ย้ายบล็อกไปที่ bact.cc แล้วนะครับ

พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
หยุด ร่างพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
พื้นที่เก็บข้อมูลออนไลน์ ฟรี 2GB จาก Dropbox (sync กับ Windows, Linux, Mac, iPhone, Android ฯลฯ ได้)
Showing posts with label language. Show all posts
Showing posts with label language. Show all posts

2011-02-06

"webmaster" คำเจ้าปัญหา สิ่งตกค้างทางประวัติศาสตร์

เว็บมาสเตอร์ (webmaster) เป็นคำจากประวัติศาสตร์ที่มีปัญหา

เมื่อตอนเว็บเริ่มต้น ระบบยังไม่ซับซ้อน ยังมีขนาดเล็ก เว็บไซต์ส่วนใหญ่ คนเดียวทำทุกอย่าง ทั้งลงทุน จดทะเบียน เตรียมการเทคนิค ออกแบบหน้าตา ใส่เนื้อหา ดูแลส่วนต่าง ๆ พูดง่าย ๆ ว่า ทำทุกส่วน รู้ทุกอย่าง ควบคุมได้ทั้งหมด เราจึงเรียกบุคคลคนเดียวนี้ว่า เว็บมาสเตอร์ ซึ่ง master มีความหมายทั้ง ความเป็นผู้เชี่ยวชาญ(ในการสร้างเว็บไซต์) เป็นผู้มีอำนาจ(ดูแลปกครองเว็บไซต์) และเป็นเจ้าบ้าน(เจ้าของเว็บไซต์)

แต่ตอนนี้ลักษณะดังกล่าว ไม่เป็นความจริงอีกต่อไปแล้ว เนื่องจากเว็บไซต์มีขนาดใหญ่ขึ้น ซับซ้อนขึ้น จึงมีการแบ่งงานกันทำ แยกตามความเชี่ยวชาญ ตามความสามารถและทรัพยากร บางคนเป็นเจ้าของลงทุน บางคนจัดการเรื่องเทคนิคโครงสร้างพื้นฐาน บางคนดูแลเซิร์ฟเวอร์ บางคนออกแบบหน้าตา บางคนดูแลเนื้อหา ฯลฯ การใช้คำว่า เว็บมาสเตอร์ เพียงอย่างเดียว จึงกำกวม ไม่สามารถบ่งชี้ได้ว่า ทำหน้าที่อะไร และต้องรับผิดชอบในส่วนใดกิจกรรมใดของเว็บไซต์ดังกล่าว

เนื่องจากหน้าที่และความรับผิดชอบดังกล่าว มีผลตามมาทางกฎหมายด้วย เราจึงควรจะระมัดระวังการใช้คำดังกล่าว และระบุหน้าที่ให้ชัดเจน ไม่พูดคำว่า เว็บมาสเตอร์ ลอย ๆ :)

บทความ Webmaster และ เว็บมาสเตอร์ ในวิกีพีเดีย

technorati tags: , ,

2010-06-24

Lao44 - Free the Lao documents

Lao44 or Coalition for Lao Information, Communication and Knowledge is the largest repository of documents in Lao language.

The number 44 in Lao44 refers to Article 44 in the Constitution of Lao PDR, which says: Lao citizens have the right and freedom of speech, press and assembly; and have the right to set up associations and to stage demonstrations which are not contrary to the laws.

ลาว44 เป็นเว็บไซต์ที่เก็บรวมรวมเอกสารสาธารณะต่าง ๆ ที่เป็นภาษาลาว

เลขที่ 44 หมายถึงสิทธิพื้นฐานอันหนึ่งของพลเมืองลาวดังที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญของ ส.ป.ป.ลาว มาตรา 44 ที่ว่า: พลเมืองลาวมีสิทธิเสรีภาพในการพูด, ขีดเขียน, รวมชุมนุม, จัดตั้งสมาคมและเดินขบวนที่ไม่ขัดกับระเบียบกฎหมาย

ຍີນ​ດີ​ຕ້ອນຮັບ​ເຂົ້າສູ່ ລາວ44.

ເລກທີ 44 ຫມາຍ​ເຖີງສິດ​ພື້ນຖານ​ອັນ​ຫນື່ງຂອງ​ພົນລະ​ເມືອງ​ລາວ​ດັ່ງ​ທີ່​ລະບຸ​ໄວ້​ໃນ​ ລັດຖະທຳ​ມະນູ​ນ ຂອງ ສ.ປ.ປ ລາວ ມາດ​ຕາ​44 ທີ່​ວ່າ: “ພົນ​ລະ​ເມືອງ​ລາວ​ມີ​ສິດ​ເສ​ລີ​ພາບ​ໃນ​ການ​ປາກ​ເວົ້າ​, ຂີດ​ຂຽນ​, ໂຮມ​ຊຸມ​ນຸມ​, ຈັດ​ຕັ້ງ​ສະ​ມາ​ຄົມ​ແລະ​ເດີນ​ຂະບວນ​ທີ່​ບໍ່​ຂັດ​ກັບ​ລະ​ບຽບ​ກົດ​ໝາຍ​”

