ย้ายบล็อกไปที่ bact.cc แล้วนะครับ

พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
หยุด ร่างพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
พื้นที่เก็บข้อมูลออนไลน์ ฟรี 2GB จาก Dropbox (sync กับ Windows, Linux, Mac, iPhone, Android ฯลฯ ได้)
Showing posts with label privacy. Show all posts
Showing posts with label privacy. Show all posts

2011-01-30

การเมือง ว่าด้วย คลิปหลุด

จากเสวนา การเมืองว่าด้วยคลิป: พื้นที่ส่วนตัว/สาธารณะ ในงานคลิปคิโนะ เมื่อ 18 ธ.ค. 2553 คุยกับนักวิชาการด้านวัฒนธรรม ด้านสื่อ และคนที่อยู่ในวิชาชีพสื่อสารมวลชน เรื่องคลิป ๆ และเรื่องหลุด ๆ กับการเมืองของความเป็นส่วนตัวและความเป็นสาธารณะ

ประเด็นไม่ได้อยู่ที่ว่าทั้งสองคำมีความหมายว่าอะไร ? มากเท่ากับเส้นแบ่งขอบเขตที่เป็นประเด็นปัญหามากกว่า เรานิยามสิ่งหนึ่งให้เป็นคู่ตรงข้ามของอีกสิ่งหนึ่ง เราจะนิยามเส้นแบ่งว่ามันคืออะไร ซึ่ง ณ เวลานี้คิดว่ามันเริ่มพร่ามัวขึ้น — วันรัก สุวรรณวัฒนา

Social Media มีความทับซ้อนพอสมควร ว่าเรื่องส่วนตัวหรือสาธารณะคืออะไร บางสิ่งเราอาจอยากนำเสนอสำหรับคนไม่กี่คน แต่บางทีมันกระจายออกไปได้วงกว้าง ซึ่งในบางครั้งเราไม่สามารถจำกัดขอบเขตการรับรู้ได้ มันมีการ tag ต่อไปเรื่อย ๆ — มานะ ตรีรยาภิวัฒน์

คนสามารถแสดงความเป็นส่วนตัวในพื้นที่สาธารณะได้ ในทางกลับกันทำให้สาธารณะมาสู่พื้นที่ส่วนตัวได้ ... สื่อไม่ได้มีหน้าที่ในแง่การกระจายข่าวอย่างเดียว แต่มีเรื่องของการสร้างมิติความสัมพันธ์ให้มากขึ้น — เกษม เพ็ญภินันท์

สื่อหลักไม่ได้กลัวรัฐบาล เรากลัวความสัมพันธ์กับคนหลายฝ่าย ทั้งเพื่อนเราหรือคนในองค์กร เราจะจัดการอย่างไร — ปราบต์ บุญปาน

ดาวน์โหลดบันทึกการเสวนา (PDF และ OpenDocument) ได้ที่เว็บไซต์เครือข่ายพลเมืองเน็ต

การเมืองว่าด้วยคลิป: พื้นที่ส่วนตัว/สาธารณะ

technorati tags: , , ,

2010-09-21

[20-22 ก.ย.] follow #ial2010 ตามงาน Internet at Liberty 2010

Internet at Liberty 2010 เวิร์กช็อปและสัมมนา สองวันครึ่ง เรื่องเสรีภาพอินเทอร์เน็ต จัดโดย Google และมหาวิทยาลัย Central European University ที่บูดาเปสต์ ฮังการี

หัวข้อเกี่ยวข้องถึงนโยบายการกำกับอินเทอร์เน็ต การเข้าถึงอินเทอร์เน็ต อินเทอร์เน็ตเพื่อการพัฒนาสังคม ประชาธิปไตย และการศึกษา

มีนักเทคโนโลยี นักกฎหมาย นักนโยบายอินเทอร์เน็ต นักวิชาการ นักกิจกรรมสังคม บล็อกเกอร์ และนักหนังสือพิมพ์จากทั่วโลก เข้าร่วม โดยเฉพาะจากประเทศและภูมิภาคที่เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและสิทธิมนุษยชนถูกคุกคาม ทั้งในพื้นที่ออฟไลน์และรุกเข้าสู่พื้นที่ออนไลน์

ชมสด — 21-22 กันยายน 2553, 14:00-23:15 เมืองไทย (9:00-18:15 UTC+2)

ทวีตติดแฮชแท็ก #IAL2010

มีชาวบ้านแถวนี้ไปร่วมอย่างน้อยสามคน @bact (ผม เครือข่ายพลเมืองเน็ต/โอเพ่นดรีม) @jiew (จีรนุช เปรมชัยพร หนังสือพิมพ์ประชาไท) และ @supinya (สุภิญญา กลางรณงค์ คณะกรรมการรณรงค์เพื่อการปฏิรูปสื่อ)

แถม: ชมบันทึกจากงาน Internet Governance Forum ครั้งที่ 5 ลิทัวเนีย

technorati tags: , , ,

2010-02-18

Keeps private data private, keeps public data public? No. Not in Thailand.

พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.2540 กำหนดให้หน่วยงานของรัฐ ต้องจัดหาข้อมูลข่าวสารของราชการไว้ให้ประชาชนตรวจดูหรือค้นคว้าได้

สำนักงานคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ (สขร.) เป็นหน่วยงานที่ดูแลเรื่องข้อมูลข่าวสารของราชการและการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร

ที่เว็บ www.oic.go.th ของสขร. หน้า การตอบข้อหารือและวิทยากรบรรยายเกี่ยวกับ สขร.:

คลิกเปิดชื่อเรื่อง กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หารือการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารของราชการ (ลงวันที่ 27/11/2552) ... ได้เอกสาร พระราชกฤษฎีกา ถอนสภาพที่ดินอันเป็นสาธารณะสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน ในท้องที่ตำบลลาดใหญ่ อำเภอเมืองสมุทรสงคราม จังหวัดสมุทรสงคราม พ.ศ. 2544

คลิกเปิดชื่อเรื่อง กรมการปกครองหารือการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.2540 (ลงวันที่ 28/12/2552) ... ได้เอกสาร พระราชกฤษฎีกา กำหนดให้ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเหล็กเส้นเสริมคอนกรีตต้องเป็นไปตามมาตรฐาน (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2544

เอกสารต่าง ๆ ไม่สามารถเรียกดูได้ตามชื่อเรื่องเลย

แบบนี้เขาเรียกว่า ไม่เปิดเผย ครับ

ในขณะที่รัฐ มีความพยายามที่จะดักฟังสอดส่องล่วงรู้ ข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชน (#ThaiNoSniff)
พร้อม ๆ กันนั้น รัฐเอง ก็มีความพยายามจะปกปิดหรือสร้างความยากลำบากในการเข้าถึง ข้อมูลของรัฐ

กลับตาลปัตรกับหลักความโปร่งใสของรัฐและการเคารพสิทธิของพลเมือง ที่ว่า ข้อมูลส่วนบุคคล (private data) ต้องเก็บเป็นความลับ (keep/private) และข้อมูลของรัฐ (public data) ต้องเปิดเผย (open/public)

ประเทศของเรา จะไปสู่ยุคสังคมข้อมูลข่าวสารแบบไหนกัน?

