ย้ายบล็อกไปที่ bact.cc แล้วนะครับ

พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
หยุด ร่างพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
พื้นที่เก็บข้อมูลออนไลน์ ฟรี 2GB จาก Dropbox (sync กับ Windows, Linux, Mac, iPhone, Android ฯลฯ ได้)
Showing posts with label news. Show all posts
Showing posts with label news. Show all posts

2010-09-27

นักข่าว 0.8: กรณีการจับผู้อำนวยการนสพ.ประชาไท และข่าวที่กรุงเทพธุรกิจออนไลน์รายงาน #freejiew

[เพิ่มเติม 2010.09.27 14:21: ผมเขียนบล็อกโพสต์นี้ เพราะตระหนักว่า เนื้อหาในการฟ้องนั้นก็เรื่องหนึ่ง ส่วนภาพที่ถูกสร้างให้ปรากฏต่อสาธารณะ-ทางสื่อ-นั้นก็อีกเรื่องหนึ่ง การนำเสนอภาพกระบวนการการจับกุมซึ่งผิดไปจากความเป็นจริงอย่างมีนัยยะนี้ ส่งผลต่อภาพประทับในหัวของคน และให้โทษกับผู้ถูกกล่าวหา นี่ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย]

[เพิ่มเติม 2010.09.27 14:54: เพื่อความสะดวกในการ(ไม่)อ่าน ขอแจ้งว่าโพสต์นี้ไม่มีข้อมูลใหม่หรือการวิเคราะห์อะไรเกี่ยวกับคดีของจีรนุชเลย. เนื้อหาแบ่งเป็น 3 ตอน: 1) วารสารศาสตร์ (อันเป็นที่มาของชื่อ นักข่าว 0.8 ที่เทียบกับ เว็บ 2.0); 2) ข้อเสนอในเรื่องความรับผิดของตัวกลางและการดำเนินคดี; 3) ข้อสังเกตต่อสมาคมวิชาชีพสื่อ]

เมื่อเย็นวันศุกร์ (24 กันยา) ผมมีเหตุให้ต้องไปขอนแก่นเป็นครั้งแรก กลับมาก็ได้อ่านข่าวเกี่ยวกะเหตุการณ์นั้นตามสื่อต่าง ๆ ก็ตรงบ้าง คลาดเคลื่อนบ้าง นิด ๆ หน่อย ๆ เป็นอันเข้าใจได้ เพราะจำนวนหนึ่งรายงานในระหว่างที่เรื่องยังไม่ชัดเจนหรือยังไม่จบดี

แต่วันนี้ได้อ่านข่าวฉบับของกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ พบว่ามันคลาดเคลื่อนจนน่าตลก ขำเสียจนไม่รู้จะพอเพียงอย่างไรไหว เนื้อความหรือก็ราวกับนิยายเพื่อความปรองดอง คือไม่รู้จะพูดอย่างไรดี นอกจากนึกภาพ ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองกอดคอกะนักข่าวกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ แล้วร้องว่า ร่วมกัน เราทำได้! ... น่าจะชวนไปส่งประกวด ไอเดียประเทศไทย คาดว่าน่าจะได้รางวัลสร้างสรรค์นวัตกรรมข่าวยอดเยี่ยม (แล้วแบ่งเงินรางวัลกันไปช็อปช่วยชาติ)

กรุงเทพธุรกิจเขาทำไปได้นะ ทั้ง ๆ ที่เขาเผยแพร่ชิ้นข่าวดังกล่าวเมื่อวันที่ 25 กันยายน 2553 21:00 หรือหลังจากเหตุการณ์ทั้งหมดจบไปแล้วมากกว่า 18 ชั่วโมง (เพื่อการเปรียบเทียบ มติชนออนไลน์ ที่รายงานเมื่อ 24 กันยายน 2553 18:00 ยังทำได้ดีกว่ามาก)

ญาติยื่นหลักประกัน 2 แสนบาท ประกันตัวบก.ประชาไทย เปิดเว็บหมิ่นเบื้องสูง เจ้าตัวยังให้การปฎิเสธทุกข้อกล่าวหา-ขอให้การในชั้นศาล

ไม่ต้องพูดถึงเรื่องชื่อ ประชาไท ที่สะกดผิด เอาแค่ข้อเท็จจริงในโปรยข่าวชิ้นนี้ ก็ผิดไปอย่างน้อยสองที่แล้ว

1) คนที่เอาเงินสดไปให้ประกันตัว คือทีมงานของหนังสือพิมพ์ประชาไท ไม่ใช่ญาติ; 2) จีรนุช เปรมชัยพร เป็นผู้อำนวยการของหนังสือพิมพ์ ไม่ใช่บรรณาธิการ; 3) ตามสำนวนฟ้อง ข้อหาคือ มีความเห็นท้ายข่าวที่หมิ่นฯ ไม่ได้ระบุว่าทั้งเว็บมีจุดประสงค์เพื่อการนั้น; ...

ไหนจะ connotation ของการเลือกใช้คำว่า ยัง ... เอาเถอะ นั่นแค่เล็ก ๆ

พ.ต.ท.ถนอมสิทธิ์ วงษ์วิจารณ์ รอง ผกก.(ส.) สภ.เมืองขอนแก่น เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเวลา 18.00 น.วันที่ 24 ก.ย.ที่ผ่านมา ตำรวจชุดสืบสวนปราบปราม บก.ตม.2 ได้ทำการจับกุมตัว น.ส.จีรนุช

ผมอยู่ที่นั่นด้วย สุวรรณภูมิ เวลาที่เจ้าหน้าที่พบหมายจับของจีรนุชแสดงในคอมพิวเตอร์ที่ด่าน คือ 14:00-14:30 โดยประมาณ เครื่องบินเราลง 14:00 มาด้วยกัน ยื่นหนังสือเดินทางให้ด่านตรวจคนเข้าเมืองพร้อม ๆ กัน โต๊ะติดกัน

ถ้าใครดูในทวิตเตอร์/FourSquare ของผม ก็จะเห็นว่า 17:14 ผมและจีรนุช ออกจากสุวรรณภูมิเพื่อไปขอนแก่น, 17:36 อยู่ถนนวงแหวนตะวันออก, 18:00 อยู่ประตูน้ำพระอินทร์ อยุธยา

ถ้าตำรวจเห็นจีรนุชที่สุวรรณภูมิตอน 18:00 ก็คงเป็นผีจีรนุชล่ะครับ - ฟังแล้วหลอน ๆ

14:30 vs 18:00

และเป็นใจให้ผู้คนสนับสนุน หรือยินยอมให้มีการกระทำผิดในระบบคอมพิวเตอร์ในความควบคุมของตนเอง โดยไม่ลบข้อความนั้นออกจากเว็บมาสเตอร์ของตนเองทั้งๆที่ทราบดีว่ามีข้อความ ดังกล่าว

ผมอ่านแล้วก็งง ๆ นึกภาพไม่ออกว่าจะลบอะไรออกจากเว็บมาสเตอร์ยังไง เข้าใจว่าคงไม่มีบ.ก.ดูแลเรื่องภาษา ... แต่อันนี้ก็ไม่ใช่สาระสำคัญ (เป็นเพียงอีกหนึ่งความไม่ใส่ใจ) ที่ฮาคือต่อไปนี้

