ย้ายบล็อกไปที่ bact.cc แล้วนะครับ

พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
หยุด ร่างพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
พื้นที่เก็บข้อมูลออนไลน์ ฟรี 2GB จาก Dropbox (sync กับ Windows, Linux, Mac, iPhone, Android ฯลฯ ได้)
Showing posts with label online social network. Show all posts
Showing posts with label online social network. Show all posts

2010-11-25

Netizen Marathon 2010: Online Studies #nm10

ส่วนหนึ่งของเทศกาล Netizen Marathon 2010 — hashtag: #nm10

อาทิตย์ 28 พ.ย. 15:00 - 17:00
คุยกับสถาปนิก เรื่อง คนกับพื้นที่
เบญจมาส วินิจจะกุล และ ดวงฤทธิ์ บุนนาค
@ ร้านหนังสือและกาแฟก็องดิด ถนนตะนาว ใกล้สี่แยกคอกวัว [แผนที่] [Facebook event]

จันทร์ 29 พ.ย. 09:00 - 17:00
เวทีวิชาการสาธารณะเพื่อพัฒนาคำถามวิจัย ออนไลน์ศึกษา
@ คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา ตึกสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ ชั้น 4 ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ [แผนที่]

ปฏิทินกิจกรรม เทศกาลเน็ตติเซ่นมาราธอน 2553
thainetizen.org/marathon
(Open Data BarCamp, Clip Kino, ReadCamp, ฯลฯ)

technorati tags: , ,

2009-07-25

@thaksinlive + more

อภิสิทธิ์และหลายคนมีแล้ว แต่ยังไม่มัน รอตัวพ่อมาก่อน

ตอนนี้มีข่าว Twitter กับ Facebook เยอะแยะเลย ด้วยความตื่นเต้นตกใจกับ thaksinlive ที่เขาว่าเป็นช่องทางสื่อสารใหม่บนสื่อใหม่ ของ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี

ซึ่งก็พบว่า มีแอคเคานท์ในที่ต่าง ๆ มากกว่าที่ปรากฏในข่าว:

เว็บไซต์ www.thaksinlive.com
ทวิตเตอร์ @thaksinlive
เฟซบุ๊ค www.facebook.com/thaksinlive
ไฮไฟว์ thaksinlive.hi5.com (ไม่มีอะไรเลย)
สไครบ์ด (เอกสาร) www.scribd.com/thaksinlive
ยูสตรีม (ออกอากาศภาพและเสียง) www.ustream.tv/channel/thaksinlive (ผู้ใช้ www.ustream.tv/thaksinlive)
บล็อก thaksinlive.blogspot.com

ไม่รู้ว่า อันไหนทักษิณตัวจริงทำ อันไหนทีมของตัวจริงทำ หรือ อันไหนทำโดยคนที่ไม่ได้เกี่ยวอะไรเลย (เพื่อผลบวกหรือลบก็ว่าไป)

ใครพูดถึง thaksinlive บ้าง ? ใน ทวิตเตอร์, บล็อก, เว็บ

technorati tags: , ,

2008-10-06

rt @shelisrael The Power of ReTweeting

power of retweeting in action – พลังรีทวีต ในสถานการณ์

put #pad, #thaigov, or #thpol tag in your tweets about recent conflicts on Bangkok street. they will appear in bangkok51.morphexchange.com (similar to election.twitter)

ใส่แท็ก #pad, #thaigov, หรือ #thpol ในทวีตของคุณเกี่ยวกับสถานการณ์พันธมิตรล้อมสภา ทวีตเหล่านั้นจะไปปรากฏใน bangkok51.morphexchange.com

วันนี้เพิ่งตามทวิตเตอร์ ของ @mediabistro (ซึ่งเจอจากการตามทวิตเตอร์ของอีกคน) ก็ได้เจอลิงก์ที่น่าสนใจอันนี้:
The Power of ReTweeting

เลยขอถอดความมาให้อ่านกันครับ. อาจจะพอให้เราจินตนาการเชื่อมโยงทวิตเตอร์ ในฐานะเครื่องมือสื่อพลังสังคม (social media).

