ย้ายบล็อกไปที่ bact.cc แล้วนะครับ

พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
หยุด ร่างพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
พื้นที่เก็บข้อมูลออนไลน์ ฟรี 2GB จาก Dropbox (sync กับ Windows, Linux, Mac, iPhone, Android ฯลฯ ได้)
Showing posts with label friends. Show all posts
Showing posts with label friends. Show all posts

2008-05-24

a message from Potsdam

Got an e-mail from Potsdam yesterday. Thank you.

Thank you Manfred Stede, Heike Bieler, Stefanie Dipper, and all the nice people at Applied Computational Linguistics Lab, Uni Potsdam.

While of course there were difficult days I spent there, all everything in sum is a good pleasure memory. Parts of the current mine were built there. A little building covered with snow in an always-under-construction campus, with a small train station that always put me to the run (or else wait for another one hour). People in the canteen. That creamy yogurt dessert. Table knocking in the seminars. Beach volleyball behind the building. Miss all thing Golm.

technorati tags:

2008-02-03

la la la la

เพิ่งกลับจากรับน้องภาค

ไม่ได้ไปมานานมากแล้ว ก่อนหน้านี้ไปทุกปีเลย จนกระทั่งไปเรียนต่อ ก็ไม่ได้ไปอีกเลย

มีพี่ ๆ บัณฑิตไปกันเยอะแยะ ทั้งบัณฑิตสด ๆ และบัณฑิตแก่ ๆ
น้องไอทีรุ่น 12 เรารุ่น 2 พอบอกรุ่นไป ทั้งห้องร้อง หู~~~ ... เสีย self ไปพักนึง

ฝนตกทั้งเช้าทั้งเย็น ก็เลยไม่ค่อยได้ทำอะไรกันเท่าไหร่
วันแรกไปถึงก็เที่ยงคืนกว่า กินเหล้าคุยกันถึงเช้า เรียกน้อง ๆ มา 'รับแสง' ('ประเพณี' ที่เกิดขึ้นอย่างบังเอิญ ๆ จนไม่น่าเชื่อว่ามันจะยังเหลือรอดมาถึงทุกวันนี้ เหมือนกับเกมหลาย ๆ อย่าง ที่เมื่อก่อนเป็นไง เดี๋ยวนี้ก็แทบไม่ต่างไปเท่าไหร่)
ได้นอนตอนเจ็ดโมงกว่า ตื่นมาไม่รู้ตอนไหน เห็นฝนตก ก็เลยนอนต่อ ตื่นอีกทีก็บ่ายสามโน่น อดกินข้าว ต้องรอรอบเย็น

ตอนดึกก็เปิดใจ บายศรีอะไรไปตามเรื่อง (ภาคบังคับ) แล้วก็บาร์บีคิว กินเหล้า (ภาคบังคับกว่า) และเปิดตัว 'octopus' the killer
ร้องเพลงเฮฮาไปเรื่อย แบบว่าหายไปนาน เต็มที่เต็มที่ ซักพักฝนก็ตกอีก ต้องหลบ ๆ มารวมกันอยู่ในเตนท์
อยู่กันจนตีห้าโน่นละมั้ง แล้วก็แยกย้ายกันไปตอนฝนมันซา ๆ อีกรอบ

ตื่นเที่ยง เพราะต้องเช็คเอาท์ ไม่งั้นคงนอนยาวอีก
ตอนลงมากินข้าวต้ม น้องทัก หมดศรัทธาแล้วว่ะพี่ มาดทีเอหายหมด เราบอก เออดี จะได้ขำ ๆ
ถ่ายรูปหมู่ ขึ้นรถ กลับบ้าน

ขากลับฝนตกหนักอีก น้ำท่วมในที่พักมอเตอร์เวย์ สงสารร้านค้าตรงหัว ๆ และท้าย ๆ เพราะน้ำมันท่วมจนปริ่มฟุตบาท ลูกค้าหายหมด ไม่อยากเดินมา พนักงานร้านกาแฟดิโอโร่ยืนมองกระจกออกมาข้างนอกหน้าร้าน ไม่มีลูกค้า เขาน่าจะทำระบบระบายน้ำดี ๆ หน่อย

เหนื่อย ตอนแรกว่าจะไปนอน ๆ ชิล ๆ เพราะอาทิตย์ที่ผ่านมาเหนื่อยมาก ไม่ค่อยได้นอน แต่ก็สนุกดี เป็นการพักผ่อนเหมือนกันล่ะน่า แม้จะโหดไปหน่อย :)

technorati tags: ,

2008-01-20

PingMag

เพื่อนที่โรงเรียนแนะนำนิตยสารออนไลน์มาในอีเมลกลุ่ม น่าสนใจจริง ๆ :)

ตัวนิตยสารก็น่าสนใจ

PingMag - The Tokyo-based magazine about “Design and Making Things”

ออกแบบ สถาปัตย์ ดนตรี ศิลปะ กราฟิก ไทโปกราฟี ถ่ายภาพ อนิเมชั่น หนัง งานฝีมือ แฟชั่น สตรีทอาร์ต เทคโนโลยี — 2 ภาษา ญี่ปุ่น อังกฤษ