มาตรา ๗ หน่วยงานของรัฐต้องส่งข้อมูลข่าวสารของราชการอย่างน้อยดังต่อไปนี้ลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา
(๑) โครงสร้างและการจัดองค์กรในการดำเนินงาน
(๒) สรุปอำนาจหน้าที่ที่สำคัญและวิธีการดำเนินงาน
(๓) สถานที่ติดต่อเพื่อขอรับข้อมูลข่าวสาร หรือคำแนะนำในการติดต่อกับหน่วยงานของรัฐ
(๔) กฎ มติคณะรัฐมนตรี ข้อบังคับ คำสั่ง หนังสือเวียน ระเบียบ แบบแผน นโยบาย หรือการตีความ ทั้งนี้ เฉพาะที่จัดให้มีขึ้นโดยมีสภาพอย่างกฎ เพื่อให้มีผลเป็นการทั่วไปต่อเอกชนที่เกี่ยวข้อง
(๕) ข้อมูลข่าวสารอื่นตามที่คณะกรรมการกำหนด

ข้อมูลข่าวสารใดที่ได้มีการจัดพิมพ์เพื่อให้แพร่หลายตามจำนวนพอสมควรแล้ว ถ้ามีการลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษาโดยอ้างอิงถึงสิ่งพิมพ์นั้นก็ให้ถือว่าเป็นการปฏิบัติตามบทบัญญัติวรรคหนึ่งแล้ว

ให้หน่วยงานของรัฐรวบรวมและจัดให้มีข้อมูลข่าวสารตามวรรคหนึ่งไว้เผยแพร่เพื่อขายหรือจำหน่ายจ่ายแจก ณ ที่ทำการของหน่วยงานของรัฐแห่งนั้นตามที่เห็นสมควร


มาตรา ๘ ข้อมูลข่าวสารที่ต้องลงพิมพ์ตามมาตรา ๗ (๔) ถ้ายังไม่ได้ลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา จะนำมาใช้บังคับในทางที่ไม่เป็นคุณแก่ผู้ใดไม่ได้ เว้นแต่ผู้นั้นจะได้รู้ถึงข้อมูลข่าวสารนั้นตามความเป็นจริงมาก่อนแล้วเป็นเวลาพอสมควร


มาตรา ๙ ภายใต้บังคับมาตรา ๑๔ และมาตรา ๑๕ หน่วยงานของรัฐต้องจัดให้มีข้อมูลข่าวสารของราชการอย่างน้อยดังต่อไปนี้ไว้ให้ประชาชนเข้าตรวจดูได้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการกำหนด
(๑) ผลการพิจารณาหรือคำวินิจฉัยที่มีผลโดยตรงต่อเอกชน รวมทั้งความเห็นแย้งและคำสั่งที่เกี่ยวข้องในการพิจารณาวินิจฉัยดังกล่าว
(๒) นโยบายหรือการตีความที่ไม่เข้าข่ายต้องลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา ตามมาตรา ๗ (๔)
(๓) แผนงาน โครงการ และงบประมาณรายจ่ายประจำปีของปีที่กำลังดำเนินการ
(๔) คู่มือหรือคำสั่งเกี่ยวกับวิธีปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งมีผลกระทบถึงสิทธิหน้าที่ของเอกชน
(๕) สิ่งพิมพ์ที่ได้มีการอ้างอิงถึงตามมาตรา ๗ วรรคสอง
(๖) สัญญาสัมปทาน สัญญาที่มีลักษณะเป็นการผูกขาดตัดตอนหรือสัญญาร่วมทุนกับเอกชนในการจัดทำบริการสาธารณะ
(๗) มติคณะรัฐมนตรี หรือมติคณะกรรมการที่แต่งตั้งโดยกฎหมาย หรือโดยมติคณะรัฐมนตรี ทั้งนี้ ให้ระบุรายชื่อรายงานทางวิชาการ รายงานข้อเท็จจริง หรือข้อมูลข่าวสารที่นำมาใช้ในการพิจารณาไว้ด้วย
(๘) ข้อมูลข่าวสารอื่นตามที่คณะกรรมการกำหนด

ข้อมูลข่าวสารที่จัดให้ประชาชนเข้าตรวจดูได้ตามวรรคหนึ่ง ถ้ามีส่วนที่ต้องห้ามมิให้เปิดเผยตามมาตรา ๑๔ หรือมาตรา ๑๕ อยู่ด้วย ให้ลบหรือตัดทอนหรือทำโดยประการอื่นใดที่ไม่เป็นการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารนั้น

บุคคลไม่ว่าจะมีส่วนได้เสียเกี่ยวข้องหรือไม่ก็ตาม ย่อมมีสิทธิเข้าตรวจดู ขอสำเนาหรือขอสำเนาที่มีคำรับรองถูกต้องของข้อมูลข่าวสารตามวรรคหนึ่งได้ ในกรณีที่สมควรหน่วยงานของรัฐโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ จะวางหลักเกณฑ์เรียกค่าธรรมเนียมในการนั้นก็ได้ ในการนี้ให้คำนึงถึงการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยประกอบด้วย ทั้งนี้ เว้นแต่จะมีกฎหมายเฉพาะบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น

คนต่างด้าวจะมีสิทธิตามมาตรานี้เพียงใดให้เป็นไปตามที่กำหนดโดยกฎกระทรวง


หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ ในระบอบประชาธิปไตย การให้ประชาชนมีโอกาสกว้างขวางในการได้รับข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการดำเนินการต่างๆ ของรัฐเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อที่ประชาชนจะสามารถแสดงความคิดเห็นและใช้สิทธิทางการเมืองได้โดยถูกต้องกับความเป็นจริง อันเป็นการส่งเสริมให้มีความเป็นรัฐบาลโดยประชาชนมากยิ่งขึ้น สมควรกำหนดให้ประชาชนมีสิทธิได้รู้ข้อมูลข่าวสารของราชการ โดยมีข้อยกเว้นอันไม่ต้องเปิดเผยที่แจ้งชัดและจำกัดเฉพาะข้อมูลข่าวสารที่หากเปิดเผยแล้วจะเกิดความเสียหายต่อประเทศชาติหรือต่อประโยชน์ที่สำคัญของเอกชน ทั้งนี้ เพื่อพัฒนาระบอบประชาธิปไตยให้มั่นคงและจะยังผลให้ประชาชนมีโอกาสรู้ถึงสิทธิหน้าที่ของตนอย่างเต็มที่ เพื่อที่จะปกปักรักษาประโยชน์ของตนได้อีกประการหนึ่งด้วย ประกอบกับสมควรคุ้มครองสิทธิส่วนบุคคลในส่วนที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลข่าวสารของราชการไปพร้อมกัน จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้

เครือข่ายพลเมืองเน็ต เพื่อเสรีภาพข้อมูลข่าวสารและสิทธิทางอิเล็กทรอนิกส์

technorati tags: , ,

2008-09-29

design/social/tech links at late night

from Tactical Technology Collective:

Ubuntu Eee ใช้คอมพิวเตอร์เครื่องเล็กให้คุ้มค่า

History of Graphic Design 2008 ความเป็นมาของการออกแบบกราฟิกจนถึงปัจจุบัน

Design Matrix of the 20th Century (industrial design) ใครอะไรที่ไหนในแวดวงออกแบบอุตสาหกรรม

[ via anpanpon ]

technorati tags: , ,

2008-08-11

Trusted Computing ?