และจากการจับกุมของเจ้า หน้าที่ตำรวจสืบสวนปราบปราม บก.ตม.2 เมื่อเย็นวันที่ 24 ก.ย.นั้น เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งว่า จะมีผู้ต้องหาตามหมายจับเดินทางเข้ามาในประเทศไทย เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้กระจายกำลังตามจุดต่างๆของสนามบินสุวรรณภูมิ จนสามารถจับกุมตัวได้ในที่สุด ขณะที่ลงจากเครื่องบินกลับจากประเทศฟินแลนด์ แล้วนำหนังสือเดินทางมาขอรับการตรวจอนุญาตเดินทางเข้าประเทศ

นี่เริ่มขี้โม้ละ ผมยืนรออยู่หลังด่าน (ผมผ่านด่านมาได้เรียบร้อยไม่มีปัญหาอะไร) ตรงบริเวณรอรับกระเป๋าอยู่อย่างน้อย 10 นาที ซึ่งระหว่างนั้นเจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองก็ยังตรวจสอบหนังสือเดินทางของจีรนุชอยู่ โดยจีรนุชยืนอยู่ที่โต๊ะตรงด่าน หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ค่อยให้จีรนุชไปนั่งรออีกด้านนึง ผมก็รอต่ออีก รอจนขี้เกียจยืนรอ ผมเลยขอเข้าไปด้านหน้าด่านอีกที กว่าจะตรวจสอบหมายจับอะไรได้ ผมคิดว่าอย่างน้อยก็ไม่ต่ำกว่าครึ่งชั่วโมงล่ะ ... เพราะฉะนั้นที่จะมาบอกว่า เจ้าหน้าที่ได้เตรียมการล่วงหน้า (ได้รับแจ้งว่า...) ... โกหกทั้งนั้นอ่ะ (เตรียมมาก็ดีสิ จะได้ไม่ต้องรอ)

และก็อย่างที่ได้เล่าไป จีรนุชเป็นคนเดินไปที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองเอง ไอ้ที่ว่า กระจายกำลังตามจุดต่างๆของสนามบิน เนี่ย ถ้าไม่เพราะตม.ขี้โม้ ก็คงเป็นนักข่าวดูหนังมากไป พี่เขายังเดินชิล duty free อยู่เลย ... เขียนไปได้หนอ .. กระจายกำลัง

(btw พวกผมกลับมาจากบูดาเปสต์ แค่เปลี่ยนเครื่องที่เฮลซิงกิเท่านั้น กลับมาจากงานประชุมเสรีภาพอินเทอร์เน็ต Internet at Liberty 2010 ... ตลกไหม)

จึงอนุญาตให้ประกันตัวออกไปเมื่อเวลา 09.00 น.ที่ผ่านมา โดยมีญาตินำหลักทรัพย์ 2 แสนยื่นขอประกันตัวออกไป

ผมนึกไม่ออกว่า ข้อเท็จจริงง่าย ๆ แค่เรื่องเวลานี่ กรุงเทพธุรกิจสามารถทำให้มันคลาดเคลื่อนกันขนาดนี้ได้ยังไง ... ตำรวจให้จีรนุชประกันตัวได้ราว 01:00 และสอบสวนเสร็จราว 02:30 ของวันที่ 25 กันยายน ถ้านักข่าวกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ จะยอมเสียเวลาเช็คข่าวกับแหล่งอื่น ๆ บ้างทั้งทางเว็บ (อย่างน้อย โดยสามัญปัญญา ก็จากเว็บไซต์ประชาไทนั่นแหละ) หรือทางการสื่อสารอื่น ๆ ก็คงไม่ผิดพลาดเรื่องง่าย ๆ แค่นี้

จะว่าไป นักข่าวเนชั่นคงใช้ social media ได้ไม่ถึงประสิทธิภาพที่ @suthichai สุทธิชัย หยุ่น คาดหวัง เพราะถ้าตาม hashtag #freejiew เสียหน่อย อย่างน้อยก็น่าจะไม่พลาดข้อมูลพื้นฐานเรื่องเวลา (ส่วนจะไปหูเบาเชื่อตม.โม้หรือไม่ นั่นก็อีกเรื่อง) ... ซึ่งจะปฏิเสธว่าไม่รู้เกี่ยวกะ #freejiew นี้เลยก็คงลำบาก เพราะในวันนั้น #freejiew ขึ้นเป็น trending topic ของเมืองไทย

ผมไม่ได้คาดหวังให้รายงานถูกต้อง 100% เพราะนั่นเป็นไปไม่ได้ งานข่าวมีเรื่องของเวลานำส่งมาจำกัด (นอกเหนือไปจากฟอร์แมตของสื่อ โครงสร้างองค์กรข่าว กระบวนงานข่าว ฯลฯ) ผมเชื่อว่างานข่าวดูแค่ชิ้นข่าวชิ้นเดียวไม่ได้ ข่าวเรื่องหนึ่งมันนำส่งผ่านชิ้นข่าวหลาย ๆ ชิ้น ค่อย ๆ พัฒนาเรื่อง ค่อย ๆ มีรายละเอียด ค่อย ๆ มีความแม่นยำมากขึ้น ผมพูดเช่นนี้เพราะผมเชื่อว่านักข่าว ไม่ว่าจะเป็นนักข่าววิชาชีพหรือนักข่าวพลเมือง ต่างต้องได้รับโอกาสในพัฒนาและนำเสนอประเด็นข่าว ผมเชื่อว่าในยุค Journalism 2.0 นี้ ข่าวเป็นกระบวนการ ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ News is a process, not a finished product.

... แต่กรณีตัวอย่างของกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ชิ้นนี้ มันดูจะทุเรศทุรังเกินไปหน่อย คือผมนึกภาพไม่ออก ว่ามันจะพัฒนาไปลงเหวที่ไหน ยิ่งพิจารณากรอบเวลานำเสนอ โดยเปรียบเทียบกับฉบับอื่น ๆ (ที่เสนอได้แม่นยำกว่าภายใต้ข้อจำกัดเดียวกัน) และแหล่งข่าวที่สามารถเข้าถึงได้โดยสาธารณะ (เช่น ทวิตเตอร์และหนังสือพิมพ์อื่น ๆ) แล้ว ผมคิดว่าเป็นการยุติธรรมแล้วที่เราจะคาดหวังกับเขาหรือเธอได้มากกว่านี้ (ยังไม่นับว่า ถ้านักข่าวกรุงเทพธุรกิจจะโทรไปสัมภาษณ์จีรนุชเอง ก็สามารถทำได้ - แต่เขาหรือเธอไม่ทำ หากพึ่งแหล่งข่าวเพียงด้านเดียว คือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ)

คลิกเพื่อดูภาพจับหน้าจอ (ณ 27 ก.ย. 2553 02:00)

ส่วนความเห็นต่อคดี การออกหมายจับ การจับกุม และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง อาจจะเขียนต่อไปในอีกโพสต์ครับ เบื้องต้นคือ:

  1. จำเป็นต้องมีการแก้ไขคำจำกัดความและวิธีปฏิบัติที่เกี่ยวกับ ท้องที่เกิดเหตุ ในกฎหมายอินเทอร์เน็ตและสื่อทั้งหมด การระบุว่าพบเห็นข้อความในเว็บไซต์ที่จังหวัดขอนแก่น ดังนั้นท้องที่เกิดเหตุคือจังหวัดขอนแก่น จึงจำเป็นต้องนำตัวไปสอบสวนที่จังหวัดขอนแก่น เป็นเรื่องขัดสามัญสำนึกอย่างชัดเจน เมื่อพิจารณาลักษณะของสื่อ ถ้าไม่มีการแก้ไขเรื่องท้องที่เกิดเหตุนี้ ก็จะเป็นช่องให้กลั่นแกล้งได้ต่อไป (เจ้าหน้าที่ตำรวจในคืนนั้นบอกกับเรา ถ้าเขาฟ้อง 75 จังหวัด คุณก็ต้องไป 75 จังหวัด)