ໂດຍ ​ອີງ​ໃສ່​ນະ​ໂຍບາຍ​ຂອງ​ພັກ ແລະ ລັດຖະບານດ້ານ​ຂໍ້​ມູນ​ຂ່າວສານ ແລະ ການ​ສື່ສານ ດັ່ງ​ທີ່​ໄດ້​ລະບຸ​ໃນ​ແຜນ​ພັດທະນາ​ເສດຖະກິດ-ສັງຄົມ (2006-2010), ລາວ 44 ປະກອບສ່ວນ​ເຂົ້າ​ໃນ​ການ​ສ້າງ​ຄວາມ​ເຂັ້ມ​ແຂງ​ພ້ອມ​ທັງ​ຊຸກຍູ້​ການ​ມີ​ສ່ວນ​ ຮ່ວມ​ຂອງ​ປວງ​ຊົນ​ເຂົ້າ​ໃນ​ວຽກງານ​ການປົກ​ປັກ​ຮັກສາ ແລະ ສ້າງສາ​ປະ​ເທ​ດຊາດ ໂດຍ​ການ​ເປັນແຫ​ລ່ງຂໍ້​ມູນ​ຂ່າວສານ​ພາສາ​ລາວ ຂອງທຸກໆຂະ​ແຫນງ​ການ​ທົ່ວ​ປະ​ເທດ ເຊັ່ນ: ກະສິກຳ-ປ່າ​ໄມ້, ສຸຂະພາບ, ການ​ສຶກສາ, ພູມ​ປັນຍາ​ທ້ອງ​ຖີ່​ນ, ບົດບາດ ​ຍີ​ງ-ຊາຍ ແລະ ຮວມ​ໄປ​ເຖີງລະບຽບກົດ​ຫມາຍ, ແຜນການ ແລະ ນະ​ໂຍບາຍຕ່າງໆຂ​ອງ ລັດຖະບານ. ຂໍ້​ມູນ​ຂ່າວສານ​ປະກອບມີ​ຫລາຍ​ຮູບ​ຫລາຍ​ສີ​ເຊັ່ນ: ຟ້າຍເອກະສານ, ວິ​ດິ​ໂອ, ຮູບ​ພາບ ແລະ ການ​ສົນທະນາ​ກະທູ້​ຕ່າງໆ ເຊິ່ງຂໍ້​ມູນ​ຂ່າວສານທັງ​ຫມົດ​ເປັນ​ຮູບ​ແບບ​ດິຈີ​ຕ້ອນ.

ລາວ 44 ໄດ້​ຖືກ​ສ້າງ​ຂື້ນ ແລະ ບໍລິຫານ​ຮ່ວມ​ກັນໂດຍອົງການ Helvetas, ອົງການ​ບ້ານ​ຈຸດ​ສູ​ມສາກົນ (VFI), CRWRC, ອົງການ​ມິ​ດຕະພາບ​ເມັນ​ໂນ​ນາຍ (MCC), CIDSE, DED, ອົງການພັດທະນາປະເທດເນເທີແລນ (SNV), ກູ່​ມພັດທະ ນາບົດບາດ​ຍີ​ງ- ຊາຍ (GDG), ສະມາຄົມພັດທະນາກະສິກຳ ແລະ ສີ່ງແວດລ້ອມແບບຍືືນຍົງ (SAEDA), ສະມາຄົມພັດທະນາ ແລະ ຫລຸດຜ່ອນຄວາມທຸກຈົນ (PORDEA), ບໍລິສັດ ທີ່ປຶກສາດ້ານພັດທະນາ & ວິສາຫະກິດ ຈຳກັດ (EDC), ແລະ ສູນອົບຮົມຮ່ວມພັດທະນາ (PADETC) ໂດຍການສະຫນັບສະຫນູນຈາກກອງ​ສົ່ງ​ເສີມ​ກະ​ສິກຳ ແລະ ປ່າ​ໄມ້ (NAFES), ສະ​ຖາ​ບັນ​ຄົ້ນຄວ້າ​ວິທະຍາສາ​ດ ແລະ ເຕັກນິກກະ​ສິກຳ ແລະ ປ່າ​ໄມ້ (NAFRI) ແລະ ​ໂຄງການສົ່ງເສີມກະສິກຳ (LEAP).

ขอบคุณเพื่อน ๆ ในทวิตเตอร์ @tewson @au8ust @kengggg @amaudy @lewcpe สำหรับคำอ่านคำแปลพาสาลาวครับ :)

แถม: อ่านลาว - Chrome extension แปลงอักษรลาวเป็นอักษรไทย

technorati tags: , ,

2009-12-28

hey, you!

จะมีซักกี่ชาติในบ้านที่เรียกคนแปลกหน้า เหมือนคนในบ้าน
ห่า มึงจะบ้ารึ เอาง่ายๆ ภาษาอังกฤษนี่คำว่า you นี่มันก็ใช้ได้กับทุกๆ คนนะโว้ย
ไอ้ภาษาศักดินาห่าของพวกมึงน่ะแหละที่แม้แต่สรรพนามบุรุษที่สองมึงยังต้องคิดถึงความสัมพันธ์ทางอำนาจก่อนใช้
จะเพ้อเจ้อยกกะโปกชาติตัวเองดูตาม้าตาเรือหน่อยสิวะ
ป.ล. โทษที หงุดหงิดกับโฆษณานี้มานานแล้ว

-- FxxkNoEvil, 27 ธ.ค. 2552

technorati tags: , ,

2009-09-15

[สรุป] Hight and Low Thai: Views from Within (A.V.N. Diller 1985)