(vdo page link)

An animated short story questioning Trusted Computing, created by LAFKON (under Creative Commons Sampling+ license)

Can You Trust Your Computer ? by Richard Stallman (of Free Software Foundation)

Who Owns Your Computer ? by Bruce Schneier (cryptographer)

[ via fringer.org ]

technorati tags: , , ,

2008-07-03

[seminar] Personal Data and Risks from e-Government

Center for Ethics of Science and Technology, Chulalongkorn University, will held an open seminar on personal data and risks in the age of e-government on Wednesday, July 9, 2008, 13:00-16:30 @ Room 105, Maha Chulalongkorn building, Chulalongkorn University (near MBK). For more info, please contact Soraj Hongladarom +66-2218-4756

ใครสนใจเรื่อง ข้อมูลส่วนบุคคล (personal data) และความเป็นส่วนตัว (privacy) และร่างพ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ยังไม่ได้เกิดสักที ก็เชิญนะครับ

สัมมนา “ข้อมูลส่วนบุคคลกับความเสี่ยงในยุครัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์”
พุธ 9 ก.ค. 2551 13:00-16:30 น.
ห้อง 105 อาคารมหาจุฬาลงกรณ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ไม่มีค่าลงทะเบียน

แจ้งความจำนงที่ รศ. ดร. โสรัจจ์ หงศ์ลดารมภ์
โทรศัพท์ 0-2218-4756 หรือ 0-2218-4755 โทรสาร 0-2218-4755
http://www.stc.arts.chula.ac.th/


หลักการและเหตุผลและวัตถุประสงค์

เทคโนโลยีสารสนเทศ (ไอที) เป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ สังคม และการเปลี่ยนแปลงไปสู่สังคมสารสนเทศ (Information Society) ภาครัฐและภาคเอกชนใช้ไอทีในการรื้อปรับระบบและกระบวนการผลิต ปฏิรูปองค์การเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก เทคโนโลยีสารสนเทศเช่นระบบคอมพิวเตอร์ ระบบเครือข่าย อินเทอร์เน็ต ตลอดจนโครงข่ายโทรคมนาคมผ่านดาวเทียม ทำให้การติดต่อสื่อสาร การแลกเปลี่ยนข้อมูล และการทำธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ เป็นไปอย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพและลดต้นทุน ภาครัฐจึงผลักดันนโยบายรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์และสังคมอิเล็กทรอนิกส์ (e-Society) โดยใช้บัตรประชาชนแบบเอนกประสงค์ หรือบัตรสมาร์ทการ์ดเป็นกุญแจสำคัญในการให้ประชาชนเข้าถึงบริการของภาครัฐ

ทั้งภาคเอกชนและภาครัฐต่างเก็บข้อมูลของลูกค้าและประชาชนในฐานข้อมูล (databases) เพื่อการวิเคราะห์ประมวล เช่น องค์กรธุรกิจสามารถใช้ฐานข้อมูลเพื่อการวิจัยทางตลาดและติดตามการ เปลี่ยนแปลงทางพฤติกรรมของผู้บริโภค ในขณะที่ภาครัฐสามารถใช้ฐานข้อมูลในการประมาณการจัดเก็บภาษี และการวางแผนงบ ประมาณ การจัดการเลือกตั้ง การจัดการแรงงานต่างด้าว ตลอดจนการติดตามอาชญากรข้ามชาติ เป็นต้น การจัดทำบัตรประชาชนแบบสมาร์ทการ์ดจะช่วยเอื้อให้ภาครัฐสามารถประมวลข้อมูล จากฐานข้อมูลที่กระจัดกระจายตามองค์กรต่างๆ เพื่อให้เกิดการบูรณาการและเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินงานตามนโยบาย บัตรประชาชนแบบสมาร์ทการ์ดมี ไมโครชิปบรรจุข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ข้อมูลบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน ทะเบียนสมรส/ใบหย่า ข้อมูลสวัสดิการสังคม ข้อมูลภาษี ใบอนุญาตขับขี่ ข้อมูลด้านสุขภาพ เช่น หมู่เลือด โรคประจำตัว ประวัติสุขภาพ ตลอดจนข้อมูลการเป็นหนี้ธนาคาร เป็นต้น ประชาชนต้องใช้บัตรสมาร์ทการ์ดในการยืนยันตน เพื่อใช้บริการภาครัฐ

อย่างไรก็ตามการบรรจุข้อมูลส่วนบุคคลจำนวนมากบนบัตรประชาชนสมาร์ทการ์ด ทำให้เกิดความเสี่ยงในหลายๆด้าน นักวิชาการและประชาชนจำนวนมากไม่มีความมั่นใจในระบบความมั่นคงของฐานข้อมูล และมีความกังวลในความเสี่ยงในกรณีการขโมยข้อมูลหรือการสูญหายของบัตรประชาชน นอกจากนี้การบรรจุข้อมูลหมู่เลือดและโรคประจำตัวบนบัตรประชาชน อาจทำให้เกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชน และละเมิดเสรีภาพในกรณีของผู้ติดเชื้อเอดส์ รัฐยังไม่มีการประกาศใช้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Protection Act) และไม่มีการคุ้มครองสิทธิความเป็นส่วนตัว (privacy rights) ทำให้เกิดความเสี่ยงในด้านอื่นๆ ตามมา เช่น ในกรณีข้อมูลส่วนบุคคลถูกทำลาย ดัดแปลง หรือถูกขโมย โดยผู้ที่ไม่มีสิทธิเข้าถึงฐานข้อมูล โดยเฉพาะข้อมูลลายนิ้วมือและข้อมูลพันธุกรรม ซึ่งเป็นข้อมูลที่มีค่ามากในทางอาชญากรรม

อันตรายจากความเสี่ยงของการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลเป็นเรื่องใหม่ และประชาชนส่วนใหญ่ยังไม่มีความตื่นตัวและไม่เข้าใจถึงความเสียหายและผล กระทบในทางลบของการมีฐานข้อมูลประชาชน และบัตรประชาชนแบบสมาร์ทการ์ด ภาครัฐเองก็ไม่มีความพร้อมในการให้หลักประกันของความมั่นคงของฐานข้อมูลส่วน บุคคลของประชาชน ความล้มเหลวของการประมูลบัตรประชาชนเอนกประสงค์ในอดีต สะท้อนปัญหาของระบบควมมั่นคงของไมโครชิป และการขาดการประสานงานที่ดีของหน่วยงานภาครัฐ การใช้บัตรประชาชนหรือสมาร์ทการ์ดอย่างแพร่หลายในอนาคตเป็นการปูพื้นฐานให้ กับการใช้บัตรสมาร์ทการ์ดเพียงใบเดียว ในการทำธุรกรรมทุกอย่าง ในการเข้าถึงบริการภาครัฐและภาคธุรกิจเอกชน ซึ่งอาจนำไปสู่ความเสี่ยงต่อการละเมิดสิทธิความเป็นส่วนตัว (privacy rights) และการละเมิดสิทธิเสรีภาพกรณีของผลกระทบจากอาชญากรรมคอมพิวเตอร์ หรือความเสียหายของระบบฐานข้อมูล