  2. กรณีนี้ เจ้าหน้าที่มีสิทธิออกหมายจับจริง แต่หากพิจารณาบริบทแวดล้อม ย่อมเห็นได้ว่าไม่จำเป็น ทำเป็นเพียงหมายเรียกไปถึงผู้ถูกกล่าวหาก็พอแล้ว เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ถูกกล่าวหาสามารถไปมอบตัวกับสถานีตำรวจที่สะดวกด้วยตนเองได้ ไม่ต้องเดินทางไกล - เนื่องจากผู้ถูกกล่าวหาในกรณีนี้คือจีรนุช ไม่ได้แสดงเจตนาหลบหนี เพราะก็มีอีกคดีหนึ่งในลักษณะเดียวกันที่กำลังต่อสู้ในชั้นศาลอยู่ อีกทั้งในรอบปีที่ผ่านมา ก็ได้เดินทางไปต่างประเทศอยู่หลายครั้ง และก็กลับมาทุกครั้ง (หากจะอ้างว่า เป็นคดีร้ายแรง ให้ดูกรณี สนธิ ลิ้มทองกุล) - และหากเจ้าหน้าที่รัฐเองก็ทราบดีถึงข้อนี้ ว่าไม่จำเป็นต้องออกหมายจับ แต่ก็ยังเลือกออกหมายจับ ด้วยเจตนาจะก่อให้เกิดความไม่สะดวก ก็ถือว่าเจ้าหน้าที่รัฐได้ปฏิบัติหน้าที่เป็นปฏิปักษ์ต่อประชาชน ใช้อำนาจหน้าที่ให้โทษแก่ผู้ถูกกล่าวหา ทั้งที่ผู้ถูกกล่าวหาที่มีสิทธิที่จะได้รับการปฏิบัติเช่นผู้บริสุทธิ์

  3. เป็นอีกครั้งหนึ่ง ที่ผู้ให้บริการตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ซึ่งมีฐานะเป็นตัวกลาง (intermediary) ต้องรับภาระในสิ่งที่ไม่ได้ทำ หรือต้องรับภาระในสิ่งที่เกินวิสัยจะทำได้ ไม่ว่าสุดท้ายแล้วคดีจะตัดสินว่าผิดหรือถูก แต่ภาระและความเสียหายก็ได้เกิดขึ้นแล้วกับผู้ให้บริการ

  4. จำเป็นต้องแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวกับอินเทอร์เน็ต สื่อ และโทรคมนาคม ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับตัวกลาง/เนื้อหา/การคุ้มครอง/การเยียวยา เพื่อให้:
    • ก) ตัวกลางที่มีลักษณะเป็นโครงสร้างพื้นฐานไม่ต้องรับภาระในการรับผิด;
    • ข) ตัวกลางที่มีลักษณะเกี่ยวข้องกับเนื้อหา ให้ใช้หลัก notice & take down คือให้แจ้งไปยังผู้ให้บริการเพื่อนำเนื้อหาที่พิจารณาได้ง่ายและชัดเจนว่าผิดกฎหมายออกจากระบบ หากผู้ให้บริการนำออกภายในระยะเวลาที่สมเหตุผล ผู้ให้บริการย่อมไม่ต้องรับผิด;
    • ค) เนื้อหาที่ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ชัดเจนในทันที จำเป็นต้องรอคำสั่งศาลเพื่อสั่งให้นำออก และผู้ให้บริการย่อมไม่ต้องรับผิดในระหว่างที่ยังไม่มีคำสั่งศาล;
    • ง) หากเจ้าหน้าที่รัฐเห็นว่าระหว่างที่รอคำสั่งศาลเพื่อสั่งให้นำเนื้อหาออก เนื้อหาดังกล่าวจะสร้างความเสียหายแก่สาธารณะ สามารถขอคำสั่งศาลเพื่อปิดกั้นเนื้อหานั้นได้ชั่วคราว ในระยะเวลาจำกัด และต่ออายุได้ไม่เกิน x ครั้ง ซึ่งการปิดกั้นดังกล่าว จะไม่มีผลต่อความรับผิดของผู้ให้บริการ;
    • จ) ผู้เสียหายสามารถอุทธรณ์ให้ยกเลิกคำสั่งปิดกั้นชั่วคราวดังกล่าวได้;
    • ฉ) กรณีเมื่อถึงที่สุด ศาลตัดสินว่า เนื้อหาที่ถูกปิดกั้นชั่วคราวไปแล้ว ไม่มีความผิด รัฐจำเป็นต้องต้องชดใช้เยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นระหว่างการปิดกั้นชั่วคราวนั้น ให้แก่ผู้เสียหาย

...

จนถึงตอนนี้ ยังไม่เห็นสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย อันมี ท่านประสงค์ เลิศรัตนวิสุทธิ์ เป็นนายกสมาคม หรือ สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย (จีรนุชถูกจับตามพ.ร.บ.คอม ในฐานะผู้ดูแลเว็บ) อันมี พ.ต.อ.ญาณพล ยั่งยืน รองอธิบดี DSI เป็นนายกสมาคม ออกมาให้ความเห็นอะไรกับกรณีนี้ (คิดในแง่ดีที่สุด พ.ต.อ.ญาณพล คงกำลังงงว่า จะสวมหมวกใบไหนดี ตำรวจหรือผู้ดูแลเว็บ)

ส่วน ชมรมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ (เพื่อการปกป้องลิขสิทธิ์) อันมี ท่านชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี เป็นประธาน ก็ได้แต่เพียงตอบสั้น ๆ เมื่อมีนักศึกษาถามถึง #freejiew ในทวิตเตอร์ ว่า เขากำลังรณรงค์ให้ปล่อยตัว ผอ.เว็บประชาไท ที่ถูกจับในคดีหมิ่นฯ เมื่อช่วงบ่ายวันนี้ ... ซึ่งก็ต้องบันทึกไว้ด้วยว่า @chavarong ใช้คำว่า เขา ซึ่งความหมายโดยนัย (ว่าตาม The Language of News Media. [Allan Bell, 1991]) ก็คือ นั่นน่ะ พวกมัน ไม่ใช่ พวกกู เป็นภาษาของการไม่นับรวม

@chavarong คุยกับ @payoonnoi

เอาล่ะ ติดตามข่าวของ จีรนุช เปรมชัยพร ได้ที่ http://freejiew.blogspot.com

สวัสดี

technorati tags: , ,

2009-12-28

The Future of News

ปีที่ผ่านมา เป็นปีที่ อะไร ๆ ก็ The Future of ... (อนาคตของ...)

ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว มาลองดู อนาคตของข่าว กันมั่ง

The News, in the future.

Definition: Everything but News.

Preferred Mediums: Brain implanted RFID chips that were manufactured in our new capital city: Beijing!

Headlines: Why we love big brother, how to avoid thought crimes, and the best ways to vacate the stink hole known as Earth.

Most Reliable Outlets: Animal Planet and clandestine riddles given from a matrix-like oracle.

