี่คน :P)

มาใหม่ 2007.08.27: ความเห็นของ สุนิตย์, mk, girl friday, และคนอื่น ๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้

พ.ร.บ.ชุดนี้ที่เกี่ยวข้องกับภาพยนตร์ นอกจากจะควบคุมแล้ว ยังไม่มีการสนับสนุน

เซ็นเซอร์บ้านเรามีปัญหา เพราะว่า ไม่ทราบว่าเอามาตรฐานที่ไหนมาวัด

การจัดเรตติ้ง มันไม่ควรจะมาควบคู่กับ การแบน การเซ็นเซอร์

คือโลกนี้มันมีสองด้านอยู่แล้ว เราควรจะให้เด็กรู้ทั้งสองด้าน

แล้วสิ่งที่ไม่เหมาะสมในชีวิต ที่เยาวชนต้องเจอ ในเรื่องชีวิตจริง มันมีเยอะ มากมาย กว่าเรื่องสมมติที่เกิดขึ้นในภาพยนตร์อยู่แล้ว

คุณจะไปปกป้องคน ๆ นึงจาก สิ่งที่มันเป็นส่วนหนึ่งของการมีชีวิตเนี่ย ไปได้นานแค่ไหน

เราจะพูดถึงสิ่งที่มันดี ๆ สวยงาม โลกเรามันมีแต่ความสดใส อย่างเดียว มันเป็นไปไม่ได้นะ

งานทุกชิ้นมันควรจะมีที่ทางของมัน

เราควรจะมีอิสรภาพในการคิดว่าเราควรจะคิดอะไร ไม่ใช่ให้ใครคนนึงมาคิดไว้ตั้งแต่ล่วงหน้าแล้วว่า ถ้ามึงดูหยั่งงี้ แล้วต้องมึงคิดอย่างงั้น

เปิดโอกาสให้ทุกคน ได้คิด ได้ลอง ได้ถูก ได้ผิด ด้วยตัวเอง

พลเมืองทุกคน เมื่อเราเรียกร้องจะมีสิทธิเสรีภาพในการพูด การคิด การเขียน เราทุกคนก็พร้อมรับผิดในคำพูดของเรา

เราไม่มีทางรู้ได้เลยว่า มันจะดีหรือไม่ดี ถ้าเราไม่ได้ใช้สมองเราคิดเอง

ต้องให้มันเติบโต คืออยากให้ต้นไม้โต ก็ต้องลงดิน ไม่ใช่เอาไปใส่กระถาง

บ้านเราเนี่ย ปัญหามันอยู่ที่ว่า เราไม่ค่อยแน่ใจ ไม่ค่อยมั่นใจ ว่าเรามีปัญญารึเปล่า

คือในโอกาสที่คุณจำกัดเนี่ย คุณจะรู้ได้ไงว่าสิ่งที่คุณ ไม่ให้เค้าดูเนี่ย มันเป็นเรื่องที่ดีหรือไม่ดี อย่างแท้จริงนะ คุณจะรู้ได้ยังไง

ควรจะเผอิญหน้ากับความจริงดีกว่า

เลิกไปเหอะ พ.ร.บ.เนี้ย

ตรงนี้มันเป็นโอกาสที่ดี เป็นจังหวะที่ดีนะ ก็คือว่า มันยังมีการที่กลับมาคุยกันได้อีก ก่อนมันจะผ่านไป

คือจริง ๆ เค้าควรจะบอกมาเลยนะ ว่าประเทศนี้มันไม่ใช่ประชาธิปไตย แล้วมันจะง่ายขึ้น ประเทศนี้เป็นเผด็จการ คือมึงบอกกูมาเลยดีกว่า แล้วกูจะได้ใช้ชีวิต ไปกับพวกมึงได้

ประชาธิปไตยหนังไทย : สิทธิคนดู เสรีคนทำ
Democracy of Thai Cinema : Freedom to Watch, the Right to Make

(หลายอย่างแล้วนะเนี่ย)
(นี่หลายอย่างแล้วนะเนี่ย)

Free Thai Cinema Movement


บทความจากมูลนิธิหนังไทย โดย ศริยา สมุทรพยนต์
ระบบเซ็นเซอร์ไทยกับศิลปะในสังคมประชาธิปไตย