สั้น ๆ ก่อนว่า รีทวีต (retweet ย่อว่า rt) คืออะไร. รีทวีต ก็คือการทวนข้อความหรือทวีตของคนอื่นนั่นเอง ไม่มีอะไรมาก, ทำนองว่า บอกต่อ.

เช่น ผมเห็น @facthai แจ้งว่า:
“เข้าเว็บ xxx ไม่ได้ เมื่อ 00:00”
ผมก็อาจจะบอกต่อข่าวนี้กับเพื่อน ๆ คนอื่น ๆ ที่ตามอ่านทวิตเตอร์ของผมได้, ด้วยการส่งข้อความว่า:
“rt @facthai เข้าเว็บ xxx ไม่ได้ เมื่อ 00:00”
คนอื่น ๆ ที่จะได้รับข่าวนั้นต่อไป, พร้อมกับรู้ว่า อ๋อ ต้นข่าวมาจาก @facthai นะ.

(ทวีต? ทวิตเตอร์? .. ดูอธิบายสั้น ๆ ที่วิกิพีเดีย; สมัครใช้ที่ Twitter.com; อยากตามข่าวสารทวิตเตอร์ภาษาไทย ไปเว็บ TwitThai)

Shel Israel ผู้เขียนชิ้นบล็อก “พลังของการทวนทวีต” ดังกล่าว เสนอว่า การรีทวีต (retweet) หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่า rt เนี่ย ทำให้พลังของเครือข่ายมันเกิดขึ้นได้, ในลักษณะเกือบจะเหมือนกับที่การทำลิงก์ไปหาบล็อกอื่นสามารถขยายวงการสนทนา จากบล็อกเกอร์คนเดียว ออกไปหาผู้คนมากมายมหาศาล, บางครั้งก็ในอัตราเร็วมาก ๆ.

“Retweeting allows the power of the network to take place, in pretty much the same way a blog link can extend the conversation from one blogger to a great many, sometimes at a very rapid rate.”

ถ้าเราทวีตหรือส่งข้อความอะไรออกไปสักอย่าง...

แล้วเรามีคนตามอ่าน (follow) ทวีตเราซัก 10, 100, หรือ 1,000 คน ... แต่ถ้าไม่มีคนรีทวีตเลย มันก็ไปได้แค่นั้น. หมด. จบ.

แต่ถ้าเราจะมีคนตามอ่าน 10 คน ... แล้วหนึ่งในนั้น, ซึ่งเขามีคนตามอ่านซัก 100 คน, รีทวีตข้อความเรา ... ข้อความนั้นมันก็จะไปได้ไกลอีก, มีคนรีทวีตอีก ก็ไปได้ไกลอีก.

ปกติเขารีทวีตเพราะมีคนพูดเรื่องที่เขาเชื่อว่าคนที่ตามอ่านทวีตของเขาบางคนน่าจะสนใจ. ซึ่งปกตินั่นก็หมายถึงว่า เขาชอบที่คนนั้นพูด และอยากจะให้เครดิตคน ๆ นั้น. แต่บางครั้งมันก็หมายถึงว่า เขาไม่เห็นด้วยอย่างมากกับที่คน ๆ นั้นพูด แล้วก็อยากจะรู้ว่าคนอื่น ๆ จะว่ายังไงบ้าง. บางครั้ง เมื่อมีภิบัติภัย อย่างไฟไหม้ แผ่นดินไหว หรือทีมกีฬายักษ์ใหญ่แพ้ คนจำนวนมากก็จะรีทวีตข่าวสารเหล่านั้นอย่างรวดเร็ว.

ข่าวแผ่นดินไหวในซานฟราน หรือเมื่อเร็ว ๆ นี้ที่เมืองจีน แพร่ไปรอบโลกหลายรอบก่อนที่สื่อดั้งเดิมจะหยิบไปทำข่าว. แม้บางครั้งข่าวพวกนี้จะมีข้อมูลผิดพลาด, แต่ตัวกระบวนการรีทวิตก็ดูจะทำการกรองเพื่อหาความจริง. อันที่จริง ปัจจุบันนี้องค์กรข่าวดั้งเดิมหลายแห่งตามอ่านทวิตเตอร์เพื่อติดตามข่าวสารใหม่ ๆ ก่อนใคร, บ่อยครั้งจากผู้คนที่อยู่ในที่เกิดเหตุ.

