ตะกี้พยายามจะออกจากหน้าต่าง MSN Messenger ด้วยการพิมพ์ exit
-_-"

“ the most talented player ever to come out of the British Isles. ” — ESPN Soccernet
George Best, former Northern Ireland football international (22 May 1946 – 25 November 2005)
Gallery at Soccernet | Bio at Wikipedia
Of unrelated, George Best (album) from The Wedding Present, one of my favorite bands (but I like Cinerama more).
สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา นั่งเรียน Ruby (กำลังฮิต mk ก็ทำอย่างเดียวกันโดยไม่ได้นัดหมาย)
ตอนแรกว่าจะลอง Ruby on Rails เลย ..
คืออาทิตย์ก่อนหน้านี้
(สังเกต: ใช้คำว่าว่า อาทิตย์ก่อนหน้า แต่ก็ใช้ สุดสัปดาห์ ... สุดอาทิตย์ ไม่มีใครใช้)
นั่งเขียน 'เว็บบอร์ด' ใหม่อยู่ (โครงการพันล้าน ทำ ๆ รื้อ ๆ มาหลายชาติ ตอนนี้ Google ออกเบต้าไปเรียบร้อยแล้ว :P)
ก็เขียนด้วย PHP ตามถนัดน่ะแหละ (ซึ่งผมว่า สำหรับเว็บเล็ก ๆ นะ PHP นี่แหละ เร็วสุดแล้ว หมายถึงสร้างนะ แต่ถ้าทำใหญ่ ๆ ก็รกง่ายมาก) แต่คราวนี้แทนที่จะทำอะไรเองหมด ก็ไปลองใช้พวกไลบรารีใน PEAR มั่ง
ซึ่งก็ง่ายดี และทำให้โค้ดสะอาดขึ้นเยอะ (อย่างตัว MDB2 นี่ก็ชอบ .. ถ้ามันใช้ utf-8 ได้นะ)
เขียนไปเขียนมา ก็นึกขึ้นมาได้ว่า เออ อยากลอง Rails มาตั้งนานแล้วนี่นา
งั้นทำไมไม่ลองเขียนด้วย Rails ไปเลยล่ะ ?
ประกอบกับได้ไปยืน/นั่ง/นอนอ่าน(ฟรี) หนังสือ Beyond Java ที่ร้านหนังสือมาสองรอบ (ไปอ่านมาสองรอบ ไม่ใช่อ่านจบสองครั้ง)
นึกได้ดังนั้น ก็เลยลง Ruby กะ Rails อีกรอบ
(หลังจากที่เคยลงและลบไปนานแล้ว เพราะไม่รู้จะลองอะไรดี)
ปรากฏว่า ลง Ruby ได้ แต่ Rails ไม่เวิร์กแฮะ
เซตกับ Apache (บน Windows) ไม่ได้ซะที ลองมันทุกวิธีละ
ก็นั่งทำอยู่ตั้งนาน ยังไงก็ไม่ได้
สุดท้ายเลยไปใช้ WEBrick แทน ที่ port 3000 (โง่อยู่ตั้งนาน โธ่)
เอาล่ะ มี Ruby ละ มี Rails ละ
ลอง Hello, World ไปโผล่ในเว็บเบราเซอร์ได้เรียบร้อยแล้ว
แต่ยังเขียน Ruby ไม่เป็นเลยนี่หว่า .. เอ้า
ก็เลยหัด Ruby ซะก่อน
ไม่รู้จะหัดกับอะไรดี นึกขึ้นมาได้ว่ากำลังอยากแปลงไฟล์ข้อมูล LEXiTRON อยู่
งั้นลองด้วย Ruby เลยละกัน
