ย้ายบล็อกไปที่ bact.cc แล้วนะครับ

พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
หยุด ร่างพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
พื้นที่เก็บข้อมูลออนไลน์ ฟรี 2GB จาก Dropbox (sync กับ Windows, Linux, Mac, iPhone, Android ฯลฯ ได้)
Showing posts with label economics. Show all posts
Showing posts with label economics. Show all posts

2008-01-04

Econ TU Seminar Jan 2008

‘เศรษฐศาสตร์ ตลาดวิชา’ สัมมนาสาธารณะของคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประจำเดือนมกราคม 2551

สถานที่: ถ้าไม่ได้แจ้งเป็นอย่างอื่น จะเป็น ห้องประชุมชั้น 5 คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

  1. สัมมนา นำเสนอบทความวิชาการ “The Politics and Policies of Industrial Upgrading in Taiwan and Thailand: A Comparison”
    จันทร์ 7 ม.ค. 14.00 - 15.30 น.
    โดย: Prof. Laurids S. Lauridsen Roskilde University, Denmark
    ผู้ดำเนินรายการ: รศ.ดร.สมบูรณ์ ศิริประชัย คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  2. เสวนา “การปฏิบัติตามคำพิพากษาศาลปกครองกรณี ปตท. : แนวทางและผลกระทบ”
    พุธ 9 ม.ค. 10.00 - 12.00 น.
    โดย: คุณชื่นชม สง่าราศรี กรีเซน นักวิชาการอิสระด้านพลังงาน, คุณสฤณี อาชวานันทกุล นักวิชาการอิสระด้านการเงิน, อ.ปิยบุตร แสงกนกกุล คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
    นำเสวนาและดำเนินรายการ: ศ.ดร.ปราณี ทินกร คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  3. สัมมนา นำเสนอบทความวิชาการ “Measuring Market Power and Degree of Collusion in the UK Milk Industry”
    พุธ 9 ม.ค. 14.00 - 15.30 น.
    โดย: คุณวรรณวิภางค์ มานะโชติพงษ์ นักศึกษาปริญญาเอก คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยอ๊อกซ์ฟอร์ด
    ผู้วิจารณ์: รศ.ดร.วิไลวรรณ วรรณนิธิกุล คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
    ผู้ดำเนินรายการ: อ.วศิน ศิวสฤษดิ์ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  4. สัมมนา นำเสนอบทความวิชาการ “Household Income and Investments in Child Health and Education in Ivory Coast”
    จันทร์ 14 ม.ค. 13.30 - 15.00 น.
    โดย: Remi Jedwab นักศึกษาปริญญาเอก Paris School of Economics
    ผู้ดำเนินรายการ: รศ.ดร.มัทนา พนานิรามัย คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  5. บรรยาย “การใช้แบบจำลองปัจจัยการผลิต และผลผลิต (Input-Output Model) และ แบบจำลองคำนวณดุลยภาพทั่วไป (Computable General Equilibrium Model) ในการวิเคราะห์ทางเศรษฐศาสตร์”
    พุธ 16 ม.ค. 13.00 - 15.00 น.
    โดย: ผศ.ดร.สายพิณ ชินตระกูลชัย คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
    ผู้ดำเนินรายการ: รศ.ดร.ธาตรี จันทรโคลิกา คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  6. บรรยาย Economic Lecture Series ครั้งที่ 4: “เศรษฐศาสตร์กับพุทธศาสตร์: ศาสตร์ที่แยกกันไม่ออก”
    จันทร์ 21 ม.ค. 13.30 - 15.30 น.
    โดย: อ.ดร.ศุพฤฒิ ถาวรยุติการต์ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
    ผู้ดำเนินรายการ: ผศ.ดร.ภูรี สิรสุนทร คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
    สถานที่: ห้องกิจกรรม หอสมุดป๋วย อึ๊งภากรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต
    (หมายเหตุ: คณะเศรษฐศาสตร์ ร่วมกับ หอสมุดป๋วย อึ๊งภากรณ์ จัด Economic Lecture Series เป็นประจำทุกเดือนในช่วงเปิดภาคการศึกษา ณ ห้องกิจกรรม หอสมุดป๋วย อึ๊งภากรณ์ ศูนย์รังสิต)
  7. สัมมนา งานวิจัย “การทดสอบเรื่องผลประโยชน์จากการขยายตัวที่เพิ่มขึ้นของภาคอุตสาหกรรมการผลิตในระดับจังหวัด” (Increasing Returns in Provincial Manufacturing Production)
    พุธ 23 ม.ค. 13.30 - 15.00 น.
    โดย: รศ.ดร.อารยะ ปรีชาเมตตา คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  8. สัมมนา วิทยานิพนธ์ระดับปริญญาโท “ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีกับการพัฒนาเศรษฐกิจ”
    พุธ 30 ม.ค. 13.00 - 15.30 น.
    1) “บทบาทในการยกระดับเทคโนโลยีของรัฐบาลช่วยลดปัญหาความเหลื่อมล้ำในการกระจายรายได้หรือไม่?” (Roles of government in technological promotion as a Channel of inequality) โดย คุณณัฎฐ์ หงส์ดิลกกุล
    2) “บทบาทของ R&D ต่อความสามารถในการส่งออกของอุตสาหกรรมไทย” โดย คุณปาณิศา วิชุพงษ์
    ผู้ดำเนินรายการ : อ.วศิน ศิวสฤษดิ์ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ผู้สนใจสามารถเข้าฟังการสัมมนาได้ฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น
รายละเอียดติดต่อ คุณดาราวรรณ รักษ์สันติกุล
โทร 0-2613-2404 หรือ seminar (at) econ.tu.ac.th