“While sometimes this news contains factual errors, the process seems to filter for truth.”

การทวนทวีตเปิดโอกาสให้พลังของเครือข่ายเกิดขึ้นได้. มันทำให้เสียงอันโดดเดี่ยวถูกขยายให้ดังด้วยเสียงของฝูงชน. และสำหรับเขาแล้ว การทวนทวีตนั้นเป็นแง่มุมที่ทรงพลังที่สุดของทวิตเตอร์.

ถอดความจาก The Power of ReTweeting โดย Shel Israel (@shelisrael) 4 ต.ค. 2551 จากบล็อก Global Neighborhoods

คิดว่าไงครับ ? ทวิตเตอร์ผมคือ @bact, คุยกัน.

รีทวีตบล็อกนี้ไหม ? ;)

technorati tags: , , ,

2008-03-22

Goliath vs Networked Davids

Goliath vs Networked Davids
somewhat self-regulated Internet and power of grassroot reporters ?

ข้างล่างเป็นเมลที่เพิ่งส่งออกไป ขี้เกียจจัดหน้า แปะมันงี้เลยละกัน จะนอนแล้ว

เมื่อคนเล่นเน็ต/ผู้ใช้บริการ ตรวจสอบ เว็บไซต์/ผู้ให้บริการ
ที่ทำผิด norm [บรรทัดฐาน] ของสังคมอินเทอร์เน็ต (แม้ว่าอาจจะไม่ผิดกฎหมายก็ตาม)

ผมคิดว่าเรื่องเว็บไซต์ ไม่ใช่เรื่องน่าสนใจนัก (เว็บไซต์ประเภทนี้มีเยอะแยะ)
เมื่อเทียบกับกระบวนการทั้งหมดที่ทำให้เรื่องมัน 'แดง' และ 'ดัง' ขึ้นมา
ผมคิดว่ากระบวนการนี้น่าสนใจ จึงขอลำดับเหตุการณ์คร่าว ๆ ให้เพื่อน ๆ ได้ทราบกัน
(กรุณาอ่านต่อในรายละเอียดต่อเองในแต่ละลิงก์ - ศัพท์บางคำอาจจะใหม่ แต่ไม่น่าจะยากเกินทำความเข้าใจ)


ผมขอแสดงความเห็นในเรื่องนี้ก่อน ก่อนจะเข้าส่วนของลำดับเหตุการณ์:

  1. เรื่อง blackhat SEO, spamdexing เป็นเรื่องผิดมารยาทต่อผู้ประกอบการรายอื่น
    และละเมิดสิทธิในการรับรู้ข่าวสารที่มีคุณภาพของผู้ใช้อินเทอร์เน็ต
    — Google, Yahoo!, Microsoft และเสิร์ชเอนจิ้นต่าง ๆ ควรตรวจสอบ
  2. และ (1) ทำให้เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับการปั่นตัวเลขจำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บ
    ในแง่โฆษณาแล้ว ตัวเลขนี้มีผลต่อราคาเช่าพื้นที่โฆษณาบนเว็บไซต์
    ทำแบบนี้เท่ากับคนซื้อพื้นที่โฆษณาจ่ายเงินซื้อจำนวนผู้เยี่ยมชมปลอม ?
    — เอเยนซี่โฆษณา, media buyer, และศูนย์วิจัย (ที่นำตัวเลขไปใช้) ควรตรวจสอบ
  3. ผมไม่มีปัญหาเท่าไรนัก กับเว็บประเภท xxx คิดว่ามันก็คงต้องมีที่ทางของมัน
    ถ้าต้องการป้องกันลูก พ่อแม่ก็ติด filter ที่เครื่องคอมแต่ละเครื่องได้
  4. แต่กรณีนี้เป็นกรณีพิเศษ ที่ (3) มีความสำคัญ
    เนื่องจาก (บริษัทที่บริหารโดย) ผู้รับผิดชอบเว็บไซต์ดังกล่าวนั้น
    เป็นผู้ดูแล “โครงการอินเทอร์เน็ตสีขาวเพื่อเยาวชน” และ
    “ปลาวาฬ เบราเซอร์ - ท่องเน็ตปลอดภัย ห่วงใยเยาวชน” ด้วย
    ซึ่งจุดประสงค์ของโครงการทั้งสองอันนี้ ขัดกับเนื้อหาประเภท xxx ในเว็บไซต์ดังกล่าวแน่
    ซึ่งเมื่อเป็นแบบนี้ ก็จะเห็นได้ว่า มี conflict of interest
    — สสส., กระทรวงศึกษา, สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย ในฐานะผู้ให้ทุน/สนับสนุน ควรตรวจสอบ
  5. เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผู้ใช้อินเทอร์เน็ต และผู้ประกอบการบนอินเทอร์เน็ตให้ความสนใจมาก
    สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย และ สภาวิชาชีพผู้ดูแลเว็บไทย
    ควรจะให้ความเห็นและแสดงจุดยืนในเรื่องดังกล่าวข้างบนให้ชัดเจน เพื่อประโยชน์ของวงการอินเทอร์เน็ตไทย
    (หมายเหตุ: ผู้รับผิดชอบเว็บไซต์ในข่าว เป็นนายกสมาคมผู้ดูแลเว็บไทยคนปัจจุบัน
    http://www.webmaster.or.th/committee.html )