บันทึกย่อเอกสารที่เรียน เอามาแปะไว้ในบล็อกเผื่อจะมีใครชวนคุย. อันนี้จากวิชาภาษาในสื่อสารมวลชน คณะศิลปศาสตร์ เป็นเอกสารชิ้นแรกที่อ่านในวิชา (ตอนนี้จะหมดเทอมแล้ว). ในบันทึกนี้ผมข้ามรายละเอียดไปเยอะ เพื่อยัดมันให้ลง 1 หน้า A4 (ตัวเอกสารเองผมก็อ่านไม่จบดีด้วย ข้าม ๆ บางส่วนไป). ขอบคุณ Rikker Dockum @thai101 ที่ส่งเอกสารหน้าที่ขาดหายไปให้.

ดาวน์โหลด PDF (81K), OpenDocument (18K)

หลังจากอ่านเอกสารนี้ เราอ่านอีกสองชิ้น ที่เกี่ยวกับภาษาในสื่อไทย. อันหนึ่งเกี่ยวกับการจำแนกระดับภาษาในหนังสือพิมพ์ไทย การใช้ภาษาในหัวข่าว คอข่าว ตัวข่าว โดยอิงตาม High Thai และ Low Thai ของ Diller (Khanittanan, Wilaiwan. 2007, Language of the news media in Thailand). อีกอันดูการสร้างและการใช้แสลงการเมือง (Srinarawat, Deeyu. 2007, Thai political slang: formation and attitudes towards usage).

----

Anthony Diller เสนอว่า ‘ภาษา’ นั้นสามารถหมายถึง ‘ระดับภาษา’ หรือ ‘language subform’ (Edward Sapir) หรือ ‘style’ หรือ ‘register’ (Michael Halliday) โดยยกตัวอย่าง register ในภาษาไทย ได้แก่ ภาษาราชการ, ภาษากฎหมาย, ภาษาการศึกษา, ภาษาตลาด, ภาษาหนังสือ, ภาษาพูด, ภาษาปาก. นักการศึกษาไทยสังเกตว่าความแตกต่างระหว่าง ‘ระดับภาษา’ ดังกล่าว ขึ้นอยู่กับ บริบททาง ‘กาละเทศะ’ (โอกาส-ตำแหน่ง) เช่น ตำแหน่งทางสังคมโดยเปรียบเทียบและความสัมพันธ์ทางสังคมระหว่างคู่สนทนา. Diller ยกตัวอย่างที่อนุมานราชธนพูดถึงการใช้ภาษาที่ดัดจริตหรือใช้เต็มรูปแบบเกินไป เป็นตัวชี้ว่านักวิชาการไทยได้ตระหนักถึงการแบ่งระดับภาษามานานแล้ว. Diller ระบุว่า การที่เขาเลือกใช้คำว่า ‘ระดับภาษา’ หรือ ‘register’ นั้น เป็นความตั้งใจ เพื่อบอกว่า เมื่อนักวิชาการไทยอภิปรายกันเรื่องภาษาศาสตร์สังคม (sociolinguistics) นั้น พวกเขามักจะหมายถึงตัว ‘ระดับภาษา’ นี้ แม้พวกเขาจะใช้คำว่า ‘ภาษา’ เฉย ๆ ก็ตาม.

William J. Gedney ตั้งข้อสังเกตว่าชาวต่างชาติรุ่นก่อน ๆ ที่ศึกษาราชาศัพท์ เข้าใจผิดว่ามันเป็นภาษาอีกภาษาต่างหาก แต่เขาเห็นว่ามันเป็นเพียงระบบการแทนคำศัพท์หนึ่งด้วยอีกคำศัพท์หนึ่งเท่านั้น (a system of lexical substitutions) กล่าวคือเป็นเพียง ‘ระดับภาษา’ อีกระดับ. โดยบริบทในการเลือกระดับภาษานี้ มีทั้ง บริบทภายใน และ บริบทภายนอก. ตัวอย่างของบริบทภายในคือ เมื่อสามัญชนพูดถึงเจ้า ก็อาจใช้ราชาศัพท์, ส่วนบริบทภายนอก เช่น ตำแหน่งทางสังคมของคู่สนทนา ดังได้กล่าวไปแล้ว. อย่างไรก็ตาม Diller เสนอว่าการแบ่งระดับภาษาในภาษาไทยนั้น ไม่ได้เป็นการแบ่งในลักษณะ diglossia ที่มีระดับภาษาสองระดับ สูง-ต่ำ (High Thai และ Low Thai) เพื่อประสงค์การใช้งานที่แบ่งแยกกันชัดเจน. แต่ระดับภาษาในภาษาไทยนั้นมีหลายระดับ สูง-ต่ำโดยเปรียบเทียบ ตามมิติการใช้งาน สังคม และภูมิศาสตร์. Diller เรียกการแบ่งแบบนี้ว่า diglossic register differentiation หรือ diglossic subforms (น. 52-53).