เนื่องจากกำหนดการข้างต้นจัดเตรียมล่วงหน้าเป็นเวลาหนึ่งเดือน โปรดติดตามข่าวสารการเปลี่ยนแปลงและตรวจสอบกำหนดการล่าสุดที่เว็บไซต์ http://www.econ.tu.ac.th/seminar ก่อนมาเข้าร่วมสัมมนา

ผู้สนใจสามารถดาวน์โหลดเอกสารประกอบการสัมมนาในอดีต รวมถึงไฟลเสียงของงานสัมมนาในอดีต ได้ที่เว็บไซต์ดังกล่าว

technorati tags: , ,

2007-11-18

Voters' Handbook

“ การเมืองไทยควรเป็นเรื่องของนโยบายและโครงการ มากกว่าเรื่องพูดไพเราะไม่ไพเราะ สุภาพไม่สุภาพ คุณธรรมหรือไม่คุณธรรม ”

ชูวัส ฤกษ์ศิริสุข: จะเลือกนโยบาย หรือจะพิจารณาจากรสนิยม

พลิก คู่มือเลือกตั้ง รวมนโยบาย 12 พรรคการเมือง

งานเสวนาที่เกี่ยวข้องช่วงนี้ 2 งาน ที่เศรษฐศาสตร์ มธ.

  • 23 พ.ย. 13:00 - ตลาดนัดนโยบาย “เวทีติดดาวนโยบายเศรษฐกิจพรรคการเมือง”
  • 26 พ.ย. ทั้งวัน - เสวนาวิชาการ “ความยากจน แรงงาน และสวัสดิการ: โจทย์สำหรับรัฐและชุมชน”

ดูรายละเอียดที่ http://econ.tu.ac.th/seminar/

technorati tags: , ,

2007-10-07

Economic Lecture Series #1

ซีรี่ส์บรรยายเศรษฐศาสตร์ครั้งที่ 1:
“การปฏิรูปการเมืองไทย: บทวิเคราะห์เชิงเศรษฐศาสตร์สถาบัน”

โดย อ.ปกป้อง จันวิทย์ (อาจารย์เศรษฐศาสตร์ มธ.)
ผู้ดำเนินรายการ: ผศ.ดร.ภูรี สิรสุนทร (อาจารย์เศรษฐศาสตร์ มธ.)

จันทร์ 8 ตุลาคม 2550
14:00 น.
ณ ห้องกิจกรรม หอสมุดป๋วย อึ๊งภากรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต

หมายเหตุ: คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมกับ หอสมุดป๋วย อึ๊งภากรณ์ ที่ศูนย์รังสิต ร่วมกันจัด Economic Lecture Series เป็นประจำทุกเดือนในช่วงเปิดภาคการศึกษา


ดาวน์โหลด เอกสารประกอบการสัมมนาวิชาการประจำปี 2550 หนังสือรวมบทความสัมมนาที่แจกในงาน และไฟล์เสียง ได้ที่ http://www.econ.tu.ac.th/seminar

ไฟล์หนังสือรวมบทความทั้งเล่ม (แยก 4 ส่วน):
ส่วนที่ 1, ส่วนที่ 2, ส่วนที่ 3, ส่วนที่ 4

wp: institutional economics

technorati tags: , , , ,

2007-05-11

Live+Work Bazaar 2550 B.E.

ห้องแถว 2550 - "เครื่องมือ" สู้ทุนข้ามชาติในรูปแบบ "อาคาร"
โดย คุณยรรยง บุญ-หลง

ออกแบบมาสำหรับเมืองที่มีความหนาแน่นสูง
กระจายพื้นที่สาธารณะ-พื้นที่แลกเปลี่ยนค้าขาย โดยเพิ่มและดึงพื้นที่เหล่านั้นเข้าใกล้พื้นที่ส่วนตัว