ดังนั้นการจัดสัมมนาในประเด็น ข้อมูลส่วนบุคคลกับความเสี่ยงในยุครัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ จึงได้จัดขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ คือ

  1. เพื่อให้เกิดความตื่นตัวในเรื่องความสำคัญของข้อมูลส่วนบุคคลและผลกระทบจากความเสี่ยง
  2. เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับข้อมูล ส่วนบุคคล ผลกระทบของบัตรสมาร์ทการ์ด และการขาดแคลนการคุ้มครองทางกฎหมาย
  3. เพื่อให้เกิดความเข้าใจถึงความเสี่ยงต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชน และสิทธิเสรีภาพ และอิสรภาพของประชาชน ภายใต้ระบอบประชาธิปไตย

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากการสัมมนา

  1. ทำให้เกิดความตระหนักและเข้าใจถึงความจำเป็นของการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
  2. ทำให้เกิดความเข้าใจความเสี่ยงในมิติต่างๆ ของฐานข้อมูลประชาชน และบัตรประชาชนแบบสมาร์ทการ์ด
  3. ทำให้เกิดแนวความคิดหลากหลายในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

กำหนดการ

  • 13:00 “ประเด็นทางจริยธรรมเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล” รศ. ดร. โสรัจจ์ หงศ์ลดารมภ์
  • 13:15-16:30 เสวนาโต๊ะกลม: “การปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล: หลักการและปฏิบัติ”
    ผู้ร่วมเสวนา: ดร. นคร เสรีรักษ์, คุณวันฉัตร ผดุงรัตน์, คุณไพบูลย์ อมรภิญโญเกียรติ, ท่านนันทน อินทนนท์
    ผู้ดำเนินการอภิปราย: ผศ. ดร. กฤษณา กิติยาดิศัย

จัดโดย

  • กลุ่มวิจัยจริยธรรมและมิติทางสังคมของเทคโนโลยีสารสนเทศ
  • ศูนย์รณรงค์นโยบายสื่อมวลชน
  • ศูนย์จริยธรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
  • จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

technorati tags: , ,

2008-03-03

New German Data Retention Act

เชกูวาราเขียน เยอรมันสอดแนม ที่ BioLawCom.de
เป็นเรื่อง กฎหมายใหม่ของเยอรมนี ที่กำหนดให้ผู้ให้บริการโทรคมนาคมต้องเก็บข้อมูลจราจรของผู้ใช้บริการ เป็นเวลา 6 เดือน (คุ้น ๆ เหมือนพ.ร.บ.คอมฯ ของบ้านเรามั๊ยครับ ?)

วันที่ 9 พฤศจิกายน 2007 รัฐสภาเยอรมันผ่านกฎหมายแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายต่าง ๆ เพื่อควบคุมตรวจสอบการติดต่อสื่อสาร และเป็นประโยชน์ต่อการสอบสวนความผิด มาฉบับหนึ่งครับ ท่ามกลางเสียงประท้วงจากคนเยอรมันนับพันนับหมื่นคน เพราะในกฎหมายฉบับดังกล่าว มีบทบัญญัติใหม่ ที่กระทบสิทธิพวกเขาอย่างมากบรรจุอยู่ด้วย

“Vorratsdatenspeicherung” (Data-Retention) เป็นคำเรียกรวม ๆ ที่หมายถึง การกำหนดหน้าที่ให้ผู้ให้บริการการโทรคมนาคม ต้องเก็บสำรอง “ข้อมูลจราจรทางการติดต่อสื่อสาร” (Traffic Data) ของประชาชนผู้ใช้บริการทุกคนเอาไว้เป็นระยะเวลา 6 เดือน ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ในการสอบสวนการกระทำความผิด ...ก็คือข้อกำหนดเจ้าปัญหาที่ว่า

ข่าวจาก European Digital Rights และ Deutsche Welle:

technorati tags: , ,

2008-02-04

(Nearly) Free Speech hosting

เมืองไทยมีอะไรแบบนี้ไหม ? แล้วใครเคยใช้บ้าง จริงไหม ?

กด ๆ ดู invisiblog.net (ซึ่งเหมือนจะหยุดให้บริการไปแล้ว)
ก็ไปเจอบริการเว็บโฮสต์นี้เข้า
NearlyFreeSpeech.Net
น่าสนใจ

นี่นโยบายความเป็นส่วนตัวของเขา: Privacy Policy

ก็ประมาณว่า

  • ไม่ขายข้อมูลที่จะระบุตัวตนบุคคลได้ (คำว่า ข้อมูลที่จะระบุตัวตนบุคคลได้ แปลจาก personally identifiable information ซึ่งเป็นคนละอย่างกับ ข้อมูลส่วนบุคคล personal information — อย่าง IP address บางคนอาจจะว่ามันไม่ใช่ข้อมูลส่วนบุคคล แต่มันเป็นข้อมูลที่จะระบุตัวตนได้แน่ ๆ)
  • ไม่เปิดเผยข้อมูลที่ระบุตัวตนได้โดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้ใช้บริการ (เว้นว่ากฎหมายกำหนดไว้)
  • จะพยายามแจ้งเตือนผู้ใช้บริการทุกครั้ง ที่มีการบังคับให้เปิดเผยข้อมูลที่ระบุตัวตนได้ (เว้นว่ากฎหมายห้ามไม่ให้ทำ)
  • จะให้ความร่วมมือในการสืบสวนกับหน่วยงานรัฐของสหรัฐอเมริกา เมื่อตามกฎหมายจำเป็นต้องทำ
  • การให้ความร่วมมือกับหน่วยงานบังคับกฎหมายจากประเทศอื่น และการร่วมมือในกรณีที่ตามกฎหมายแล้วมันไม่จำเป็น จะอยู่ที่ดุลยพินิจของผู้ให้บริการ – โดยจะพิจารณาสนับสนุน เสรีภาพและความยุติธรรม และไม่สนับสนุน การกดขี่และความรุนแรง
  • ผู้ให้บริการจะแจ้งผู้ใช้บริการถึงการร่วมมือใด ๆ ที่ผู้ให้บริการมอบให้กับหน่วยงานบังคับกฎหมายใด ๆ (เว้นว่ากฎหมายห้ามไม่ให้ทำ)

นอกจากนี้ เขายังแจ้งเรื่องการใช้คุกกี้ (ไฟล์เล็ก ๆ ที่เครื่องของเรา เว็บไซต์ต่าง ๆ เอาไว้จำข้อมูลของเรา) ไว้อย่างชัดเจนด้วยว่า:
ผู้ให้บริการใช้ session cookies บนเว็บไซต์ของผู้ให้บริการ คุกกี้เหล่านี้ไม่ควรจะถูกบันทึกอย่างถาวรบนเครื่องของผู้ใช้บริการ ผู้ให้บริการใช้คุกกี้เหล่านั้นเพื่อประโยชน์เหล่านี้ เท่านั้น:

  1. จัดการเรื่องล็อกอินในส่วนสมาชิก (ต้องใช้)
  2. ให้คุณปรับแต่งการใช้งานกระดานสนทนาได้ (ไม่ต้องใช้ก็ได้)
  3. ใช้เพื่อใช้กับ phpMyAdmin (ต้องใช้ก็ต่อเมื่อผู้ใช้บริการใช้ phpMyAdmin)

บางทีเราในฐานะผู้ให้บริการเว็บไซต์ อยากจะคุ้มครองความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้บริการของเรา ก็น่าจะต้องระวังเรื่องนโยบายความเป็นส่วนตัวของเว็บโฮสต์ที่เราใช้บริการด้วย ไม่งั้นก็อาจจะเป็นไปได้ว่า แม้เราจะไม่ละเมิด แต่เว็บโฮสต์อาจจะมาละเมิดผู้ใช้บริการของเราได้ ...แบบนี้เป็นไปได้ไหม ?

