ย้ายบล็อกไปที่ bact.cc แล้วนะครับ

พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
หยุด ร่างพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
พื้นที่เก็บข้อมูลออนไลน์ ฟรี 2GB จาก Dropbox (sync กับ Windows, Linux, Mac, iPhone, Android ฯลฯ ได้)

2008-10-29

ReadCamp logo rev.2

ReadCamp logo r2 420x420

a logo for ReadCamp - revision 2, characters spacing/position adjusted

ReadCamp ทุกอย่างอ่านได้
สิบโมงถึงทุ่ม เสาร์ 29 พ.ย. @ หอศิลป์กรุงเทพ ตรงข้ามมาบุญครอง
เปิดลงทะเบียนแล้ว ไปอ่านกัน

technorati tags: , ,

2008-10-27

"Nothing To Say" "ไม่มีอะไรจะพูด" silent films screening - 31 Oct at Pridi Institute

ไม่มีอะไรจะพูด โครงการพิเศษเกิดขึ้นโดยกลุ่มศิลปินแขนงต่าง ๆ มากกว่าห้าสิบคน อาทิ ผู้กำกับหนัง (ทั้งในระบบและอิสระ), นักวาดภาพประกอบ, ศิลปินภาพถ่าย, นักเรียนหนัง, ครูหนัง, นักวิชาการ, นักเขียน, นักวิจารณ์หนัง, บล็อกเกอร์, นักแสดง, นักดนตรี, ผู้กำกับละครเวที, ศิลปินทัศนศิลป์และสื่อผสม จัดฉายวิดีโอเงียบบนกำแพงตึก เกี่ยวข้องกับสังคม และการเมือง เพื่อสะท้อนภาพความคิดของศิลปินในฐานะประชาชนชาวไทย ที่มีต่อสภาพบ้านเมืองของประเทศไทยในปัจจุบัน โดยได้รับความร่วมมือจาก สถาบันปรีดี พนมยงค์ และมูลนิธิหนังไทย

โดยในครั้งที่ 1 นี้ จะแสดงบนกำแพงภายในตึกสถาบันปรีดี พนมยงค์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ เทศกาลศิลปะนานาพันธุ์: ศิลปกับสังคม ครบรอบ 35 ปี 14 ตุลาคม 2516 (เทศกาลนี้มีวันที่ 18 ต.ค. – 2 พ.ย. 2551) โดยโครงการ ไม่มีอะไรจะพูดนี้ จะจัดแสดงครั้งแรก ในวันที่ 31 ต.ค. 2551 ตั้งแต่เวลา 1 ทุ่มเป็นต้นไป พร้อม ๆ กับการแสดงคอนเสิร์ตของวง สไตลิชนอนเซ้นส์, แบร์การ์เด้น, และ อัศจรรย์จักรวาล

รายชื่อศิลปินทั้ง 53 คน/กลุ่ม มีดังนี้: ทรงยศ สุขมากอนันต์, ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล, โลเล, เกี้ยมอี๋, นัดดา ธนทาน, กรกฤช เจียรพินิจนันท์, ธีระวัฒน์ มุลวิไล, โสรยา นาคะสุวรรณ, อโนชา สุวิชากรพงศ์, จักรกฤษณ์ อนันตกุล, ภาณุ อารี, ไกรวุฒิ จุลพงศธร, จุฬญาณนนท์ ศิริผล, ญาณิน พงศ์สุวรรณ, วิรัส ยั่งยืน, นพพันธ์ บุญใหญ่, สถิตย์ ศัตรศาสตร์, ปฐมพล เทศประทีป, เจตน์ เศรษฐฐิติ, โอฬาร เนตรรังษี, พัลลภ ฮอหรินทร์, วิชาติ สมแก้ว, ปราโมทย์ แสงศร, ศาสตร์ ตันเจริญ, นฆ ปักษนาวิน, ชนาธิป จูน, พิชชานันท์ เลาหะพรสวรรค์, D I E, นนทวัฒน์ นำเบญจพล, Sunday Syndrome, สุชาดา สิริธนาวุฒิ, สมพจน์ ชิตเกษรพงศ์, สิทธิเดช โรหิตะสุข, ชลิดา เอื้อบำรุงจิต, สัณห์ชัย โชติรสเศรณี, ดรสะรณ โกวิทวณิชชา, ก.ก.ป.อ., ไพสิฐ พันธุ์พฤกษชาติ, รักช้างน้อย, สุรชาญ มั่นคงวงศ์ศิริ, ธมน ศรีขาว, เด็ด จงมั่นคง, วศิน มิตรสุพรรณ, อนุชา บุญยวรรธนะ, ภาวิไล บางอ้อ, ชูเกียรติ วงศ์สุวรรณ, ผดุงพงศ์ ประสาททอง, พลัฎฐ์ สังขกร, ปนัฐา ดิษสุวรรณกุล, พัชร เอี่ยมตระกูล, ภิญญุดา ตันเจริญ, สายฟ้า ตันธนา, และ ธัญสก พันสิทธิวรกุล