สําหรับนักลงทุนที่ต้องการกําไรจากที่ดิน และกําลังคิดที่จะสร้างห้างสรรพสินค้าหรือซูเปอร์มาเก็ต (อย่างโลตัส ) สิ่งที่ควรไตร่ตรองให้ดีก็คือ ระบบรวมศูนย์และระบบมาตรฐานเิชิงเดี่ยว (standardization) นั้นจะนําไปสู่การจัดการในลักษณะ "สังคมนิยม" มากขึ้นๆ ความเป็นปัจเจกนั้นจะน้อยลงเมื่อกิจการขยายใหญ่ขึ้น ผลผลิตจะไม่หลากหลาย และความคิดสร้างสรรค์ (ซึ่งต้องการความเป็นปัจเจกชน) ก็จะน้อยลง ในประเทศสหรัฐอเมริกา ร้านหนังสือ และห้างใหญ่ๆ กําลังประสบปัญหาขาดทุนเพราะไม่สามารถแข่งกับพ่อค้ารายย่อยทาง eBay ได้

eBay นั้นมีหลักการง่ายๆ ก็คือ สร้างพื้นที่สาธารณะขึ้นมาให้ผู้คนแลกเปลี่ยนสินค้ากันเอง โดยเก็บเพียงค่าธรรมเนียมในการเข้าร่วม ผลปรากฎว่า eBayได้กําไรมหาศาลเพราะเขา ไม่ต้องลงทุนหาสินค้าเองเลย หากเพียงแค่เปิดพื้นที่ให้คนมาใช้เท่านั้นก็พอ

ห้องแถว 2550 ก็อาจมีลักษณะคล้ายๆ กับ eBay คือ เปิดพื้นที่สาธารณะใหม่ขึ้นมาให้คนได้ใช้ โดยเก็บค่าเช่า(สําหรับห้องแถว) และค่าธรรมเนียม(สําหรับแพงลอย) ในราคาถูกแต่เก็บมากรายขึ้น ยิ่งคนมาขายเยอะก็ยิ่งเก็บได้เยอะและเก็บได้ถูกลง เป็นผลให้คนมาขายมากขึ้นอีก

ดูไปดูมา คล้าย ๆ คอมมูน+ทุนนิยม :D

จุดแข็งของคนตัวเล็ก ๆ ที่ควรจะปลุกใช้คือ "ความปรับตัวได้เร็ว"

(ไอเดียและแบบแปลน ผู้ออกแบบเปิด โอเพนซอร์ส ครับ)

[ลิงก์ ห้องแถว 2550 | ผ่าน คนชายขอบ]

technorati tags: , ,

2007-04-02

New Generations

‘ขัดขืนอารยะ : พลังคนหนุ่มสาว’ และรอบโลกการต่อสู้ 25 - 31 มีนาคม 2550
วิทยากร บุญเรือง, ประชาไท

พนักงาน Airbus ในแคว้นเวลส์ตอนเหนือหยุดงาน, พนักงาน Air Senegal หยุดงานเรียกร้องเพิ่มค่าแรงและสวัสดิการ, วัยรุ่นฝรั่งเศสปะทะกับตำรวจที่สถานีรถไฟในปารีส, ตำรวจชิลีจับกุมนักศึกษาประท้วงถึง 475 คน, นักศึกษา BYU เตรียมประท้วงการมาเยือนของ Dick Cheney

ในรอบปี 2006 ที่ผ่านมา ถือว่าเป็นปีที่ขบวนการนักศึกษาเพื่อสังคมประชาธิปไตย (Students for a Democratic Society : SDS) ทั่วโลกเติบโตเบ่งบานขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง

โดยเฉพาะการคืนชีพอย่างสมเกียรติทั่วของขบวนการนักศึกษาที่มีแนวทางค่อนไปทางฝ่ายซ้าย ที่ต่อต้านนโยบายเศรษฐกิจแบบเสรีนิยมใหม่ (neoliberal economic policies) และต่อต้านจักรวรรดินิยมอเมริกา (U.S. Empire) ... ในสหรัฐอเมริกา ขบวนการนักศึกษาฝ่ายซ้ายเหล่านี้เป็นหัวหอกในการต่อต้านนโยบายการรุกราน ตะวันออกกลางของจักรวรรดินิยมอเมริกาอย่างแข็งขัน ไม่ว่าจะเป็นการต่อต้านการยึดครองอัฟกานิสถานและอิรัก การต่อต้านที่รัฐบาลอเมริกันสนับสนุนรัฐบาลอิสราเอลกระทำย่ำยีชาวเลบานอน และปาเลสไตน์ เป็นต้น

ส่วนในยุโรป ไม่ว่าจะเป็นการออกมาต่อต้านการแปรรูปมหาวิทยาลัยของนักศึกษากรีซและ นักศึกษาเซอร์เบียแล้วก็ยังมีการออกมาต่อสู้ของคนหนุ่มสาวฝ่ายซ้ายใน เดนมาร์ก และที่เป็นข่าวโด่งดังไปทั่วโลกก็เห็นจะเป็นที่ฝรั่งเศส ไม่ว่าจะเป็นการลุกฮือของคนหนุ่มสาวต่างชาติพันธุ์ในกรุงปารีสหรือการรวมตัวกันทั่วประเทศเพื่อต่อต้านกฎหมาย CPE อันเป็นกฎหมายซึ่งจะทำให้แรงงานหนุ่มสาวกลายเป็นกลุ่มคนที่สามารถตกงานได้ง่ายๆ

บ้านเราก็มีนะครับไม่ว่าจะเป็นการเติบโตขึ้นของ กลุ่ม NGO’s คนหนุ่มสาว, กลุ่มหนุ่มสาวฝ่ายซ้าย, กลุ่มนักศึกษาต้าน ม.นอกระบบ หรือล่าสุดนักศึกษาชาติพันธุ์มหาลัยราชภัฏเชียงรายที่ออกมาเคลื่อนไหวต่อสู้ในประเด็นทางสังคมและชาติพันธุ์ ...