----


เมื่อคนเล่นเน็ต/ผู้ใช้บริการ ตรวจสอบ เว็บไซต์/ผู้ให้บริการ
ที่ทำผิด norm [บรรทัดฐาน] ของสังคมอินเทอร์เน็ต (แม้ว่าอาจจะไม่ผิดกฎหมายก็ตาม)


เริ่มจากอาการอยู่ไม่สุขของคนเล่นเน็ต
ที่ไปเจอหน้าเว็บแห่งหนึ่ง (เป็น subdomain ของเว็บไซต์ใหญ่อีกที)
จึงได้เขียนบล็อกเกี่ยวกับเรื่องนี้
http://pittaya.com/2008/03/19/xxx-kapook-com/


และข่าวได้กระจายออกไปด้วยเครื่องมือต่าง ๆ
รวมทั้ง IM, microblogging (twitter.com) และ social bookmark
http://zickr.com/internet/xxxkapookcom-1
http://duocore.tv/story.php?id=2630


ชาวเน็ตอื่น ๆ รู้และบอกต่อ เสริมมุมมองและการค้นพบเพิ่มเติมของตัวเอง
http://bact.blogspot.com/2008/03/xxxkapookcom.html
http://www.eblogbiz.com/2008/03/kapook-blackhat-seo.html
[...]
http://www.blognone.com/node/7279


ก่อให้เกิดปฏิกริยาจากตัวเว็บไซต์
ปรับเปลี่ยนหน้าเว็บที่ถูกพูดถึง
ทำให้ว่าง -> เปิดใหม่ เอารูปออก -> เปลี่ยนข้อความ


บล็อกเกอร์บันทึกและรายงานความเปลี่ยนแปลงเหล่านั้น
http://pittaya.com/2008/03/19/where-is-xxx-kapook-com/
http://pittaya.com/2008/03/20/xxx-kapook-com-relaunch/
http://projectlib.wordpress.com/2008/03/20/xxx-kapook-come-back-again/
http://pittaya.com/2008/03/20/x-file-xxx-kapook-com/


และนำไปสู่การรายงาน ของสื่ออินเทอร์เน็ตรายใหญ่
โดยใช้ข้อมูลและภาพจากบล็อกต่าง ๆ
พร้อมกับการสัมภาษณ์ผู้รับผิดชอบเว็บไซต์ดังกล่าว
http://www.manager.co.th/CyberBiz/ViewNews.aspx?NewsID=9510000034021


และปฏิกริยาสะท้อนกลับ (+แสดงเหตุผล/หลักฐานโต้แย้งคำให้สัมภาษณ์)
จากผู้ใช้อินเทอร์เน็ต
http://pittaya.com/2008/03/20/kapook-on-manager/
http://www.eblogbiz.com/2008/03/exoneration-from-kapook.html
[...]
http://arayachon.org/forum/arayachon/413