รายละเอียดเพิ่มเติม ที่เว็บไซต์ไทยอินดี้ http://thaiindie.com/

[ผ่าน ไบโอสโคป]

technorati tags: , , ,

2008-10-25

Dino talks Baboon

ปูพื้น:
'พี่ตู้' จรัสพงษ์ สุรัสวดี, peetoo.com, คัมภีร์กู้แผ่นดินฉบับ 'พี่ตู้' (3 ก.พ. 2549), ตั้ง พรรคถวายจริง, เคยเป็นผู้ดำเนินรายการ “เกาะติดรัฐธรรมนูญ” ช่อง 11 ช่วงร่างรธน.2550 หลังรัฐประหาร ตัวอย่าง


สนทนา:

พี่ตู้ทอล์กโชว์ ‘กรุงไม่แตก ก็เลี้ยงไม่โต’ให้สัมภาษณ์ใกล้รัฐสภา 7 ตุลา (ต.ค. 2551)

บาบูนเอฟเฟค บทสัมภาษณ์ทัศนะคติของบาบูนที่มีต่อไดโนเสาร์ไทย (25 ต.ค. 2551)


ปฏิกริยา:
pittaya.com, pantip (1), pantip (2), pantip (3), บอร์ด ฟ้าเดียวกัน, บอร์ด ประชาไท

สารภาพบาป:
ผมเคยทำเว็บบอร์ด geegen.com/peetoo ให้พี่ตู้เขา เมื่อหลายปีมาแล้ว เคยโต้เขาในบอร์ดอันนั้นเรื่องการันต์ไม่การันต์ แล้วผมก็เงียบ ๆ หายไป (พร้อมกับลืมต่ออายุชื่อโดเมน geegen.com ของตัวเอง จนเว็บบอร์ดเขาหายไปด้วย อีเมลในหลาย ๆ ที่ของผมยังเป็น art at geegen dot com อยู่เลย ตอนนั้นตั้งใจจะทำเป็นนิตยสารออนไลน์)

technorati tags: , ,

2008-10-24

Read Journal issue 2

ใครไปงานหนังสือล่าสุดนี้ คงจะเห็น วารสาร “อ่าน” ฉบับที่ 2 กรกฎาคม-กันยายน 2551 แล้ว คับคั่ง...