เสื้อยืด Free Thai Cinema Movement สุดสวย ซื้อได้กับนิตยสารไบโอสโคป

[ ผ่าน ประชาไท Blogazine, พิณ พัฒนา ]

technorati tags: , ,

2007-07-15

The Fifth Horseman Is Fear

คนป่วยแนะหนัง
The Fifth Horseman Is Fear
“ความกลัวคือเครื่องมือ”

นอกจากภาพ หนังยังเต็มไปด้วยเสียงรบกวนตลอดเวลา ทั้งนาฬิกาปลุก โทรศัพท์ กริ่งประตูบ้าน เสียงเด็กทารก ในหนังเรื่องนี้แทบไม่มีใครได้ทำกิจกรรมที่กำลังทำอยู่สำเร็จเสร็จสิ้น เพราะพวกเขาล้วนถูกรบกวนจากเสียงเหล่านี้ เสียงเตือน เสียงร้องหา เสียงที่เป็นเสมือนอำนาจรัฐจับตาทุกการกระทำของทุกตัวละคร

ชื่อหนังขยายความมาจากตอนหนึ่งในพระคัมภีร์ [ไบเบิ้ล] ที่พูดถึง มนุษย์บนหลังม้าสี่คน ที่หมายถึงสี่ประการที่จะทำลายความเป็นมนุษย์ของผู้ชายลง สิ่งนั้นประกอบด้วย ม้าสีขาวคือ โรคระบาด ม้าสีแดงคือ สงคราม ม้าสีดำคือ สตรี และม้าสีเทาคือ ความตาย และหนังเรื่องนี้ยั่วล้อถึงม้าตัวที่ห้า นั่นคือ – ความกลัว - ความกลัวนี้เองที่ทำให้คนตกเป็นเครื่องมือของอำนาจรัฐ เพื่อนกลายเป็นศัตรู คนที่เคยช่วยเหลือกันกระทั่งศพก็ยังไม่เหลียวมอง และเป็นความกลัวนี้เองที่ใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการทำลายมนุษย์

และแม้ว่าในเวลาปัจจุบัน นาซีได้ล่มสลายไปยาวนานแล้ว แต่เผด็จการยังคงเกิดใหม่ทุกวัน หนังคือภาพร่างคร่าวของประชาชนที่ตกอยู่ภายใต้ความกลัวอันเป็นเครื่องมือสำคัญที่รัฐใช้เสมอมา ความกลัวถึงสถานะที่ไม่มั่นคง ความกลัวที่จะไม่ได้เลือกตั้ง ความกลัวที่จะไม่มีรัฐธรรมนูญ ความกลัวคือเครื่องมือเสมอ

ฉากสุดท้ายของหนังพาเราย้อนกลับมาที่ป้ายประกาศนั้นอีกครั้ง ตัวหนังสือบนป้ายเขียนว่า เพื่อความปลอดภัยและความมั่นคงของประชาชนหากเห็นสิ่งไม่ชอบมาพากลให้โทรแจ้ง เบอร์ 44811 เพื่อรัฐ ตัวหนังสือบนป้าย ทำให้ผมใคร่ครวญไปถึงบางป้ายที่ออกมารณรงค์ให้คนไปรับร่างรัฐธรรมนูญในบ้านเรา เป็นเด็กดีของพ่อแม่ เป็นเครื่องมือของเครื่องมือที่อำนาจรัฐใช้กับเรา เครื่องมือที่อาศัยเชื้อเพลิงชื่อ ความกลัว

technorati tags: ,

2007-07-11

Thailand Illustrated

ดูหนังอย่างคนป่วย (ในสังคมป่วย ๆ)

แนะนำเพิ่มเติมได้ครับ ...

[ ผ่าน filmsick, RerngIT ]

technorati tags: ,

2007-06-23

Ploy

“อย่าให้ใครเขาเป็นเจ้าชีวิตเธอ นะคนดี”

พลอย: ความเหงาที่เราต้องเผชิญหน้า...