----

อยากขออธิบายย้ำตรงนี้หน่อยว่า
แม้จะมีข้อถกเถียงว่า ที่อยู่ไอพี (IP address) เป็น หรือ ไม่เป็น "ข้อมูลส่วนตัว" (personal information)
แต่ที่อยู่ไอพีนี้ (เมื่อประกอบกับข้อมูลอื่น ๆ) เป็น "ข้อมูลที่จะระบุตัวตนบุคคลได้" (personally identifiable information) แน่ ๆ

และเมื่อที่อยู่ไอพีสามารถนำไปใช้ระบุตัวบุคคลได้แล้ว มันจึงเกี่ยวข้องกับเรื่อง ความเป็นส่วนตัว (privacy) อย่างแน่นอน

ไม่ใช่ว่า ถ้าไม่ใช่ข้อมูลส่วนตัวแล้ว ก็ไม่เกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว

คลิปเสียงนี้ เป็นความเห็นจากวิทยุ OUT-LAW.COM ที่พูดคุยกับกลุ่มเฝ้าระวังเรื่องความเป็นส่วนตัวของอียู เกี่ยวกับเรื่อง IP address และ privacy : Can your internet address be protected under privacy law? (แถมในคลิป มีเรื่องเว็บไซต์เครือข่ายสังคม social network ทั้งหลาย ที่ไม่สนใจผู้ใช้ที่พิการเอาซะเลย) (ลิงก์จากคุณหมวย)

technorati tags: ,

2008-02-01

Steganography - hiding your information

cryptography steganography

privacy ความเป็นส่วนตัว กับ secrecy ความลับ ต่างกันหน่อยนึง
ตรงที่ กรณี privacy คนอื่นไม่รู้ว่าข้อมูลของเราคืออะไร แต่รู้ว่าเรามีข้อมูล
ส่วน secrecy คือ คนอื่นไม่รู้เลยด้วยซ้ำ ว่าเรามีข้อมูล

cryptography (ไทย: วิทยาการเข้ารหัสลับ) นี่เป็นชั้น privacy คือทำให้คนอื่นอ่านข้อมูลของเราไม่ออก ไม่รู้ว่ามันคืออะไร

steganography (วิทยาการอำพรางข้อมูล) นี่ จะเป็นขั้น secrecy เพราะเราสามารถซ่อนข้อมูลลงไปในภาพหรือเสียงได้ คนอื่นมองมาก็นึกว่าเป็นไฟล์ภาพหรือเสียงธรรมดา ๆ ไม่รู้ว่ามันมีข้อมูลซ่อนอยู่ข้างใน – ข้อมูลที่จะซ่อนนี้ จะเป็นอะไรก็ได้ เสียง ภาพ ข้อความ pdf mp3 jpg mov txt xls

ลองเล่น steganography ที่เว็บ stega.maxant.co.uk
(ตัวอย่างที่เว็บ มีการซ่อนไฟล์ pdf ทั้งไฟล์ ลงในภาพ ๆ หนึ่ง - ลักษณะหน้าตาของภาพที่มีไฟล์ซ่อนอยู่ ดูด้วยตาเปล่า ไม่ต่างอะไรกับภาพต้นฉบับ)

secrecy - steganography
privacy - cryptography
ใช้คู่กันได้

technorati tags: , , ,

2007-12-13

10th Anniversary - Right to Know

หนึ่งทศวรรษ สิทธิที่จะรู้

คอลัมน์ “ข้าราษฎร” โดย “สายสะพาย”
หนังสือพิมพ์มติชน วันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2550 ปีที่ 30 ฉบับที่ 10861 (หน้า 26)

ดร.นคร เสรีรักษ์ เขียนบทความ ในโอกาสที่ พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.2540 มีอายุครบ 1 ทศวรรษ เริ่มใช้บังคับเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2540 จึงมีอายุครบ 10 ปี ในวันที่ 10 ธันวาคม 2550

กฎหมายฉบับนี้กำหนดให้ “หน่วยงานของรัฐ” มีหน้าที่ “เปิดเผย” ข้อมูลข่าวสารต่อประชาชน ข้าราชการจึงต้องปฏิบัติงานด้วยความรอบคอบและโปร่งใสมากขึ้น เพราะเอกสารต่าง ๆ อาจถูกตรวจสอบได้ตลอดเวลา

แม้จะเป็นกฎหมายที่มีอายุเพียง 10 ปี แต่เป็นที่ยอมรับกันว่า เป็นกฎหมายที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อประชาชน และส่งผลให้สะเทือนอย่างมากในกระบวนการพัฒนาธรรมาภิบาล ในฐานะกลไกขับเคลื่อนการบริหารราชการแผ่นดินให้เป็นไปด้วยความโปร่งใสตรวจสอบได้

แม้หน่วยงานของรัฐจะมีคำสั่งไม่ให้เปิดเผยข้อมูล ประชาชนยังมีสิทธิที่จะอุทธรณ์เพื่อให้มีการทบทวนคำสั่งได้

กฎหมายกำหนดให้หน่วยงานของรัฐ ซึ่งหน่วยงานของรัฐในรูปแบบต่าง ๆ มีหน้าที่ที่ต้องให้บริการข้อมูลข่าวสารแก่สาธารณะ โดยมีวิธีการ “เปิดเผย” ข้อมูล 3 วิธี คือ การนำข้อมูลลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา การจัดข้อมูลไว้ให้ประชาชนเข้าตรวจดู และการจัดหาข้อมูลให้ประชาชนเป็นการเฉพาะราย

แต่จนถึงวันนี้หน่วยงานของรัฐหลายแห่ง ยังคงไม่ได้ปฏิบัติอย่างถูกต้องตามกฎหมาย จึงมีความพยายามที่จะผลักดันและกระตุ้นให้หน่วยงานของรัฐมีการปฏิบัติตาม กฎหมายอย่างเคร่งครัดยิ่งขึ้นตลอดมา

ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ (กขร.) ได้ผลักดันกิจกรรมเป็นการสนับสนุนการใช้กฎหมายข้อมูลข่าวสารเป็นกลไกเสริมสร้างความโปร่งใสองค์กรภาครัฐ เช่น สำนักงาน ก.พ.ร. ได้กำหนดตัวชี้วัดระดับความสำเร็จในการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร เป็นหนึ่งในตัวชี้วัดประสิทธิภาพของหน่วยงานราชการทุกแห่ง ในปี 2550-2551