  • เช่นเห็นชาติ - ไอดา อรุณวงศ์
  • ระลึกชาติในแบบเรียนภาษาไทย - นุชจรี ใจเก่ง
  • ปีศาจ กับอาการผีเข้าผีออกของปัญญาชนไทย - ชูศักดิ์ ภัทรกุลวณิชย์
  • อัศวินหน้าซ้ำ - มุกหอม วงษ์เทศ
  • ความเลอเลิศของกะทิ - คำ ผกา
  • อภินิหารบรรพบุรุษ หนังสือยอพระเกียรติหรือเสียดสีราชวงศ์ - ปรามินทร์ เครือทอง
  • Blow-Up และ Blowup เราอาจแน่ใจว่าเราเห็น แต่เราไม่มีทางแน่ใจว่าสิ่งที่เราเห็นคือความจริง - ภัควดี วีระภาสพงษ์
  • บ้านเลขที่ 1984 - อิสระ ชูศรี
  • คิวบา: ทุนนิยม พระเจ้า และซิการ์ดีๆ สักมวนก็พอ - สุภลักษณ์ กาญจนขุนดี
  • ตามหาแผ่นดินของเรา - นิธิ เอียวศรีวงศ์
  • สร้อยเศร้าถึงพระเจ้าซาร์ - ไชยันต์ รัชชกูล
  • Persepolis: รัฐ ศาสนา: วัยรุ่น - ธนา วงศ์ญาณณาเวช
  • ความงามข้ามกาลเวลาฯ ของจอห์น เลน:การเมืองของการมองความงาม - ชาตรี ประกิตนนทการ
  • อ่าน “เจ้าหญิงหนังฬา” ด้วยจิตวิเคราะห์ - พิริยะดิศ มานิตย์
  • เสียงเพรียกจากท้องน้ำ: เรื่องเล่ากับการเมืองเรื่องอัตลักษณ์ - นัทธนัย ประสานนาม
  • fdhr - สายัณห์ แดงกลม
  • Howard Zinn สงครามครั้งไหนๆ ก็ไม่ใช่คำตอบ - พิภพ อุดมอิทธิพงศ์
  • How to Behave: Buddhism and Modernity in Colonial Cambodia 1860-1930 โดย Anne Ruth Hansen - ส. ศิวรักษ์
  • บันทึกไร้พรมแดนใน หลายชีวิตจากลุ่มอิรวดี - นิพัทธ์พร เพ็งแก้ว
  • ดูหนัง ดูละคร ย้อนให้คิด: ศิลปะ ชีวิตและความรักใน ฮวงจินยี - อภิญญา เฟื่องฟูสกุล
  • เบื้องหลังภาพถ่ายที่อาบู กรออิบ: Standard Operating Procedure - วริศา กิตติคุณเสรี

ทุกเรื่องมีให้อ่านสั้น ๆ ในเว็บ http://www.readjournal.org/

technorati tags: , ,

2008-10-23

Gmail's smarter auto-responses

กูเกิลแล็บส์มาอีกแล้ว คราวนี้เพิ่มพลังจีเมลด้วย “canned responses” หรือระบบตอบจดหมายอัตโนมัติ ที่เราตั้งล่วงหน้าได้ว่า ถ้ามีจดหมายที่มีคำสำคัญนี้ จากคนนั้น ให้ตอบไปว่ายังไง ประหยัดเวลาตอบอีเมลซ้ำ ๆ ซาก ๆ :p

อย่างถ้ามีคำว่า “viagra” มาในเมล เราก็ตั้งให้ตอบกลับไปได้ว่า “Thanks. I do already have good sexes.” อะไรแบบนี้เป็นต้น :p

technorati tags: , ,

2008-10-19

special status instantly makes you a majority in Thailand

ขอเรียนก่อนว่า ผมเห็นด้วยกับที่สมคิดเตือนให้ระวังการรัฐประหารเงียบ-ตั้ง “รัฐบาลแแห่งชาติ” ซึ่งตามความเห็นของสมคิดจะยิ่งเป็นภัยต่อระบบประชาธิปไตย ซึ่งผมก็เห็นด้วยอีก ที่แตกต่างในความคิดเห็นก็คือ ผมไม่เห็นว่าพอเรากลัวสิ่งนั้น แล้วจะต้องยอมที่ผู้นำเหล่าทัพออกมากดดัน

ที่ว่าถ้าไม่ออกไม่ยุบ จะทำให้ทหารต้องทำมากกว่านี้ “เพราะถ้าไม่ทำต่อก็จะเสียชื่อ จะเสียหายกว่าเดิม” ผมว่าถ้าจำเป็น ก็คงต้องปล่อยผู้นำเหล่าทัพเขาเสียชื่อกันหน่อย (ให้สมชายชาติทหาร กล้าทำกล้ารับ) และที่ว่าเสียหายนี่ ก็ไม่แน่ใจว่า สมคิดหมายถึง บ้านเมืองเสียหาย หรือ ชื่อเสียงทหารเสียหาย ... นี่เราต้องเลือกจริง ๆ หรือนี่ ?

