นักแปล คือ ผู้ทำงานทางวัฒนธรรม (ผมยืมมาจากชื่อหนังสือ “ครูในฐานะผู้ทำงานทางวัฒนธรรม” - Teachers as Cultural Workers) เป็นผู้เชื่อมวัฒนธรรมที่แตกต่างกันเข้าหากัน ไม่ว่าจะแปลจากภาษาฝรั่งเศสไปเป็นเยอรมัน เยอรมันไปเป็นอังกฤษ หรือภาษาเฉพาะกลุ่มไปเป็นภาษาทั่วไป (จริง ๆ ก็ไม่ใช่แค่“นักแปล” ทุกคนที่แปลนั่นแหละ - การแปล คือ กิจกรรมทางวัฒนธรรม จะว่าแบบนี้ก็ได้)
สำคัญนะครับ แนวคิดจากวัฒนธรรมต่าง ๆ ที่ไหลเวียนหากันนี่ มันทำให้เกิดการปะทะสังสรรค์ของแนวคิด และเปลี่ยนแปลงโลกในทุกยุคสมัย แนวคิดปรัชญาธรรมชาติจากยุครู้แจ้งของสกอตแลนด์ พวกฮูม ไหลเข้าสู่เยอรมนี แนวคิดสัญญวิทยาจากฝรั่งเศส ไหลไปสู่เยอรมนี (จากที่ก่อนหน้านี้งานของพวกนิทเช่หรือคานท์ ก็ไปมีอิทธิพลต่อแนวคิดของฟูโกต์) แนวคิดของมาร์กซจากเยอรมนีไหลกลับไปสู่อังกฤษ (จากที่ก่อนหน้านี้แนวคิดของ อดัม สมิธ ก็ไหลไปมีอิทธิพลต่อแนวคิดของมาร์กซ) การไหลเวียนพวกนี้มันก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและวิทยาการทั้งนั้น มันมีการนำเข้าและปรับใช้เกิดขึ้นตลอดเวลา เฟืองเล็ก ๆ ที่สำคัญในกระบวนการนี้ คือการแปลครับ
การแปลข่าววิทยาศาสตร์เป็นเรื่องยาก ยิ่งได้ลองทำแล้วยิ่งได้รู้ว่ามันยาก เอาแค่เรื่องเดียวคือเรื่องศัพท์เทคนิค ที่พอไปค้นความหมายมาแล้ว เข้าใจว่ามันคืออะไรแล้ว ก็ยังต้องค้นต่อไปว่า เขาเรียกว่าอะไรในภาษาปลายทาง เช่น carbon nanotube ภาษาไทยเรียก ท่อคาร์บอนนาโน, nanowire เรียก ลวดนาโน หรือจะใช้ตัวสะกดแบบไหน ซึ่งค้นในพจนานุกรมก็ไม่มี ต้องไปหาแหล่งอ้างอิงจากที่อื่น และลำพังแปลจากภาษาต่างประเทศเป็นไทยเองก็ลำบากอยู่แล้ว ถ้าคิดจะสื่อสารกับคนทั่วไป ก็ต้องพยายามแปลไทยเป็นไทยอีกทีด้วย
มีโอกาสได้ลองในเว็บ foosci.com หลังจาก moleculark เอ่ยปากชักชวนทุก ๆ คน
- พืชจีเอ็ม ช่วยลดปริมาณยาฆ่าหญ้าในแม่น้ำ? - ชื่อสารเคมีที่พบว่ามีสะกดหลายอย่างมาก จนสุดท้ายไปพบ AGROVOC ขององค์การอาหารโลก และก็ใช้เป็นแหล่งเดียวในการอ้าง
- มี R C L และ M องค์ประกอบวงจรไฟฟ้าที่สาบสูญจะปฏิวัติโฉมหน้าอิเล็กทรอนิกส์ - ผมอ่านรอบแรกไม่เข้าใจว่ามันคืออะไร ก็ต้องไปอ่านข่าวเดียวกันจากหลาย ๆ ที่
- อียูส่งดาวเทียมทดสอบระบบนำทางกาลิเลโอ - ระหว่างค้นหาคำไทยของ GPS ก็พบว่า มันไม่ได้เป็นชื่อทั่วไป แต่เป็นชื่อเฉพาะของระบบของสหรัฐ ก็ต้องเสริมเรื่องนี้เข้าไปด้วย
ลองทำ ๆ ดูแล้ว ก็พบว่า เรื่องการสื่อสารวิทยาศาสตร์นี้เป็นเรื่องยากจริง ๆ (นี่แค่แปลจากแหล่งที่เขาไปหามาให้แล้วนะ ยังไม่ได้ต้องออกไปหาข่าวมาเขียนเอง) แม้จะรู้ว่าจะพูดอะไรแล้วก็เถอะ มันยังมีเรื่องว่าจะพูดยังไง แบบไหนอีก ให้กลุ่มเป้าหมายเข้าใจ แม้จะเป็นเรื่องที่ยาก แต่ยังไงก็เป็นเรื่องสำคัญ ถ้าเราอยากจะสร้าง “วัฒนธรรมวิทยาศาสตร์” แบบที่ไม่ใช่แค่ “วัฒนธรรมเทคโนโลยี” (ดู นิธิ เอียวศรีวงศ์, “ไฮเทคาถาปาฏิหารย์”)