ในเรื่องความแตกต่างระหว่างระดับภาษาสูงกับต่ำนี้ Diller ตั้งข้อสังเกตว่า ความแตกต่างจะพบได้มากที่สุดในชนบท ที่ซึ่งภาษาท้องถิ่นแตกต่างอย่างเห็นได้ชัดจากภาษากลาง (Central Thai ซึ่งให้ความหมายทั้งทางภูมิศาสตร์และทางการปกครอง) แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ก็ยังเป็นภาษาเดียวกันอยู่. สิ่งหนึ่งที่ Diller ใช้ชี้ให้เห็นว่ามีความแตกต่างที่มากกว่าในชนบท ก็คือความรู้สึกสำนึก (conscious) ในการพัฒนาทักษะภาษา (language acquisition). เด็กในชนบทจะมีสองช่วง คือ เรียนรู้ระดับภาษาท้องถิ่นในช่วงปฐมวัย และเรียนรู้ระดับภาษากลางเมื่อเข้าศึกษาในโรงเรียน (formal education). ในขณะที่เด็กในเมือง ซึ่งคนรอบ ๆ ใช้ภาษากลางอยู่แล้ว จะเรียนรู้ภาษากลางตั้งแต่ในช่วงปฐมวัย ส่วนการศึกษาในโรงเรียนนั้นเพียงเพิ่มเติมคำศัพท์หรือภาษาพิธีกรรมเฉพาะเท่านั้น. กล่าวคือ โดยเปรียบเทียบแล้ว เด็กในชนบทจะเรียนรู้ภาษากลางอย่างมีสำนึกมากกว่าเด็กในเมือง (น. 53).

ไวยากรณ์ของภาษาไทยนั้น ได้รับอิทธิพลมาจากสองแหล่งภาษาใหญ่ ตามอิทธิพลทางความคิดในแต่ละช่วงเวลา ซึ่งใช้ภาษาเหล่านั้น คือ ไวยากรณ์บาลี-สันสกฤต และ ไวยากรณ์กรีก-ละติน (ผ่านภาษาอังกฤษ) โดยคำที่ใช้เรียกส่วนประกอบในไวยากรณ์กรีก-ละติน ถูกแปลเป็นไทยโดยใช้คำบาลี-สันสกฤต (น. 54).

สำหรับชุดคำศัพท์ สมัยสุโขทัยภาษายังไม่มีการแบ่งระดับมากเท่าทุกวันนี้ คำศัพท์ที่ใช้ก็ใช้คำเดียวกันกับผู้อยู่ในระดับสังคมต่าง ๆ กัน เช่น ใช้คำว่า ‘ตีน’ กับพระพุทธเจ้า ใช้คำว่า ‘กู’ กับเจ้า. ชุดศัพท์เขมร-อินเดียนั้นสำคัญมากในการแยกระดับภาษา (register differentiation) โดยคำในภาษาเหล่านี้เข้ามาก่อนทางศาสนาพุทธ และต่อมาใช้ในวัง และใช้ในกวีจากในวัง (น. 55). รัชกาลที่ 4 ให้ความสนใจการใช้ภาษาให้ถูกต้องตามแบบแผน มีการกำหนดลักษณนาม กำหนดการใช้คำต่าง ๆ และแสดงความไม่พอใจที่หนังสือพิมพ์ใช้คำ ‘สำเนียงไพร่เลว’ ไม่ใช้คำ ‘สำเนียงผู้ดี’. การใช้คำทับศัพท์ซึ่งก่อนหน้านี้ใช้กันแพร่หลาย ไม่ได้รับการยอมรับ มีการคิดคำศัพท์ไทยใหม่ ๆ เพื่อแทนคำทับศัพท์ โดยใช้คำบาลี-สันสฤกตมาสร้างคำใหม่เหล่านี้ (น. 56). เรื่องคำศัพท์นี้ ยังมีเรื่องการเลือกใช้ หรือ lexical variation ที่พูดถึงระดับคำที่ไม่ชัดเจนตายตัว ว่าคำไหนสูงคำไหนต่ำ แต่เป็นลักษณะ ‘สูงกว่า’ ‘ตำ่กว่า’ และคำต่ำก็ถูกใช้ทั่วไปได้ เช่น ‘ตีนแมว’ และการเลี่ยงคำบางคำที่มีความหมายไม่ดีหรือความหมายออกไปทางเรื่องเพศ-โดยเฉพาะในคำราชาศัพท์ (น. 59-62). นอกจากนี้ยังมีเรื่อง personal references (อะไร-อันใด; ใคร-ผู้ใด; ที่-ซึ่ง) ซึ่งเลือกใช้ตามเพศ ความใกล้ชิด ความเป็นทางการ (น. 63-64) และ deixis (นี่-นี้; นั่น-นั้น) ซึ่งเกี่ยวข้องกับภูมิศาสตร์ด้วย (น. 64). คำบุพบท (prepositions) บางอันปกติละได้ แต่เมื่อต้องการแก้ปัญหาความกำกวมก็จะถูกใช้แบบเต็ม การใช้คำบุพบทอย่างชัดแจ้ง บ่งถึงภาษาระดับสูง (น. 66-69).

การออกเสียงก็แยกระดับภาษาเช่นกัน เช่น ความแตกต่างระหว่าง /ร/ กับ /ล/ ซึ่งชาวไทยเชื้อสายจีนมีแนวโน้มจะออกเสียง /ร/ เป็น /ล/ (cluster loss) ความกลัวที่จะทำ /ร/ หาย นี้ นำไปสู่การแก้จนเกิน (overcorrection) ที่ใช้ /ร/ แทน /ล/ ในที่ที่ควรใช้ /ล/ และการกระดกลิ้นเพื่อออกเสียง /ร/ จนมากเกิน (over-rolled), การเติมเสียง -s ท้ายคำ หรือการขึ้นเสียงสูงท้ายประโยคเพื่อแสดงว่าเป็นคำถาม ซึ่งได้อิทธิพลมาจากภาษาอังกฤษ (น. 57-59).