สมคิดกลัวว่าถ้าไม่ออกไม่ยุบ ทหารจะรัฐประหารโดยไม่ใช้กำลังด้วยการบีบนายกให้ออก แล้วตั้งรัฐบาลกลางขึ้นมาพร้อมกับอาจงดใช้รัฐธรรมนูญ (ที่คมช.ผลักดันเอง) บางมาตรา ดังนั้น “ถ้านายสมชายยังต้องการรักษาระบอบประชาธิปไตย รักษาประเทศ รักษารัฐธรรมนูญเอาไว้ ควรจะลาออกหรือยุบสภาโดยเร็ว” ... เอ่อ แล้วทำไมไม่ไปบอกให้ทหารเลิกกดดันบ้างครับ ?

แต่ไม่เป็นไร ก็คิดกันได้ ความคิดของใครของมัน

เรื่องของความเห็นต่างทางการเมืองนี้ เป็นเรื่องปกติ และเป็นสิ่งที่ผมโอเค ใครจะเห็นอย่างไรก็ได้ ก็ต้องเคารพกัน ให้พื้นที่กันและกันแสดงได้

แต่ที่ผมไม่โอเคในบทวิเคราะห์ของสมคิดนั้นคือ นิยามคำว่า “ผู้คนส่วนใหญ่ในสังคม” ที่สมคิดใช้ ซึ่งผมคิดว่านี่เป็นเรื่องมุมมองทางสังคมที่มากไปกว่าการเมืองแล้ว

ผมยืนยันว่าเราต้องยอมให้มีความเห็นที่แตกต่างทางการเมืองได้ แต่เราต้องไม่ยอมให้มีการให้คุณค่าความเป็นมนุษย์ที่ไม่เท่ากัน จากสถานะทางสังคมที่ไม่เท่ากัน

“ ผมไม่เห็นความชอบธรรมที่นายสมชาย จะอยู่ในตำแหน่งต่อไป เพราะขณะนี้ผู้คนส่วนใหญ่ในสังคม ทั้งราษฎรอาวุโส ทหาร แพทย์ พยาบาล ยกเว้นคนในพรรคร่วมรัฐบาล ไม่ต้องการให้รัฐบาลอยู่ในอำนาจอีกแล้ว

...

การไม่ลาออก และไม่ยุบสภา ทำให้รัฐบาลเผชิญกับแรงกดดันที่เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะทหารจะต้องทำมากกว่านี้ เพราะถ้าไม่ทำต่อก็จะเสียชื่อ จะเสียหายกว่าเดิม ผมกลัวว่าทหารจะรัฐประหารโดยอาจจะไม่ใช่การใช้กำลังทหาร แต่เป็นการบีบให้นายกรัฐมนตรีลาออก แล้วตั้งรัฐบาลกลางขึ้นมา เหมือนในยุครัฐบาลนายควง อภัยวงศ์ ซึ่งต้องงดใช้รัฐธรรมนูญบางมาตรา เป็นสิ่งที่ผมไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง ซึ่งถ้านายสมชายยังต้องการรักษาระบอบประชาธิปไตย รักษาประเทศ รักษารัฐธรรมนูญเอาไว้ ควรจะลาออกหรือยุบสภาโดยเร็ว ”

— สมคิด เลิศไพฑูรย์, คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
วิเคราะห์ภาพรวมทางการเมืองหลังจากท่าทีของนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี ประกาศไม่ลาออก ไม่ยุบสภา ตามข้อเรียกร้องของผู้นำเหล่าทัพ
กรุงเทพธุรกิจ 19 ต.ค. 2551, น.2

สังคมอาจารย์แคบดีนะครับ - ราษฎรอาวุโส ทหาร แพทย์ พยาบาล

ผมเป็นโปรแกรมเมอร์ครับ พี่สาวผมเป็นวิศวกร น้องผมออกแบบกราฟิก น้องอีกคนเป็นนักเรียน พ่อแม่ผมเปิดร้านขายของ ลูกจ้างที่บ้านก็กรรมกรใช้แรงงาน แถวบ้านมีคนขับรถบรรทุกรับจ้าง แม่ค้าขายข้าวแกง ร้านชำ ฯลฯ อาจารย์เอาคนเหล่านี้ไปอยู่ไหนครับ