นอกจากนั้นมีการเสนอปรับปรุงแก้ไข เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน เช่น ให้การเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารทางอิเล็กทรอนิกส์เป็นช่องทางใหม่สำหรับให้บริการข้อมูลข่าวสารที่มีประสิทธิภาพและรวดเร็ว

การเสนอออกกฎหมายใหม่ เพื่อขยายขอบเขตการคุ้มครองสิทธิความเป็นอยู่ส่วนตัวในข้อมูลส่วนบุคคลที่อยู่ในความครอบครองของเอกชน โดยการจัดทำกฎหมายข้อมูลส่วนบุคคลโดยเฉพาะ

ในปี 2550 ยังมีการพัฒนาหลักเกณฑ์มาตรฐานความโปร่งใส เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการประเมินหน่วยงานภาครัฐ ภายใต้เกณฑ์มาตรฐานและดัชนีชี้วัดที่เป็นรูปธรรม ซึ่ง กขร.ได้เสนอขอความเห็นชอบจากนายกรัฐมนตรี เพื่อมอบหมายให้ กขร. และสำนักงานคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ (สขร.) เป็นองค์กรหลักในการติดตามประเมินความโปร่งใสของหน่วยงานภาครัฐ


แถม: Nakorn Serirak, 2001. Challenges of Thailand’s Freedom of Information

technorati tags: , ,

2007-12-07

Pretty Good Privacy

มาตรฐาน OpenPGP เป็นมาตรฐานการเข้ารหัสข้อมูลชนิดหนึ่ง
ซึ่งนอกจากจะ ช่วยรักษาข้อมูลให้เป็นความลับ/เป็นส่วนตัว แล้ว (กันการแอบอ่าน)
ยังช่วย ตรวจจับว่าข้อมูลถูกเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่ ระหว่างทาง (กันการปลอมข้อมูล)
และยัง ตรวจได้ว่าข้อมูลนั้นถูกส่งมาจากแหล่งที่อ้างรึเปล่า (กันการแอบอ้างตัวตน)

PGP ย่อมาจาก Pretty Good Privacy (เป็นส่วนตัวดีทีเดียว)

ถ้าอยากได้โปรแกรมเข้ารหัสที่ว่านี้ ลอง GnuPG ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์เสรี หรือจะใช้ตัวอื่น ๆ ก็ได้ ลองค้นเน็ตคำว่า “PGP” ดู

PGP ที่ว่านี้สามารถใช้กับอีเมลได้เช่นกัน โดยตัวโปรแกรม PGP หลายตัวสามารถใช้ร่วมกับโปรแกรมอีเมล เช่น Thunderbird, Outlook, Apple Mail ได้ง่าย ๆ

สำหรับคนที่ใช้ Gmail แม้จะไม่มีตัว PGP เต็มรูปแบบให้ใช้ แต่ก็อาจจะลอง Gmail Encryption ดูได้ สคริปต์นี้ทำงานร่วมกับ Greasemonkey บน Firefox (คำเตือน: อาจจะทำงานไม่เร็วนัก และความมั่นคงปลอดภัยต่ำกว่า PGP ปกติ)

บทความจาก WIRED: Keep Your E-mail Private, Secret and Secure แนะนำขั้นตอนทีละขั้น เพื่อใช้ PGP กับอีเมลของคุณ

พลเมืองทุกคน ควรฝึกใช้เครื่องมือเข้ารหัส เพื่อความเป็นส่วนตัวในยามจำเป็น — ตราบใดที่เรายังมีรัฐบาล(คุณธรรมสูง)แต่ไร้มารยาทอยู่

GnuPG is the GNU project's complete and free implementation of the OpenPGP standard as defined by RFC4880 . GnuPG allows to encrypt and sign your data and communication, features a versatile key managment system as well as access modules for all kind of public key directories. GnuPG, also known as GPG, is a command line tool with features for easy integration with other applications. A wealth of frontend applications and libraries are available. Version 2 of GnuPG also provides support for S/MIME.

ขอร่วมไว้อาลัยกับการจากไปของ มด - วนิดา ตันติวิทยาพิทักษ์ ที่ปรึกษาสมัชชาคนจน
รวมบทสัมภาษณ์ : ‘มด’ ในความทรงจำ

technorati tags: , ,

2007-12-06

discourse/information/communication people

จดกันลืม บุคคลน่าสนใจ

สาวิตรี คทวณิช

นคร เสรีรักษ์

วราภรณ์ วนาพิทักษ์

  • มาตรการการจัดการการเผยแพร่เนื้อหาที่ไม่เหมาะสมบนอินเทอร์เน็ตของประเทศไทย (วิทยานิพนธ์ วิทยาลัยสหวิทยาการ มธ.)

สมสุข หินวิมาน

  • คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  • cultural studies

technorati tags: , ,

2007-11-01

Portable Apps - new adds for your handy drive

(สำหรับ Windows เป็นส่วนใหญ่ มี Mac OS X นิดหน่อย)

สำหรับคนที่ต้องไปใช้เครื่องคอมของคนอื่น เช่นตามร้านเน็ต บ่อย ๆ
ขอแนะนำ portable applications เหล่านี้ครับ เพื่อรับประกันว่าเราจะมีโปรแกรมที่เราคุ้นเคยเอาไว้ใช้แน่ และลดโอกาสทิ้งร่องรอย (เช่นข้อมูลส่วนบุคคล ชื่อผู้ใช้ รหัสผ่านต่าง ๆ) เอาไว้ในเครื่องที่เราไปใช้ของเขา

portable apps เหล่านี้ ออกแบบมาให้รันได้บนไดร์ฟยูเอสบีเลย ไม่ต้องติดตั้งลงฮาร์ดดิสก์ ทำให้สะดวกในการพกพา และข้อมูล เช่นพวก history, bookmark ในเว็บเบราว์เซอร์ ก็จะติดตัวไปกันเราด้วยตลอด

สมัยนี้ ไดร์ฟยูเอสบีขนาดสัก 1 GB ราคาไม่แพงแล้ว ประมาณ 400 บาทได้ ลงโปรแกรมพวกนี้ติดตัวไว้บ้างเผื่อฉุกเฉิน ก็เป็นความคิดที่ไม่เลวทีเดียวครับ :) (หรือใครจะหยิบเอายูเอสบีเก่า ๆ ความจุน้อย ๆ มาลงเฉพาะโปรแกรมพวกนี้ไว้ก็เข้าท่าครับ โปรแกรมที่แนะนำด้านล่างนี้ส่วนใหญ่ขนาดไม่ใหญ่นัก ยกเว้น OpenOffice.org กับ XAMPP)

พื้นฐาน

  • Firefox เว็บเบราว์เซอร์
  • OperaTor เว็บเบราว์เซอร์ แบบ(เกือบ)ปกปิดตัวตน ดูเว็บไซต์ที่ถูกบล็อกได้ (Opera + Tor)
  • Pidgin แชท msn, gtalk, yahoo
  • 7-zip บีบ/แตกไฟล์
  • Sumatra PDF อ่านไฟล์ pdf