(เป็นประเภท ไม่ชอบเรียนกับหนังสือ ขี้เกียจทำตาม ชอบแก้ ๆ ผิด ๆ ถูก ๆ ไปเองเรื่อย ๆ มากกว่า ถ้าติดตรงไหนค่อยเปิดอ่าน/ค้นเว็บ)
ทำไปทำมา ตอนนี้ไม่ได้แตะ Rails แล้ว .. อ้าว
เพราะกำลังสนุกกับการ 'ทำความสะอาด' ข้อมูลใน LEXiTRON อยู่
ก็ใช้เขียน Ruby นี่แหละ ทำสคริปต์ช่วย พวกแปลงข้อความ/หาข้อความ
ทำไปทำมา จริง ๆ เหมือนเขียน regular expression เล่นมากกว่า :P
ถ้ามีพื้นฐาน Python มาแล้ว Ruby นี่วันเดียวก็เป็น ถ้าได้ลงมือโค้ดจริง ๆ
คอนเซปต์อย่าง closure นี่ ผมอ่าน ๆ แล้วก็ไม่เข้าใจเท่าไหร่
แต่พอได้ลงมือเองจริง ๆ แล้ว + อ่านโค้ดตัวอย่าง + ดีบัก แป๊บเดียวก็เข้าใจแล้ว
เท่าที่พบ ข้อมูลใน LEXiTRON ค่อนข้างจาก 'รก' ทีเดียว ...
ไม่ใช่ว่าแปลผิดนะ แต่หมายถึง ไม่ค่อยจะ..สม่ำเสมอ คือ ข้อมูลอย่างเดียวกัน แต่บันทึกไม่เหมือนกัน
เช่นในแท็ก <notes> (หมายเหตุ) ในไฟล์ telex นี่ เรา (โดยสคริปต์ Ruby สั้น ๆ) จะพบทั้ง
ผมยังไม่ได้เข้าไปไล่ดูในตัวไฟล์คำแปลว่าจริง ๆ แล้ว ทั้งหมดนี้ มีความหมายเหมือนหรือต่างกันยังไง
แต่ยังไงก็ตาม มันน่าจะมีอย่างน้อยบางคู่ ที่มันมีความหมายเหมือนกันล่ะ (แต่บันทึกไม่เหมือน)
... สรุปว่า เริ่มจาก 'เว็บบอร์ด' แล้วไปลงที่ LEXiTRON ได้ไงเนี่ย - -
นี่มัน Ruby off Rails ชัด ๆ !
ป.ล. งานนี้ใช้ jEdit + Ruby plug-in และปลั้กอินอื่น ๆ ..
ทั้ง HTML, CSS, XML, PHP, Python, JavaScript และ Ruby เราทำมันทั้งหมดใน jEdit เย้!
(อ้อ อย่าลืมเซต -Xmx เยอะ ๆ ล่ะ ถ้าแก้ไฟล์ใหญ่มาก ๆ แล้วจะให้มัน parse structure ด้วย ไม่งั้นก็แก้ใน mode text ธรรมดาไปเลย
และระวังอย่าเปิดไฟล์ที่มีบรรทัดที่ยาว ๆ และไม่มี whitespace เลย ในขณะที่ใช้ปลั๊กอินอย่าง StructureBrowser ไม่งั้น jEdit มันจะค้างไปเลย อันนี้ลองกับไฟล์ XML ที่แปลงมาจากข้อมูล LEXiTRON ขนาด 20 Mb ทั้งไฟล์มีบรรทัดเดียว และไม่มี whitespace เลย ... ผลลัพธ์ เซต -Xmx640m ก็ไม่พอครับ (เครื่องผมแรม 1.5 Gb))
ป.ล. ๒ เดี๋ยวค่อยมาโพสต์เรื่องการแปลงข้อมูล และสคริปต์ที่ใช้จริง ๆ (ด้วยภาษา Ruby) กัน
ถ้าสนใจเรื่องนี้ และอยากอ่านตอนนี้เลย แนะนำให้ไปอ่านของคุณ poonlap ก่อน — เจาะข้อมูล LEXiTRON (Perl)
do it visually, money counting.