Voice of the Generation: HAL 9000 (2001: A Space Odyssey), O'Brien (1984), or Ted Williams' cryogenically frozen head (Boston Red Sox).

Core Tenets: Submission and obedience to the New Word Order!

เอามาจาก The Evolution of the News โดย MADATOMS. via @thanr

technorati tags: , ,

2009-07-27

Social Network + Social Media สำหรับงานข่าวพลเมือง

สไลด์จากงานอบรมนักข่าวพลเมือง เพื่อคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม ในช่วงเดือนที่ผ่านมา

สิ่งที่ผมอยากทำก็คือ จะทำยังไงที่จะช่วยให้คนที่เข้าไม่ถึงสื่อกระแสหลัก (ดูได้ แต่ไม่มีโอกาสเขียน) ได้มีโอกาสสื่อสารประเด็นของเขาเองบ้าง social media เป็นสิ่งหนึ่งที่น่าจะช่วยงานข่าวพลเมืองได้

สำหรับผู้มีอำนาจรัฐหรือทุน ในการเข้าถึงสื่อกระแสหลักอยู่แล้ว ถ้าพวกเขาจะใช้กระแสรอง นอกกระแส สวนกระแส อะไรเพิ่มด้วย ก็คงไม่แปลกอะไร แต่ผมเองคงไม่มีความสนใจจะไปช่วยพวกเขา ด้วยเห็นว่าปกติพวกเขาก็ได้พื้นที่สื่อสารไปตั้งมากอยู่แล้ว (ประกอบกับพวกเขาก็คงไม่เอาผมด้วย)

technorati tags: , ,

2009-04-10

Bangkok Red Shirts gatherings map by Prachatai

fyi, to avoid/observe/join the Red Shirts.

แผนที่และข่าว แสดงความเคลื่อนไหวเสื้อแดงทั่วกรุงเทพ โดยทีมข่าวประชาไท บน Google Maps

(คลิกที่ หมุดสีแดง พื้นที่สีแดง หมุดสีฟ้า พื้นที่สีฟ้า หมุดสีชมพู เพื่อดูความเคลื่อนไหวล่าสุด)

ดู แผนที่และข่าว แสดงความเคลื่อนไหวเสื้อแดงทั่วกรุงเทพ ในแผนที่ขนาดใหญ่กว่า

url: http://maps.google.co.th/maps/ms?ie=UTF8&hl=th&msa=0&msid=107550157098327041781.000467042bca478ba991d&source=embed&ll=13.761562,100.554428&spn=0.086368,0.154495&z=13

short url: http://bit.ly/Kdz2L

screenshot (for historical reason, I like to captured and keep this. Map visualization of a mob.):
Bangkok Red Shirts gatherings map by Prachatai

[via Prachatai newspaper]

technorati tags: , , ,

2008-09-08

Newstweets

ผู้ใดใช้ทวิตเตอร์ แล้วอยากจะบอกรับข่าวสาร ลองตามนกพวกนี้ดูครับ (อัพเดทรอบสอง ได้ลิงก์เพิ่มเติมจากความเห็นและจาก duocore):

Want eat news on Twitter? Follow these (2nd update):

ข่าวไทย Thailand-oriented news

ข่าวเทศ international news

ความสนใจพิเศษ special interests

Plus, TwitLinks – the latest links from the worlds top tech twitter users, and จับกระแสการเมืองไทย จากผู้ใช้ทวิตเตอร์

And, for Arsenal fans (like us!), this is the best thing: @bbcarsenal — brilliant!!


Twitter ? อะไรคือทวิตเตอร์ ?



ทวีตบอกเพื่อน Tell your friends about these, tweets them:

“ รับสารพัดข่าวบน Twitter / many (40+) news feeds on Twitter: http://tinyurl.com/newstweets



technorati tags: , , ,

2008-05-05

me(dia)

มีเพื่อนส่งลิงก์นี้มาให้ดู น่าเสียดาย...เว็บประชาไท (ผู้จัดการออนไลน์) ในนั้นเขาว่า เขา “เปิดโปง” เบื้องหลังคนสนับสนุนประชาไท

ผมก็งง ๆ ข้อมูลทั้งหมด เขาก็มีเผยแพร่ไว้ใน เกี่ยวกับประชาไท ตั้งนานแล้วนี่นา อย่างน้อยก็มากกว่าหนึ่งปีล่ะ ที่ผมเคยกดดู - มันเรียกว่าเปิดโปงตรงไหนนะ

เรื่องรสนากับปลื้ม ผมก็งง ๆ - เอ เขานับ “ส่วนใหญ่” กันยังไงนะ ลองอ่านดูในความเห็นท้ายข่าว มันก็ไม่ได้เป็นอย่างที่เขาว่านี่นา เรื่องมีคนมา “รุมด่ารสนามากกว่าปลื้ม” (แน่นอนว่ามีคนตั้งคำถามต่อท่าทีกระทบกระเทียบของรสนา ว่าไม่จำเป็นต้องพูดไปถึงวงศ์ตระกูลของปลื้มเขาเลย)

ผมก็คงบอกแทน คิดแทนคนอื่น ๆ ไม่ได้ ก็ลองดูข้อมูลจากหลาย ๆ ที่ละกันครับ

สื่อ/แหล่งข่าว/บล็อก ๆ หนึ่งไม่สามารถมีข้อมูลที่รอบด้านได้ และก็ไม่จำเป็นต้องเป็นแบบนั้น

แต่สื่อหลาย ๆ ที่ หลาย ๆ มุมมอง รวมกัน ก็สามารถที่จะให้ข้อมูลที่รอบด้านขึ้นได้

นี่เป็นเหตุผลที่ว่า ทำไมเราจึงต้องรักษาเสรีภาพและความหลากหลายของแหล่งข่าวเอาไว้ ให้สามารถเสนอหลายมุมมอง เสนอหลายแนวคิดที่แตกต่างกันได้

ผมคิดว่าสำหรับสื่อต่าง ๆ ในฐานะสื่อ ๆ หนึ่ง ของแต่ละที่ เขาก็มีสิทธิที่จะให้น้ำหนักและเสนอประเด็นอะไรที่เขาเห็นว่าสำคัญน่าสนใจได้ และเนื่องจากประเด็นที่สำคัญน่าสนใจนี้ อาจมีอยู่มาก เขาก็อาจจะเลือกเสนอประเด็นที่ยังไม่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูด เพื่อให้ในภาพรวมมันมีความครอบคลุม

เช่น ทีวีแต่ละช่อง เมื่อพิจารณาเฉพาะช่อง อาจจะมีสัดส่วนรายการที่พิกลพิการ อันนั้นข่าวน้อยไป อันนี้บันเทิงน้อยไป อันนี้เน้นกลุ่มผู้ชมวัยนั้นน้อยไป อันนี้เน้นกลุ่มผู้ชมระดับนี้มากไป ... แต่เมื่อพิจารณาในภาพรวมแล้ว เราอาจพบว่า สัดส่วนมันอาจจะกลมกล่อมพอดีก็เป็นได้ (ในทางกลับกับ การพยายามบังคับช่องไม่กี่ช่องให้อยู่ในสัดส่วนกลมกล่อมพอดี แต่ไม่สามารถไปปรับช่องอื่น ๆ ได้ ในภาพรวมมันก็อาจจะยังคงบิดเบี้ยวพิกลพิการอยู่ก็เป็นได้) คนเราดูทีวีแค่ช่องเดียวเสียทีไหน