มีภาษาต่างประเทศด้วย (ญี่ปุ่น, อังกฤษ)
http://thaida.wordpress.com/2008/03/20/kapook%E7%A5%AD%E3%82%8A/
http://www.zezore.com/2008/03/21/news/blackhat-seo-on-kapookcom/


และนำไปสู่การเปิดเวทีเพื่อชี้แจงซักถาม โดยเว็บไซต์ดังกล่าว
ในวันเสาร์ที่ 22 นี้ (บ่ายโมง บ้านไร่กาแฟ เอกมัย)
โดยมีคนจากสมาคมผู้ดูแลเว็บไทยเป็นผู้ประสาน
http://blog.macroart.net/2008/03/kapook-talk-with-webmaster-poramate.html


สรุปภาพรวมเรื่องเทคโนโลยีที่ทำให้เรื่องเหล่านี้เกิดขึ้นได้ ** (น่าสนใจมาก)
http://ipats.exteen.com/20080321/entry


ลิงก์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง
http://pittaya.com/2008/03/21/feedbacks-from-the-blogosphere/

----


ความเคลื่อนไหวต่าง ๆ หลังจากนี้
สามารถติดตามได้จากบล็อกของ pit http://pittaya.com/ และบล็อกอื่น ๆ ครับ
ทีวีออนไลน์สองแห่งจะทำสกู๊ปเรื่องนี้ด้วย คือ
http://fukduk.tv/ และ http://duocore.tv/

ขอบคุณครับ

:)

technorati tags: , , , , , ,

2008-03-06

my del.icio.us

my online bookmarks: http://del.icio.us/arthit
if you found it relevant, add me to your network, and start sharing! -- thx ;)

my most recent one:
First Monday: Critical Perspectives on Web 2.0

technorati tags:

2007-01-08

taggat - informed players

[ขึ้นต้นอย่าง ลงท้ายอย่าง ตามอ่านกันดู :P]

ตามเก็บ blog tag กันต่อ - เป็นกิจกรรมเข้าจังหวะที่นัวเนียหนึบหนับซะจริง ๆ

ผมกับพี่ปุ่น แท็กสวน-กัน

เอาเข้าจริง มันอาจจะไม่ได้เป็น exponential แฮะ
เพราะ 1) แท็กไปแล้วเงียบก็มี 2) แท็กซ้ำกันก็มี 3) แท็กย้อนกลับมาที่เดิมก็มี (จริง ๆ อันนี้เป็นกรณีพิเศษของ 2)
ลองดูผัง blog tag trace โดย keng
จะเห็นว่ามันเป็น กราฟระบุทิศทาง ไม่ใช่ ต้นไม้

ที่น่าสนใจอีกอย่างก็คือ จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าเกิดว่า ผู้แท็กแต่ละคน ไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับการแท็กของคนอื่นเลย หรือว่ามีน้อยมาก อาจจะรู้แค่บล็อกแม่ของตัวเอง กับพี่น้องร่วมบล็อกแม่

“ถ้า A แท็ก (ชี้ไปหา) B, C, D, E, F — ให้ A เป็นบล็อกแม่ของ B-F, และ B-F เป็นพี่น้องร่วมบล็อกแม่กัน”

ตรงนี้น่าจะทำให้ลักษณะของกราฟเปลี่ยนไป เพราะสังเกตจากพฤติกรรมการแท็กของหลายคน (รวมทั้งผม) แล้ว พยายามจะแท็กให้ไม่ซ้ำกัน

จากพฤติกรรมตรงนั้น ผมตั้งสมมติฐานว่า หากข้อมูลเกี่ยวกับการแท็กมีจำกัด น่าจะเกิดการแท็กซ้ำมากกว่านี้ (= มีเส้นชี้เข้าหาบล็อกหนึ่ง ๆ มากขึ้น) และลักษณะของกราฟก็จะกระจุกตัวหรือทอกันแน่นขึ้น (วิ่งวนไปมา — มีวัฏจักรเยอะ)
และจากเหตุนี้ ก็น่าจะทำให้ขนาดของกราฟ (จำนวนบล็อกทั้งหมด) มีอัตราการขยายที่ลดลงด้วย (เพราะแทนที่แต่ละบล็อกจะขยายไปบล็อกใหม่ได้ทีละ 5 บล็อก ก็ต้องลดลง เพราะมีซ้ำ)