เพิ่มเติม

พัฒนา

  • Notepad++ เท็กซ์เอดิเตอร์ มีไฮไลท์ภาษาโปรแกรม
  • XAMPP เว็บแอพพลิเคชั่นเซิร์ฟเวอร์
  • PuTTY เทอร์มินัล ssh
  • WinSCP โอนไฟล์ scp, sftp

ช่วยใช้งานสะดวก

ดูเพิ่มเติมได้ที่ 100 portable apps for your usb stick (Mac และ Windows) และ PortableApps.com (Windows)

ใช้เน็ตตามร้านเน็ตทุกครั้ง อย่าลืม ลบ ชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน cookie history ข้อมูลส่วนบุคคล form ไฟล์ชั่วคราวต่าง ๆ ฯลฯ หลังเลิกใช้ จากนั้นปิดเบราว์เซอร์ และรีเซ็ตเครื่อง

อัพเดท: พ่อหมาอ้วน แนะนำ Gmail Drive (สำหรับ Windows) และ gDisk (สำหรับ Mac OS X) มา สำหรับคนไม่อยากพกยูเอสบีไดร์ฟ โดยโปรแกรมนี้จะทำให้เราเก็บข้อมูลต่าง ๆ ลงไปในกล่องเมลของ Gmail ได้ และทำตัวเหมือนเป็นไดร์ฟ ๆ นึงของคอมเลย (แต่รันโปรแกรมโดยตรงจากไดร์ฟนี้ไม่ได้นะ) — สำหรับคนที่ใช้ Firefox อาจจะใช้ extension Gmail Space แทนก็ได้ ใช้ร่วมกับ Firefox portable ไปเลยก็สะดวกดี

technorati tags:

2007-08-02

hidden messages

เดี๋ยวไป ประชาไทไนท์ แล้ว

Grafedia
ใส่ลิงก์ไปบนผนัง
ถ้าส่งเอสเอ็มเอสหรืออีเมลไปตามที่อยู่/คีย์เวิร์ดบนผนังนั้น ก็จะมีรูปส่งกลับมาให้ดู
[ ผ่าน WIRED News ]

Steganography
ซ่อนข้อความ/ข้อมูลไว้ในภาพ
ภาพตัวอย่าง “Whaling” บรรจุข้อความในนวนิยายสองเรื่อง Moby Dick และ Typee เอาไว้ทั้งหมด-ในรูปเดียว!
โปรแกรม

technorati tags: , ,

2007-07-06

Big Brother State

ข้อความจาก คณะอนุกรรมการโครงสร้างพื้นฐานทางกฎหมาย คณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (จัดตั้งตาม พระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544)

แผนการดำเนินงานและข้อเสนอของคณะอนุกรรมการฯ ที่ควรเร่งผลักดัน

คณะอนุกรรมการฯ มีแผนยุทธศาสตร์การบูรณาการกฎหมายเทคโนโลยีสารสนเทศ เป็นลำดับ โดยการดำเนินการในช่วงที่ผ่านมา ภายหลังจากที่พระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 มีผลใช้บังคับ ทางคณะอนุกรรมการฯ ได้ศึกษาและพิจารณายกร่างพระราชกฤษฎีกาที่ออกตามความพระราชบัญญัติฯ แล้วเสร็จ จำนวน 2 ฉบับ ได้แก่ ร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดธุรกรรมในทางแพ่งและพาณิชย์ที่ยกเว้นมิให้นำพระราช บัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 มาใช้บังคับ พ.ศ. .... และร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการทำธุรกรรมทาง อิเล็กทรอนิกส์ภาครัฐ พ.ศ. .... รวมถึงการพิจารณายกร่างกฎหมายแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ฯ เพื่อแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติเกี่ยวกับหน่วยงานธุรการและผู้ดำรงตำแหน่ง เลขานุการ และการร่วมพิจารณาให้ข้อคิดเห็นกฎหมายฉบับอื่นๆ ที่อยู่ในกระบวนการนิติบัญญัติ ได้แก่ ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ พ.ศ. .... , ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. .... และร่างพระราชบัญญัติการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสารสนเทศ พ.ศ. ....

จากข้อมูลในหน้าเว็บนั้น จะเห็นได้ว่าโครงสร้างพื้นฐานทางกฎหมาย สำหรับธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์นั้น ประกอบไปด้วยกฎหมายหลายฉบับ

และที่ควรเร่งผลักดันและอยู่กระบวนการนิติบัญญัติแล้ว (ในขณะนั้น) ก็มีอยู่ 3 ฉบับ 3 เรื่อง
“ควบคุม” “คุ้มครอง” “พัฒนา”

บรรยากาศทุกวันนี้ ทุกคนรู้สึก

รัฐบาลนี้เร่งแต่จะ “ควบคุม” ไม่สนใจ “คุ้มครอง” และ “พัฒนา”

ประชาชน “ไร้ความมั่นคงปลอดภัย” ประเทศชาติ “ล้าหลัง”

technorati tags: , ,

personal is personal

ข้อมูลส่วนบุคคลของเรา เป็นของเรา

เราต้องการ

พระราชบัญญัติว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ....

เดินเข้าร้านกาแฟ ต้องลงเวลาเข้าออก
เดินเข้าโรงหนัง บันทึกว่าดูเรื่องอะไร
เดินเข้าซูเปอร์มาร์เก็ต ขอดูบัตรประชาชน

จะเก็บนั่นเก็บนี่ ตรวจตราสอดส่อง(แส่)ไปทุกเรื่อง - แล้วคุ้มครองป้องกันอะไรให้เราไหม ? มีหลักประกันอะไรให้เราไหม ?

ข้อมูลส่วนบุคคลของคุณ เป็นของคุณ

ข้อมูลส่วนบุคคลของคุณ เป็นของคุณ

ข้อมูลส่วนบุคคลของคุณ เป็นของคุณ

technorati tags:

2007-05-26

Private surfing in Ubuntu - using Tor+Privoxy

ท่องเว็บเงียบ ๆ ในอูบุนตูลีนุกซ์

(สำหรับวินโดวส์ ดูที่ http://wonam.exteen.com/20060923/tor )

Tor (ตอร์) เป็นเครือข่ายและโปรแกรมช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวในการท่องเว็บ นอกจากนี้ยังอาจช่วยให้เราสามารถเข้าเว็บที่ถูกบล็อกได้อีกด้วย

Privoxy (ไพรว็อกซี่) เป็นโปรแกรมพร็อกซี่ที่ช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวในการท่องเว็บเช่นกัน โดยสามารถดักจับ 'คุกกี้' และกรองเนื้อหาบางอย่าง เช่น โฆษณา ออกไปได้

ติดตั้ง Tor และ Privoxy ใน Ubuntu

1 - ติดตั้งแพคเกจ “tor” และ “privoxy”
จะใช้เมนู System -> Administration -> Synaptic Package Manager
หรือจะใช้คำสั่งที่คอมมานด์ไลน์ก็ได้ คือ:

sudo apt-get install tor privoxy

2 - ปรับตั้งค่าของ Privoxy โดยแก้ไฟล์ /etc/privoxy/config:

sudo gedit /etc/privoxy/config

3 - เพิ่มบรรทัดนี้เข้าไป (รวม จุด ตรงท้ายสุดด้วย):

forward-socks4a / localhost:9050 .