กล่าวคือ ถ้าเขาเห็นว่า ประเด็นอะไรมีสื่อแหล่งอื่นพูดถึงไปแล้ว เขาก็อาจจะเลือกไปเสนอประเด็นอื่น ๆ ที่เขาเห็นว่าสำคัญเช่นกัน-แต่ยังไม่คนพูดถึง

นั่นแปลว่า การไม่ได้เสนอประเด็นอะไร อาจไม่ได้แปลว่าเขาเห็นว่าประเด็นที่เขาไม่เสนอเองนั้นไม่สำคัญ - เขาอาจเห็นว่ามันสำคัญ เพียงแต่คนอื่นเสนอไว้ดีแล้ว ก็เลยไม่รู้จะเปลืองพื้นที่ไปเสนอซ้ำอีกทำไม ถ้าไม่สามารถเสนอแง่มุมมองใหม่ ๆ ได้

“องค์กรนั้น บุคคลนี้ ทำเรื่อง x เรื่อง y เอาไว้มากมาย ทำไมไม่พูดถึง ? ทำไมถึงพูดถึงแต่เรื่อง i เรื่อง j ?”

ก็น่าจะถามต่อไปว่า

“ถ้าพื้นที่สื่อจำนวนหนึ่งได้เสนอเรื่อง x เรื่อง y ไปแล้ว ก็น่าจะเป็นการสมควรไม่ใช่หรือ ที่พื้นที่สื่ออีกจำนวนหนึ่ง จะเสนอเรื่อง i เรื่อง j ด้วย ? ทั้งนี้เพื่อความรอบด้านยิ่งขึ้นของข้อมูลข่าวสารในภาพรวม”

หรือจะมีใครมีชีวิตด้านเดียวบ้าง ?

ในอุดมคติแล้ว เราทั้งหมดสมควรที่จะเสนอทั้ง x, y, i และ j (อาจในน้ำหนักต่างกันไป ตามความลำดับสำคัญที่แต่ละคนเชื่อ)

แต่หากพื้นที่สำหรับ x และ y กำลังล้นทะลัก มองไปทางใดก็มีแต่ข้อมูลด้านนี้

จำเป็นแค่ไหน สิ้นเปลืองเท่าใด ที่จะต้องเสนอ x และ y ซ้ำ ๆ อีก ?

บกพร่องแค่ไหน เสียหายเท่าใด หากไม่ได้เสนอ i และ j ให้สังคมได้รับรู้ด้วย ?

การจะให้น้ำหนักว่าประเด็นอะไรสำคัญนั้น เป็นสิทธิ

ส่วนการจะต้องไม่ปกปิดบิดเบือนข้อเท็จจริงนั้น เป็นหน้าที่

technorati tags: , , ,

2008-05-03

Science Culture in Thailand - Translators as Cultural Workers

นักแปล คือ ผู้ทำงานทางวัฒนธรรม (ผมยืมมาจากชื่อหนังสือ “ครูในฐานะผู้ทำงานทางวัฒนธรรม” - Teachers as Cultural Workers) เป็นผู้เชื่อมวัฒนธรรมที่แตกต่างกันเข้าหากัน ไม่ว่าจะแปลจากภาษาฝรั่งเศสไปเป็นเยอรมัน เยอรมันไปเป็นอังกฤษ หรือภาษาเฉพาะกลุ่มไปเป็นภาษาทั่วไป (จริง ๆ ก็ไม่ใช่แค่“นักแปล” ทุกคนที่แปลนั่นแหละ - การแปล คือ กิจกรรมทางวัฒนธรรม จะว่าแบบนี้ก็ได้)

สำคัญนะครับ แนวคิดจากวัฒนธรรมต่าง ๆ ที่ไหลเวียนหากันนี่ มันทำให้เกิดการปะทะสังสรรค์ของแนวคิด และเปลี่ยนแปลงโลกในทุกยุคสมัย แนวคิดปรัชญาธรรมชาติจากยุครู้แจ้งของสกอตแลนด์ พวกฮูม ไหลเข้าสู่เยอรมนี แนวคิดสัญญวิทยาจากฝรั่งเศส ไหลไปสู่เยอรมนี (จากที่ก่อนหน้านี้งานของพวกนิทเช่หรือคานท์ ก็ไปมีอิทธิพลต่อแนวคิดของฟูโกต์) แนวคิดของมาร์กซจากเยอรมนีไหลกลับไปสู่อังกฤษ (จากที่ก่อนหน้านี้แนวคิดของ อดัม สมิธ ก็ไหลไปมีอิทธิพลต่อแนวคิดของมาร์กซ) การไหลเวียนพวกนี้มันก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและวิทยาการทั้งนั้น มันมีการนำเข้าและปรับใช้เกิดขึ้นตลอดเวลา เฟืองเล็ก ๆ ที่สำคัญในกระบวนการนี้ คือการแปลครับ

การแปลข่าววิทยาศาสตร์เป็นเรื่องยาก ยิ่งได้ลองทำแล้วยิ่งได้รู้ว่ามันยาก เอาแค่เรื่องเดียวคือเรื่องศัพท์เทคนิค ที่พอไปค้นความหมายมาแล้ว เข้าใจว่ามันคืออะไรแล้ว ก็ยังต้องค้นต่อไปว่า เขาเรียกว่าอะไรในภาษาปลายทาง เช่น carbon nanotube ภาษาไทยเรียก ท่อคาร์บอนนาโน, nanowire เรียก ลวดนาโน หรือจะใช้ตัวสะกดแบบไหน ซึ่งค้นในพจนานุกรมก็ไม่มี ต้องไปหาแหล่งอ้างอิงจากที่อื่น และลำพังแปลจากภาษาต่างประเทศเป็นไทยเองก็ลำบากอยู่แล้ว ถ้าคิดจะสื่อสารกับคนทั่วไป ก็ต้องพยายามแปลไทยเป็นไทยอีกทีด้วย

มีโอกาสได้ลองในเว็บ foosci.com หลังจาก moleculark เอ่ยปากชักชวนทุก ๆ คน

ลองทำ ๆ ดูแล้ว ก็พบว่า เรื่องการสื่อสารวิทยาศาสตร์นี้เป็นเรื่องยากจริง ๆ (นี่แค่แปลจากแหล่งที่เขาไปหามาให้แล้วนะ ยังไม่ได้ต้องออกไปหาข่าวมาเขียนเอง) แม้จะรู้ว่าจะพูดอะไรแล้วก็เถอะ มันยังมีเรื่องว่าจะพูดยังไง แบบไหนอีก ให้กลุ่มเป้าหมายเข้าใจ แม้จะเป็นเรื่องที่ยาก แต่ยังไงก็เป็นเรื่องสำคัญ ถ้าเราอยากจะสร้าง “วัฒนธรรมวิทยาศาสตร์” แบบที่ไม่ใช่แค่ “วัฒนธรรมเทคโนโลยี” (ดู นิธิ เอียวศรีวงศ์, “ไฮเทคาถาปาฏิหารย์”)