อย่างไรก็ตาม สมมติฐานข้างต้น ตั้งอยู่บนพื้นฐานที่ว่า บล็อกแต่ละบล็อก ตัดสินใจแท็กด้วยข้อมูลที่ตนมีอยู่เท่านั้น — และไม่สามารถคาดเดาการแท็กของบล็อกอื่น ๆ/ไม่เอาการคาดเดานั้น มาเป็นส่วนหนึ่งในการตัดสินใจแท็กของตนเอง

แต่ในความจริงแล้ว เราพบพฤติกรรมที่บ่งถึง การนำเอาการคาดเดาของบล็อกอื่นมาใช้ตัดสินใจการแท็กของตนเอง เช่น “บล็อกนี้น่าจะถูกแท็กไปแล้ว” (กรณีบล็อกคนดัง หรือ รู้ว่าบล็อกนี้สนิทกับบล็อกโน้นต้องแท็กกันแน่ ๆ) หรือ “ปล่อยให้บล็อกนั้นแท็กบล็อกนี้ดีกว่า น่าจะมีโอกาสตอบรับแท็กมากกว่า” (รู้ความสัมพันธ์ระหว่างบล็อก) หรือ “อืม อย่าเลยเค้าไม่ค่อยอัพบล็อก” (รู้ความถี่ของการอัพบล็อก) ฯลฯ
พูดอีกอย่างก็คือ แม้แต่ละบล็อกจะไม่มีข้อมูลการแท็กที่แท้จริงทั้งหมด แต่จากข้อมูลอื่น/ประสบการณ์ อาจจะทำให้สามารถคาดเดาการแท็ก/ตอบรับแท็กของคนอื่นได้ และนั่นอาจมีผลต่อการตัดสินใจแท็กของตน — และมีผลต่อเนื่องไปสู่ลักษณะของกราฟโดยรวมทั้งหมด

เช่น สำหรับกรณีที่คาดเดาได้ถูกต้องว่า “บล็อกนี้น่าจะถูกแท็กไปแล้ว” และตัดสินใจไม่แท็กไป ก็จะทำให้การแท็กซ้ำลดลง
หรือ กรณีที่คาดเดาได้ถูกต้องว่า “ปล่อยให้บล็อกนั้นแท็กบล็อกนี้ดีกว่า น่าจะมีโอกาสตอบรับแท็กมากกว่า” และตัดสินใจให้คนอื่นแท็ก ก็จะลดจำนวน “แท็กตาย” (แท็กที่ไม่ได้รับการตอบรับ) = ต่อโอกาสการขยายออกไปอีก

และในทุกกรณี การแท็กจะยิ่งมีประสิทธิภาพ (แท็กไม่ซ้ำ ไม่ตาย) หากอนุญาตให้มีการสื่อสารระหว่างบล็อกได้ แม้จะอนุญาตให้ทำได้ในวงจำกัดก็ตาม (เช่น ได้เฉพาะพี่น้องร่วมบล็อกแม่เท่านั้น) — “แกไปแท็กบล็อกนี้นะ ฉันจะแท็กบล็อกนี้เอง” “บล็อกนี้ฉันแท็กแล้ว แกอย่าซ้ำนะ”

สรุปได้ว่า การที่แต่ละบล็อกมีข้อมูลมากขึ้น (ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลการแท็กโดยตรง หรือข้อมูลอื่น ๆ ที่จะใช้คาดเดาการแท็กได้) และสามารถสื่อสารระหว่างบล็อกได้มากขึ้น จะช่วยให้ลักษณะของกราฟ มีโอกาสเป็นไปได้อย่างที่บล็อกส่วนใหญ่ต้องการให้เป็น (เช่น ถ้าบล็อกส่วนใหญ่ อยากให้กราฟขยายตัว ก็จะพยายามแท็กให้ไม่ซ้ำไม่ตาย เพื่อที่จะให้มันขยายได้เยอะ ๆ หรือถ้าบล็อกส่วนใหญ่ อยากให้กราฟมันวิ่งวนเป็นรูปสวย ๆ ก็สามารถแท็กได้)