John Maeda, MIT Media Lab (god, again .. no rocket science here, only creativity really counts)
SIIT Media Lab ? .. dream on kids
นี่ผม(กู)ทำอะไรอยู่น่ะ(วะ)
วันโน้นนั่งอ่านประวัติวงพรูเล่น ๆ รุ่นน้องมันเอามาแปะที่เว็บบอร์ด
(อย่าลืมไปดูคอนเสิร์ตกันด้วยนะคร้าบ ช่วยโปรโมต วงนี้เล่นคอนเสิร์ตมันอ่ะ พาราด็อกซ์ ฟลัวร์ พรู โมเดิร์นด็อก .. ไม่เคยผิดหวัง)
ยอดเถา ชอบกินข้าวราดแกง และ เกลียดคนที่ไม่มีจุดหมายว่าจะทำอะไร
เอ้า ห่านี่ มันจะเกลียดกูมั๊ยเนี่ย
ตอนนี้เหมือนไม่ค่อยมีจุดหมายในชีวิตเลยแฮะ
ข้อเสนอวิทยานิพนธ์เรียนต่อ ก็เปลี่ยนหัวข้อไปมาหลายรอบ คิดว่าครั้งนี้คงไม่เปลี่ยนแล้วนะ
เรียนภาษาเยอรมัน ก็ไม่ได้เรื่องได้ราวซะที จะลงเรียนใหม่อีกรอบหลายรอบละ ยังไม่ได้ลง
งาน ก็ทำไปงั้น ๆ น่ะ ตอนนี้ปลง ๆ แต่ต้องทำ เพราะมันเป็นงาน ต้องทำ ทำตัวนี้ไม่เสร็จ ก็ยังย้ายไปทำตัวที่อยากทำไม่ได้น่ะ
บ้า่น บ้าน เออ ยังไม่ได้ทำอะไรกับบ้านซะที ย้ายมาจะเดือนละ (ใช้บ้านเปลืองมาก อยู่ไม่ถึงปี ย้ายมาสามที่ละ ประสาท)
หน้าหนาวแบบนี้ ถ้าอยู่เมืองไทย ก็คงตระเวนลานเบียร์
ไร้สาระแบบสนุก กับ หาสาระไม่ได้แบบเซ็ง ๆ ... อย่างแรกดีกว่าเห็น ๆ - -
จริง ๆ จะบอกว่า ไม่รู้จะทำอะไรก็ไม่ถูก
มันคือ ไม่รู้จะทำอะไรก่อนดีตะหาก อยากไปหมด ...
(เท่าที่อ่านบล็อกมา คิดว่าผมสนอะไรมั่งเนี่ย มันเยอะเกินไปนะ จับเป็นชิ้น ๆ ก้อน ๆ ไม่ได้เลย)
แต่มันก็ไอ้เหมือนกันน่ะแหละ ไม่มีผลลัพธ์เป็นชิ้นเป็นอันไง
จำจากไหนไม่รู้ ความสามารถนี่ไม่เท่ากัน แต่เวลามีเท่ากันและน้อยด้วย เดี๋ยว ๆ ก็ตาย เพราะงั้นสำคัญสุดคือการจัดลำดับความสำคัญ
จัดไม่เคยได้เล้ย เป็นพวก ถ้าไม่อยู่ตรงหน้าก็ยังไม่ทำ .. ตลอด
ตั้งเป้าไว้สูงนี่ลำบาก ไม่รู้จะกระโดดเตะท่าไหนให้มันเปรี้ยงเดียวโดน
จะค่อย ๆ ต่อบันได ก็กลัวจะเบื่อแล้วเลิกไปซะก่อน
ขึ้นรถไฟไม่ทันละ นี่ต้องอยู่ต่ออีกชั่วโมง ..