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ก็เห็นความสำคัญตรงนี้ เลยตั้ง ศูนย์สื่อสารวิทยาศาสตร์ไทย (ThaiSMC) ขึ้นมาเป็นสะพานระหว่างนักวิทยาศาสตร์และสื่อมวลชน โดยมีจุดประสงค์เพื่อผลักดันสังคมไทยเป็นสังคมที่มีเหตุผลไม่งมงาย โดยจะมีกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การให้ข้อมูลและอบรมนักข่าวจากสื่อต่าง ๆ ให้เข้าใจวิทยาศาสตร์มากขึ้น และพยายามผลักดันเพื่อเพิ่มพื้นที่ข่าววิทยาศาสตร์ในสื่อ (แข่งกับพื้นที่ขอหวยงูสองหัว หรือมนุษย์ต่างดาวถุงลดไข้)

ของที่ทำดี ๆ ตอนนี้ ผมเห็นมีของ ผู้จัดการออนไลน์ (วิทยาศาสตร์) ครับ อัพเดทสม่ำเสมอ มีแบ่งหมวดหมู่ มีคอลัมน์พิเศษ ของเจ้าอื่นสู้ไม่ได้เลย (เพื่อนผมบอกว่าข่าวของผู้จัดการดีทุกด้านน่าอ่าน ยกเว้นอะไรที่เกี่ยวกับการเมือง) ที่เด่นอีกอันเป็นของ สำนักข่าวไทย (ข่าวเทคโนโลยี-วิทยาศาสตร์) โดยรวมสู้ของผู้จัดการไม่ได้ แต่มีวิดีโอคลิปให้ดูครับ เหมือนดูทีวีเลย เด่นกว่าตรงนี้ คือเรื่องบางอันมันยาก เห็นภาพเคลื่อนไหวแล้วเข้าใจง่ายกว่า ส่วนของ กรุงเทพธุรกิจ (ไอที-นวัตกรรม: วิทยาศาสตร์) นั้นข่าวน้อยมาก นาน ๆ มาที ประชาไท นี่ยิ่งไม่มีเลย

นอกจาก ThaiSMC แล้ว งานด้านการให้ความรู้วิทยาศาสตร์ทั่ว ๆ ไป ก็มี ศูนย์บริการความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (STKS) ซึ่งก็เป็นอีกหน่วยงานในสวทช. ดูแลอยู่เหมือนกัน

งานด้านการสื่อสารวิทยาศาสตร์นี้ ปัจจุบัน สวทช. เองก็สนับสนุนการจัดทำนิตยสารวิทยาศาสตร์อยู่หลายหัว เช่น “สนุกวิทย์” และ “Science in Action” ทำได้ดีเลยล่ะ น่าอ่าน แต่ปัญหาคือ ถ้าผมไม่ไปซื้อที่สวทช. ก็ไม่รู้จะไปซื้อที่ไหน มีปัญหาเรื่องการจัดจำหน่ายจริง ๆ ครับ มันก็เลยกระจายอยู่แค่ในวงจำกัด ไม่ได้อย่างที่ตั้งใจ (ถ้าหาซื้อไม่ได้ สามารถอ่านออนไลน์ได้ทั้งคู่ครับ - แต่ก็ต้องมีอินเทอร์เน็ต)

น่าเสียดายนะครับ นิตยสารดี ๆ เหล่านี้ รวมถึงหนังสือหลาย ๆ เล่มของสวทช.ด้วย ที่พิมพ์ออกมาแล้วก็กองอยู่ในร้านหนังสือสวทช. ไม่ได้มีโอกาสไปถึงมือคนที่สนใจ ผมเพิ่งได้หนังสือ “ท่องแดนวิทยาศาสตร์” มาเมื่อสัปดาห์ก่อน คนเขียนคือ ยงยุทธ ยุทธวงศ์ นักวิทยาศาสตร์ดีเด่นแห่งชาติ เขียนหนังสือดีครับ อ่านเพลินมาก ผมเพิ่งรู้ว่า ป๋วย อึ๊งภากรณ์ เป็นลุงของอ.ยงยุทธ ก็จากเล่มนี้ ... เล่มนี้ผมเคยเห็นแค่สองที่ครับ งานสัปดาห์หนังสือ (กรุงเทพ) กับที่ร้านหนังสือสวทช. (ปทุมธานี) ที่อื่นไม่เคยเห็นเลย ไม่รู้ว่าจังหวัดอื่นจะมีไหม น่าเสียดายนะครับ

เคยอ่านจากไหนซักที่ ไม่ แทนไท ก็ วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล นี่แหละ บอกว่าตัวเองอยากเป็นนักสื่อสารวิทยาศาสตร์ เอาใจช่วยครับ ทำได้ดีแน่ เขียนหนังสือเก่ง ๆ แบบนั้น

จะส่งเสริม วัฒนธรรมวิทยาศาสตร์ ก็ต้องหาคนมาทำงานด้านวัฒนธรรมครับ ทำเฉพาะด้านวิทยาศาสตร์อย่างเดียวไม่ได้


ลิงก์ไม่เกี่ยวข้อง: Translate.eipcp.net Beyond Culture: The Politics of Translation โครงการวิจัยของ European Institute for Progressive Cultural Policies

technorati tags: , , ,

2008-05-02

on press(ed)

“The worst kind of censorship is self-censorship.”

Short interviews/comments I gave (together with others) in recent months. For the records.

Blogging the Coup
By Dustin Roasa
Columbia Journalism Review Short Takes, 10 April 2008

Bloggers don't predict stability
By Pravit Rojanaphruk
The Nation, 22 December 2007 (Bangkok Pundit covered this)

บทสัมภาษณ์ [PDF]
กองบรรณาธิการ
จดหมายข่าวปฏิรูปสื่อ, คณะกรรมการรณรงค์เพื่อการปฏิรูปสื่อ, ปีที่ 1 ฉบับที่ 3 ก.ย. - ต.ค. 2550 (ฉบับเต็ม)

Say No to Censorship [PDF]
Editorial Interview
CyberAnt Magazine, the official student magazine of Computer Engineering Department, KMUTT, Vol. 3, First Semester Edition, June - October 2007

more...

technorati tags: , , ,

2008-04-06

foosci.com - Science News Worldwide in Thai

foosci.com ฟูซาย ข่าววิทยาศาสตร์สำหรับทุก ๆ คน

คุณ molecularck กำลังปลุกปล้ำปลุกปั้นเว็บใหม่อยู่ foosci.com (ฟูซาย) เป็นเว็บข่าววิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และนวัตกรรม ที่ทุก ๆ คนสามารถส่งข่าวกันเข้าไปได้ครับ โดยทุกข่าวจะเป็นภาษาไทย เพื่อส่งเสริมการรับรู้ข่าววิทยาศาสตร์ของสังคมไทยครับ แหล่งข่าวก็จะมีจากทั้ง สวทช. ห้องวิจัยต่าง ๆ หรือแปลมาจากเว็บต่างประเทศ พวก Science, Nature, ScienceDaily, PhysOrg, Seed แนว ๆ นั้น

ใครสนใจ ก็ไปร่วมอ่านร่วมเขียนกันได้ครับ แล้วฝากบอกต่อเพื่อน ๆ ด้วย

http://foosci.com

technorati tags: , , , ,

2008-03-21

NewsCenter on Wine/Linux

ตัวอักษรภาษาไทยบนล่าง (สระบนล่าง วรรณยุกต์ ฯลฯ) ไม่แสดง ในโปรแกรม NewsCenter บนลินุกซ์, ตัวอักษรภาษาไทยบน title bar แสดงเป็นตัว western

NewsCenter เป็นโปรแกรมสำหรับอ่านข่าวบนวินโดวส์ ผมไม่ได้ใช้วินโดวส์ เลยรันบนลินุกซ์ผ่านโปรแกรม Wine