‘ขัดขืนอารยะ : พลังคนหนุ่มสาว’ และรอบโลกการต่อสู้ 25 - 31 มีนาคม 2550

technorati tags:

2007-02-27

Sufficiency Economy

“ประเทศไทยในขณะนี้มี "วิกฤตเศรษฐกิจพอเพียง" หมายความว่า มีวิกฤตความรู้เรื่องเศรษฐกิจพอเพียงว่า จะเอาไปทำอะไร เพราะกลายเป็นว่าทุกคนที่เป็นผู้นำชุมชน สังคม ก็ใช้คำว่าเศรษฐกิจพอเพียงเป็นข้ออ้างในการทำอะไรก็ได้ที่ดูดี รัฐบาลก็ถือเป็นนโยบาย นักการเมืองก็ใช้พูด เพื่อให้เกิดความรู้สึกที่ดีว่า ได้ตอบสนองพระราชดำรัส”

“คนไทยเรา เวลามีพระราชดำรัส ก็ไม่วิเคราะห์ ไม่ตั้งคำถาม อันนั้นยังพอว่า เพราะว่าเป็นประเพณีเรา แต่เชื่อและนำมาใช้อย่างไม่ศึกษา จึงเกิดวิกฤต...”

“เศรษฐกิจพอเพียงเป็นปรัชญาแท้ๆ คือเราไปยกย่องความคิดนี้แบบไม่ค้นคว้า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำรัสในเรื่องนี้เป็นปรัชญา เป็นข้อเสนอแนะในการดำเนินชีวิต

ดังนั้นรัฐบาลไม่สามารถนำปรัชญาในการดำเนินชีวิตมาเป็นนโยบายทางเศรษฐกิจได้

เราต้องวิเคราะห์ให้เป็นวิชาการ เพราะปรัชญาในการดำเนินชีวิตเป็นนโยบายวัฒนธรรมและสังคม หากรัฐบาลจะเอามาใช้ต้องประกาศเป็นนโยบายวัฒนธรรมและสังคม แม้จะเรียกว่าเศรษฐกิจพอเพียง ไม่ใช่นโยบายเศรษฐกิจ เพราะนโยบายเศรษฐกิจ คุณต้องมีรูปแบบการดำเนินกิจกรรมหลายๆ อย่าง เช่น เพิ่มหรือลดทุน การพัฒนาการผลิตจะทำอย่างไร”

มติชน : วิกฤต “เศรษฐกิจพอเพียง” สมเกียรติ อ่อนวิมล “ปรัชญา” ไม่ใช่ “ทฤษฎี”

วิกิพีเดีย: Localism (politics), เศรษฐกิจพอเพียง, พุทธเศรษฐศาสตร์

technorati tags: , ,

2006-03-26

New Asian Colonisation ?

SembCorp Industrial Parks สวนอุตสาหกรรมที่บริหารงานโดย SembCorp ใน Wuxi (ใกล้เซี่ยงไฮ้), โฮจิมินห์ซิตี้, Batam (อินโดนีเซีย) และ Bintan (อินโดนีเซีย)

วันนี้ไปยืนอ่าน The Economist ฉบับล่าสุด (23 มี.ค. 2549) เค้ามีบทความวิเคราะห์เล็ก ๆ (ครึ่งหน้า) เกี่ยวกับความเคลื่อนไหวในการขยายการเติบโตทางเศรษฐกิจของสิงคโปร์ ซึ่งมีสองปัจจัยที่ฉุดไม่ให้มันฉิวอย่างที่ศักยภาพของสิงคโปร์ทำได้จริง หนึ่งก็คือ แรงงานมีน้อยและราคาแพง สองก็คือ ที่ดินมีจำกัด แพง ทำให้ต้นทุนการมาตั้งโรงงานตั้งกิจการใหม่ ๆ ในประเทศเค้าเนี่ยสูง จนแข่งกับอื่นในเอเชีย อย่างจีนและอินเดียได้ลำบาก

ทางออกของสิงคโปร์ตอนนี้ก็คือ รัฐจะสนับสนุนให้บริษัทเอกชน (ซึ่งจริง ๆ แล้วก็ถือหุ้นใหญ่โดยรัฐอีกที) เข้าไปลงทุนเปิดสวนอุตสาหกรรมในประเทศเพื่อนบ้าน อย่างในข่าวนี่ เป็นกรณีของเกาะ Bintan ของอินโดนีเซีย ซึ่งอยู่ไม่ไกลนักจากสิงคโปร์ นั่งเรือเฟอร์รี่ไปมาหากันได้