ตัวคนแนะนำก็น่าสนใจ

มันจบรัฐศาสตร์ เราชอบคิดว่ามันเป็นบุคคลกึ่ง ๆ ไร้ประเทศ ได้ทุนวิจัยไปโน่นมานี่เรื่อย แต่เหมือนจะเน้นญี่ปุ่นเป็นพิเศษ ตอนนี้น่าจะอยู่เมืองไทย อยู่โอกินาวา! พี่ชายมันเคยเป็นพิธีกรรายการ “จิ๋วแจ๋วเจาะโลก” (คู่กับอดีตบก.ออนไลน์ ONOPEN) และนี่ก็เป็นเหตุให้เพื่อน ๆ แซว ๆ มันอยู่ช่วงนึง เพื่อน ๆ ไม่ค่อยได้เจอมันเท่าไหร่ จะติดต่อก็คือออนไลน์ มีความรู้สึกว่ามัน very zen อาจจะหน่อย ๆ ตั้งแต่เรียนแล้ว แต่เพื่อน ๆ รวมทั้งเรา อาจจะไม่ได้สังเกต บุคลิกมันเฮฮา ๆ แต่ก็เหมือนจะคิด ๆ อะไรอยู่ตลอดเวลา เรียนห้องวิทย์มาอยู่ดี ๆ พี่ก็ผ่าไปเอ็นรัฐศาสตร์ ได้ที่หนึ่งของประเทศอีกด้วยแหนะ ดูจะเป็นคนที่แหวกที่สุดในรุ่นของเราตอนเอ็น ขณะเดียวกัน ก็น่าจะเป็นคนที่ชัดเจนที่สุดคนหนึ่ง

ตั้งใจโพสต์เรื่องนิตยสาร สุดท้ายมาลงที่เพื่อน

แต่เขียนเรื่องดี ๆ ถึงเพื่อนดี ๆ จะเป็นไรไป

technorati tags: , ,

2007-12-08

looking for web automation tool

เว็บที่ดูแลอยู่ เช่าพื้นที่จาก Micfo.com ล่มเมื่อสองสามวันก่อน แล้วพอกลับมาอีกที ข้อมูลในฐานข้อมูลก็หายไปหมดเกลี้ยง

ฝ่ายซัพพอร์ตทำงานได้ห่วยมาก ตอบอีเมลแต่ละฉบับเหมือนขอไปที บอกมาได้ว่า “ไม่มี backup” โคตรโกรธ เมื่อก่อนไม่เป็นแบบนี้ พอล่มเมื่อไหร่ ยังไงก็ยังกลับมาได้เหมือนเดิม มี backup ให้ตลอด

ใครกำลังคิดจะใช้บริการ Micfo.com กรุณาคิดอีกที

พยายามจะกู้บล็อกคืนมาให้เพื่อน (ตัวเองก็เสียดายด้วย มีเรื่องน่าอ่านอยู่เยอะ) ทางหนึ่งที่พอไหวคือ ไล่ก๊อปปี้มาจาก Google cache แต่มันเยอะมาก น่าจะเกินพันได้ (ซึ่งเป็นเรื่องดี) ก๊อปไปได้แค่สามสิบอันก็เมื่อยแล้ว

มีใครพอจะแนะนำเครื่องมือ/ภาษาสคริปต์ที่ทำพวกนี้ง่าย ๆ บ้างครับ ผมไม่เคยเขียนอะไรทำนองนี้เลย พวก web scraping เนี่ย

ลักษณะของงานไม่มีอะไรมาก

  1. ไปที่หน้า Google cache ที่กำหนด
  2. ไล่ดาวน์โหลดลิงก์ที่อยู่ใต้ข้อความ “Cached” ให้หมด
  3. ไปหน้าถัดไป (เปลี่ยนค่า start ใน url)
  4. ถ้ายังมีหน้าถัดไปที่ว่าอยู่ ก็ทำ (2) อีกรอบ วนไปเรื่อย

cURL นี่ไหวมั๊ย หรือมีง่ายกว่านี้ ? เดี๋ยวคืนนี้จะลองดู

ป.ล.1 ส่วนเว็บบอร์ด น่าจะยากกว่า เฮ้อ

ป.ล.2 เบื่อ “สดศรี สัตยธรรม” และ “ผู้มีคุณธรรมสูง” ทั่วฟ้าเมืองไทย

technorati tags:

2007-05-13

Fall on deaf heart

Fall on Deaf Ears - May 2007 - party by Vajira

เชียงใหม่ฝนตก สอง

1:49
(คืนวันเสาร์ เช้าวันอาทิตย์)

กลับมาถึงบ้านมิเชลแล้ว

การมาเชียงใหม่ครั้งนี้ ไม่ได้มีอะไรเลวร้ายจนเกินไปนัก - เพื่อนบางคนเป็นห่วง

ออกจะสนุกเสียด้วยซ้ำ

ผมได้พบอีกครั้ง หลังจากลืมไปเสียนาน ว่าเพื่อนนั้นเป็นอะไรที่สำคัญเหลือเกิน และดูเหมือนจะช่วยบรรเทาสารพัดสิ่งให้เราได้ แน่นอน ไม่มีใครแก้ปัญหาอะไรให้เราได้
แต่เพียงเมื่อมีความรู้สึกว่า มีใครรับฟังเรา และพยายามจะเข้าใจเรา เท่านั้นมันก็เป็นกำลังใจอย่างมากแล้ว สำหรับเราที่จะผ่านปัญหาต่าง ๆ ด้วยตัวเราเองต่อไป