ถ้าเทียบเคียงกับสังคมเราจริง ๆ แล้ว มันก็คงเหมือน เสรีภาพในการได้รับ/เข้าถึงข้อมูลข่าวสาร และ เสรีภาพในการสื่อสารกัน
ยิ่งมีมาก ก็น่าจะยิ่งทำให้กิจกรรมในสังคมเกิดประสิทธิภาพสูงสุด

ทั้งหมดนี้ โดยไม่ต้องอาศัยการสั่งการจากใครคนใดคนหนึ่ง

หรือจะพูดกลับกัน ให้ “ก้าวร้าว” หน่อย ก็ต้องบอกว่า
สังคมที่พยายามปิดกั้นข้อมูลข่าวสาร ปิดกั้นการสื่อสารการแสดงความคิดเห็น เป็นสังคมที่ พยายามจะทำให้เกิด/รักษาความต้องการสั่งการจากคนใดคนหนึ่ง กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง — พูดง่าย ๆ ว่า “หวงอำนาจ” นั่นเอง

(ส่วนข้ออ้างที่เขา ๆ ชอบใช้กัน ก็คือ สังคมเรายังไม่พร้อม ยังไม่มีความรู้ หรือ ยังโง่อยู่ นั่นเอง — เราจะฉลาดขึ้นมาได้อย่างไร ? เมื่อเราไม่มีเสรีภาพในการเข้าถึงความรู้ที่อยากรู้ ไม่มีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์)

จริงไหม ?

ขอโยนไปให้ อ.มะนาว เปนชู้กับกราฟ พิสูจน์ละกัน :P

แถม:

  • PaePae เขียน ปรากฏการณ์ Blog-Tag เกี่ยวกับอาการแท็กแท็กของวงบล็อกเมืองไทย
  • YouFest : YouMedia “งานของคุณ : สื่อของคุณ” สงสัยจะมีคนพูดถึงเรื่องนี้แน่ ถ้าไปได้ ไปกัน เสาร์ 20 มกรานี้

technorati tags: , ,

2007-01-06

blog tag, social network

สืบเนื่องจาก blog tag
ถ้าอยากจะรู้ว่าใครแท็กใคร เริ่มมาจากไหน ไปไหน ก็ดูผังนี่ blog tag trace ทำโดย keng

น่าจะเป็นกรณีไว้ศึกษาเรื่อง เครือข่ายออนไลน์ ได้

จริง ๆ ถ้าแต่ละก้อน ระบุวันเวลาที่ ถูกแท็ก/รับแท็กต่อ ได้ ก็น่าจะเห็นภาพชัดขึ้น ว่ามันแพร่ไปได้เร็วแค่ไหน ในทิศทางไหน

ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าทุกบล็อก มี FOAF ก็น่าจะทำให้ิพอวิเคราะห์ได้ด้วย ว่าความสัมพันธ์แบบไหน เหมาะกับการแพร่ meme ลักษณะมากกว่ากัน

technorati tags: , ,

2004-07-28

social network

Currently read several (popular science) books on 'social network' and 'microbehavior' (for two months, but haven't really finished any -- just only selected chapters of interest).

And last week, got mentioned about Orkut from the SIGIR 2004 tutorial (Text Summarization, Drago Radev). And, eventually, today I got an invitation to Orkut network from Nong Pa.

The idea is fairly simple. You have friends, and each friend of yours also has friends, and so on -- by this way, the network will grows up in an exponential fashion.

The favorite claim is that, giving six degree of connectedness, we can link everyone in this world together into the same global network, i.e. Osama Bin Laden could be a friend of a friend of a friend of a friend of a friend of YOU.

And if we consider each person as a node and their friendship as an edge, giving enough degree of connectedness, we'll come up with a graph (not tree) -- that means you can know one individual person by more than one way (path).

Your ex-girlfriend is now a girlfriend of your best friend. -- That's also the case :P