ย้ายบล็อกไปที่ bact.cc แล้วนะครับ

พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
หยุด ร่างพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
พื้นที่เก็บข้อมูลออนไลน์ ฟรี 2GB จาก Dropbox (sync กับ Windows, Linux, Mac, iPhone, Android ฯลฯ ได้)
Showing posts with label censorship. Show all posts
Showing posts with label censorship. Show all posts

2009-12-20

We're sick of Ministry of Culture in Thailand

We're sick of Ministry of Culture in Thailand
a Facebook fan page of people who are sick of Thailand's Ministry of Love.

from George Orwell's Nineteen Eighty-Four:

The Ministry of Love (or Miniluv in Newspeak) enforces loyalty and love of Big Brother through fear, a repressive apparatus, and brainwashing.

technorati tags: , ,

2008-04-08

Syndrome and a Century Thailand's Edition statement-screening - 10 Apr

Syndrome and a Century Thailand's Edition statement-screening
Thursday, April 10, 2008 20:00
@ Paragon Cineplex, Siam Paragon
with film freedom exhibition and talks

ขอเชิญเล่นเกมส์ตอบคำถาม ชิงบัตรชมภาพยนตร์เรื่อง
แสงศตวรรษ ฉบับ Thailand’s Edition รอบปฐมทัศน์
วันพฤหัสบดีที่ 10 เมษายนนี้ เวลา 20.00 น.
ณ โรงภาพยนตร์พารากอนซีนีเพล็กซ์ สยามพารากอน

[หมายเหตุ: Thailand’s Edition (ฉบับ “ไทย ๆ”) จะมีการเซ็นเซอร์อย่างหนักหน่วง 6 ฉาก ซึ่งผู้กำกับยืนยันที่จะไม่นำช่วงที่ถูกเซ็นเซอร์ออกไป แต่จะแทนที่ด้วย “ความมืด” แทน เพื่อให้ทุกคนได้รับรู้ร่วมกันอย่างชัดเจนว่า มี “บางอย่าง” หายไป .. มีคนกำหนดว่า เราควรจะได้ดู หรือไม่ได้ดูอะไร ใน Thailand นี้ — การฉายภาพยนตร์ครั้งนี้ สาระจึงมีมากกว่า “ตัวภาพยนตร์” เอง แต่รวมถึง “การจัดฉาย” ซึ่งเป็น statement อย่างหนึ่ง ด้วย]

โดยหลังหนังจบ จะมีการเปิดโอกาสให้พูดคุยซักถามคุณเจ้ย อภิชาตพงศ์ วีระเศรษฐกุล

ผู้ที่สนใจสามารถเข้าไปดูคำถามและรายละเอียดได้ที่ http://www.thaifilm.com ใครตอบคำถามถูกก่อนมีสิทธิ์ได้บัตรก่อน (รางวัลละ 2 ใบ จำกัดเพียง 20 รางวัลเท่านั้น)


นอกจากนี้ ในวันดังกล่าว ช่วงเวลา 18. 00 น. ยังมีการเสวนาพูดคุยเรื่อง “เสรีภาพของสื่อภาพยนตร์” โดยมีวิทยากรได้แก่ คุณอภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล, อ.กิตติศักดิ์ สุวรรณโภคิน (อ.แดง) และ ตัวแทนจากคณะกรรมการปฏิรูปสื่อ ณ บริเวณหน้าโรงภาพยนตร์พารากอนซีนีเพล็กซ์ (งานนี้ไม่มีบัตร ก็มีสิทธิ์มาร่วมฟังได้ครับ)

ตลอดระยะเวลาที่แสงศตวรรษเข้าฉาย จะมีการตั้งบอร์ดนิทรรศการเรื่อง “การตรวจพิจารณาภาพยนตร์ในประเทศไทย” ท่านที่สนใจสามารถเดินไปอ่านข้อมูลสนุก ๆ ได้ที่ บริเวณหน้าโรงภาพยนตร์พารากอนซีนีเพล็กซ์


หากท่านไม่อยากเสียเวลาเล่นเกมส์เสี่ยงดวงชะตา ท่านก็ยังสามารถติดต่อซื้อบัตรเข้าชมภาพยนตร์ได้ที่ ห้องจำหน่ายตั๋วโรงภาพยนตร์พารากอนซีนีเพล็กซ์ หรือ ทาง Movie line 0-2515-5555 ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายมอบให้มูลนิธิหนังไทยฯ เพื่อการต่อสู้เพื่อเสรีภาพของผู้สร้างและผู้ชมภาพยนตร์ในประเทศไทย ต่อไป

ส่วนคำถามที่ว่า แสงศตวรรษ จะเข้าฉายนานเท่าไรนั้น อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับแรงสนับสนุนจากผู้ชมว่าจะมาอุดหนุนกันมากน้อยขนาดไหนนะ ครับ หากอุดหนุนกันเยอะๆ หนังก็คงฉายไปอีกยาว