อันที่จริงแล้ว ผมรู้ในข้อสำคัญนี้มานานแล้ว เหมือนที่ใคร ๆ ต่างก็รู้ - เพื่อน

หากแต่บางชั่วยามที่เผลอไผล ใจมันก็หวังจะเปลี่ยนเพื่อนที่ใกล้ชิดให้กลายเป็นอื่นไปเสีย

ซึ่งก็ได้พบแล้วว่า มันไม่ใช่เรื่องที่เข้าท่าเท่าใดนัก

วันนี้ที่ร้านขันอาษา ใกล้ประตูช้างเผือก

เมี๊ยะ รุ่นน้องที่มหาลัย มาเที่ยวด้วยกันเป็นเพื่อน
เธอมาจากลำปาง วันรุ่งขึ้นจะมาทำฟันพอดี

วชิราบรรเลงแผ่น ผู้คนมากมายยิ้นแย้มโอภาปราศัยเป็นมิตร เราเอาความสุขมาแบ่งปันกันที่นี่

ก่อนหน้านี้ หลังจากนี้ ใครบางคนอาจมีทุกข์ปัญหา วาระที่ต้องขบคิดกังวล
แต่ในช่วงสามสี่ชั่วโมงที่เราใช้จ่ายด้วยกัน แบบหมู่คณะ
ดูเหมือนมันจะฟื้นฟูพลังงานบางอย่างในตัวเราคืนมา

Fall on Deaf Ears atmosphere

เสียงดนตรีที่พอใจ และบรรยากาศความสนุก
ผมเต้นและกระโดด โลดแล่นบนพื้นและในความคิด
ปากตะโกนร้องเพลงอย่างไม่คิดจะเก็บไว้
คนควบแผ่นดูเหมือนจะชอบโมเดิร์นด็อกและสครับบเป็นพิเศษสำหรับคืนนี้

พรุ่งนี้ผมจะกลับกรุงเทพอย่างมีความสุข

และหวังว่าเพื่อน ๆ ทุกคนจะมีความสุขสบายใจเช่นกัน
สิ่งที่เป็นระยะเวลานานแล้ว ที่ผมไม่สามารถให้คนรอบข้าง หลายคน รู้สึกได้
คงเหมือนการเล่าเรื่องตลก ยิ่งคุณพยายามทำให้ขำ ยิ่งไม่ขำ

พรุ่งนี้ผมจะกลับกรุงเทพอย่างเป็นธรรมชาติ หวังว่าอย่างนั้น


ป.ล. Fall on Deaf Ears จะไปเล่นที่กรุงเทพ วันที่ 15 มิถุนานี้ ที่ร้านปลาดิบ พหลโยธิน บีทีเอส อารีย์ ตามข่าวได้ที่ iamvajira.blogspot.com เขาว่าถ้ามีเสื้อลายขวางก็ใส่ไป


เชียงใหม่ฝนตก: หนึ่ง สอง สาม สี่

technorati tags: , ,

2007-04-30

you are what you love

ในหลาย ๆ ครั้ง ผมมักจะทำอะไรไม่เข้าท่าเข้าทางอยู่เสมอ

พูดไม่ดีบ้างล่ะ ถามคำถามที่ไม่ควรถามบ้างล่ะ แสดงออกไม่ถูกกาละเทศะบ้างล่ะ

โดยเฉพาะกับคนใกล้ตัว - คนที่ผมห่วงความรู้สึก

เหมือนกับบางที ยิ่งห่วงความรู้สึกเขามาก ก็ยิ่งอยากรู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่ และนั่นกลับยิ่งทำให้อะไร ๆ มันแย่ลง

ห่วงให้น้อยกว่านี้ ห่างให้มากกว่านี้ - เขามีโลกส่วนตัวของเขา ที่ถ้าเราไม่เข้าใจ ก็ไม่ควรจะเข้าไปให้เขาไม่สบายใจ

ห่าง แต่อย่าหายไปเลย

...

หัวใจผมบีบตัวแปลก ๆ เรียกร้องความสนใจ เหมือนจะเตือนว่ามันยังคงอยู่ตรงนั้น ที่ ๆ มันเคยอยู่มาตลอด ไม่เคยไปไหน

ใช่ หัวใจของผม ยังไงมันก็ยังเป็นของผม — ผมมีความสุขดี

Charlie: How come you looked so happy?

Donald: I loved Sarah, Charles. It was mine, that love. I owned it. Even Sarah didn't have the right to take it away. I can love whoever I want. ... You are what you love, not what loves you. That's what I decided a long time ago.

(จาก Adaptation. ที่ได้ดูซ้ำเมื่อวาน)

technorati tags:

2007-04-24

The Beginning of Forever!