ในตอนท้าย Diller เสนอว่า ความแตกต่างของระดับภาษามีเรื่องความขัดแย้งทางวัฒนธรรมอยู่ด้วย ซึ่งสะท้อนออกมาในความขัดแย้งทางระบบการศึกษา การศึกษาและสอนภาษาตามแนว prescriptive (มีภาษาแบบแผนในอุดมคติที่ถูกต้อง) และ descriptive (ภาษาอย่างที่มันเป็น).

เอกสารอ้างอิง

Diller, A. 1985, “High and low Thai: views from within”, in Papers in Southeast Asian Linguistics No.9, ed. D. Bradley, vol. 9, pp. 51-76. Pacific Linguistics, the Australian National University. Available from Southeast Asian Linguistics Archive: http://sealang.net/sala/htm/DILLERAnthonyVN.htm

technorati tags: , , , , ,

2009-08-09

หวัด 2009 และ อคติในการยกตัวอย่าง

ช่วงนี้ หวัด 2009 ระบาด รักษาสุขภาพด้วย หลีกเลี่ยงการเอามือมาสัมผัส ตา จมูก ปาก (ทีโซน T-zone) — ลดเสี่ยงทั้งหวัด ทั้งสิว

สิ่งที่งานสาธารณสุขห่วงตอนนี้ ไม่ใช่ว่ากลัวมันระบาด มันระบาดไปแล้ว ไม่ต้องกลัว ที่กลัวคือกลัวคนเป็นพร้อม ๆ กันเยอะ ๆ แล้วไปโรงพยาบาลพร้อม ๆ กันคราวเดียว โรงพยาบาลจะรับไม่ไหว คนป่วยโรคอื่น ๆ ก็กระทบไปด้วย เจ้าหน้าที่และทรัพยากรไม่เพียงพอที่จะรับ peak แบบนั้น แต่ถ้าชะลอการติดเชื้อออกไปได้ ให้มันเกลี่ย ๆ ไม่เป็นพร้อม ๆ กันหมด ระบบสาธารณสุขก็จะรับมือไหว

มีอาการ คิดว่าเป็นหวัด หยุดอยู่บ้านเลย ไม่ต้องใส่หน้ากากออกมาเพ่นพ่าน

รับข่าวสารได้ทางทวิตเตอร์ @flu2009th และเว็บไซต์ www.flu2009thailand.com

...

มีโอกาสไปได้ยินผู้บริหารระดับสูงขององค์การที่เกี่ยวข้องกับสุขภาวะ แสดงความห่วงใยเรื่องดังกล่าว ขอความร่วมมือให้ช่วยกัน ... ก็น่ายินดี มีอะไรช่วยเหลือได้ก็แน่นอน จะทำเต็มที่

อย่างไรก็ตาม ก็ติดขัด ติดหู ติดใจอยู่นิดหน่อย เรื่อง การยกตัวอย่าง

เขาพูดถึงเรื่องการแพร่กระจายของเชื้อหวัด อายุของเชื้อที่ติดอยู่กับพื้นผิวต่าง ๆ หลังการไอจามหรือสัมผัส ซึ่งก็จะมีอายุ 2-8 ชั่วโมง ต่างกันไปตามสภาพแวดล้อม ถ้ามีแสงสว่าง อากาศถ่ายเท เชื้อก็อยู่ได้สั้นหน่อย 2 ชั่วโมง (ซึ่งก็ยังทำให้แพร่กระจายได้มากอยู่ดี)

เขายกตัวอย่าง สถานที่มืดและชื้น เช่น ผับ บาร์ ... โดยไม่ได้พูดถึง โรงหนัง ที่ก็มืด วัด ที่โบสถ์หลายแห่งก็ทั้งมืดทั้งชื้น (ภาพจิตรกรรมฝาผนังในวัดหลายแห่ง เสียหายจากความชื้น)

เขายังยกตัวอย่าง การติดเชื้อจากการสัมผัส (แล้วมือที่สัมผัสไปโดนตาจมูกปากต่อ) เช่นผ่านคียบอร์ด และยกตัวอย่าง ร้านเน็ต ... โดยไม่ได้พูดถึง โรงเรียน ออฟฟิศ ฯลฯ

ในวงเดียวกัน มีหัวหน้าห้องคนทำเว็บ ยกตัวอย่างสถานที่แออัดซึ่งก็มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ เช่น ม็อบ ที่ชุมนุม ... โดยไม่ได้พูดถึง ห้างสรรพสินค้า ตลาด .. วัด (ทำบุญ 9 วัดนี่แหละ ทั้งแออัด ทั้งชื้น ทั้งเพลียร่างกายอ่อนแอ) ฯลฯ

พวกเขาอาจจะไม่ได้ตั้งใจ ไม่ได้คิดอะไร ไม่ได้รู้สึกอะไร

ผมก็เพียงว่างไปหน่อย ดันรู้สึก อยากจะทักท้วงหน่อย เพราะรู้สึกว่ามันเป็นการยกตัวอย่างที่ไม่แฟร์เท่าไหร่