คำถามชิงบัตรเข้าชม แสงศตวรรษ Thailand’s Edition มีดังนี้ครับ

1. เหตุใดคุณหมอผู้หญิงถึงต้องจิบเหล้า
  ก. แก้ความประหม่าที่จะต้องไปออกรายการโทรทัศน์
  ข. แก้กลุ้มใจเพราะทะเลาะกับสามี
  ค. แก้ความประหม่าที่จะต้องไปทำการผ่าตัดคนไข้
  ง. แก้เครียดเพราะฉากเดียวที่ตัวเองแสดงในหนังถูกสั่งตัดออก

2. พระศักดาเล่นเครื่องดนตรีชนิดใด
  ก. กลองชุด
  ข. กีต้าร์
  ค. ซอสามสาย
  ง. ระนาดเอก

3. ฉากใดต่อไปนี้ ถูกสั่งให้ตัดออกจากภาพยนตร์แสงศตวรรษ อันเนื่องมาจากความไม่เหมาะสม
  ก. พระวิ่งหนีผี
  ข. พระใบ้หวย
  ค. พระสูบบุหรี่
  ง. พระเล่นเครื่องร่อนบังคับวิทยุ

4. แฟนหมอหน่องต้องย้ายไปทำงานที่ไหน
  ก. แผนกควบคุมภาพยนตร์ กองกำกับการ 2 กองทะเบียน กองบัญชาการหน่วยสอบสวนกลาง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
  ข. กลุ่มเฝ้าระวังทางวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม
  ค. จังหวัดชลบุรี
  ง. ฝ่ายจริยธรรม แพทยสภา

5. ภาพยนตร์เรื่องใดเป็นผลงานกำกับของอภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล
  ก. ก๊อตซิล่า (Godzilla)
  ข. สัตว์ประหลาด (Tropical Malady)
  ค. อีที เพื่อนรัก (ET Extraterritorial)
  ง. ผีชีวะ (Resident Evil)


ไปกันเยอะ ๆ ครับ ถึงสุดท้ายจะไม่มีบัตร ก็ไปกันครับ ไปดูนิทรรศการ ไปร่วมเสวนา

ไปร่วมกันแสดงว่า วัฒนธรรม ไม่ใช่เรื่องของผู้มีอำนาจจะมากำหนดสร้างได้ ว่าอะไรเป็น หรืออะไรไม่เป็น

วัฒนธรรมคือวิถีชีวิต เราสร้างวัฒนธรรมของเราเองได้

[ ที่มา http://www.thaifilm.com/newsDetail.asp?id=352 | ผ่าน filmsick สุดหล่อ (เราก๊อปตะเองมาทั้งดุ้นเลยน้า~ :P) ]

technorati tags: , , , , ,

2008-01-20

Blog provider ethics / Censorship from the "house owner"

OKNation silently censors users' blogs — iTeau reported, Your Blog Is Banned By Me, Your Second Big Brother

จริยธรรมของบล็อกเกอร์ — จริยธรรมของผู้ให้บริการบล็อก

ชวนอ่าน
คำสั่งของพี่รอง (Your Blog Is Banned By Me, Your Second Big Brother) โดย iTeau

อย่างที่เป็นที่รู้กัน (เงียบ ๆ) มานานแล้วว่าบริการบล็อก OKNation (ที่โฆษณาว่าพื้นที่นี้ “อิสระทางปัญญา ทุกคนมีสิทธิเขียน เผยแพร่ความคิด”) มีการลบบัญชีผู้ใช้ และลบบล็อกอย่างเงียบ ๆ หลายครั้ง

ลองอ่านและพิจารณากันดูครับ คิดเห็นอย่างไร มีประเด็นน่าสนใจหลายอย่าง เช่น ใครเป็นเจ้าของเนื้อหาในบล็อก ? ผู้เขียน หรือ ผู้ให้บริการพื้นที่ ?
เชิญแลกเปลี่ยนที่บล็อกคุณ iTeau ได้เลย ;)

technorati tags: , ,

2007-11-24

Wikipedia founder: Censorship is a barrier to Thailand progess

“Thailand should recognise that censorship is a barrier to progress.”