ยินดีกับพี่ภัทรและคู่ชีวิตด้วย (partner - ไม่รู้จะใช้คำว่าสามีหรือภรรยา)

anpanpon ถ่ายรูปไว้ ใช้ชื่อชุดว่า
The Beginning of Forever

gooisbun ทำหนังให้พี่เค้าด้วย เอาขึ้น YouTube เรียบร้อย ทุก ๆ คนที่นั่นได้ดู ... ยกเว้นเรา

technorati tags:

2007-04-04

I love my friend

เว็บล็อก เป็นพื้นที่กึ่งส่วนตัว-สาธารณะ

เราเคยหัวเราะระหว่างบทสนทนาในโทรศัพท์

ผ่านไป ชีวิตมีอะไรอีกมากมายที่ต้องทำ สิ่งต่าง ๆ เข้ามา เลี่ยงได้ และเลี่ยงไม่ได้

ผมไม่ได้โตขึ้นนักในเวลาที่ผ่านไป ถ้าจะพูด
บริโภคอดีต ลอยในปัจจุบัน ฝันถึงอนาคต - เป็นอนาคตที่ไม่ชัดเสียที เพียงแต่ได้คิด

ผมถามไถ่เธอว่า “สบายดีไหม” บ่อยขึ้น และปรับทุกข์กับเธอบ้างบางโอกาส

...

และเราเป็นเพื่อนกัน

technorati tags:

2007-03-30

It's Gay Time!

สองสามวันก่อน เพื่อนบอกว่า มีน้องชมรมมัน (ซึ่งเป็นน้องภาคผมด้วย) ถามมันว่า ..
ผมเป็นเกย์รึเปล่า ?

มายังไงวะ - -"

งั้นขอตอบแบบเอาใจเกย์:

“ผมเป็นคนไทยคนหนึ่ง รักชาติบ้านเมือง คิดว่าอยากทำอะไรให้ชาติบ้านเมืองเข้มแข็ง ก็จะทำ”

แน๊ะ! แทงกั๊กอีก!

เอาให้ชัด ๆ ดีกว่า - ไม่ได้เป็นครับ


เมื่อเช้าได้รับอีเมลจากพี่ภัทร:
วันที่ 14 เมษานี้ พี่ภัทรจะแต่งงานแล้ว!
หนุ่มสาวชาวเมืองหมี เชิญไปร่วมเป็นสักขีพยานกันได้
11:30 น. ที่ ศาลาเมืองเบอร์ลิน-พันโค (ชื่อไทย ๆ ดีมะ? :P) - “Cityhall of Berlin von Pankow”
ยินดี(ทางไกล)กับเจ้าบ่าวทั้งคู่ด้วย! :)

technorati tags: , ,

2007-03-23

Untitled 2006.12.15

(ผมเขียนเรื่องนี้เมื่อราวตีหนึ่ง เดือนธันวาปีก่อน 2006.12.15 แต่ทำไปทำมา พิมพ์แล้วก็ไม่ได้เอาลงบล็อก หยุดไว้แค่ที่เป็นดราฟท์ วันนี้ไปค้นมาลงละกัน ไม่ได้แก้อะไรเพิ่ม - กล้องที่ว่าเจ๊งในบรรทัดแรก ก็ซ่อมเสร็จแล้ว เพื่อนที่แสนดีเอามาให้ที่บ้านเมื่อวานนี้เอง)

 


 

กล้องผมเจ๊งมาได้ซักพักละ เดือนนึงได้มั้ง

เมื่อกล้องเจ๊ง ความอยากเดินไปไหนไหนที่ไม่เคยไปก็ลดลงไปหน่อยนึง บวกกับเวลาที่ว่างน้อยลง งานเริ่มจะเยอะขึ้น สารพัดข้ออ้าง ... ในที่สุด กรุงเทพของผม ก็หดลงมาเหลือเท่าเดิม เท่าที่ผมเคยอยู่กับมันเมื่อสามสี่ปีก่อน บ้าน ที่ทำงาน สยาม ที่ทำงาน บ้าน สยาม ท่าพระจันทร์บางครั้ง ถนนพระอาทิตย์บางหน ใบเมี่ยงนาน ๆ ที และท่องหล่อยามใจแตก ... เมื่อพื้นที่ลด มิติหด ใจบางส่วนก็หายไปด้วย

สถานะของการเพิ่งกลับบ้านเกิดเมืองนอน หมดความสดไปเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้ผมกลับมาเป็นพลเมืองของกรุงเทพมหานครอย่างเต็มตัว โอเค แม้สิทธิบางอย่างของผม และแน่นอน ของคุณ ๆ ด้วย จะหดหายไปบ้างในช่วงนี้ แต่ก็ช่างมันเถอะ เอาเป็นว่า ผม(เรา?)ยังเป็นพลเมืองอยู่ เนื่องจากผมอยากเป็นอย่างนั้น

