ย้ายบล็อกไปที่ bact.cc แล้วนะครับ

พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
หยุด ร่างพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
พื้นที่เก็บข้อมูลออนไลน์ ฟรี 2GB จาก Dropbox (sync กับ Windows, Linux, Mac, iPhone, Android ฯลฯ ได้)

2005-07-13

Thailand's Economy Trends

แนวโน้มเศรษฐกิจไทย : การรับมือกับภาวะเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป

โดย สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ)
(The Thailand Development Research Institute - TDRI)
7 กรกฎาคม 2548

เค้าว่า...

ตะกี้ดูผ่าน ๆ ไปบนรถไฟ จับใจความได้ดังนี้

ในช่วงที่ผ่านมา รัฐบาลของเราบริหารประเทศแบบมองโลกในแง่ดี(มาก)
ในภาษาที่ TRDI ใช้ในสไลด์คือ บริหารแบบใช้หลักการตลาดนำหลักเศรษฐศาสตร์ (โดยหวังว่าถ้าสร้างภาพให้เกิดความเชื่อมั่นได้ ผลก็จะตามมาเอง)

ในสไลด์ไม่ได้ว่าตรง ๆ ว่า มันไม่ดี เพียงแต่อันตรายไปหน่อย คือถ้าเกิดทุก ๆ อย่างเป็นไปตามที่รัฐบาลคาดไว้ เศรษฐกิจไทยจะสดใสแน่นอน เหมือนกับปี 47 ที่ผ่านมา ที่ภาคการผลิตทุกภาคขยายตัว และดุลระหว่างประเทศเกินดุลถึง 2.8 แสนล้านบาท

เผอิญว่าโลกนี้อะไร ๆ มันก็ไม่แน่นอน อยู่ดี ๆ สึนามิก็เข้า น้ำมันก็ขึ้น เศรษฐกิจโลกโดยรวมก็ชะลอตัว (=การส่งออกของไทยก็ชะลอตาม) ไหนจะเรื่อง หวัดนก (=ไก่ส่งออก) และปัญหาความรุนแรง 3 จังหวัดภาคใต้อีก

5 เดือนแรกของปี 48 นี้ – เราขาดดุลบัญชีเดินสะพัดถึง 1.8 แสนล้านบาท (~2.6% GDP)
ในขณะที่ 5 เดือนแรกของปี 47 – เกินดุล 0.92 แสนล้านบาท และทั้งปี 47 เกินดุล 2.8 แสนล้านบาท (~4.3% GDP)

สาเหตุคือ แม้การส่งออกจะขยายตัว 11.6% แต่การนำเข้าน่ะเพิ่ม 28.9%
(อัตราการขยายตัวของการส่งออกไปสู่ประเทศที่มีข้อตกลง FTA กับไทยมีแนวโน้มลดลง แต่อัตราการขยายตัวของการนำเข้ากลับมีแนวโน้มสูงขึ้น)

เศรษฐกิจไทยไตรมาสแรก ขยายตัว 3.3% (ไตรมาสแรก ปีที่แล้ว ขยายตัว 6.7%)
ชะลอตัวลงในทุกภาคการผลิต โดยเฉพาะภาคการเกษตร หดตัว 8.2% (ไตรมาสแรก ปีที่แล้ว หดตัว 2.0%)

การบริโภคและการลงทุนภาคเอกชน หดตัว
แต่การบริโภคและการลงทุนภาครัฐ ขยายตัว โดยเฉพาะด้านเครื่องมือเครื่องจักร ขยายเพิ่ม 58.6%

สรุปสั้น ๆ ห้วน ๆ ได้ว่า นอกจากภัยธรรมชาติซึ่งหนีไม่พ้นแล้ว ยังโง่ทำตัวเองซ้ำอีก .. เยี่ยมเลย

การบริโภคและการลงทุนภาครัฐที่ขยายกันนั้น ก็คือ อภิมหาโครงการ (mega project) ต่าง ๆ นั่นเอง (สร้างครึ่งนึง กินครึ่งนึง, อันนี้ TDRI ไม่ได้บอก ผมพิมพ์ไปงั้นแหละ ขำ ๆ)
ส่วนการนำเข้าหลัก ๆ ที่ทำให้ขาดดุลนั้น คือ สินค้าพลังงาน
แล้วไหนจะเสียเงินไปวันละ 130 ล้าน เพื่ออุดหนุนราคาน้ำมันอีก

จากตัวเลขที่ TDRI เอามาให้ดู (หน้า 28) จะหาว่าคนไทยตอนนี้ฟุ่มเฟือยไม่ได้แล้วล่ะ
การบริโภคสินค้าฟุ่มเฟือยขยายตัวลดลง บางตัวหดตัวลงด้วยซ้ำ
ในชาร์ต มีขยายตัวเพิ่มอยู่สองอย่าง
อย่างแรก รถกระบะ (จาก 23.2% เป็น 29.4% – แต่ก็คงเพราะรถเก๋งลดจาก 20.2% เป็น -15.3% ถือเป็นสินค้าทดแทนได้เหมือนกัน)
ส่วนอีกอย่าง .. เหล้า (แบบว่า.. กลุ้มโว้ย! :P – แต่เบียร์ขยายลดลงนะ ส่วนน้ำอัดลมนี่หดไปเลย)

แปลไทยเป็นไทยได้ว่า: ประชาชนทั่วไปน่ะ เค้าประหยัดมานานแล้ว – มีก็ท่าน... น่ะแหละ ยังไม่ยอมประหยัดกัน (แหม แบ่งกันหลายคน หลายวัง น้ำนู้น น้ำนี้ จะประหยัดไงไหว :P ... บอกว่า ขำ ๆ เอ๊ะ)