สมชายจะไปไหน จะให้รัฐบาลอยู่หรือไม่ให้รัฐบาลอยู่ จะมาจากไหน ถ้ามาจากการเลือกตั้งโดยไม่ใช่มาจากการรัฐประหารอย่างที่อาจารย์อยากเห็น ผมก็ยินดีเช่นกัน .. จะเอาอะไรก็เอาเถอะครับ — แต่ขอร้องว่าอย่านิยาม “ผู้คนส่วนใหญ่ในสังคม” ด้วยกลุ่มอาชีพฐานันดรเหล่านั้นเลย

หรือเชื่อกันจริง ๆ ว่า เสียงแต่ละเสียงนั้นไม่เท่ากัน ?

แล้วจะพันธมิตรประชาชนเพื่ออะไรกันครับ ?

technorati tags: , , , ,

2008-10-12

The most terrifying thing is what people do want

“Television is the first truly democratic culture - the first culture available to everybody and entirely governed by what the people want. The most terrifying thing is what people do want.”

“โทรทัศน์เป็นวัฒนธรรมประชาธิปไตยที่แท้จริงอย่างแรก - วัฒนธรรมอย่างแรกที่ทุกคนเข้าถึงได้และทั้งหมดดำเนินไปโดยสิ่งที่ผู้คนต้องการ. สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือสิ่งที่ผู้คนต้องการจริง ๆ.”

Clive Barnes on Television (New York Times, December 30, 1969)

สิ่งน่ากลัวที่ว่านั้น ไปได้ทุกที่ รวมถึงในสื่อนฤมิตและอินเทอร์เน็ตด้วย

ที่ตายกันบนถนน ก็ไม่ได้เป็นผลมาจาก “สิ่งที่ผู้คนต้องการ” หรือไง ?

แล้วเราจะโทษใครคนอื่น-โดยตัวเองหนีความรับผิดชอบหรือ ?

technorati tags: , ,

2008-10-06

rt @shelisrael The Power of ReTweeting

power of retweeting in action – พลังรีทวีต ในสถานการณ์

put #pad, #thaigov, or #thpol tag in your tweets about recent conflicts on Bangkok street. they will appear in bangkok51.morphexchange.com (similar to election.twitter)

ใส่แท็ก #pad, #thaigov, หรือ #thpol ในทวีตของคุณเกี่ยวกับสถานการณ์พันธมิตรล้อมสภา ทวีตเหล่านั้นจะไปปรากฏใน bangkok51.morphexchange.com

วันนี้เพิ่งตามทวิตเตอร์ ของ @mediabistro (ซึ่งเจอจากการตามทวิตเตอร์ของอีกคน) ก็ได้เจอลิงก์ที่น่าสนใจอันนี้:
The Power of ReTweeting

เลยขอถอดความมาให้อ่านกันครับ. อาจจะพอให้เราจินตนาการเชื่อมโยงทวิตเตอร์ ในฐานะเครื่องมือสื่อพลังสังคม (social media).

สั้น ๆ ก่อนว่า รีทวีต (retweet ย่อว่า rt) คืออะไร. รีทวีต ก็คือการทวนข้อความหรือทวีตของคนอื่นนั่นเอง ไม่มีอะไรมาก, ทำนองว่า บอกต่อ.

เช่น ผมเห็น @facthai แจ้งว่า:
“เข้าเว็บ xxx ไม่ได้ เมื่อ 00:00”
ผมก็อาจจะบอกต่อข่าวนี้กับเพื่อน ๆ คนอื่น ๆ ที่ตามอ่านทวิตเตอร์ของผมได้, ด้วยการส่งข้อความว่า:
“rt @facthai เข้าเว็บ xxx ไม่ได้ เมื่อ 00:00”
คนอื่น ๆ ที่จะได้รับข่าวนั้นต่อไป, พร้อมกับรู้ว่า อ๋อ ต้นข่าวมาจาก @facthai นะ.