เมื่อวานนี้ที่มช.โทรมา ถามว่าตกลงได้งานที่ไหนรึยัง ทำนองว่าเค้าจะรับแล้วล่ะ ... สายไป ผมมาทำงานที่มธ.ซะแล้ว ความคิดที่จะไปเป็นคนเมือง (ในความหมายว่า คนเชียงใหม่) ก็ต้องพักลงไป อย่างน้อยก็ชั่วคราว ตามสัญญาโครงการ 1 ปี ... แน่นอนว่าเสียดาย ผมอยากไปอยู่แถวนั้น เอาน่ะ ถ้าอยากจะไปเสียอย่าง ยังไงเดี๋ยวก็หาโอกาสใหม่

จากประสบการณ์แวบไปแวบมา อยู่สองครั้ง ครั้งละหนึ่งวัน ผมชอบขนาดของเมืองเชียงใหม่ มันไม่ใหญ่เกินไป และมีทุกอย่าง เท่าที่ผมจะนึกออกและต้องการ

กรุงเทพนั้น ตามจริงแล้วเป็นเมืองที่ดี เป็นเมืองผมรัก โดยเฉพาะถ้าผมไม่ต้องทำงาน ในความหมายว่างานประจำ ที่ต้องเข้าออกงานตามเวลาที่คนส่วนใหญ่เข้าออก สิ่งที่ทำให้ความน่ารักของกรุงเทพลดลงไปบ้าง จนบางทีหงุดหงิด นั้นก็คือ จราจรที่เหมือนจลาจล ติดขัด และควันพิษ หากการเดินทางในกรุงเทพมีทางเลือกมากกว่านี้ สะดวกสบายกว่านี้ นี่คือเมืองในฝันของผม (ผมไม่ค่อยฝันถึงเมืองอื่นบ่อยนัก อาจจะเพราะกลัวหลงทาง) การจะรักกรุงเทพเพิ่มขึ้นได้ง่าย ๆ อย่างนึงคงเป็นการใช้ถนนในกรุงเทพในช่วงเวลาที่คนอื่นใช้น้อย ๆ

วันสองวันนี้ ผมเริ่มคิดอีกครั้งว่า กรุงเทพนั้นเหนื่อยเกินไป เพื่อนผมที่เชียงใหม่ก็ว่า จริงอยู่บ้าง แต่ไม่ทั้งหมด ผมจะไปโทษกรุงเทพอย่างเดียวคงไม่ได้ จริง ๆ แล้ว บางกะดี (ที่ทำงานผม) นั้น อยู่ปทุมธานีต่างหาก เดินทางข้ามจังหวัด ด้วยขนส่งมวลชน คงจะต้องเหนื่อยล่ะ

เมื่อวานนี้ผมกลับถึงบ้านราวสี่ทุ่มครึ่ง โทรหาเพื่อนที่เชียงใหม่ หากจะถามว่า มีเรื่องคุยอะไรหรือ คงไม่มี โทรไปเพราะอยากคุย คุยอะไรก็ได้ แต่ด้วยความเหนื่อย หรือความล้า หรืออะไรซักอย่าง ผมคุยไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าใดนัก ถามไถ่สบายดีไหม ร้านเป็นอย่างไรบ้าง ดูแลตัวเองนะ หายเร็ว ๆ ไม่มีอะไรมากน้อยกว่านี้นัก ถามคำถามที่ฟังดูซ้ำซาก จนกลัวคนถูกถามจะเบื่อ แต่ก็รักที่จะถาม เหมือนเคยเคยทุกครั้ง

เมืองเชียงใหม่นั้นไม่ได้ไกลเลย หากบินไป ในบางวันยังเร็วกว่าไปธรรมศาสตร์รังสิตเสียอีก แต่ด้วยอะไรบางอย่าง บางครั้งผมก็รู้สึกว่า เพื่อนที่เชียงใหม่นั้นไกลเหลือเกิน ไกลกว่าเมื่อครั้งผมอยู่เบอร์ลินเสียอีก

มีความคิดถึง

เป็นธรรมดา จริงแล้วผมก็คิดอย่างนี้ ที่คนเราแต่ละคนก็ต้องมีหน้าที่ที่ต้องทำต้องรับผิดชอบ บางอย่างนั้นเลือกไม่ได้ แต่เมื่อจำเป็น ก็ต้องทำ เมื่อทำแล้ว ก็ควรจะทำให้ดีที่สุด หากเพื่อนเราคนไหนจะไม่ค่อยว่าง ด้วยเหตุอันใดก็ตาม เราควรจะเข้าใจ ไม่ เราต้องเข้าใจ แต่ละคนก็มีชีวิต มีเวลา 24 ชม.เท่ากันกับเรา ที่จะจัดการ มีเงื่อนไขเรื่องงาน เรื่องครอบครัว ฯลฯ ต่างกันไป

ผมเองก็ยุ่งบ่อย ๆ ลืมและละเลยคนรอบข้างไปก็หลายครั้งหลายคนหลายหน แต่บางครั้งก็ไม่ได้ตั้งใจจะลืมหรือละเลย เพียงไม่รู้จะแสดงออกอย่างไรให้เหมาะกับโอกาส หรือไม่ก็มีเวลาที่ไม่ตรงกัน