TRDI เสนอ:

  • เลิกชดเชยราคาน้ำมันทันที เพราะนอกจากจะเปลืองงบซึ่งเอาไปทำอย่างอื่นได้ประโยชน์กว่า ยังบิดเบือนพฤติกรรมการบริโภคด้วย
  • ปรับลดขนาดโครงการขนาดใหญ่ของรัฐทั้งหมดลง โดยเฉพาะให้ระวังพวกเงินกู้หรืองบผูกพัน ที่จะทำให้ต้องแบกรับภาระกันไปนาน และทำให้ความคล่องตัวด้่านนโยบายในระยะยาวลดลง
  • ส่งเสริมการพัฒนาเครื่องยนต์/เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และการพัฒนาพลังงานทางเลือก (ตรงนี้ TDRI ย้ำด้วยว่า อย่าไปดูกันที่ ซีซี ให้ดูกันที่ กิโล/ลิตร จะตรงจุดกว่า)

งานนี้ไม่รู้จะจะโดนว่าว่าเป็น ขาประจำ รึเปล่า :P

3 comments:

bact' said...

อ้อ แต่เท่าที่เคยอ่านข่าว
ตลาดน้ำอัดลม รวมถึงน้ำผลไม้ปีที่ผ่านมา หดตัวเพราะ ชาเขียว นะครับ :)

มาแรงฉุดไม่อยู่จริง ๆ ชาเขียวเนี่ย

fat dog father said...

ผมมีคำถามว่า ถ้าเราเลิกชดเชยราคาน้ำมันแล้ว(กล่าวคือให้
ราคาน้ำมันลิตรละ 70-100 บาท หรืออาจจะมากกว่านั้น
เหมือนในยุโรป) แน่นอนเราต้องอุ้มอุตสาหกรรมบางอย่าง
เพื่อให้แข่งขันได้ในตลาดโลก(หลายประเทศทำแต่บอกว่า
ไม่ได้ทำ) TDRI มีนโยบายอะไรรองรับความอยู่รอดของผู้
บริโภคหรือยังที่ราคาสินค้าจะสูงขึ้นมากกว่าเท่าตัว แล้วคน
จนๆ จะอยู่ได้อย่างไร เมื่อราคารถเมล์ร้อนเป็น 10 บาท

พูดน่ะง่าย ไม่ต้องแค่คนจนหรอก คนอย่าง bact' ก็ขาย
ตู้ไม้ไม่ออกนะอย่างเนี้ย เพราะสินค้าอยู่ระดับคนชั้นกลาง-
ถึงล่าง ???? ถ้าราคาขึ้นเท่าตัวใครจะมาซื้อ อย่างนี้ตลาดชั้น
สูงกินเรียบ

bact' said...

ในการนำเสนอ TDRI แจ้งไว้เลยครับ ยอมรับว่า ถ้าดำเนินตามคำแนะนำที่ TDRI เสนอนั้น
GDP ในระยะสั้น จะลดลงแน่

แต่ในระยะยาวแล้ว GDP จะลดลงน้อยกว่าการดำเนินนโยบายในปัจจุบัน
รวมถึงจะขาดดุลบัญชีเดินสะพัดน้อยลงด้วย
(คือ GDP จะยังลดลง และบัญชีเดินสะพัด ก็จะยังขาดดุล แต่ว่าน้อยกว่า)

เข้าใจว่าการวิเคราะห์ของ TDRI เป็นลักษณะโมเดลภาพรวม ไม่ได้ลงรายละเอียดว่าในระดับจุลภาคใครจะทำอะไรยังไง
(เหมือนเป็นตัวเลขยัดเข้าไปในกล่องดำ แล้วก็ได้ตัวเลขอีกตัวออกมา แต่ชี้ให้ชัดเจนไม่ได้ว่า ในกล่องจะเป็นตายร้ายดียังไง .. ก็เหมือน ๆ กับโมเดลทางสถิติหลาย ๆ อัน)

ไอ้เรื่องอุ้มนี่ ทุกประเทศทำแหละครับ ถ้ามีกำลัง
สหรัฐอุ้มฝ้าย ยุโรปอุ้มสินค้าเกษตร ฯลฯ
เราก็อุ้มอุตสาหกรรม อุ้มประมง ด้วยการพยุงราคาน้ำมัน
แต่ตอนนี้มันจะไม่ไหวแล้วน่ะสิ


ที่บ้านเดี๋ยวนี้ก็หนีไปขายร้านอาหาร ขายอะไรง่าย ๆ
ไม่สต็อกของเยอะ ไม่สั่งของแปลก ๆ มา
(ยอมเสียลูกค้าบางครั้ง กรณีเราไม่มีของ ดีกว่าเสี่ยงตุนไว้ แล้วไม่มีคนซื้อ)


ผมไม่แน่ใจว่าลำพังการผลิตก๊าซธรรมชาติในประเทศไทยเนี่ย มันจะพอสำหรับอุตสาหกรรมรึเปล่า
ดูจะเป็นแหล่งที่พึ่งพาได้มากที่สุดตอนนี้
ส่วนไบโอดีเซล หรือเอธานอลนี่ ก็ล้ม ๆ ตั้ง ๆ ตามอารมณ์ คนทำน่ะทำจริง แต่คนสนับสนุนนี่ แหย่เข้าแหย่ออก