Golm เมืองอันแสนจะเงียบเชียบ
Golm คือ นึกภาพ ชนบทฝรั่ง แบบโทรม ๆ นิ๊ด ๆ โทรมเพราะเก่านะ ไม่ใช่ไม่ดูแล
มีม้า มีวัว เดินไปเดินมา มีทุ่ง มีป่า มองไปมีแต่เขียว ๆ เหลือง ๆ (ตอนนี้เป็นดำ ๆ ขาว ๆ แทน หิมะจะมาละ เฮ่อ)
แล้วเค้าก็หย่อนอาจารย์และนักวิทยาศาสตร์หัวฟูลงมาหนึ่งกลุ่มเบ้อเร่อ กลางทุ่ง
(กลุ่มเบ้อเร่อจริง ๆ นอกจากมหาลัยนี่แล้ว ยังมีศูนย์วิจัยอีกพึ่บพั่บ อยู่ตามพุ่มไม้)
นั่นแหละ Golm
นี่ผม(กู)ทำอะไรอยู่น่ะ(วะ)
NCeSS .. to investigate and promote the use of e-science to benefit social science research.
นิตยสาร Open กำลังจะกลับมาอีกครั้ง
เตรียมแคะกระปุก เคาะรองเท้า แล้วเดินไปแย็บ ๆ แผงหน้าปากซอยได้
Update: เอ๊ะ หรือเค้าจะโผล่มาเฉพาะออนไลน์ ? (ก็ดีสิ เราจะได้หาอ่านได้ง่าย ๆ ว่ะฮ่ะฮ่ะ)
Chiang Mai University's Academy of Media Arts and Design
.. going to be “MIT Media Lab of Thailand” ?
ศิลปะ การออกแบบ สารสนเทศ และสื่อนฤมิต
หลายขั้นตอนหน่อย แต่ดีทีเดียว (ยังไม่มีให้เลือกโดยตรงจาก Plug-in Manager)
ผมใช้ jEdit อยู่แล้วด้วย (ทั้งสำหรับ XML, PHP, Python) เลยชอบใจ :)
ถ้าสนใจเรื่อง p2p, meme, wiki, collective intelligence, social network, integral theory ... ไปฟังให้ได้ครับ จัดที่ท่าพระจันทร์นี่เอง (สำหรับคนอยู่กรุงเทพ)
คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เชิญชวนผู้สนใจร่วมงานสัมมนาวิชาการ เรื่อง
ปรากฏการณ์เพื่อนถึงเพื่อน : เศรษฐศาสตร์การเมืองแนวใหม่ , วิถีชีวิตใหม่ , ขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคมรูปแบบใหม่ ?
(Peer to peer : a new political economy , a new way of life , a new social movement ?)
วันพุธที่ 7 ธันวาคม 2548
เวลา 09.00 - 16.00 น.
ณ ห้อง สค.208 คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์
โดย Mr. Michel Bauwens อาจารย์พิเศษจากมหาวิทยาลัยพายัพและมหาวิทยาลัยเชียงใหม่
ดำเนินการอภิปรายโดย อาจารย์ ดร.ฐิติพร ศรีพันธ์ พันธเสน
ป.ล. อ่าน:
The Foundation for P2P Alternatives
ใครไปฟังแล้ว ช่วยมาเล่าให้ฟังมั่งนะครับ .. ได้โปรด
Eclipse plug-ins for popular scripting languages: Ruby, Python, PHP, and even Perl !
To install any of them to your Eclipse IDE:
Project Looking Glass เป็นเดสก์ทอปแบบ 3 มิติ รันบน Java
ลองเล่นดูได้เลย มี MyJXTA ให้เล่นด้วย
new online services, in beta stage, from Microsoft — Windows Live Ideas
Skype, del.icio.us, Symantec, Google and everybody. Watch out!