NewsCenter on Wine/Linux

อยากใช้ NewsCenter บนลินุกซ์ได้ จะได้ไม่ต้องไปใช้ที่ห้องสมุด

โปรแกรม NewsCenter พัฒนาโดย บริษัทอินโฟเควสท์ (InfoQuest) ผู้ให้บริการข้อมูลข่าวสารออนไลน์ จากแหล่งข่าวทั้งในและนอกประเทศ ซึ่งรวมถึง สำนักข่าว ศูนย์วิจัย บริษัทหลักทรัพย์ หน่วยงานจัดอันดับความน่าเชื่อถือ และหน่วยงานราชการ

โปรแกรมนี้เป็นโปรแกรมที่นักข่าวเขาใช้กัน หรือตามห้องสมุดหลายที่ก็จะมีให้ใช้ นอกจากดูข่าวใหม่ ๆ แล้ว ก็ยังใช้ค้นข่าวย้อนหลังได้ด้วยนะ ตัวหน้าตาโปรแกรมมันหลงยุคไปนิดนึง แต่พูดถึงมันก็ใช้งานได้โอเค (ผมก็แค่กดดู ๆ เฉย ๆ ไม่ได้ทำอะไรมากกว่านั้น) แต่ถ้าปรับ ui ให้มันเข้ากับ desktop environment หน่อยก็น่าจะดี โดยเฉพาะฟอนต์เนี่ย ยังเป็น bitmap อยู่เลย — เอ้อ แต่ตัดคำเก่งทีเดียวนะครับโปรแกรมนี้ เวลาไฮไลท์มันจะไฮไลท์เป็นคำ ๆ เลย

อินโฟเควสท์นี่ เป็นบริษัทเครือเดียวกับ บริษัทไทยเควสท์ (ThaiQuest) ที่ทำเสิร์ชเอนจิ้นภาษาไทย มีเดสก์ทอปเสิร์ชด้วย

technorati tags: , ,

2008-03-09

Prachatai TV

เพิ่งเปิดตัวสัปดาห์นี้ เซคชั่นใหม่ของ นสพ.ประชาไท ต่อเนื่องจากรายการทีวีออนไลน์ “สมาคมหัวไม้”

“หัวไม้ story” จะเป็นการนำประเด็นที่คุยกันไปแล้วเมื่อต้นสัปดาห์ในสมาคมหัวไม้ มาสรุปกันในตอนท้ายสัปดาห์ ว่าประเด็นเหล่านั้นมีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจอะไรบ้าง ซึ่งนับว่าน่าสนใจ เพราะทำให้การเสพข่าวไม่ได้เป็นเรื่อง “ประเด็นรายวัน” อ่านจบก็จบกัน แล้วก็ไม่ได้ตามต่อว่ามันมีพัฒนาการอะไรบ้าง

นอกเหนือจาก “สมาคมหัวไม้” แล้ว ประชาไททีวีตอนนี้ยังมีอีกช่อง ก็คือ
“บ้านเมืองไม่ใช่ของเรา” หรือชื่อเล่นว่า “ชู-พิด คิดตามวัน”
เป็นลักษณะรายการคุยข่าว โดยบรรณาธิการนสพ.ออนไลน์และนักวิชาการรัฐศาสตร์ขวัญใจเด็กแนว ดูเอาทั้งมุมมอง และดูเอาขำ ๆ ก็ได้ทั้งสองแบบ :)
update: สำหรับคนอยู่เมืองนอก ดูผ่าน Google Video จะเร็วกว่า (เสิร์ชหาคำว่า “chupitchtv”)

เป็นอีกช่องทางหนึ่งในการติดตามข่าวสารบ้านเมือง เสริมกับช่องทางอื่น ๆ

technorati tags: , , ,

2007-06-20

International Press Telecommunication Council

International Press Telecommunication Council
IPTC focussed on developing and publishing Industry Standards for the interchange of news data.

IPTC News Exchange Formats (inc. NewsML), IPTC NewsCodes (taxonomies, controlled vocabularies), IPTC Photo Metadata

มาตรฐานแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าว

technorati tags: , ,

2007-06-10

Innovative Manager (newspaper)

Manager Go

ในบรรดาสื่อหนังสือพิมพ์ไทย ดูเหมือนค่ายผู้จัดการจะเป็นค่ายที่มีนวัตกรรมใหม่ ๆ ล้ำหน้าคนอื่นเสมอ

อาจจะเป็นด้วยคุณภาพบุคลากรก็เป็นได้ ถ้าเรามองไปที่วงการหนังสือ/นิตยสาร นิตยสารค่ายผู้จัดการในช่วงที่ผ่านมาก็เป็นแหล่งสร้างคนทำงานหนังสือรุ่นใหม่ฝีมือดีมากมาย

อินเทอร์เน็ตก็เป็นพื้นที่ที่ค่ายผู้จัดการทำได้ดีกว่าค่ายอื่นอย่างเห็นได้ชัด เว็บไซต์ ผู้จัดการออนไลน์ (manager.co.th) นำเสนอเนื้อหาในรูปแบบที่ไม่ใช่แค่ “เอาหนังสือพิมพ์กระดาษมาขึ้นเว็บ” อย่างที่หนังสือพิมพ์ผู้มาก่อนทั้งหลายเคยทำ แต่ผู้จัดการออนไลน์มีการจัดเนื้อหา/รูปแบบให้เข้ากับลักษณะของอินเทอร์เน็ต มีข่าวที่ทันเหตุการณ์กว่าฉบับกระดาษ (แม้บางครั้งจะไม่ละเอียดนักในตอนแรก แต่ก็ฉับไวกว่า) มีการเปิดพื้นที่ให้แสดงความคิดเห็นต่อข่าว มีการเชื่อมโยงข่าวที่เกี่ยวข้อง กล่าวโดยรวมก็คือ มีความพยายามที่จะดึงศักยภาพของเทคโนโลยีออกมาใช้ให้ได้มากที่สุด ผลก็คือ แม้เรื่องคุณภาพของข่าวในฐานะสื่อมวลชนแล้วอาจจะยังเป็นที่ถกเถียงกันได้ แต่สิ่งหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ก็คือ ในฐานะเว็บไซต์แล้ว นี่คือเว็บไซต์ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดเว็บหนึ่งของเมืองไทย

ข้อมูลจากทรูฮิตส์ยืนยันเรื่องนี้ได้อย่างชัดเจน จากข้อมูลปี พ.ศ. 2549 เว็บไซต์ ผู้จัดการออนไลน์ เป็นเว็บข่าวยอดนิยมอันดับ 1 ของเมืองไทย และอันดับ 3 ของเว็บทุกประเภท (เป็นรองเพียงเว็บบันเทิง-วาไรตี้อย่าง Sanook.com และ Kapook.com เท่านั้น) มาแล้ว 3 ปีซ้อน (2549, 2548, 2547) โดยมีเดลินิวส์ มติชน และคมชัดลึกเป็นเว็บข่าวที่ตามมาห่าง ๆ และถ้าดูจากสถิติแล้ว จะเห็นว่าผู้จัดการ ไล่จี้อันดับสองเข้าไปใกล้ขึ้นทุกที (ห่าง 53% ในปี 2547, 24% ปี 2548, และเหลือ 11% ในปี 2549) จนไม่แน่ว่าปีนี้หรือปีหน้า อาจจะไปอยู่อันดับสองของประเทศก็ได้