— Jimmy Wales, Wikipedia founder

“ประเทศไทยควรสำนึกว่าการเซ็นเซอร์เป็นอุปสรรคต่อความก้าวหน้า”

— จิมมี เวลส์, ผู้ก่อตั้งวิกิพีเดีย

สำหรับคนที่ใช้เน็ตทรู หรือเน็ตยี่ห้ออื่น ๆ ที่เข้าวิกิพีเดียไม่ได้ ลอง OpenDNS (อ.มะนาว อธิบายอย่างละเอียดไว้)
— ใช้ได้หรือไม่ได้ยังไง อย่าลืมโทรไปบอกศูนย์บริการด้วย ผู้บริโภคอย่างเราก็มีสิทธิ

[ ลิงก์ Bangkok Post Database | ผ่าน blognone ]

technorati tags: ,

2007-11-10

answers/more questions from Computer-related Crime Act seminar

วันพฤหัสไปงานสัมมนาเรื่อง พ.ร.บ.คอมฯ มา (จัดโดย ศูนย์รณรงค์นโยบายสื่อมวลชน คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ศูนย์จริยธรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับ คณะกรรมการรณรงค์เพื่อการปฏิรูปสื่อ (คปส.))
ถามคำถามไปจำนวนหนึ่ง ได้ความกระจ่างในบางเรื่อง และได้เห็นท่าทีไม่อยากตอบในบางคำถาม (เรื่องบล็อกเกอร์ที่ถูกจับไป 2 คน และข้อหาความผิด)

ไปอ่านของคนอื่นดีกว่า

งานนี้ร่วมจัดโดย

technorati tags: ,

2007-10-08

What is LOVE ?



ดาวน์โหลด “ภาคที่ 1 สถาบันกษัตริย์กับรัฐธรรมนูญ”
จากหนังสือ “ค่อนศตวรรษประชาธิปไตยไทย ที่เต็มไปด้วยขวากหนาม” โดย ‘ส.ศิวรักษ์’
พิมพ์ครั้งที่ 1 พ.ศ. 2550 สำนักพิมพ์ศึกษิตสยาม ISBN 974768649X

http://factdata.googlepages.com/sulaksa.pdf

(รวบรวมเป็นเอกสารอิเล็กทรอนิกส์โดย คนชายขอบ / ขอบคุณสันติบาล ที่ทำให้ผมรู้จักหนังสือเล่มนี้)


เราจะรักกันแบบไหนดี
โบราณ(ใครก็ไม่รู้ ที่เราชอบอ้าง)ท่านว่า รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี
คือมีอะไรก็ต้องว่ากล่าวตักเตือนกัน สอนกัน วิพากษ์วิจารณ์กันได้

ก็ถามตัวเองกันแต่ละคน เรารักกันจริง ๆ รึเปล่า ?

ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เรารักกันแบบไหน

รักชาติ ด้วยการยืนเคารพธงชาติ ด้วยการแซ่ซ้องสรรเสริญชาติ ชาติฉันดีกว่าใคร ๆ วิเศษกว่าใคร ๆ (ไอ้เจ๊ก ไอ้ลาว ไอ้ฝรั่งขี้นก ฯลฯ)

รักศาสนา ด้วยการยกมือไหว้รูปบูชา ด้วยการยกให้ศาสนานั้นนี้เป็นศาสนาประจำชาติ ด้วยการปฏิเสธการวิพากษ์ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นข้อคิดข้อเขียน หรือกระทั่งงานศิลปะ

รักกษัตริย์ ด้วยการยืนเคารพเพลงสรรเสริญ ด้วยการอ้างกษัตริย์ในทุกกิจกรรม-จนกลายเป็นเครื่องมือทางการตลาด (ที่คณะรัฐประหารก็ยังเลือกใช้) ด้วยการปฏิเสธการวิพากษ์ใด ๆ โดยไม่คำนึงถึงแม้เจตนา

สังคมพิธีกรรม

คนบางพวก ก็เข้าใจจิตวิทยามวลชน สร้างสรรค์ความเชื่อ
ต้องรักแบบเดียววิธีเดียวกับที่ฉันรัก รักแบบไหนวิธีไหนที่ผิดแผกไปจากนี้ เรียกว่าไม่รัก
ฉันเป็นคนกำหนดนิยาม “ความรัก”
ถ้าไม่รักแบบที่ฉันกำหนด ก็อยู่คนละพวกกับฉัน และเป็นคนดีไม่เท่าฉัน เป็นคนชั่ว

เมื่อการแสดงความรัก เป็น พิธีกรรม
คนนิยามการแสดงความรัก เป็น ศาสดา
“ความรัก” คืออะไร ก็ไม่สำคัญแล้ว
อย่าตั้งคำถามกับศาสดา เจ้าคนบาป

ก็รักแบบนี้กันนี่เอง ที่ยิ่งรัก ก็ดูจะยิ่งเสื่อม


หมายเหตุ: ขณะนี้กำลังมีการแก้กฎหมายอาญา
(1) ให้ขยายการหมิ่นพระบรมฯ ให้รวมไปถึง พระราชโอรส พระราชธิดา ประธานองคมนตรี องคมนตรี และผู้แทนพระองค์ ; และ
(2) ให้อำนาจศาลในการสั่งห้ามให้มีการโฆษณาข้อเท็จจริง พฤติการณ์ต่าง ๆ การวิพากษ์วิจารณ์ หรือความเห็นเกี่ยวกับคดีความผิดต่อพระมหากษัตรดิย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ – เสนอข่าวก็ไม่ได้
(กดที่หมายเลขเพื่อดาวน์โหลดร่างพ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมฯ)

ถาม ถ้าศาลไม่ต้องการให้พูดข้อเท็จจริง แล้วศาลต้องการอะไร ?