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ก็เห็นความสำคัญตรงนี้ เลยตั้ง ศูนย์สื่อสารวิทยาศาสตร์ไทย (ThaiSMC) ขึ้นมาเป็นสะพานระหว่างนักวิทยาศาสตร์และสื่อมวลชน โดยมีจุดประสงค์เพื่อผลักดันสังคมไทยเป็นสังคมที่มีเหตุผลไม่งมงาย โดยจะมีกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การให้ข้อมูลและอบรมนักข่าวจากสื่อต่าง ๆ ให้เข้าใจวิทยาศาสตร์มากขึ้น และพยายามผลักดันเพื่อเพิ่มพื้นที่ข่าววิทยาศาสตร์ในสื่อ (แข่งกับพื้นที่ขอหวยงูสองหัว หรือมนุษย์ต่างดาวถุงลดไข้)
ของที่ทำดี ๆ ตอนนี้ ผมเห็นมีของ ผู้จัดการออนไลน์ (วิทยาศาสตร์) ครับ อัพเดทสม่ำเสมอ มีแบ่งหมวดหมู่ มีคอลัมน์พิเศษ ของเจ้าอื่นสู้ไม่ได้เลย (เพื่อนผมบอกว่าข่าวของผู้จัดการดีทุกด้านน่าอ่าน ยกเว้นอะไรที่เกี่ยวกับการเมือง) ที่เด่นอีกอันเป็นของ สำนักข่าวไทย (ข่าวเทคโนโลยี-วิทยาศาสตร์) โดยรวมสู้ของผู้จัดการไม่ได้ แต่มีวิดีโอคลิปให้ดูครับ เหมือนดูทีวีเลย เด่นกว่าตรงนี้ คือเรื่องบางอันมันยาก เห็นภาพเคลื่อนไหวแล้วเข้าใจง่ายกว่า ส่วนของ กรุงเทพธุรกิจ (ไอที-นวัตกรรม: วิทยาศาสตร์) นั้นข่าวน้อยมาก นาน ๆ มาที ประชาไท นี่ยิ่งไม่มีเลย
นอกจาก ThaiSMC แล้ว งานด้านการให้ความรู้วิทยาศาสตร์ทั่ว ๆ ไป ก็มี ศูนย์บริการความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (STKS) ซึ่งก็เป็นอีกหน่วยงานในสวทช. ดูแลอยู่เหมือนกัน
งานด้านการสื่อสารวิทยาศาสตร์นี้ ปัจจุบัน สวทช. เองก็สนับสนุนการจัดทำนิตยสารวิทยาศาสตร์อยู่หลายหัว เช่น “สนุกวิทย์” และ “Science in Action” ทำได้ดีเลยล่ะ น่าอ่าน แต่ปัญหาคือ ถ้าผมไม่ไปซื้อที่สวทช. ก็ไม่รู้จะไปซื้อที่ไหน มีปัญหาเรื่องการจัดจำหน่ายจริง ๆ ครับ มันก็เลยกระจายอยู่แค่ในวงจำกัด ไม่ได้อย่างที่ตั้งใจ (ถ้าหาซื้อไม่ได้ สามารถอ่านออนไลน์ได้ทั้งคู่ครับ - แต่ก็ต้องมีอินเทอร์เน็ต)
น่าเสียดายนะครับ นิตยสารดี ๆ เหล่านี้ รวมถึงหนังสือหลาย ๆ เล่มของสวทช.ด้วย ที่พิมพ์ออกมาแล้วก็กองอยู่ในร้านหนังสือสวทช. ไม่ได้มีโอกาสไปถึงมือคนที่สนใจ ผมเพิ่งได้หนังสือ “ท่องแดนวิทยาศาสตร์” มาเมื่อสัปดาห์ก่อน คนเขียนคือ ยงยุทธ ยุทธวงศ์ นักวิทยาศาสตร์ดีเด่นแห่งชาติ เขียนหนังสือดีครับ อ่านเพลินมาก ผมเพิ่งรู้ว่า ป๋วย อึ๊งภากรณ์ เป็นลุงของอ.ยงยุทธ ก็จากเล่มนี้ ... เล่มนี้ผมเคยเห็นแค่สองที่ครับ งานสัปดาห์หนังสือ (กรุงเทพ) กับที่ร้านหนังสือสวทช. (ปทุมธานี) ที่อื่นไม่เคยเห็นเลย ไม่รู้ว่าจังหวัดอื่นจะมีไหม น่าเสียดายนะครับ
เคยอ่านจากไหนซักที่ ไม่ แทนไท ก็ วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล นี่แหละ บอกว่าตัวเองอยากเป็นนักสื่อสารวิทยาศาสตร์ เอาใจช่วยครับ ทำได้ดีแน่ เขียนหนังสือเก่ง ๆ แบบนั้น
จะส่งเสริม วัฒนธรรมวิทยาศาสตร์ ก็ต้องหาคนมาทำงานด้านวัฒนธรรมครับ ทำเฉพาะด้านวิทยาศาสตร์อย่างเดียวไม่ได้
ลิงก์ไม่เกี่ยวข้อง: Translate.eipcp.net Beyond Culture: The Politics of Translation โครงการวิจัยของ European Institute for Progressive Cultural Policies
technorati tags: science communication, science culture, science news, translation