โดยสิงคโปร์ได้เจรจากับรัฐบาลอินโดนีเซีย จะให้การช่วยเหลือด้านโครงสร้างพื้นฐาน สร้างถนน ไฟฟ้า ประปา ระบบการสื่อสารให้ รวมทั้งระบบการบริหารจัดการด้วย (หัวข้อบทความใช้คำว่า “clone” คือจะจำลองเกาะสิงคโปร์มาเลย แนว ๆ นั้น, และมีใช้ข้อความนึงว่า “install Singapore operating system” หมายถึงสิงคโปร์จะเป็นผู้ดูแลเกาะนี้ โดยใช้ระบบที่ประสบความสำเร็จมาแล้วในสิงคโปร์)

แนวคิดของยุทธศาสตร์นี้ก็คือ ในเมื่อการดึงคนให้เข้ามาลงทุนในสิงคโปร์นั้น มันลำบาก เนื่องจากข้อจำกัดทางธรรมชาติ ซึ่งแก้ไขอะไรไม่ได้ (สิงคโปร์ได้พยายามถมทะเลบางส่วนให้เป็นแผ่นดิน แต่นั่นก็ใกล้ถึงจุดตันแล้ว) อย่ากระนั้นเลย ก็เดินให้เร็วกว่าคนอื่นหนึ่งก้าว ด้วยการไปตั้งสวนอุตสาหกรรมในประเทศข้างเคียงซะ อย่างน้อยก็ยังสามารถดึงเม็ดเงินส่วนนึงเข้าประเทศได้

ก็ต้องยอมรับว่าเค้าฉลาดจริง ๆ ล่ะ

2006-01-17

2005-12-09

Outsourcing everything

Accountant, call center, technical support, software development, house keeping, scientific research, blah blah blah, ... you can outsourcing almost everything in this world (baby-sitting is a classic case, generations of parents were already outsourced their baby-sitting tasks to those nannies) ... and now it comes to playing games!

Globalisation!

2005-07-13

Thailand's Economy Trends

แนวโน้มเศรษฐกิจไทย : การรับมือกับภาวะเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป

โดย สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ)
(The Thailand Development Research Institute - TDRI)
7 กรกฎาคม 2548

เค้าว่า...

ตะกี้ดูผ่าน ๆ ไปบนรถไฟ จับใจความได้ดังนี้

ในช่วงที่ผ่านมา รัฐบาลของเราบริหารประเทศแบบมองโลกในแง่ดี(มาก)
ในภาษาที่ TRDI ใช้ในสไลด์คือ บริหารแบบใช้หลักการตลาดนำหลักเศรษฐศาสตร์ (โดยหวังว่าถ้าสร้างภาพให้เกิดความเชื่อมั่นได้ ผลก็จะตามมาเอง)

ในสไลด์ไม่ได้ว่าตรง ๆ ว่า มันไม่ดี เพียงแต่อันตรายไปหน่อย คือถ้าเกิดทุก ๆ อย่างเป็นไปตามที่รัฐบาลคาดไว้ เศรษฐกิจไทยจะสดใสแน่นอน เหมือนกับปี 47 ที่ผ่านมา ที่ภาคการผลิตทุกภาคขยายตัว และดุลระหว่างประเทศเกินดุลถึง 2.8 แสนล้านบาท

เผอิญว่าโลกนี้อะไร ๆ มันก็ไม่แน่นอน อยู่ดี ๆ สึนามิก็เข้า น้ำมันก็ขึ้น เศรษฐกิจโลกโดยรวมก็ชะลอตัว (=การส่งออกของไทยก็ชะลอตาม) ไหนจะเรื่อง หวัดนก (=ไก่ส่งออก) และปัญหาความรุนแรง 3 จังหวัดภาคใต้อีก

5 เดือนแรกของปี 48 นี้ – เราขาดดุลบัญชีเดินสะพัดถึง 1.8 แสนล้านบาท (~2.6% GDP)
ในขณะที่ 5 เดือนแรกของปี 47 – เกินดุล 0.92 แสนล้านบาท และทั้งปี 47 เกินดุล 2.8 แสนล้านบาท (~4.3% GDP)

สาเหตุคือ แม้การส่งออกจะขยายตัว 11.6% แต่การนำเข้าน่ะเพิ่ม 28.9%
(อัตราการขยายตัวของการส่งออกไปสู่ประเทศที่มีข้อตกลง FTA กับไทยมีแนวโน้มลดลง แต่อัตราการขยายตัวของการนำเข้ากลับมีแนวโน้มสูงขึ้น)

เศรษฐกิจไทยไตรมาสแรก ขยายตัว 3.3% (ไตรมาสแรก ปีที่แล้ว ขยายตัว 6.7%)
ชะลอตัวลงในทุกภาคการผลิต โดยเฉพาะภาคการเกษตร หดตัว 8.2% (ไตรมาสแรก ปีที่แล้ว หดตัว 2.0%)

การบริโภคและการลงทุนภาคเอกชน หดตัว
แต่การบริโภคและการลงทุนภาครัฐ ขยายตัว โดยเฉพาะด้านเครื่องมือเครื่องจักร ขยายเพิ่ม 58.6%

สรุปสั้น ๆ ห้วน ๆ ได้ว่า นอกจากภัยธรรมชาติซึ่งหนีไม่พ้นแล้ว ยังโง่ทำตัวเองซ้ำอีก .. เยี่ยมเลย