(เพิ่มเติมต่อที่ nothing can escape the gravity — เมื่อการยกย่องอะไรมากเกินไป กลับนำไปสู่การเสื่อมของสิ่งนั้น)

[ ลิงก์ ประชาไท | ผ่าน คนชายขอบ ]

technorati tags:

2007-08-22

Freedom to Watch, the Right to Make

คือจริง ๆ เค้าควรจะบอกมาเลยนะ ว่าประเทศนี้มันไม่ใช่ประชาธิปไตย แล้วมันจะง่ายขึ้น ประเทศนี้เป็นเผด็จการ คือมึงบอกกูมาเลยดีกว่า แล้วกูจะได้ใช้ชีวิต ไปกับพวกมึงได้

— เป็นเอก รัตนเรือง (ผู้กำกับภาพยนตร์)

วิดีโอรณรงค์เครือข่ายเพื่อเสรีภาพภาพยนตร์ไทย Free Thai Cinema Movement
(ได้ดูครั้งแรกในงาน Thai Short Film and Video Festival ที่แกรนด์อีจีวี สยามดิสคัฟเวอรี งานมีถึง 26 นี้ — โปรแกรมวันศุกร์ 19:00 น่าดูมาก ๆ เป็นหนังสั้นต้านรัฐประหาร :P หลายเรื่อง)

ด้านล่างนี้ จดมาจากวิดีโอ ใครพูดอันไหน ลองดู (ผมรู้จักไม่กี่คน :P)

มาใหม่ 2007.08.27: ความเห็นของ สุนิตย์, mk, girl friday, และคนอื่น ๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้

พ.ร.บ.ชุดนี้ที่เกี่ยวข้องกับภาพยนตร์ นอกจากจะควบคุมแล้ว ยังไม่มีการสนับสนุน

เซ็นเซอร์บ้านเรามีปัญหา เพราะว่า ไม่ทราบว่าเอามาตรฐานที่ไหนมาวัด

การจัดเรตติ้ง มันไม่ควรจะมาควบคู่กับ การแบน การเซ็นเซอร์

คือโลกนี้มันมีสองด้านอยู่แล้ว เราควรจะให้เด็กรู้ทั้งสองด้าน

แล้วสิ่งที่ไม่เหมาะสมในชีวิต ที่เยาวชนต้องเจอ ในเรื่องชีวิตจริง มันมีเยอะ มากมาย กว่าเรื่องสมมติที่เกิดขึ้นในภาพยนตร์อยู่แล้ว

คุณจะไปปกป้องคน ๆ นึงจาก สิ่งที่มันเป็นส่วนหนึ่งของการมีชีวิตเนี่ย ไปได้นานแค่ไหน

เราจะพูดถึงสิ่งที่มันดี ๆ สวยงาม โลกเรามันมีแต่ความสดใส อย่างเดียว มันเป็นไปไม่ได้นะ

งานทุกชิ้นมันควรจะมีที่ทางของมัน

เราควรจะมีอิสรภาพในการคิดว่าเราควรจะคิดอะไร ไม่ใช่ให้ใครคนนึงมาคิดไว้ตั้งแต่ล่วงหน้าแล้วว่า ถ้ามึงดูหยั่งงี้ แล้วต้องมึงคิดอย่างงั้น

เปิดโอกาสให้ทุกคน ได้คิด ได้ลอง ได้ถูก ได้ผิด ด้วยตัวเอง

พลเมืองทุกคน เมื่อเราเรียกร้องจะมีสิทธิเสรีภาพในการพูด การคิด การเขียน เราทุกคนก็พร้อมรับผิดในคำพูดของเรา

เราไม่มีทางรู้ได้เลยว่า มันจะดีหรือไม่ดี ถ้าเราไม่ได้ใช้สมองเราคิดเอง

ต้องให้มันเติบโต คืออยากให้ต้นไม้โต ก็ต้องลงดิน ไม่ใช่เอาไปใส่กระถาง

บ้านเราเนี่ย ปัญหามันอยู่ที่ว่า เราไม่ค่อยแน่ใจ ไม่ค่อยมั่นใจ ว่าเรามีปัญญารึเปล่า

คือในโอกาสที่คุณจำกัดเนี่ย คุณจะรู้ได้ไงว่าสิ่งที่คุณ ไม่ให้เค้าดูเนี่ย มันเป็นเรื่องที่ดีหรือไม่ดี อย่างแท้จริงนะ คุณจะรู้ได้ยังไง

ควรจะเผอิญหน้ากับความจริงดีกว่า

เลิกไปเหอะ พ.ร.บ.เนี้ย

ตรงนี้มันเป็นโอกาสที่ดี เป็นจังหวะที่ดีนะ ก็คือว่า มันยังมีการที่กลับมาคุยกันได้อีก ก่อนมันจะผ่านไป