(ทวีต? ทวิตเตอร์? .. ดูอธิบายสั้น ๆ ที่วิกิพีเดีย; สมัครใช้ที่ Twitter.com; อยากตามข่าวสารทวิตเตอร์ภาษาไทย ไปเว็บ TwitThai)

Shel Israel ผู้เขียนชิ้นบล็อก “พลังของการทวนทวีต” ดังกล่าว เสนอว่า การรีทวีต (retweet) หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่า rt เนี่ย ทำให้พลังของเครือข่ายมันเกิดขึ้นได้, ในลักษณะเกือบจะเหมือนกับที่การทำลิงก์ไปหาบล็อกอื่นสามารถขยายวงการสนทนา จากบล็อกเกอร์คนเดียว ออกไปหาผู้คนมากมายมหาศาล, บางครั้งก็ในอัตราเร็วมาก ๆ.

“Retweeting allows the power of the network to take place, in pretty much the same way a blog link can extend the conversation from one blogger to a great many, sometimes at a very rapid rate.”

ถ้าเราทวีตหรือส่งข้อความอะไรออกไปสักอย่าง...

แล้วเรามีคนตามอ่าน (follow) ทวีตเราซัก 10, 100, หรือ 1,000 คน ... แต่ถ้าไม่มีคนรีทวีตเลย มันก็ไปได้แค่นั้น. หมด. จบ.

แต่ถ้าเราจะมีคนตามอ่าน 10 คน ... แล้วหนึ่งในนั้น, ซึ่งเขามีคนตามอ่านซัก 100 คน, รีทวีตข้อความเรา ... ข้อความนั้นมันก็จะไปได้ไกลอีก, มีคนรีทวีตอีก ก็ไปได้ไกลอีก.

ปกติเขารีทวีตเพราะมีคนพูดเรื่องที่เขาเชื่อว่าคนที่ตามอ่านทวีตของเขาบางคนน่าจะสนใจ. ซึ่งปกตินั่นก็หมายถึงว่า เขาชอบที่คนนั้นพูด และอยากจะให้เครดิตคน ๆ นั้น. แต่บางครั้งมันก็หมายถึงว่า เขาไม่เห็นด้วยอย่างมากกับที่คน ๆ นั้นพูด แล้วก็อยากจะรู้ว่าคนอื่น ๆ จะว่ายังไงบ้าง. บางครั้ง เมื่อมีภิบัติภัย อย่างไฟไหม้ แผ่นดินไหว หรือทีมกีฬายักษ์ใหญ่แพ้ คนจำนวนมากก็จะรีทวีตข่าวสารเหล่านั้นอย่างรวดเร็ว.

ข่าวแผ่นดินไหวในซานฟราน หรือเมื่อเร็ว ๆ นี้ที่เมืองจีน แพร่ไปรอบโลกหลายรอบก่อนที่สื่อดั้งเดิมจะหยิบไปทำข่าว. แม้บางครั้งข่าวพวกนี้จะมีข้อมูลผิดพลาด, แต่ตัวกระบวนการรีทวิตก็ดูจะทำการกรองเพื่อหาความจริง. อันที่จริง ปัจจุบันนี้องค์กรข่าวดั้งเดิมหลายแห่งตามอ่านทวิตเตอร์เพื่อติดตามข่าวสารใหม่ ๆ ก่อนใคร, บ่อยครั้งจากผู้คนที่อยู่ในที่เกิดเหตุ.

“While sometimes this news contains factual errors, the process seems to filter for truth.”

การทวนทวีตเปิดโอกาสให้พลังของเครือข่ายเกิดขึ้นได้. มันทำให้เสียงอันโดดเดี่ยวถูกขยายให้ดังด้วยเสียงของฝูงชน. และสำหรับเขาแล้ว การทวนทวีตนั้นเป็นแง่มุมที่ทรงพลังที่สุดของทวิตเตอร์.

ถอดความจาก The Power of ReTweeting โดย Shel Israel (@shelisrael) 4 ต.ค. 2551 จากบล็อก Global Neighborhoods

คิดว่าไงครับ ? ทวิตเตอร์ผมคือ @bact, คุยกัน.