วันนี้เข้าเว็บผู้จัดการเข้าไปสำรวจอีกรอบ เจอบริการใหม่ ชื่อ Manager Go เป็นบริการหนังสือพิมพ์ฉบับย่อ ในรูปแบบอิเลกทรอนิกส์ (PDF) จัดรูปแบบหน้ามาสำหรับพิมพ์ออกทางกระดาษ A4 ได้พอดี - ดาวน์โหลด - ตามที่เค้าโฆษณาไว้ว่า “หนังสือพิมพ์ฉบับก่อนกลับบ้านจากผู้จัดการออนไลน์” - พระเจ้ายอด มันจ๊อดมาก

ระหว่างรถติด รอรถเมล์ หรือบนรถไฟฟ้า คุณสามารถหยิบไอ้เจ้าฉบับย่อนี่ขึ้นมาอ่านได้ทุกที่ — ไม่ต้องโหลด ไม่ต้อง sync ไม่ต้องมีพีดีเอ และไม่มีแบตหมด - ถ้าคุณเป็นวัยทำงาน (กลุ่มเป้าหมายของผู้จัดการ) ที่ทำงานคุณยังไงก็มีเครื่องพิมพ์! - เจ๋งไหม

นอกจากนี้ในฉบับ ยังมีแนะนำที่กินที่เที่ยวสั้น ๆ มีเกม Sudoku ให้เล่น และมีแทรกคูปองร้านค้ามาด้วย ยิ่งจูงใจให้คนพิมพ์ออกมาและพกติดตัว - และเป็นแหล่งที่มาของรายได้โฆษณา - ที่เห็นก็จะเป็นธุรกิจบริการพวก ฟาส์ตฟู้ด หรือเช่าหนัง ซึ่งก็ตรงกับลักษณะการใช้ชีวิตของวัยทำงาน/ในวันทำงาน

นวัตกรรมครับ เจ้าแรกของหนังสือพิมพ์ไทย

ถ้าเทียบกับเว็บไซต์ของ กรุงเทพธุรกิจ ซึ่งเป็นคู่แข่งกันในฉบับกระดาษแล้ว เว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจดูจะน่าสงสารเสียเหลือเกิน (สถิติปัจจุบันอยู่อันดับ 94 - ตกลงจากก่อนหน้านี้) ค่ายเนชั่นเองก็รู้ตัว และกำลังพยายามปรับปรุงเว็บไซต์อย่างหนัก รวมถึงพยายามดันบริการเว็บล็อก OKNation เหลือเกิน แต่จะสู้ค่ายผู้จัดการได้มั๊ยเนี่ย ถ้าเขาขยันคิดของใหม่ ๆ แบบนี้ออกมาเรื่อย ๆ สงสัยคนอื่นจะเป็นได้แค่ผู้ตาม

ฮ่ะ ๆ แต่เว็บข่าวประชาไทก็ท่าจะมาแรงนะครับ แม้ตอนนี้จะอยู่แค่อันดับ 122 แต่ก็พุ่งพรวดขึ้นมาจากก่อนหน้านี้ถึง 36 อันดับเชียว (แรงอย่างนี้นี่เอง เขาถึงคอยมาเตือนบ่อย ๆ) เดี๋ยวนี้มีฉบับภาษาอังกฤษแล้วด้วย

แบบนี้พอจะฝากความหวังให้ไปสู้กับนายใหญ่ค่ายผู้จัดการได้มั๊ยเนี่ย ? :P

technorati tags: , ,

2007-06-01

Prachatai now speaks English

Prachatai now offers news in English, with volunteer-based translation system.

Prachatai en

ประชาไทมีภาษาอังกฤษแล้วนะ
พร้อมระบบอาสาสมัครช่วยแปลข่าว “ภาษา-อาสา” (ซึ่งมี วีร์ เป็นผู้พัฒนาหลัก)

มีข่าวมาว่ารมต.ไอซีทีไม่สบายใจกับเว็บประชาไทเท่าไหร่ อยากจะให้ดูแลเป็นพิเศษ - พวกเราคงต้องช่วยกันดูแลเว็บนี้และรมต.เป็นพิเศษเช่นกัน

technorati tags:

2007-03-29

'a group of people'

สุดยอด!! (ห้าดาวใส่มงกุฏ ขีดเส้นใต้แดงสองขีด ป้ายไฮไลท์ด้วย)

'good guys' business

ประชาไท : “กมธ. เปิดช่อง ‘คณะบุคคล’ แก้ปัญหายามบ้านเมือง ‘วิกฤต’”
(Prachatai : Constitution Drafting Committee open a way for ‘a group of people ’ to solve the country ‘crisis’)

แบบนี้นี่มันโคตรวิกฤตเลยนะเนี่ย! :D

อัพเดท:
ประชาไท : ‘เดโช’ ค้าน ‘คณะยอดมนุษย์’ ในมาตรา 67 วรรค 2 เชื่อแก้ยึดอำนาจไม่ได้

technorati tags: , ,

2007-03-26

Newspapers24.com

Newspapers24.com - รวบรวมเว็บหนังสือพิมพ์ออนไลน์ หลายชาติ หลายภาษา (ทั้งหมดประมาณ 12,000 ฉบับ) มีภาษาไทยด้วย

[ผ่าน Rachanont]

technorati tags:

2007-01-22

l/awful

กฎหมายที่ถูกใช้ผิดวัตถุประสงค์บ่อย(ที่สุด?)

ถ้าอยากรู้ว่าเขา 'หมิ่น' กันยังไง เชิญสั่งซื้อหนังสือได้ที่ สำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกัน หรือลองถามตามแผงหนังสือ ผมเห็นที่ดอกหญ้าสยามสแควร์ กับ บุ๊คเชส สยามเช่นกัน

ดูกรณีข้อหา “หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ” ที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือกันบ่อย ๆ แล้ว ก็นึกไปถึง มาตรา 13 ในร่างพรบ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. .... กลัวจะออกมาอีหรอบเดียวกัน แล้วแต่ท่านเจ้าพนักงานเลย

จากวิกิพีเดีย: Lèse majesté:

Few countries still prosecute lèse majesté. One exception is Thailand, where social activists like Sulak Sivaraksa were charged with the crime in the 1980s and '90s because they allegedly criticized the King although the King in his 2005 birthday speech said he would not take lèse majesté charges seriously any more. Several high-profile cases were dropped. In September 2006, the leaders of a military coup accused prime minister Thaksin Shinawatra of lèse majesté; the Thai military is thought to be highly loyal to the king. Although the King is held in great respect by many Thais, he is also protected by lèse majesté laws which allow critics to be jailed for three to 15 years. Politician Veera Musikapong was jailed and banned from politics for lèse majesté, despite the palace's opinion that the remarks were harmless.

เอากฎหมายนี้มาเป็นเครื่องมือ ...รักในหลวงแน่หรือ?

technorati tags: , , ,

2007-01-06

SIIT News, December 2006

SIIT News, Vol. 11, No. 4, December 2006
a quarterly newsletter of Siridhorn International Institute of Technology, Thammasat University

highlights:

  • Further cooperation with Japanese universities, organizations
  • Faculty member receives the excellent paper award
  • Two articles by faculty member listed as ScienceDirect's Top 25 Most Downloaded
  • Alumni/students got Japanese government scholarships, Erasmus Mundus scholarship, etc.
  • Faculty promotion, New faculty members, Visiting faculty members, Exchange students

technorati tags: ,