คือจริง ๆ เค้าควรจะบอกมาเลยนะ ว่าประเทศนี้มันไม่ใช่ประชาธิปไตย แล้วมันจะง่ายขึ้น ประเทศนี้เป็นเผด็จการ คือมึงบอกกูมาเลยดีกว่า แล้วกูจะได้ใช้ชีวิต ไปกับพวกมึงได้

ประชาธิปไตยหนังไทย : สิทธิคนดู เสรีคนทำ
Democracy of Thai Cinema : Freedom to Watch, the Right to Make

(หลายอย่างแล้วนะเนี่ย)
(นี่หลายอย่างแล้วนะเนี่ย)

Free Thai Cinema Movement


บทความจากมูลนิธิหนังไทย โดย ศริยา สมุทรพยนต์
ระบบเซ็นเซอร์ไทยกับศิลปะในสังคมประชาธิปไตย

เสื้อยืด Free Thai Cinema Movement สุดสวย ซื้อได้กับนิตยสารไบโอสโคป

[ ผ่าน ประชาไท Blogazine, พิณ พัฒนา ]

technorati tags: , ,

2007-08-02

hidden messages

เดี๋ยวไป ประชาไทไนท์ แล้ว

Grafedia
ใส่ลิงก์ไปบนผนัง
ถ้าส่งเอสเอ็มเอสหรืออีเมลไปตามที่อยู่/คีย์เวิร์ดบนผนังนั้น ก็จะมีรูปส่งกลับมาให้ดู
[ ผ่าน WIRED News ]

Steganography
ซ่อนข้อความ/ข้อมูลไว้ในภาพ
ภาพตัวอย่าง “Whaling” บรรจุข้อความในนวนิยายสองเรื่อง Moby Dick และ Typee เอาไว้ทั้งหมด-ในรูปเดียว!
โปรแกรม

technorati tags: , ,

2007-07-11

Thailand Illustrated

ดูหนังอย่างคนป่วย (ในสังคมป่วย ๆ)

แนะนำเพิ่มเติมได้ครับ ...

[ ผ่าน filmsick, RerngIT ]

technorati tags: ,

2007-05-23

Spread Anti-Censorship

เข้าดูบล็อกใน blogspot.com ไม่ได้สามวันแล้ว รวมทั้ง bact.blogspot.com แห่งนี้ด้วย
(แต่เขียนได้ เพราะเข้า blogger.com ได้)

ช่วงนี้ ใครซักคนใน FACT ขยันจัด อัพข่าวเซ็นเซอร์ (ทีวี วิทยุ หนังสือ อินเทอร์เน็ต) กันพรึ่บพรั่บ)
กดเข้าไปดูกันได้ที่ facthai.wordpress.com

From "Censor" to "Rating"

ฝากประชาสัมพันธ์ สัมมนา “จาก 'เซ็นเซอร์' สู่ 'เรตติ้ง' - ทางออกที่เป็นไปได้”
วันที่ 29-30 พ.ค. นี้ 9:30-17:00 น. ที่ Bangkok Code (มจธ.)
ข้างโรงพยาบาลเซ็นหลุยส์ (บีทีเอส สุรศักดิ์)
จัดโดย เครือข่ายรณรงค์เพื่อเสรีภาพของภาพยนตร์ และ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
(ข้อมูลเพิ่มเติม)

technorati tags:

2007-05-04

Internet as a new media

ประชาไท, เสรีภาพสื่อไทย ในวันเสรีภาพสื่อมวลชนโลก, 3 พ.ค. 2550

2. จากการที่รัฐบาลและหน่วยงานด้านความมั่นคงที่เกี่ยวข้องพยายามให้เสรีภาพในการนำเสนอข่าวและแสดงความคิดเห็นแก่สื่อหนังสือพิมพ์ วิทยุและโทรทัศน์ค่อนข้างมาก กลับปรากฎร่องรอยของความพยายามในการปิดกั้นเสรีภาพในการเข้าถึงแหล่งข้อมูลข่าวสารผ่านสื่ออินเทอร์เน็ตที่ถือเป็นสื่อใหม่ที่ตามข้อเท็จจริงแล้วแทบจะไม่สามารถปิดกั้นได้เลย และนับวันจะกลายเป็นทางเลือกใหม่ในการบริโภคข่าวสารของประชาชนมากขึ้นเรื่อยๆ

3. ด้วยเหตุนี้ จึงถือโอกาสเรียกร้องไปยังเพื่อนร่วมวิชาชีพที่ทำงานอยู่ในสื่อกระแสหลัก ให้ยอมรับการเกิดและดำรงอยู่ของสื่อใหม่ที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว และเข้ามาเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมการสื่อสารทางเดียวไปสู่การสื่อสาร 2 ทาง หรือหลายทาง ที่ต่างก็ต้องการเสรีภาพในการทำงาน ขณะเดียวกันก็ต้องตกอยู่ในภาวะที่สุ่มเสี่ยงต่อการก่อให้เกิดปัญหาความไม่สงบและความมั่นคงของประเทศ