รีทวีตบล็อกนี้ไหม ? ;)

technorati tags: , , ,

2008-10-03

Democrat, the Consistent

“ปรีดีฆ่าในหลวง!”

— เสียงตะโกนของ ‘ไอ้โม่ง’ ในโรงภาพยนตร์ศาลาเฉลิมกรุง พ.ศ. 2489

20 พ.ค 2551 – เทพไท เสนพงศ์ ผู้ช่วยเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยรายชื่อ 29 เว็บไซต์ ระบุ ‘หมิ่นเบื้องสูง’ เรียกร้องให้รัฐบาลและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศจัดการ

29 พ.ค. 2551 – เสียงตอบจากพลเมืองเน็ต: “ไม่เห็นด้วยกับการนำสถาบันพระมหากษัตริย์มาเป็นเครื่องมือทางการเมือง”

1 ต.ค. 2551 – พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ส.ส.กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการ (กมธ.) กำกับและติดตามการป้องกันและปราบปรามการกระทำและเว็บไซต์หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ใน กมธ.ทหาร สภาผู้แทนราษฎร เตรียม เสนอร่างแก้ไข พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 ให้เจ้าหน้าที่ไอซีทีฟ้องร้องคดีหมิ่นฯ ได้ทันที ไม่ต้องรอคำสั่งรัฐมนตรี เพิ่มบทลงโทษจำคุก 3-20 ปี ปรับ 3-8 แสนบาท — หนักกว่ากฎหมายอาญา ม. 112

“รัฐบาลนี้มีความเสียใจที่พรรคประชาธิปัตย์บางคนได้ฉวยโอกาส เอาพระมหากษัตริย์อันเป็นที่เคารพสักการะมาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง ในระหว่างที่พระองค์มีพระชนม์อยู่ ในการประชุมพรรคประชาธิปัตย์บางครั้งได้แอบอ้างว่า ในหลวงรับสั่งอย่างนั้นอย่างนี้ จะขอยกตัวอย่างว่า ในการประชุมพรรคประชาธิปัตย์ในวันที่ ๒๓ พฤษภาคม ศกนี้ มีผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกพฤฒสภาที่พรรคประชาธิปัตย์ลองไปร่วมประชุม ก็คงจะจำได้ว่า วันนั้นใครอ้างพระนามในหลวงไปพูดในที่ประชุมว่าอย่างไรบ้าง ซึ่งพระองค์เองไม่ทรงทราบเรื่องอะไรเลย พระองค์ทรงบำเพ็ญพระองค์เป็นกลางและเป็นที่สักการะโดยแท้จริง

ครั้นพระองค์สวรรคตแล้ว ก็เอาการสวรรคตของพระองค์เป็นเครื่องมือทางการเมืองต่อไปอีก ได้พยายามปั้นข่าวเท็จตั้งแต่วันแรกสวรรคต ให้ประชาชนหลงเข้าใจผิด ทั้งในทางพูด ทางโทรศัพท์ ทางโทรเลข และทางเอกสารหนังสือพิมพ์ พวกเหล่านี้ไม่ใช่เป็นพวกที่จงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ เป็นพวกที่แสวงหาผลประโยชน์จากพระมหากษัตริย์ เพื่อความเป็นใหญ่ของตน และเพื่อการเลือกตั้งที่จะได้ผู้แทนซึ่งเป็นพวกของตน”

— ปรีดี พนมยงค์ กล่าวต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร 9 มิถุนายน 2489



เวลานี้ หากใครพอจะหาอ่านหนังสือ “อ่านก่อนหย่อนบัตร พรรคประชาธิปัตย์ กับประวัติศาสตร์” โดย สุพจน์ ด่านตระกูล จัดพิมพ์โดย สถาบันวิทยาศาสตร์สังคม ได้ ก็ดูจะเข้ากับยุคสมัยดี โดยเฉพาะคนกรุงเทพสุดสัปดาห์นี้...


Wassana Nanuam, Taskforce 6080 tracks down those who would impugn, Bangkok Post, October 2, 2008

technorati tags: , , , ,