แม้จะเข้าใจ แต่ความเหงานั้นย่อมเกาะกินคนป่วยโรคนี้อยู่ตลอดเวลา

หากจอมมีคนรัก คนรักของจอมคงจะต้องเป็นคนที่วิเศษและพิเศษมากแน่ ๆ เมื่อผู้ป่วยโรคเหงา ผู้รักความเหงา อยากจะมีคนรัก มันก็เป็นความขัดแย้งในตัว

สุดท้าย ที่ผมคิดว่ามันเกิดกับผมตอนนี้ก็คือ เมื่ออาการนิยมเหงาเกิด ผมก็อยากอยู่คนเดียว เมื่ออาการนิยมเหงาหาย ผมก็อยากไปเที่ยวกับใครซักคน คุยกับใครซักคืน พิจารณาแล้ว มันคือ ความเห็นแก่ตัว เป็นแน่

ก็เมื่อ เห็นแก่ตัว ก็จงกลัวเถิดที่จะรัก

 


tags: | |

2007-03-22

lines the dots

(เหตุการณ์สมมติ)

เงียบดีจริง

ห้องที่ไม่สามารถบ่งบอกได้ว่า เรากำลังอยู่ที่ไหน

ถ้าไม่นับสติ๊กเกอร์ประหยัดไฟเบอร์ห้าที่ตู้เย็นข้างหน้า
และรายละเอียดปลีกย่อย อย่างชนิดของเต้าเสียบปลั๊กไฟ

จากลักษณะเครื่องเรือน และกลิ่นอายบางอย่างแล้ว
เราพอจะพูดได้ว่า ห้องนี้ อยู่ที่ไหนก็ได้ในเอเชีย
โชคร้ายนิดหน่อย ถ้าจะนับไชน่าทาวน์ด้วย ห้องนี้ อยู่ที่ไหนก็ได้ในโลก

รอบห้องสี่เหลี่ยม มีหน้าต่างเพียงบานเดียว มองออกไปมีแต่ความมืด
เนื่องจากความมืดสนิทนั้นเป็นสากล ดังนั้นมันจึงไม่มีประโยชน์ในการบ่งชี้

ผมนั่งอยู่บนเตียง
เครื่องคอมเครื่องนี้ หอบหิ้วมาจากกรุงเทพ วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียง

โต๊ะข้างเตียง ในความหมายว่ามันคือ โต๊ะ-ที่อยู่-ข้างเตียง
ว่ากันโดยลักษณะแล้ว มันไม่ใช่โต๊ะข้างเตียงอย่างที่คนทั่วไป (รวมทั้งตัวผมเอง) จะจินตนาการถึง
แต่โต๊ะข้างเตียง (เอ๊ะ หรือ โต๊ะหัวเตียง ?) ที่มีอยู่ในห้องนี้มันเตี้ยเกินไป วางคอมแล้วใช้ไม่ถนัด
ผมเลยลากเอา โต๊ะเครื่องแป้ง (เดาว่าอย่างนั้น มันอยู่หน้ากระจก) มาวางข้างเตียงแทน

สุดท้ายแล้ว คำเรียกขาน ไม่เคยจำกัดประโยชน์ใช้สอยของสิ่งใดได้ หากผู้ใช้ไม่ไปจำกัดมันเสียเอง

 

เป็นการคุยโทรศัพท์ต่อเนื่องครั้งมโหฬารของผม ในรอบ ไม่รู้เหมือนกัน นานทีเดียวล่ะ
ก่อนที่จะทำงานนิดหน่อย เข้าห้องน้ำ แล้วมาพิมพ์ข้อความถึงตรงนี้

ผองเพื่อนทั้งหลาย ต่างเดือดร้อนกันถ้วนหน้า - ห้าราย ไม่รวมน้องชาย ที่ไม่รับสาย - เสียงเพลงคงดัง

มีเรื่องไม่สบายใจ ซึ่งสาเหตุมาจากตัวผมเองทั้งสิ้น เรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ นั่นแหละ จะมีอะไร

สุดท้ายที่ที่เลือกจะเดินทางมา ก็คือที่นี่

สถานที่นั้น ถึงตั้งแต่เมื่อบ่ายแล้ว เร็วกว่านั่งรถกลับบ้านเสียอีก
ส่วนคนนั้น คงยังไม่ถึงแน่

ในหลายครั้ง ผมมักพูดว่า ผมเดินทางไปสู่ผู้คน ไม่ใช่สถานที่

สำหรับจุดหมายนี้ ทางน่าจะยังอีกไกล หรืออาจจะไม่มีวันถึงเลยก็ได้

 

อยู่ดี ๆ ผมก็มาเชียงใหม่
คิดได้เมื่อตอนเช้า

อยากมาจัด ๆ รอบหนึ่ง เมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมานี่เอง
แต่คิดอยู่หลายรอบ คงไม่เหมาะ ไม่ดีกว่า
จนกลางดึกเมื่อคืน ก็เริ่มคิดอีก
จนเมื่อเช้า ตื่นขึ้นมา เฮ้ย ไปว่ะ

ตอนบ่ายก็อยู่ที่นี่เสียแล้ว

 