4. องค์กรวิชาชีพสื่อมวลชนทั้งหลายดังมีรายชื่อข้างต้น จึงขอเรียกร้องไปยังรัฐบาลให้เข้าใจความเปลี่ยนแปลงของนวัตกรรมสื่อมวลชนยุคใหม่ และพยายามมองความเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีนี้ ในด้านดี เช่น ในฐานะเป็นเวทีเสรีที่เปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถเข้ามาแลกเปลี่ยนความคิด เห็นกันได้อย่างเสรี ดังนั้น การดำเนินการปิดกั้นเสรีภาพในโลกดิจิตอลจะต้องกระทำด้วยความระมัดระวังอย่างยิ่ง

technorati tags: ,

2007-04-27

lèse majesté

คุณ An Observer ได้กรุณาคัดลอกบทความมาให้อ่านกัน:

ข้อหา “หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ” มักถูกใช้เป็นเครื่องมือหนึ่งในการ “ควบคุม/ตัดตอนการแสดงความคิดเห็น” (ของทั้งบุคคลทั่วไปและสื่อ)
และเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังเสียด้วย เพราะสังคมเรา (โดยเฉพาะในช่วงเฉลิมฉลองเช่นปัจจุบันนี้) มักจะไม่ค่อยตั้งคำถาม และพร้อมจะเชื่อข้อกล่าวหาทำนองนี้อยู่เสมอ

อ่านต่อ: Etat de droit, เมื่อความศรัทธาและขาดสติครอบงำ

technorati tags:

2007-04-22

Free Thai Cinema Movement Seminar

ขอเชิญร่วมการแถลงข่าวและเสวนา
“จากกรณี แสงศตวรรษ ถึง เครือข่ายรณรงค์เพื่อเสรีภาพของภาพยนตร์”

จันทร์ — 23 เมษายน พ.ศ. 2550

ที่ โรงภาพยนตร์ HOUSE อาร์ซีเอ พระราม 9
(RCA - ตึกเดียวกับโรงภาพยนตร์ยูเอ็มจี และ ท็อปส์ซูเปอร์มาร์เก็ต)

ลงทะเบียนเวลา 15:00 น.
แถลงข่าวและสัมมนา เวลา 16:00 น.

ผู้ร่วมเสวนา

  • อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล ผู้กำกับ
  • ปรัชญา ปิ่นแก้ว นายกสมาคมผู้กำกับไทย
  • ชลิดา เอื้อบำรุงจิต มูลนิธิหนังไทย
  • พันธุ์ธัมม์ ทองสังข์ โปรดิวเซอร์และผู้กำกับ
  • ไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ อดีตสมาชิกวุฒิสภา
  • ธนะชัย อุชชิน (ป๊อด โมเดิร์นด็อก)
  • ดำเนินรายการโดย พิมพกา โตวิระ

วิธีไปโรงภาพยนตร์ House อาร์ซีเอ พระราม 9
ง่ายที่สุด: รถไฟใต้ดิน ขึ้นสถานีเพชรบุรี จากนั้นต่อมอเตอร์ไซค์รับจ้าง


Free Thai Cinema Movement seminar
Monday 23rd, 16:00 @ HOUSE cinema, RCA, Rama IX

Speakers include Apichatpong Weerasatetakul, Prachya Pinkeaw (director of Ong Bak), Pantham Tongsang (Syndroms’s producer), Chalida Uabumrungjit (Thai Film Foundation) and Kraisak Choonhawan.
Moderated by filmmaker Pimpaka Toweera.

[ผ่าน พี่จิ๋ว, พี่ปุ่น | ลิงก์ Free Thai Cinema Movement]

technorati tags: , ,

2007-04-20

Syndromes and a Century screening

22 หรือ 23 เมษายนนี้ จะมีการเสวนาเกี่ยวกับการเซ็นเซอร์ภาพยนตร์ไทย
update (21 เม.ย.): เปลี่ยนเป็น 23 หรือ 24

โดยในงาน จะมีฉายหนังเรื่อง “แสงศตวรรษ” ด้วย
update (21 เม.ย.): ไม่ฉายแล้ว พี่เจ้ย ผู้กำกับหนังเรื่องดังกล่าว บอกว่า ไม่อยากให้การเคลื่อนไหวนี้ เป็นไปเพื่อหนังเรื่องใดเรื่องหนึ่ง

รายละเอียดที่ชัดเจน สถานที่ ความคืบหน้า ติดตามได้ที่:
http://a-century.exteen.com/

technorati tags: ,

2007-04-15

Free Thai Cinema Movement Petition

ตามศรัทธาครับ

เจ้ย ร่อนจดหมาย ล่าชื่อคืนเสรีภาพของภาพยนตร์ไทย

โดย อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล
ร่วมกับไบโอสโคป มูลนิธิหนังไทย สมาคมผู้กำกับ และพันธมิตร