ช่วงนี้มีคนพูดถึง Web 2.0 บ่อยขึ้นทุกที
บางคนคิดว่ามันหมายถึงเทคโนโลยีอย่าง AJAX, อินเทอร์เฟสที่ลื่นไหลขึ้น โต้ตอบได้ทันใจ ทำให้การใช้งานเว็บสะดวกขึ้น มีการพูดถึงว่า ต่อไปเราจะทำทุกอย่างได้ในเว็บเบราเซอร์ (ตอนนี้ก็มีทั้งโปรแกรมอีเมล ตารางนัดหมาย ประมวลคำ ตารางคำนวณ ฯลฯ)
แต่แค่เทคโนโลยีอย่างเดียวจริง ๆ เหรอ ที่ทำให้คนสนใจ Web 2.0 ?
เพราะจะว่าไป ไอ้เจ้าเทคโนโลยีทั้งหลายใน Web 2.0 นั้น ไม่ได้เป็นของใหม่เลย มันมีมานานแล้ว
แล้วสิ่งที่ใหม่คืออะไรล่ะ ?
ก็คือมุมมองในการใช้เทคโนโลยีเหล่านั้นนั่นเอง ที่เป็นของใหม่
หัวใจของ Web 2.0 อยู่ที่ "คน" เพื่อคน และโดยคน
เมื่อเปรียบเทียบกับ "Web 1.0" ที่หัวใจอยู่ที่เนื้อหา(ทางเดียว) เพื่อการค้่า และโดยผู้จัดพิมพ์รายใหญ่
(ส่วน "Web prototype" นั่น หัวใจคงเป็นเรื่องการวิจัย เพื่อความมั่นคง และโดยรัฐ)
สิ่งที่สร้าง Web 2.0 คือ การแบ่งปัน และสิ่งที่ทำให้การแบ่งปันเป็นไปได้ ก็คือ มาตรฐานเปิด (นอกจากนี้ ก็มีเรื่องซอฟต์แวร์เสรี ที่ทำให้ราคาของเทคโนโลยีนั้นต่ำลง กำแพงที่กันผู้เล่นหน้าใหม่ก็ลดลง)
และสิ่งที่ Web 2.0 สร้าง ก็คือ collective intelligence จะพูดอย่างไทย คงได้ว่า "ปัญญารวมหมู่"
tagging หรือ folksonomy และ Wikipedia เป็นตัวอย่างของ collective intelligence ที่ individual intelligence ปัญญาเดี่ยว ๆ หัวเดียวกระเทียมลีบสู้ไม่ได้ในบางเรื่อง (ไม่ว่าเดี่ยว ๆ นั้น จะเป็นคน หรือ AI ก็ตาม)
Web 2.0 ไม่ได้เลื่อนเวอร์ชั่นขึ้นมาจากรุ่น 1.0 เพียงเพราะมันใช้เทคโนโลยีใหม่
แต่เพราะมันยังนำเสนอมุมมองใหม่ ๆ และความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ของเว็บอีกด้วย
ลิงก์ของ Web 1.0 คือ ไฮเปอร์ลิงก์ ; ลิงก์ของ Web 2.0 คือความสัมพันธ์ทางสังคม (และรสนิยม)
โหนดของ Web 1.0 คือ เซิร์ฟเวอร์ ; โหนดของ Web 2.0 คือ คน
เป็นเว็บที่เนื้อหาไม่ได้มากจากศูนย์กลาง (ผู้จัดพิมพ์รายใหญ่) เพียงอย่างเดียว (ศูนย์กลางยังคงมี แต่ถูกลดความสำคัญลงไป) ความสนใจในเนื้อหาถูกกระจายออกไปยังผู้จัดพิมพ์รายย่อย ซึ่งในหลาย ๆ ครั้ง มันก็คือผู้ใช้เว็บปกตินี่เอง (เว็บบล็อก) เครือข่ายทางสังคมออนไลน์ (online social network) ที่แผ่ขยายอย่างรวดเร็ว ทำให้เนื้อหาจากผู้จัดพิมพ์เล็ก ๆ สามารถเข้าถึงผู้อ่านในวงกว้างได้อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน - ถ้าเนื้อหานั้นโดนใจพอ มันก็จะแพร่สะพัดไปทั้งเว็บอย่างรวดเร็ว