การบริโภคและการลงทุนภาครัฐที่ขยายกันนั้น ก็คือ อภิมหาโครงการ (mega project) ต่าง ๆ นั่นเอง (สร้างครึ่งนึง กินครึ่งนึง, อันนี้ TDRI ไม่ได้บอก ผมพิมพ์ไปงั้นแหละ ขำ ๆ)
ส่วนการนำเข้าหลัก ๆ ที่ทำให้ขาดดุลนั้น คือ สินค้าพลังงาน
แล้วไหนจะเสียเงินไปวันละ 130 ล้าน เพื่ออุดหนุนราคาน้ำมันอีก

จากตัวเลขที่ TDRI เอามาให้ดู (หน้า 28) จะหาว่าคนไทยตอนนี้ฟุ่มเฟือยไม่ได้แล้วล่ะ
การบริโภคสินค้าฟุ่มเฟือยขยายตัวลดลง บางตัวหดตัวลงด้วยซ้ำ
ในชาร์ต มีขยายตัวเพิ่มอยู่สองอย่าง
อย่างแรก รถกระบะ (จาก 23.2% เป็น 29.4% – แต่ก็คงเพราะรถเก๋งลดจาก 20.2% เป็น -15.3% ถือเป็นสินค้าทดแทนได้เหมือนกัน)
ส่วนอีกอย่าง .. เหล้า (แบบว่า.. กลุ้มโว้ย! :P – แต่เบียร์ขยายลดลงนะ ส่วนน้ำอัดลมนี่หดไปเลย)

แปลไทยเป็นไทยได้ว่า: ประชาชนทั่วไปน่ะ เค้าประหยัดมานานแล้ว – มีก็ท่าน... น่ะแหละ ยังไม่ยอมประหยัดกัน (แหม แบ่งกันหลายคน หลายวัง น้ำนู้น น้ำนี้ จะประหยัดไงไหว :P ... บอกว่า ขำ ๆ เอ๊ะ)

TRDI เสนอ:

  • เลิกชดเชยราคาน้ำมันทันที เพราะนอกจากจะเปลืองงบซึ่งเอาไปทำอย่างอื่นได้ประโยชน์กว่า ยังบิดเบือนพฤติกรรมการบริโภคด้วย
  • ปรับลดขนาดโครงการขนาดใหญ่ของรัฐทั้งหมดลง โดยเฉพาะให้ระวังพวกเงินกู้หรืองบผูกพัน ที่จะทำให้ต้องแบกรับภาระกันไปนาน และทำให้ความคล่องตัวด้่านนโยบายในระยะยาวลดลง
  • ส่งเสริมการพัฒนาเครื่องยนต์/เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และการพัฒนาพลังงานทางเลือก (ตรงนี้ TDRI ย้ำด้วยว่า อย่าไปดูกันที่ ซีซี ให้ดูกันที่ กิโล/ลิตร จะตรงจุดกว่า)

งานนี้ไม่รู้จะจะโดนว่าว่าเป็น ขาประจำ รึเปล่า :P

2005-05-31

Thai Canal

คลองไทย (aka คลองกระ, คลองคอคอดกระ)

Thai Canal (aka Kra Canal, Kra Isthmus Canal)

โครงการศึกษาคลองไทย ของคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการขุดคอคอดกระ วุฒิสภา
ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลที่ทางคณะฯ ศึกษามาร่วม 3 ปี เพื่อสรุปเป็นรายงานให้กับวุฒิสภาต่อไป

FYI, Thai Canal is something like Panama Canal and Suez Canal.

Thailand has a plan for the canal for more than hundred years, but it has never been realized. Location of the canal will be somewhere in Southern Thailand. Original purposed site is acroos the Kra Isthmus. But from the latest study, the new proposed site is to be across Nakhon Si Thammarat and Trang provinces.

When finished, it is much believed that the canal will bring an economic boost to the nearby area, the whole country, and the larger region (may be with an exception to Strait of Malacca area and, obviously, Singapore.).

พี่เทพ (และคนอื่น ๆ) เคยคุยเรื่องนี้: คลองกระ - คลองไทย

Thai Canal Links:

2004-04-27

งงงงง

สนใจ เศรษฐศาสตร์ รัฐศาสตร์ และ เทคโนโลยีสารสนเทศ เรียนอะไรดี?

จะมีมั๊ย?

เห็นมี เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการจัดการ (ในองค์กร) มาเยอะแล้ว

จะมี เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการปกครอง รึเปล่า?

หรือว่า เศรษฐศาสตร์
ว่าด้วยเรื่องของ ทุน
อย่างนึงก็คือ ที่ดิน เป็นปัจจัยการผลิต

แต่เดี๋ยวนี้ ซอฟต์แวร์ การบริการ เทคโนโลยีหลายๆ อย่าง
ที่ดิน ไม่ได้เป็นปัจจัยหลักในการผลิต
(แน่นอน ยังต้องใช้อยู่ โปรแกรมเมอร์เป็นสสาร ต้องการที่อยู่ :P)

มันมีสาขาไหนในเศรษฐศาสตร์ ที่ศึกษาเศรษฐกิจแบบใหม่พวกนี้โดยเฉพาะมั๊ย?