(คำเตือน: มีเพลงประกอบบทความ หากอยู่ในที่ที่ใช้เสียงไม่ได้ ปิดเสียงคอมก่อนกดลิงก์)

[ ลิงก์ ประชาไท | ผ่าน girl friday ]

technorati tags: ,

2007-05-23

Spread Anti-Censorship

เข้าดูบล็อกใน blogspot.com ไม่ได้สามวันแล้ว รวมทั้ง bact.blogspot.com แห่งนี้ด้วย
(แต่เขียนได้ เพราะเข้า blogger.com ได้)

ช่วงนี้ ใครซักคนใน FACT ขยันจัด อัพข่าวเซ็นเซอร์ (ทีวี วิทยุ หนังสือ อินเทอร์เน็ต) กันพรึ่บพรั่บ)
กดเข้าไปดูกันได้ที่ facthai.wordpress.com

From "Censor" to "Rating"

ฝากประชาสัมพันธ์ สัมมนา “จาก 'เซ็นเซอร์' สู่ 'เรตติ้ง' - ทางออกที่เป็นไปได้”
วันที่ 29-30 พ.ค. นี้ 9:30-17:00 น. ที่ Bangkok Code (มจธ.)
ข้างโรงพยาบาลเซ็นหลุยส์ (บีทีเอส สุรศักดิ์)
จัดโดย เครือข่ายรณรงค์เพื่อเสรีภาพของภาพยนตร์ และ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
(ข้อมูลเพิ่มเติม)

technorati tags:

2007-05-07

I Heart Huckabees

เมื่อวานดู I Heart Huckabees [IMDb]

ชอบ

เราน่าจะเห็นโปสเตอร์เรื่องนี้มานานมากแล้ว ที่สถานีรถไฟใต้ดินลอนดอนที่หนึ่ง และที่อื่น ๆ - หรือมันอาจจะเป็นของอีกเรื่องก็ได้ มีหนังอีกเรื่องหนึ่งที่มีโปสเตอร์ประมาณนี้ ช่อง ๆ คล้าย ๆ กัน

หนังพูดถึง ความหมายของชีวิต ความเชื่อมโยงของทุกสรรพสิ่ง ประเด็นยิ่งใหญ่ไกลตัวชะมัด แต่สนุกดี - ขำ ๆ เพี้ยน ๆ หากดูจบแล้วก็ยังติดหนึบอยู่กับหัว

พวกเรานั้นล้วนไม่แตกต่างกัน และเกี่ยวข้องกันอยู่

ขอขอบคุณบรรดาสปอนเซอร์ทุกท่านที่ไรท์แผ่นมาให้ดู :)

technorati tags:

2007-04-22

Free Thai Cinema Movement Seminar

ขอเชิญร่วมการแถลงข่าวและเสวนา
“จากกรณี แสงศตวรรษ ถึง เครือข่ายรณรงค์เพื่อเสรีภาพของภาพยนตร์”

จันทร์ — 23 เมษายน พ.ศ. 2550

ที่ โรงภาพยนตร์ HOUSE อาร์ซีเอ พระราม 9
(RCA - ตึกเดียวกับโรงภาพยนตร์ยูเอ็มจี และ ท็อปส์ซูเปอร์มาร์เก็ต)

ลงทะเบียนเวลา 15:00 น.
แถลงข่าวและสัมมนา เวลา 16:00 น.

ผู้ร่วมเสวนา

  • อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล ผู้กำกับ
  • ปรัชญา ปิ่นแก้ว นายกสมาคมผู้กำกับไทย
  • ชลิดา เอื้อบำรุงจิต มูลนิธิหนังไทย
  • พันธุ์ธัมม์ ทองสังข์ โปรดิวเซอร์และผู้กำกับ
  • ไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ อดีตสมาชิกวุฒิสภา
  • ธนะชัย อุชชิน (ป๊อด โมเดิร์นด็อก)
  • ดำเนินรายการโดย พิมพกา โตวิระ

วิธีไปโรงภาพยนตร์ House อาร์ซีเอ พระราม 9
ง่ายที่สุด: รถไฟใต้ดิน ขึ้นสถานีเพชรบุรี จากนั้นต่อมอเตอร์ไซค์รับจ้าง


Free Thai Cinema Movement seminar
Monday 23rd, 16:00 @ HOUSE cinema, RCA, Rama IX

Speakers include Apichatpong Weerasatetakul, Prachya Pinkeaw (director of Ong Bak), Pantham Tongsang (Syndroms’s producer), Chalida Uabumrungjit (Thai Film Foundation) and Kraisak Choonhawan.
Moderated by filmmaker Pimpaka Toweera.

[ผ่าน พี่จิ๋ว, พี่ปุ่น | ลิงก์ Free Thai Cinema Movement]

technorati tags: , ,