มาตรฐานเปิด การแบ่งปัน เนื้อหาจากทั้งด้านบนและด้านล่าง เครือข่าย บวกกับการโต้ตอบอย่างฉับพลัน ทำให้ Web 2.0 กลายสภาพจากสื่อที่ไม่ต่างอะไรนักจาก ทีวี วิทยุ หนังสือพิมพ์ ไปสู่สื่อที่มีสภาพเหมือน ลานสาธารณะขนาดใหญ่ ที่ทำหน้าที่คล้ายห้องประชุมสภาทางไกล มีโทรศัพท์หลายล้านสายโยงเข้าและออก ทุกคนสามารถพูด ทุกคนสามารถได้ยิน ทุกคนสามารถให้ความเห็น พร้อมกับส่งสิ่งที่ตนได้ยินพร้อมความเห็นไปหาเพื่อน ๆ ได้อย่างรวดเร็ว ทุก ๆ คนทำหน้าที่เป็นทั้งนักข่าว นักคิด นักเขียน ผู้จัดพิมพ์ โฆษก เด็กส่งหนังสือพิมพ์ แถมบางคนยังทำหน้าที่เป็นบรรณารักษ์คัดแยกข่าวสารไปในตัวอีกต่างหาก (tagging)
ทั้งหมดนี้ ดำเนินไปได้ด้วย ปัจเจกบุคคล ที่อาจจะไม่ได้มีเกี่ยวข้องอะไรกันเลย แต่แรงคนละเล็กละน้อยที่ทำลงไป พอรวมกันแล้ว ก็กลายออกมาเป็นปรากฏการณ์อย่างที่เราเห็นกันอยู่
Web 2.0 เป็นเรื่องน่ายินดี สำหรับสังคมความรู้ ...
แต่...
สิ่งที่น่ากลัวอย่างมาก(และอาจจะอย่างเดียว)สำหรับ Web 2.0 ก็คือ
เป็นไปได้อย่างมาก ที่ต่อไป คนจะอ่านเฉพาะเรื่องที่ตนอยากอ่าน รู้เฉพาะเรื่องที่ตนอยากรู้ ... ผู้คนจะเสพข่าวสารกันง่ายขึ้นและมากขึ้น แต่แคบลงแคบลง
รู้ลึก แต่ไม่รอบรู้
เมื่อไม่รอบรู้ ก็มองไม่เห็นภาพใหญ่ ภาพรวม ไม่เห็นบริบทของสิ่งที่ตนรู้ลึก ..คุณค่าของสิ่งที่รู้ลึกนั้น ก็อาจจะด้อยลงไป
สำคัญก็คือ เมื่อไม่รอบรู้แล้ว ก็อาจจะตกเป็นเหยื่อของคนที่รอบรู้กว่าได้
สำคัญกว่าก็คือ หากไม่รอบรู้ แล้วดันรู้ลึกอีก (นั่นคืออาจจะมีอิทธิพลทางความคิดต่อคนใกล้ชิด/เครือข่าย) ก็ไม่แน่ว่าอาจจะถูกคนอื่นใช้เป็นเครื่องมือ เพื่อชักนำคนใกล้ชิด/เครือข่าย เพื่อจุดประสงค์ต่าง ๆ ได้
Web 2.0 ให้เครื่องมือแก่เราในการแสวงหา/แบ่งปันความรู้ในเรื่องที่เราสนใจ
แต่ Web 2.0 ไม่สามารถป้องกันเราจากภาวะความรู้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอดได้
ด้วยปัญญารวมหมู่ผสมกับเทคนิคทางปัญญาประดิษฐ์ Amazon.com, Last.fm สามารถแนะนำเพลงที่คุณอยากฟังได้ จากประวัติการฟัง(ซื้อ)เพลงที่ผ่านมาของคุณ ...