หรือถ้าเป็นพวกการเมือง

การที่ อินเทอร์เนต ทำให้คนที่มีความสนใจเหมือนๆ กัน
รวมตัวกันเคลื่อนไหวได้ง่ายขึ้น จะมีผลต่อการเมืองยังไงมั่ง
(ดูกรณีหาเสียงเลือกตั้งสหรัฐช่วงนี้เป็นตัวอย่าง
นาย Howard Dean ใช้อินเทอร์เนตในการบริหารเครือข่ายการหาเสียง
ในลักษณะ decentralized ได้อย่างมีประสิทธิภาพมาก
จนกลายเป็นปรากฏการณ์ที่นักวิเคราะห์หลายคนสนใจ
ถึงแม้ว่าสุดท้าย Dean จะแพ้ Kerry ก็ตาม)

ฯลฯ

คือยังชอบพวกเทคโนโลยีสารสนเทศเหมือนเดิม

แต่คิดว่า อยากทำอะไรที่มัน เออ พูดให้หรูๆ
เป็นประโยชน์คนอื่นๆ ได้เยอะๆ
(เรียนให้จบเอก กลับไปเป็นอาจารย์สอนนักเรียน อันนั้นก็ดี แต่ก็คงไม่กี่คน
หรือทำวิจัย ก็ไม่รู้เมื่อไหร่จะได้เอาออกไปให้คนอื่นๆ ใช้ในวงกว้าง)

IT มันต้องไม่ใช่เพื่อ IT แล้วดิ

มันต้องเอาไปใช้ได้มากกว่านั้น
อะไรๆ มันก็ต้องใช้ ข่าวสาร ทั้งนั้นสิ

มีใครพอจะแนะนำได้บ้างมั๊ยครับ?

ตอนนี้คิดๆ อะไรไปเรื่อย
งงๆ หน่อยๆ

จากคุณ : bact' (Bacteria!) [25 เม.ย. 2547 - 08:59:39]

----

ความคิดเห็นที่ 8

อืมๆ คิดคล้ายๆ กันเลย...

แต่ไร้นามสนใจงานอุตสาหกรรมค่ะ ถ้ารวยก็อยากตั้งบริษัทผลิตสินค้าส่งออกนอกประเทศ
อยากทำแบบที่ต้องหาวัตถุดิบในประเทศไทย และก็เอาข้อได้เปรียบด้านแรงงานฝีมือมา
แถมกับเทคโนโลยีสารสนเทศดีๆ เป็น backbone ในการส่งขาย/ควบคุยสายการผลิต
อย่างมีประสิทธิภาพทั่วโลก (อิอิ) ที่คิดเป็น production เพราะว่าถ้าทำระบบ software
มันก็ย้ายฐานการผลิตได้ง่าย แล้วก็ขึ้นกับความสามารถเฉพาะคนโดยรวมสูง แต่กลับครอบคลุมตลาด
แรงงานน้อยจะกลายเป็นการสร้างธุรกิจให้กับคนรวยช่วยกันรวย แต่ถ้าทำเป็นอุตสาหกรรม(อะไรซักอย่าง)
จะใช้ความสามารถในการวางแผน/วางระบบสูง แต่กลับจะมีกำลังจ้างงานสร้างฐานการผลิตได้มาก
แล้วถ้าทำดีๆ ก็จะเป็นที่ๆ มีสวัสดิการดีๆ ให้กับคนที่ไม่ค่อยมีโอกาสได้เลือกทำงานสบายๆ
แล้วขยายกันสร้างเป็น chain/network ของวงการอุตสาหกรรมเมืองไทยแข็งๆ ขึ้นได้
พอคนมีงานทำ กินดีอยู่ดี สภาพสังคมก็คงจะดีขึ้น ก็คงจะเป็นที่ๆ เราสบายใจให้คนรุ่นหลังอยู่กินได้

อืม... ฝันๆ แต่ตอนนี้จบละยังหางานอยู่เลย แหะ แหะ (อันนั้นต้องเก็บไว้ทำตอนรวยก่อน)

ว่าแต่ถ้าอยู่ๆ มีคนใจดีบอกว่าจะช่วยลงทุนให้ทำอะไรก็ได้ 20 ล้านบาทแถมให้ที่ตั้งสำนักงาน
ใจกลางกรุงเทพ... จะสามารถทำอะไรได้มั่งน้อ?