อาจจะใช่ว่า ผับ บาร์ ม็อบ หรืออะไรต่าง ๆ มันดู อันตราย ไม่จรรโลงศีลธรรมอันดีงามที่คนจำนวนหนึ่งยึดถือ ... แต่ในบริบทของการ เฝ้าระวัง/ป้องกันโรค ผมว่ามันก็ไม่ได้ต่างอะไรกับสถานที่อื่น ๆ สถานที่ชุมชนคนพลุกพล่าน มันก็เสี่ยงพอ ๆ กันทั้งนั้น ไม่ได้มีอะไรมากน้อยกว่ากันเสียเท่าไหร่

การยกตัวอย่าง จึงควรจะเป็นไปอย่างเป็นธรรม เอากันอย่างแฟร์ ๆ หน่อย โดยเฉพาะถ้าการยกตัวอย่างนั้น จะเผยแพร่ออกสื่อสารมวลชน ออกพิมพ์โฆษณาเป็นจำนวนมาก

การยกตัวอย่างแบบเอียง ๆ นอกจากจะไม่แฟร์กับผู้ประกอบการจำนวนหนึ่ง ด้วยการตอกย้ำอุดมการณ์ตอกย้ำภาพเอียง ๆ จนภาพของสถานที่เหล่านั้นกลายเป็นสถานที่อันตรายไม่ควรข้องแวะ แล้ว ยังเป็นอันตรายกับประชาชนโดยทั่วไปอีกด้วย เพราะอาจทำให้เข้าใจผิดได้ว่า สถานที่ประเภทอื่น ๆ (ที่ไม่ใช่สถานที่ อโคจร) ที่ไม่ได้ยกตัวอย่างถึงนั้น ปลอดภัย

ทั้งจะกลายเป็นว่า ยกเอา หวัด 2009 มาเนียน ขู่ไม่ให้คนไปม็อบ ขู่ไม่ให้คนเที่ยวผับ

ซึ่งคงไม่ใช่อย่างที่พวกเขาตั้งใจ

ก็นำมาบันทึกเอาไว้ เล่าสู่กันฟังเพียงเท่านี้ว่า เวลายกตัวอย่างอะไร พวกเราน่าจะระมัดระวังด้วย ไม่สร้างภาพ วาดอคติ ป้ายสี ให้กับสิ่งใดกลุ่มใด จากการยกตัวอย่างของเรา

ไม่ต้องมีเรา ก็มีคนเยอะแยะวาดกันจนเปรอะไปหมดแล้วครับ ไม่ต้องห่วง

technorati tags: , ,

2008-11-06

oh your highness "highly educated" PAD

จากข่าว พันธมิตรฯ ฮุสตัน ต้อนรับ “หมัก” อบอุ่น, ผู้จัดการออนไลน์, 6 พ.ย. 2551 :

“... ทั้งนี้ เมืองฮุสตัน มลรัฐเทกซัสถือเป็นเมืองหนึ่งในสหรัฐอเมริกาที่มีพันธมิตรฯ หนาแน่นมากเมืองหนึ่งของสหรัฐอเมริกา โดยส่วนใหญ่เป็นชาวไทยที่มีการศึกษา เป็นเจ้าของกิจการหรือประกอบวิชาชีพเฉพาะ เช่น แพทย์ พยาบาล ทนายความ พนักงานบริษัท เป็นต้น

หรือพูดง่าย ๆ ว่า เป็นเมืองที่ไม่ค่อยมี “บาบูน” นั่นเองครับ (เหมาะแก่การอยู่อาศัยของพันธมิตรเป็นอย่างยิ่ง)

technorati tags: , ,

2007-10-19

ISO 11940 - Transliteration of Thai

ระหว่างหาข้อมูลแก้บั๊ก Thai (URL) romanization ใน DokuWiki (ซึ่งที่แลบกำลังจะเปลี่ยนไปใช้) ก็ไปเจอนี่

ISO 11940 - Transliteration of Thai

เขาใช้ตัวอักษรละตินเป็นพื้น แล้วก็มีขีดโน่นขีดนี่เพื่อแยกย่อยตัวอักษรลงไปอีก หน้าตาก็จะประมาณตัวละตินที่ใช้เขียนภาษาเวียดนาม หรือตุรกี ทำนองนั้น

ISO 11940

เท่าที่ดู ISO 11940 นี่ เป็นการถอดรูปตัวสะกด ไม่ใช่การถ่ายเสียงอ่าน เช่น (ตัวอย่างจากวิกิพีเดีย):
[ถ่ายเสียงตามราชบัณฑิตฯ ← เขียนด้วยตัวอักษรไทย → ถอดรูปตาม ISO 11940]

Phasa Thai ← ภาษาไทย → p̣hās̛̄āịthy

Chiang Mai ← เชียงใหม่ → echīyngıh̄m̀

ดูแล้วเพี้ยน ๆ ดี - -"

CLDR ก็เอามาตรฐาน ISO 11940 นี้ไปปรับใช้เหมือนกัน

technorati tags: , , ,

2007-06-30

connectives

คำเชื่อม*

ซึ่ง
และ
โดย
ถ้า
แต่
หรือ
คือ
เช่น
เมื่อ
เพื่อ
หาก
เนื่องจาก
แล้ว
ทำให้
เพราะ
ว่า
สำหรับ
ได้แก่
ดังนั้น
โดยเฉพาะ
อย่างไรก็ตาม

พวกนี้เอามาแบ่ง ประโยค (sentence) / อนุพากย์ (clause) ได้มั๊ย ?