แต่คน ๆ นึงจะรู้ได้ยังไง ว่าตัวเองชอบฟังแจ๊ส(หรืออะไรก็ตาม) ถ้ายังไม่เคยลองฟังมาก่อนเลย ?
พักความกลัวไว้ ตอนนี้ไปรู้จักกับเว็บที่สร้างโดยคน และเพื่อคน กันก่อน CNET News.com เสนอบทความชุด ยึดเว็บกลับ Taking Back the Web
ยังไม่ได้อ่านเหมือนกัน เห็นแล้วเข้ามาเขียนบล็อกก่อน :P เดี๋ยวอ่านแล้วอาจจะเข้ามาเขียนอะไรเพิ่ม
ต้องการความเห็นอย่างมาก เชิญด้านล่าง
GPL, Open Source, Creative Commons, ... free content is nothing without free media, how to deliver them.
Secured, anti-censorship, pro-anonymity (responsibility attached), pro-privacy, grassroot, distributed and decentralised, content distribution network — introducting you Freenet, Darknet and WASTE.
When people fear to speak out the truth.
But they have to say it anyway, someway, somehow.
When WWW got another W, WWWW (What's wrong with the World ?).
When ?
D'you think it's about now ... ?
p.s. recently, European students had already orbitted their 'own' satellite, would be great if it can do telecomm :P
นึกมานานละ ทำเองไม่ได้ซักที ถามเลยละกัน
อยากได้โปรแกรมทำนองเว็บบอร์ดธรรมดา ๆ นี่แหละ
แต่ขอว่า เราสามารถติดตั้งโปรแกรมนี้ไว้ที่หลาย ๆ โฮสต์ได้
แล้วถ้าเกิดว่าโฮสต์ไหนดันล่ม ผู้ใช้ก็จะยังไปอ่านที่อีกโฮสต์ได้
(อาจจะ redirect อัตโนมัติ หรืออะไรก็ตาม)
โดยเนื้อหาทั้งสองที่นี่จะออกมาเหมือนกันเลย
คือเวลาโพสต์ทีโฮสต์นึงเนี่ย โปรแกรมมันจะเอาข้อมูลไปใส่ให้ที่เหลือทุกโฮสต์
(ถ้ามีโฮสต์ไหนหายไปซักพัก พอกลับมาใหม่ ก็จะได้รับข้อมูลในช่วงที่หายไปมาด้วย)
คือไม่มีใครเป็น “ตัวกลาง” จริง ๆ
แล้วแต่ละโฮสต์ที่ ไม่จำเป็นว่าจะต้องรันโดยคน ๆ เดียวกัน
ใครอยากจะมารันก็ได้ เปิดเพิ่มก็ได้
ทำนองว่า BitTorrent / P2P น่ะ แต่เป็นเว็บบอร์ด
มีมะ ?
รู้จักอยู่ตัว คือ Freenet (เป็นโปรโตคอล) แต่ใช้ยาก ช้าด้วย (เคยลองนานแล้วล่ะ แต่เหมือนตอนนี้ก็ยังไม่ได้ดีขึ้นเท่าไหร่) ซึ่งแนวคิดเค้าดีมากเลยนะ แต่อาจจะหวังสูงไปหน่อย เลยเสร็จช้า (ยังไม่มีรุ่น 1.0 เลย)
อยากได้แบบใช้เว็บเบราเซอร์ปกติ แบบชาวบ้านทั่วไปก็ใช้ได้น่ะ
ทำไงดี ?
I wanna satisfy you
if you want me to
I take you by the hand
oh god I dream of you
When we walk on white sand
to the Rio Grande
oh yeah I understand
you need to dance around
I wanna dance in Berlin
when the music begins
I wanna dance in the park
I wanna dance in the dark
I wanna dance with you
Together under the moon
heaven's coming soon
turn on the neon lights
I get in the groove
I know you like it smooth
when I touch your lips
you move your hips
you're my dancing queen
I wanna dance in Berlin
when the music begins
I wanna dance in the park
I wanna dance in the dark
I wanna dance with you
We dance till moon sets over paradise
I light a cigartette and I hold you tight
one world one nation
another interpretation
you and me together now
According to WordNet, architecture is the art of wasting space beautifully.