โดยจะเพิ่มเข้าไปที่ไหนของไฟล์ก็ได้
(เพื่อความอ่านง่าย แนะนำให้เพิ่มแถว ๆ ส่วนที่ชื่อว่า “FORWARDING” / “forward-socks4”)

4 - (ทำหรือไม่ก็ได้) หากไม่ต้องการให้บันทึกปูมการทำงานของโปรแกรม (log) ให้ใส่ # หน้าบรรทัดที่เขียนว่า “logfile logfile”

5 - (ทำหรือไม่ก็ได้) หากไม่ต้องการให้บันทึกคุกกี้ที่ถูกดักจับ ให้ใส่ # หน้าบรรทัดที่เขียนว่า “jarfile jarfile”

6 - รีสตาร์ท Privoxy ใหม่ โดยใช้คำสั่ง:

sudo /etc/init.d/privoxy restart


ตั้งค่า Firefox ให้ใช้งาน Tor

ในที่นี้ จะใช้ปลั๊กอิน Torbutton เนื่องจากไม่ซับซ้อน ติดตั้งง่าย.
ปลั๊กอินอื่น ๆ ที่ใช้ได้เช่นกัน โดยอาจมีลูกเล่นมากกว่า/ซับซ้อนกว่า เช่น FoxyProxy

1 - ติดตั้ง Torbutton โดยไปที่หน้าเว็บ: https://addons.mozilla.org/en-US/firefox/addon/2275

2 - ปิดไฟร์ฟ็อกซ์ และเปิดใหม่

3 - ที่มุมล่างขวา จะเห็นข้อความว่า “Tor Disabled” (ตอร์ปิดใช้งาน)

4 - เมื่อต้องการความเป็นส่วนตัวมากขึ้น หรือต้องการเข้าเว็บที่ถูกบล็อก ให้คลิกที่ข้อความข้างต้น มันจะเปลี่ยนเป็นคำว่า “Tor Enabled” (ตอร์เปิดใช้งาน)

5 - ท่องเว็บได้ :)


เรียบเรียงจาก Step by step with Tor ที่ Ubuntu Forums
ลีนุกซ์ดิสโทรอื่น ๆ ทำคล้าย ๆ กัน แต่จะแตกต่างกันเรื่องตำแหน่งไฟล์ตั้งค่า (คอนฟิก)

updated 2007.05.30: เอกสารโดยละเอียด (ภาษาอังกฤษ) ดูที่:
Running the Tor client on Linux/BSD/Unix - ติดตั้ง client (สำหรับใช้งานดูเว็บ); และ
Configuring a Tor server - ติดตั้ง server (เพื่อช่วยให้คนอื่นดูเว็บได้ดีขึ้น - ยิ่งมี Tor server เยอะ ก็ยิ่งทำให้เครือข่าย Tor มีประสิทธิภาพดี)

updated 2007.05.31: เพิ่งเห็นว่า ที่ ubuntuclub ก็มีลงไปแล้ว

technorati tags: , ,

2007-04-26

Smooth OperaTor

เว็บเบราว์เซอร์ ระบบนิรนาม พร็อกซี่ รวมกัน

Opera + Tor + Privoxy = OperaTor

ใส่ในไดรฟ์ยูเอสบีได้ สบาย ๆ ใช้ง่าย ไม่ต้องติดตั้งอะไรเลย (รันได้โดยตรงจากยูเอสบี - เป็น portable apps) เหมาะมาก ลองแล้วชอบครับ

คำเตือน (สำคัญ)

การใช้งาน Java, BitTorrent ในตัว Opera, และโปรแกรมอีเมลและแชท IRC ในตัว Opera นั้น จะไม่ถูกทำให้เป็นนิรนาม เนื่องจากโปรแกรมเหล่านั้นไม่ได้ใช้ค่าพร็อกซี่ของ Opera — ควรระมัดระวังเรื่องนี้ด้วย

ปรับปรุง 2008.03.19: ปรับปรุงลิงก์ (เดิม http://letwist.net/operator ; ใหม่ http://archetwist.com/opera/operator), เพิ่มคำเตือน

technorati tags: , ,

disposable e-mail address

เอาไว้ใช้สมัครบริการต่าง ๆ ได้ ถ้าไม่อยากใช้อีเมลที่ปกติใช้อยู่ (กลัวสแปม, ระวังความเป็นส่วนตัว, ไม่อยากเปิดเผยตัว, ไม่แน่ใจความปลอดภัยของเว็บ ฯลฯ)

ที่อยู่อีเมลใช้แล้วทิ้ง (Disposable e-mail addressing) หรือ DEA หมายถึงบริการทางเลือกสำหรับแบ่งปันและจัดการที่อยู่อีเมล. DEA มีจุดประสงค์เพื่อสร้างที่อยู่ติดต่อใหม่ที่ไม่ซ้ำกับใคร เพื่อใช้ในการสื่อสารระหว่างผู้ส่งและผู้รับ. โดยที่หากในเวลาต่อมา ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งนำที่อยู่อีเมลนี้ไปใช้ในทางอันตรายหรือก่อกวน, เจ้าของที่อยู่ดังกล่าว ก็สามารถยกเลิก ("ทิ้ง") ที่อยูนั้นได้อย่างง่ายดาย โดยไม่กระทับกับที่อยู่ติดต่ออื่น ๆ ตัวอย่างของที่อยู่ใช้แล้วทิ้ง เช่น ContactName@YourName.Provider.com

ประโยชน์ของที่อยู่อีเมลใช้แล้วทิ้ง เช่น สำหรับใช้กันสแปม

รายชื่อผู้ให้บริการที่อยู่อีเมลใช้แล้วทิ้ง (dmoz)

Handbook for Bloggers and Cyber-dissidents (ฉบับภาษาไทย)

[ผ่าน anon.hui]

technorati tags:

2007-01-23

Bloggers Handbook in Thai

คู่มือสำหรับบล็อกเกอร์ และนักเคลื่อนไหวไซเบอร์
แปลจาก Handbook for Bloggers and Cyber-dissidents ของ องค์กรนักข่าวไร้พรมแดน (Reporters without Borders หรือ RSF)
แนะนำวิธีการใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อการเคลื่อนไหวทางสังคม ตั้งแต่วิธีการเลือกเครื่องมือ แนวปฏิบัติ และเทคนิคในการเขียนบล็อกแบบไม่เปิดเผยตัวตน

ฉบับภาษาไทย แปลเสร็จแล้วสองบท (จาก 13 บท)

ขอขอบคุณ คุณคนชายขอบ ที่ได้กรุณาแปลสองบทแรกให้อย่างรวดเร็ว รวมถึงผู้ร่วมตรวจทานทุกท่านไว้ ณ ที่นี้ด้วย
หากท่านใดได้แปลเพิ่มเติม สามารถส่งมาได้ที่ facthai AT gmail.com — ขอบพระคุณเป็นอย่างสูง

[ลิงก์ คู่มือสำหรับบล็อกเกอร์ และนักเคลื่อนไหวไซเบอร์ @ เว็บล็อก กลุ่มเสรีภาพต่อต้านการเซ็นเซอร์แห่งประเทศไทย (FACT)]

technorati tags: , ,