ขณะที่ผมกำลังเสียใจต่อสิ่งที่เกิดขึ้นกับหนังของผม ผมก็ได้พบว่านี่ไม่ใช่เวลาที่จะพยายามผลักดันภาพยนตร์เรื่อง แสงศตวรรษ ให้เข้าโรงฉายได้ในประเทศไทย ไม่ใช่เวลาที่ผมจะหาโอกาสมาโปรโมทหนังของผม แต่คือเวลาที่จะคิดอย่างจริงจังเกี่ยวกับระบบการเซ็นเซอร์ของไทยเรา เพื่อสำหรับคนทำหนังรุ่นต่อไปจะได้ไม่ต้องมาเผชิญปัญหาเดียวกับพวกเรา และผู้ชมชาวไทยจะได้มีอิสระในทางเลือกของพวกเขาจริง ๆ

นี่คือเวลาที่เราจะมาสนทนาเกี่ยวกับหนังทั้งหมด ก่อนที่จะเข้าโรงฉายนั้น ควรแล้วหรือที่จะต้องผ่านการพิจารณาจาก กรมศานา แพทยสภา กลุ่มวิชาชีพครู กรมแรงงาน ทหาร กลุ่มคนรักสัตว์ สหภาพแท็กซี่ หรือแม้กระทั่งจากคนต่างชาติ ฯลฯ?

หรือมันจะง่ายกว่าถ้าเราจะเปลี่ยนระบบการปกครองเป็นเผด็จการฟาสซิสต์ที่เราจะอยู่กันอย่างสมานฉันท์ และไม่ต้องมาเสียเวลาพูดถึงเรื่องประชาธิปไตยกันอีกต่อไป?

ระบบการเซ็นเซอร์ของไทยต้องการการประเมินมาตรฐาน สมาชิกผู้เกี่ยวข้องต่อการเซ็นเซอร์ถึงเวลาที่ควรจะถูกทบทวนและตั้งคำถาม และเราควรจะตัดสินใจเพื่อจะเปลี่ยนกฎหมายนี้เสียที ผมใคร่จะขอเชิญชวนและถามความเห็นพวกคุณเป็นเสียงสะท้อนต่อระบบการเซ็นเซอร์ในประเทศของเรา และเพื่อที่เราจะได้ปรึกษาหารือกันที่

http://www.petitiononline.com/nocut/petition.html

ความคิดเห็นนี้จะส่งผ่านไปยังรัฐบาลไทย การสนับสนุนของคุณจะช่วยในการปกป้องรักษาสิทธิ์ขั้นพื้นฐานของประชาชนคนไทย นั่นคือเสรีภาพในการรับสื่อ ผมรู้สึกขอบคุณทุกท่านที่กรุณาสละเวลาและมีส่วนร่วม ขอบคุณมากครับ

(หมายเหตุ : 1.สำหรับผู้ที่ลงชื่อในเวบบอร์ด thaifilm.com ไปแล้ว ขอความกรุณามาลงชื่อในเว็บใหม่อย่างเป็นทางการอีกครั้งด้วยครับ 2.ติดตามรายละเอียดในอนาคตได้ที่บล็อก http://a-century.exteen.com)

technorati tags: , ,

2007-04-13

Taisoc

ที่โอเพ่นออนไลน์มีบทความใหม่ ประเด็นร้อนตอนนี้

เดือนก่อน อ่านภาคผนวกของ 1984, เรื่อง Newspeak (นิวสปีก) เจ๋งดี (ตัวนิยายยังไม่ได้อ่านหรอกนะ ข้ามมาอ่านภาคผนวกเลย)

ผมว่ามันทำได้จริง ๆ นะ ภาษามีอิทธิพลต่อความคิดมาก (อย่างน้อยนักภาษาศาสตร์และนักจิตวิทยาส่วนหนึ่งก็เชื่อเช่นนั้น) เช่นเวลาเราคิด เราคิดเป็นภาษารึเปล่า ? มันอาจจะไม่เสมอไป บางคนอาจแย้ง แต่ส่วนใหญ่แล้ว ตัวผมเองคิดเป็นภาษานะ

คุณตัดจำนวนคำในภาษาออกไป คุณเปลี่ยนแปลงความหมายของคำที่เหลืออยู่ คุณยุบรวมคำหลาย ๆ คำเข้าด้วยกัน ให้มันสูญเสียความเฉพาะเจาะจงไป สุดท้ายแล้ว พอจำนวนคำมันจำกัด และแต่ละคำมันคลุมเครือ นั่นคือภาษาถูกจำกัด ความคิดของคุณก็จะถูกจำกัดไปด้วย