* คำทั้งหมดได้มาจากคลังข้อความเอกสารด้านการแพทย์ที่แลบ เรียงตามความถี่ที่ปรากฎ - คำแรกพบบ่อยกว่าคำสุดท้ายเกือบ 11 เท่า

technorati tags: , ,

2007-05-24

slash dash

ขีดนอน - สำหรับ วรพจน์
ขีดเฉียง / สำหรับ ไชยรัตน์

หากได้ลองสังเกต วรพจน์ พันธุ์พงศ์ นิยมใช้ “-” เท่าที่ผมเข้าใจ เพื่อขยายความ เหมือนเป็นส่วนแยกของประโยค แต่ก็ยังเชื่อมอยู่ - เวลาอ่าน ต้องหยุดหนึ่งจังหวะ นึก แล้วไปต่อ

ส่วน อ. ไชยรัตน์ เจริญสินโอฬาร ใช้ &ldquo/” เพื่ออธิบายคำ/ความคิด (concept) ที่อาจจะคลุมเครือหากใช้คำ ๆ เดียวในภาษาไทยอธิบาย หรือสิ่งที่มาคู่กัน/แทนกันได้ เช่น สร้าง/ผลิต (constitute), พื้นที่อีกชนิด/อีกแบบ (other spaces), บาทวิถี/ทางเท้า

ประดิษฐกรรมทางภาษา

technorati tags: ,

2007-04-13

Taisoc

ที่โอเพ่นออนไลน์มีบทความใหม่ ประเด็นร้อนตอนนี้

เดือนก่อน อ่านภาคผนวกของ 1984, เรื่อง Newspeak (นิวสปีก) เจ๋งดี (ตัวนิยายยังไม่ได้อ่านหรอกนะ ข้ามมาอ่านภาคผนวกเลย)

ผมว่ามันทำได้จริง ๆ นะ ภาษามีอิทธิพลต่อความคิดมาก (อย่างน้อยนักภาษาศาสตร์และนักจิตวิทยาส่วนหนึ่งก็เชื่อเช่นนั้น) เช่นเวลาเราคิด เราคิดเป็นภาษารึเปล่า ? มันอาจจะไม่เสมอไป บางคนอาจแย้ง แต่ส่วนใหญ่แล้ว ตัวผมเองคิดเป็นภาษานะ

คุณตัดจำนวนคำในภาษาออกไป คุณเปลี่ยนแปลงความหมายของคำที่เหลืออยู่ คุณยุบรวมคำหลาย ๆ คำเข้าด้วยกัน ให้มันสูญเสียความเฉพาะเจาะจงไป สุดท้ายแล้ว พอจำนวนคำมันจำกัด และแต่ละคำมันคลุมเครือ นั่นคือภาษาถูกจำกัด ความคิดของคุณก็จะถูกจำกัดไปด้วย

คือมันคงจะเป็นอาการ เริ่ม ๆ จะคิดได้ แว๊บเข้ามาในหัว แต่ไปต่อไม่ได้ ไม่สามารถ 'ทด' มันไว้ในหัวได้ (คำในภาษา เป็นสัญลักษณ์ที่ถูกตรึง (fixed) ไว้แล้ว จึงสามารถนำมาเป็นเครื่องมือในการ 'ทด' ความคิดไม่ให้ล่องลอยได้) พอคุณทดมันไม่ได้ มันก็จะแว๊บ ๆ ๆ เข้ามาเยอะ ๆ แหละ แต่ไม่สามารถนำมันมาปะติดปะต่อกันได้ แล้วมันก็จะหลุด ๆ ๆ ไป

การวิเคราะห์ ไล่เหตุหาผล ก็จะทำได้ลำบาก และถึงแม้คุณจะเจ๋งมาก ๆ ยังสามารถคิดได้ แต่ที่สุดแล้ว คุณก็ไม่สามารถสื่อสารสิ่งที่คุณคิดออกไปให้คนอื่นรับรู้ได้ด้วยภาษาที่มีอยู่

(ลองนึกสภาพเราคิดอะไรได้ นึกเป็นภาษาไทยได้ แต่พูดกับฝรั่งไม่ได้ถนัด เพราะหาคำฝรั่งที่มันตรงกับความคิดเราเป๊ะ ๆ ไม่ได้ กรณีนี่ก็คือการคิดแม้ไม่ได้ถูกจำกัด แต่การส่งความคิดออกไปนั้นถูกจำกัด - อีกกรณีคือ ถ้าคุณไม่ได้เชี่ยวชาญภาษาฝรั่ง ลองคิดเป็นภาษาฝรั่งดูสิ คุณจะพบว่า มันจำกัดกระบวนการคิดของคุณได้)

นั่นคือสิ่งที่ Ingsoc ใช้ Newspeak ทำ

จำกัดการแสดงออกทางความคิด ด้วยการจำกัดภาษา การสื่อสาร

(นอกเหนือจากการตัดความกำกวมทางภาษาออกไป เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบความคิดของพลเมือง คือจะไม่สามารถพูดอะไรอย่างซ่อนความหมายได้)