Well, my younger brother, the one next to me, is an architect. We both do love wasting space (and time). So may be the later that makes us different :P
MySQL 5 - Connection Character Sets and Collations
มีปัญหา จะใช้ PEAR::MDB2 อ่านข้อความ utf-8 จาก MySQL (โพสต์ไว้ที่ Narisa.com) ปรากฏว่าข้อความ(ภาษาไทย, ภาษา non-Latin1)กลายเป็น ??? หมดเลย
หาในเน็ตอยู่นาน ปรากฏว่า ต้องเพิ่มคำสั่งนี้เข้าไปก่อนจะเริ่ม query SELECT
$db->query("SET CHARACTER SET utf8");
แต่ทำแบบนี้ก็กลายเป็นว่า ไม่รู้จะใช้ MDB2 (database abstraction layer) ไปทำไม เพราะ query นี้มันมีเฉพาะ MySQL ! :(
มีคนแจ้ง “บั๊ก” (ขอเพิ่มฟีเจอร์) ไว้แล้ว
GeSHi is a PHP syntax highlighting class. It supports a wide range of popular languages for highlighting (ASP, bash, C+, CSS, Delphi, HTML, Java, JavaScript, etc.). Output format is highly customisable.
FPDF is a freeware PHP class which allows to generate PDF files with pure PHP, no PDFlib library required. Works with both PHP4 and PHP5.
Chai Wutiwiwatchai wrote:
NECTEC now lauches a large vocabulary continuous speech corpus namely LOTUS. It is freely downloaded at http://www.nectec.or.th/rdi/lotus It contains both a set of phonetically-balanced sentences with manually phone-boundary marked and three sets of large vocabulary continuous speech sentences covering Thai 5,000 words. Please find out its usefulness in your work. Chai
Get Sun Java Studio Creator (more or less like Visual Basic IDE for Java) and Sun Java Studio Enterprise (based on NetBeans IDE, ~Visual Studio for Java EE) for free (=no cost).
Java Studio Enterprise can generate UML diagrams from your code, and vice versa.
(No, not me. Him.)
cat hfinn10.txt
| tr '[:punct:]' ' '
| tr ' ' '\012'
| sort
| uniq -c
| sort -n
| tail -20
cat hfinn10.txt
| sed 's/./&~/g'
| tr '~' '\012'
| sort -n
| uniq -c
| sort -n
| tail -20
a file "words" contains:
abcde fghi jklm nop qrst uvw xyz
a file "digits" contains:
12 3 45 678 910 11
paste words digits command gives:
abcde 12 fghi 3 jklm 45 nop 678 qrst 910 uvw 11 xyz
Got this ?
svn: Unable to open an ra_local session to URL
svn: Unable to open repository 'file:///svnroot/project'
svn: Berkeley DB error while opening environment for filesystem /svnroot/db:
Permission denied
Just open a read/write access to the repository, esp the db directory ... something like (but more fine-grained than) chmod -R g+w /svnroot
The Times Higher World University Rankings 2005
The only Thai university in the World Top 200 is Chulalongkorn University, at 121th. 35th outside Europe and North America. 48th in social sciences worldwide.
Oct 2005 - Fire destroys a research centre of the University of Southampton's School of Electronics and Computer Science
Dec 2002 - Edinburgh Cowgate fire destroyed part of the University of Edinburgh's School of Informatics
The SIIT Image and Vision Computing Laboratory performs research on problems related to computer vision and image processing. Our specialties are biomedical image processing and mobile robot vision, but we're interested in pretty much anything to do with pixels and intelligence, artificial or otherwise.