คือมันคงจะเป็นอาการ เริ่ม ๆ จะคิดได้ แว๊บเข้ามาในหัว แต่ไปต่อไม่ได้ ไม่สามารถ 'ทด' มันไว้ในหัวได้ (คำในภาษา เป็นสัญลักษณ์ที่ถูกตรึง (fixed) ไว้แล้ว จึงสามารถนำมาเป็นเครื่องมือในการ 'ทด' ความคิดไม่ให้ล่องลอยได้) พอคุณทดมันไม่ได้ มันก็จะแว๊บ ๆ ๆ เข้ามาเยอะ ๆ แหละ แต่ไม่สามารถนำมันมาปะติดปะต่อกันได้ แล้วมันก็จะหลุด ๆ ๆ ไป

การวิเคราะห์ ไล่เหตุหาผล ก็จะทำได้ลำบาก และถึงแม้คุณจะเจ๋งมาก ๆ ยังสามารถคิดได้ แต่ที่สุดแล้ว คุณก็ไม่สามารถสื่อสารสิ่งที่คุณคิดออกไปให้คนอื่นรับรู้ได้ด้วยภาษาที่มีอยู่

(ลองนึกสภาพเราคิดอะไรได้ นึกเป็นภาษาไทยได้ แต่พูดกับฝรั่งไม่ได้ถนัด เพราะหาคำฝรั่งที่มันตรงกับความคิดเราเป๊ะ ๆ ไม่ได้ กรณีนี่ก็คือการคิดแม้ไม่ได้ถูกจำกัด แต่การส่งความคิดออกไปนั้นถูกจำกัด - อีกกรณีคือ ถ้าคุณไม่ได้เชี่ยวชาญภาษาฝรั่ง ลองคิดเป็นภาษาฝรั่งดูสิ คุณจะพบว่า มันจำกัดกระบวนการคิดของคุณได้)

นั่นคือสิ่งที่ Ingsoc ใช้ Newspeak ทำ

จำกัดการแสดงออกทางความคิด ด้วยการจำกัดภาษา การสื่อสาร

(นอกเหนือจากการตัดความกำกวมทางภาษาออกไป เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบความคิดของพลเมือง คือจะไม่สามารถพูดอะไรอย่างซ่อนความหมายได้)

คำว่า “รักชาติ” เมื่อผ่านกระบวนการโฆษณาตอกย้ำลงหัวไปสักพัก มันก็อาจจะรวมความหมาย “สมานฉันท์” “เชื่อผู้นำ” “นับถือพุทธศาสนา” “พอเพียง” “รักองคมนตรี” “เกลียดทักษิณ” “ใส่เสื้อเหลือง” “ไม่เอาแปรรูป” ฯลฯ เข้าไปอยู่ในคำ ๆ เดียวได้เหมือนกัน .. เมื่อใดที่คุณบอกว่า “รักชาติ” ความหมายในชุดทั้งหมดที่ว่ามา จะตามมาโดยอัตโนมัติ คุณไม่สามารถเลือกได้ หรือใช้คำว่า “รักชาติ” ในความหมายอื่นได้ ทุกคนจะ “รักชาติ” เหมือน ๆ กัน (หรืออย่างน้อยก็คิดว่าคนอื่น “รักชาติ” เหมือน ๆ กับที่เรารัก)

หรือคำว่า “แตกต่าง” ที่ในความรับรู้ของบางคนมันรวมความหมายของคำว่า “แตกแยก” เข้าไปด้วย

หรือคำว่า “ผู้หญิงหากิน” ที่สูญเสียความหมายที่อาจเป็นไปได้ว่า “ผู้หญิงที่ทำมาหากิน” ไปอย่างสิ้นเชิง เหลือแค่ความหมายที่เท่ากับ “ผู้หญิงขายตัว” เท่านั้น คุณไม่สามารถใช้คำว่า “ผู้หญิงหากิน” ในความหมายอื่นได้แล้ว

การเรียนรู้ภาษา เรียนรู้ความหมาย/การใช้คำใหม่ ๆ ส่วนหนึ่งมาจากชีวิตประจำวัน โต้ตอบกิจธุระ อีกส่วนหนึ่งมาจากข่าวสารที่เราเสพ/บริโภค เพลง หนัง หนังสือ ป้ายโฆษณา (ลองทบทวนดู เช่น สำหรับคนที่เขียนบล็อก คุณคิดว่า สไตล์การเขียนของคุณ ได้รับอิทธิพลมาจากงานเขียนของคนอื่นหรือเปล่า ?)

การจำกัดข่าวสารที่เราจะรับรู้ได้ นอกจากจะทำให้เราเสียโอกาสรับข้อมูลต่าง ๆ แล้ว ยังจะจำกัดการเรียนรู้สิ่งใหม่ในภาษาของเรา ... ซึ่งมันจะมีผลกับความคิด/การสื่อสารความคิดของเรารึเปล่า ?

ผมก็ไม่รู้หรอกนะ

เกี่ยวข้อง: doubleplusgoodblog

technorati tags: ,