คำว่า “รักชาติ” เมื่อผ่านกระบวนการโฆษณาตอกย้ำลงหัวไปสักพัก มันก็อาจจะรวมความหมาย “สมานฉันท์” “เชื่อผู้นำ” “นับถือพุทธศาสนา” “พอเพียง” “รักองคมนตรี” “เกลียดทักษิณ” “ใส่เสื้อเหลือง” “ไม่เอาแปรรูป” ฯลฯ เข้าไปอยู่ในคำ ๆ เดียวได้เหมือนกัน .. เมื่อใดที่คุณบอกว่า “รักชาติ” ความหมายในชุดทั้งหมดที่ว่ามา จะตามมาโดยอัตโนมัติ คุณไม่สามารถเลือกได้ หรือใช้คำว่า “รักชาติ” ในความหมายอื่นได้ ทุกคนจะ “รักชาติ” เหมือน ๆ กัน (หรืออย่างน้อยก็คิดว่าคนอื่น “รักชาติ” เหมือน ๆ กับที่เรารัก)

หรือคำว่า “แตกต่าง” ที่ในความรับรู้ของบางคนมันรวมความหมายของคำว่า “แตกแยก” เข้าไปด้วย

หรือคำว่า “ผู้หญิงหากิน” ที่สูญเสียความหมายที่อาจเป็นไปได้ว่า “ผู้หญิงที่ทำมาหากิน” ไปอย่างสิ้นเชิง เหลือแค่ความหมายที่เท่ากับ “ผู้หญิงขายตัว” เท่านั้น คุณไม่สามารถใช้คำว่า “ผู้หญิงหากิน” ในความหมายอื่นได้แล้ว

การเรียนรู้ภาษา เรียนรู้ความหมาย/การใช้คำใหม่ ๆ ส่วนหนึ่งมาจากชีวิตประจำวัน โต้ตอบกิจธุระ อีกส่วนหนึ่งมาจากข่าวสารที่เราเสพ/บริโภค เพลง หนัง หนังสือ ป้ายโฆษณา (ลองทบทวนดู เช่น สำหรับคนที่เขียนบล็อก คุณคิดว่า สไตล์การเขียนของคุณ ได้รับอิทธิพลมาจากงานเขียนของคนอื่นหรือเปล่า ?)

การจำกัดข่าวสารที่เราจะรับรู้ได้ นอกจากจะทำให้เราเสียโอกาสรับข้อมูลต่าง ๆ แล้ว ยังจะจำกัดการเรียนรู้สิ่งใหม่ในภาษาของเรา ... ซึ่งมันจะมีผลกับความคิด/การสื่อสารความคิดของเรารึเปล่า ?

ผมก็ไม่รู้หรอกนะ

เกี่ยวข้อง: doubleplusgoodblog

technorati tags: ,

2007-04-01

Scotland in Scots

ลองเดากันเล่น ๆ ว่าคำไหนแปลว่าอะไร
(ข้างล่างเป็นภาษาสก็อต - อันนี้ Scots (Germanic) นะ ไม่ใช่ Scottish English (English) หรือ Scottish Gaelic (Celtic))

Scotland (Gaelic: Alba) is a kintra in nor-wast Europe, takkin up the northren thrid o the Breetish island. The laund haes til its sooth the laund o Ingland, an is bund bi sea an ocean on aw ither sides.

Hit aforetimes wis a free kinrick, but then Scotland gaed intil a personal union wi Ingland in 1603, whan Jamie the Saxt o Scotland becam James I o Ingland efter the daith o Elizabeth I. This union wis makkit formal on 1 Mey, 1707 bi the Act of Union. The Scots Pairlament wis gotten rid o on 26 Mairch. The union southert baith kinriks, makkin the Kinrick o Great Breetain, wi a new single Pairlament haudden in Wastmeenster, Lunnon, but some pairts o Scotland's institutions, notably the laund's naitional kirk an education an legal seestems, wis hauden apairt. In 1801, Scotland becam ane o the three launds o the Unitit Kinrick, alang wi Ingland and Irland (nou juist Northren Irland). Wales is nou seen for uisal as anither laund altho it wis juist a principalitie o the kinrick o Ingland in 1707.

เอามาจาก Scots Wikipædia

ลองเล่น ๆ ดู :)
kintra = nation ; nor-wast = northwest ; Europe = Europe ; takkin = taking/occupy ; northren = northern ; thrid = third ; o = of ; Breetish = British ; sooth = south ; laund = land ; Ingland = England ; an = and ; bund = bound ; ither = other ; free kinrick = independent state ; Wastmeenster = Westminster ; Lunnon = London ; ...

technorati tags: , ,

2006-02-15

Learn German (over and over)

Exeter University Beginners' German
Learn German @ About.com

Handy ones, esp. for a quick "fact" check.
(i.e. References for a linguist who work on German, but cannot speak the language, damn it.)

2006-02-06

BabelWords

Safeguard and protect language diversity.

BabelWords @ BenettonTalk

เกี่ยวกับความหลากหลายของภาษา ภาษาที่กำลังจะ "สูญพันธ์"
เว็บไซต์โดย Benetton
(อือ "United Colors of Benetton" อันนั้นนั่นแหละ)

มีเรื่องเกี่ยวกับภาษาในวิกิพีเดียด้วย :)