จากคุณ : ไร้นาม - [27 เม.ย. 2547 00:27:22]

----

ความคิดเห็นที่ 11

ที่ทำงานเกี่ยวกับวางนโยบาย วางแผน ก็เห็นอาจารย์หลายๆท่านทำกันอยู่นะครับ แล้วช่วงรัฐบาลนี้ผมว่าค่อนข้างจะเริ่มมีการระดมความคิดจากนักวิชาการเยอะขึ้น (แม้บางทีจะออกมาโต้กันบ้างก็เถอะนะ)

กลับมาก็ลองเป็นอาจารย์สิครับ พอทำงานไปสักพักผมว่าก็คงเห็นช่องทางช่วยชาติในวงกว้างเองหล่ะ ผมก็เห็นด้วยกับความเห็นข้างบนเรื่อง การรู้จักคนเพื่อสร้างเครือข่ายนะ หากเราเข้ามาทำงานในสายงานที่เป็นสายที่เราคิดว่าน่าจะช่วยประเทศได้เยอะ แล้วพอเราได้รู้จักคนในสายงานนั้น แสดงความสามารถและวิสัยทัศน์จนเป็นที่น่าเชื่อถือได้ ผมว่าสักพักโอกาสก็จะมาถึงเองนั่นแหละ

หรือไม่ก็ลองไปโตทางสายธุรกิจดูก็ได้ โตแบบด้านการใช้เทคโลยีด้านการจัดการนั่นแหล่ะ พอรู้จักคนเยอะๆ แสดงความสามารถให้สังคมเห็นได้บ่อยๆ ผมว่าก็มีสิทธิในการถูกทาบทามมาให้ช่วยชาติได้เหมือนกันมั๊ง ช่วงนี้ยังเห็นคนจากสายธุรกิจมาทางการเมืองตั้งหลายคน

<snip>

จากคุณ : tgih - [27 เม.ย. 2547 13:18:19]

----

ความคิดเห็นที่ 13

ฉัน ว่า คุณ ไม่เหมาะ จะ ไป ทางด้าน อื่น แล้ว นะ, คุณ bact'.

#9, ถ้า ให้ พูด ตรง ๆ ก็, เมืองไทย ไม่ ต้องการ คุณ แล้ว นะ :b
คือ ไม่ ต้องการ แรงงาน แบบ คุณ หนะ ครับ. มี ความรู้ มากเกิน, เงินเดือน แพง. เมืองไทย ไม่มี ศักยภาพ ใน การ ดึง เอา ความ สามารถ ของ คุณ มา ใช้ ประโยชน์ ได้ เต็ม ที่.

จากคุณ : อานนท์ - [27 เม.ย. 2547 22:53:50]

----

ความคิดเห็นที่ 14

ถูกน้องนนท์แซวเลย (^^')

อืม... แต่จริงๆ อ่านแล้วก็สะท้อนใจนะ เพราะจริงๆเมืองไทยเรามีการจ้างฝ่ายบริหารจากบริษัทต่างชาติ
มาทำงาน (e.g. เป็นที่ปรึกษา) พอควร เพราะมีคุณวุฒิสูงและความรู้ดี เช่นมีเพื่อนฝรั่งที่เคมบริดจ์กลับ
ไปทำอะไรๆ ที่เมืองไทยก็จะได้รับการเคารพในความรู้ (คนที่รู้จักยังเก่งสู้เด็กไทยบางคนไม่ได้ด้วยซ้ำ)
แต่พอเป็นเด็กไทยกลับไป ก็จะถูก treat ต่างไปอีกแบบ (คล้ายๆ กับให้เกิยรติฝรั่งซะมากกว่า)

เชื่อว่างานที่ประเทศเราที่ท้าทายความสามารถน่าจะมีค่ะ (แต่น้อย) แต่ถ้าช่วยๆ กันกลับไปทำให้มันดีขึ้น
ก็น่าจะเปลี่ยนให้ประเทศเรามีตลาดงานสำหรับเด็กจบสูงขึ้นมาได้ (คงต้องพึ่งนโยบายรัฐด้วย)

คุยกะน้อง bact' ต่อ เศรษฐศาสตร์ และ รัฐศาสตร์เป็นวิชาที่น่าสนใจแต่เป็นคนละทางกันค่ะ
มีรุ่นน้องคนนึงจบรัฐศาสตร์จุฬามาเรียนต่อคอมพ์ที่เคมบริดจ์ เมื่อหลายปีก่อนเค้าบอกว่า ระบบการคิด
ของสองสายนี้เป็นคนละแบบกันเลย... การเรียนหลายทางอาจทำให้รอบรู้ขึ้น หรือไม่ก็อาจกลายเป็นการรู้แบบเป็ด
คือลอยบนผิวน้ำตื้นๆ แต่ไม่ได้ลงลึก เพราะไม่มีเวลาศึกษาพอ หรืออาจเกิดความขัดทางความคิดกันในตัวอยู่

แต่ก็มีเหมือนกันที่เจอ พหูสูตร คือรอบรู้หลายด้านและก็ลึก แต่ส่วนใหญ่เค้าจะไม่ได้เรียนหลายสาย
แต่ไขว่คว้าหาตำหรับตำรามาอ่านเองเสียมากกว่าค่ะ (learn by heart!)

จากคุณ : ไร้นาม - [27 เม.ย. 2547 23:36:45]

----

หมายเหตุ:

โพสต์มาก่อนหน้านี้ ที่ pantip.com ห้องคอมซายน์ เมื่อ 2004.04.25

พี่ไร้นาม ในกระทู้ ตอนนี้ทำงานเป็นนักวิจัยอยู่ที่เคมบริดจ์ ทำพวกชิปอะไรซักอย่าง
เคยเจอตัวเป็นๆ ทีนึง แต่เคยเห็นกันมานานพอควรทางเนต