ทุกการเดินทางไปหา มีการเดินทางออกจาก ครั้งนี้ก็เหมือนกัน

ในกราฟ มี จุด และ เส้น เชื่อมกัน เป็นเครือข่าย
การเดินทางในกราฟ ก็คือการเดินจากจุดหนึ่งไปจุดหนึ่ง ผ่านทางเส้นที่เชื่อมจุดสองจุดนั้นอยู่
ในไฟไนต์เสตทแมชชีน ลักษณะเช่นนี้ คือ ทรานสิชั่น - การเปลี่ยนผ่าน
การเปลี่ยนผ่าน ไม่เพียงจะเป็นการเดินทางไปสู่จุดหนึ่ง และออกห่างจากจุดหนึ่งเท่านั้น แต่ทุกการเปลี่ยนผ่านในไฟไนต์เสตทแมชชีน ยังหมายถึงการเลือก เลือกว่าจะเดินผ่านทางเส้นไหน
เส้นที่เลือกนี้อาจจะนำไปสู่จุดคนละจุดกัน หรือนำไปสู่จุดจุดเดียวกันก็ได้

ในบางครั้ง เมื่อเจอช่วงชีวิตที่ไร้ทางเลือก นั่นก็คือเราเดินทางมาถึงจุดที่มีเส้นเชื่อมออกไปเพียงเส้นเดียว
ส่วนจุดที่ไม่เส้นเชื่อมออกไปเลยนั้น ใช่แล้ว มันคือจุดจบนั่นเอง

กราฟชีวิตของคนเรา น่าจะเป็นกราฟอวัฏจักรระบุทิศทาง เพราะเราไม่สามารถย้อนเวลากลับไปในอดีตได้

หากเรามองเห็นกราฟชีวิตของตัวเองทั้งหมดล่วงหน้า
การเปลี่ยนผ่านแต่ละครั้งคงจะง่ายดาย คำนวณมัน ชั่งน้ำหนักมัน ไปตามทางที่เราเห็นว่าดีที่สุด

(จะเรียกว่าโชคชะตาก็ได้ การเลือกทางเดินนี้ ไม่ได้มาจากการตัดสินใจของเราเองทั้งหมด
เช่น หญิงสาวคู่ขนานใน Sliding Doors เดินทางสองทางที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง ด้วยเหตุว่ามีเด็กคนหนึ่งวิ่งมาชนเป็นจุดผลิกผัน อย่างไรก็ดี ทางทั้งสองที่แสนจะต่างกันนั้น กลับมาบรรจบที่จุดที่ใกล้เคียงกันอย่างน่าประหลาด-น่าเศร้า)

จุดที่สำคัญในกราฟชีวิตนี้ อาจจะเป็นจุดที่แบ่งแยกกราฟออกเป็นกราฟย่อย ๆ ที่แยกออกจากกันอย่างเด็ดขาด
นั่นคือ ณ จุดสำคัญนี้ เมื่อเลือกเดินไปตามเส้นใดก็ตาม จุดและเส้นหลังจากนั้น จะไม่เหมือนกับจุดและเส้นที่อยู่หลังเส้นอื่น ๆ ที่เหลืออีกเลย - ไม่มีทางที่จะไปบรรจบกันอีก ณ จุดอนาคตใด ๆ

ทุกชั่วขณะ เรามองเห็นก็แต่จุดปัจจุบันและเส้นที่เชื่อมออกไปจากจุดปัจจุบันนี้เท่านั้น
จุดและเส้นต่าง ๆ ในอดีต อาจเป็นบทเรียนให้เราได้
แต่ท้ายที่สุด ไม่มีอะไรประกันได้ว่า จุดและเส้นในอนาคต จะเป็นไปในลักษณะที่คาดหวัง มีความไม่แน่นอนเสมอ

แต่ไม่ว่าจะอย่างไร เมื่อถึงตา ก็ต้องเดิน

ด้วยรู้จากการสังเกตว่า กราฟชีวิตของเราทุกคนนั้น ต่างทับซ้อน หรือ ใช้จุดและเส้นร่วมกัน อยู่ในบางส่วน

หวังว่าเส้นข้างหน้านี้ จะนำไปสู่จุดที่คนคนนั้นกำลังเดินทางเข้าสู่เช่นกัน

ทางใครทางมัน ไม่ต้องเดินเส้นเดียวกัน ขอเพียงได้ไปสู่จุดเดียวกัน ให้มากครั้งที่สุด นั่นก็วิเศษสุดแล้ว

technorati tags: , ,

2007-01-06

blog tag

เขา ๆ ๆ เล่นกัน — “blog tag” บล็อกแท็ก

เนื่องจากโดนแท็กมา (โดย keng, iTeau, deans4j , และ lulu) ตามกติกา เราต้องแท็กต่อไป เป็นแชร์ลูกโซ่ MLM work@home บล็อกได้จากที่บ้าน ไม่กระทบงานประจำ บอกเล่าเรื่องของตัวเอง 5 ข้อ และแท็กต่อไป 5 ราย เป็นอันเสร็จพิธี, เริ่ม:

เกี่ยวกับผม

  1. เริ่มหัดเขียนโปรแกรมด้วย dBase III Plus, สมัยนั้นเห็นใครเขียน Clipper แล้วคอมไพล์เป็น .exe ได้จะทำตาลุกวาว โห เก่งอ่ะ อยากทำได้มั่ง ต่อมาเริ่มฝึก Pascal, C, Java และเริ่มจับฉ่าย เอาดีไม่ได้ซักอย่าง
  2. ยังคิดอยากไปใช้ชีวิตในมหานครอื่นของโลก ฮ่องกง โตเกียว นิวยอร์ก ริโอ ปักกิ่ง (และ ลอนดอน กับ เบอร์ลิน อีกครา) ที่ละปีสองปี แต่บางอารมณ์ก็อยากไปอยู่เชียงใหม่ แม้ใจจริงรักกรุงเทพ เคยอยากเป็นผู้ว่ากรุงเทพมาก ๆ อยู่พักหนึ่ง จริง ๆ ตอนนี้ก็ยังอยากเป็นอยู่ แต่เอาไว้ก่อน คนโลเล ผัดวันประกันพรุ่ง รักการเดินทาง แต่ขี้เกียจเตรียมตัว แต่ตื่นไปไม่ทันรถออกบ่อย ๆ
  3. ชื่อ bact' (แบ่ค) เป็นนามจอที่ใช้ครั้งแรกที่เว็บบอร์ด ลานไทยมุง มาจาก Bacteria! ซึ่งเป็นนามจอที่ใช้ในพันทิป มาจากที่เพื่อนที่หอเรียกอีกที “ไอ้สมองแบคทีเรีย” -อ่านเพิ่ม
  4. เป็นคนไม่มีต่อมรักษาความสัมพันธ์-นิสัยที่แย่ เจอคนเยอะ แต่กลับจำคนได้น้อย ชอบคนง่าย ถ้าเกิดจะชอบ ในขณะเดียวกัน ก็สามารถหายไปดื้อ ๆ ได้
  5. แม้ไอ้ต่อมข้างบนนั่นมันจะแย่ แต่เริ่มจะเชื่อแล้ว ว่า “เครือข่าย คือ ความมั่งมี” อย่างที่คุณวิลาศ นอกกรอบ เคยว่าไว้ ขอบคุณ อ.เสกสรรค์ คุณวรพจน์ คุณภิญโญ และนักเขียนทั้งหลาย ที่คำบางคมได้มาแทรกอยู่ในหัว และเพื่อน ๆ จากสารพัดถิ่น รวมถึงกลุ่มโอเพนซอร์สเมืองไทย ไปทำงานไกล ๆ ก็ได้รู้จักคนอีกเซตหนึ่ง ที่น่าสนใจ และกลับมาคราวนี้ ก็ได้เจอคนเซตใหม่ ๆ อีก ที่น่าสนใจอีกทั้งนั้น ผมคิดว่าผมน่าจะหาทางมีชีวิตที่เป็นสุข(แม้จะไม่สบายสมบูรณ์แบบ)ได้ ถ้าไม่ทำตัวทุเรศจนเกินเหตุ เอาแบบสุขตอนนี้ ไม่ต้องรอตอนแก่

แท็กกันต่อไป:
คนชายขอบ geek idol, 100%cotton เด็กขำ แต่มีคนแท็กแล้ว อดเลยเรา, anpanpon เพื่อนสุดเท่ที่เบอร์ลิน, filmsick คนป่วยที่มีอารมณ์ละเมียดที่สุดในโลก, thunska พี่ปุ่นไทยอินดี้ จริง ๆ อยากแท็กมันทั้งไทยอินดี้เลย ประทับใจ แต่ไปแท็กต่อกันเองละกันนะ :P, girl friday นักข่าวอารมณ์ป่วน

จริง ๆ อยากจะแท็กอีกคนหนึ่งด้วย ถ้าทำได้ แต่รู้ว่าเธอไม่ค่อยว่างอัพบล็อก :) (แบบนี้ถือว่าแท็กไหม ?)

ตามเก็บ:

  • เรื่อง blog tag ทั้งหมดในบล็อกนี้ จะอยู่ในหมวด blog tag
  • ผมแท็กคุณคนชายขอบ ซ้ำกับคุณbow_der_kleine
  • แท็ก filmsick ซ้ำกับ อ.มะนาว
  • หมายเหตุว่า ตอนแท็ก พยายามนึกให้หนีจากวง TLWG/LTN ให้มากที่สุด เพื่อวงจะได้กว้างออกไปมาก ๆ
  • 2007.01.08 พี่ปุ่น ไทยอินดี้ แท็กสวนกันกะผม ผมแท็กไป (โพสต์นี้) แต่พี่เค้าไม่เห็น (บล็อกผมช่วงนี้มันวิ่งเร็วอ่ะนะ บ้าพลัง) ก็เลยแท็กกลับมา แบบนี้ถือว่ารับแท็กรึยังอ่ะ ? :P

technorati tags:

2007-01-01

new year, new blogs

จริง ๆ มันไม่ใหม่หรอก เพิ่งเห็นน่ะ :P
อัพเดทบล็อกเพื่อน ๆ:
DuoCore ตอน 5 มาแล้ว ทีวีออนไลน์ มีเรื่องโอเพนซอร์สอีกเช่นเคย
ส่วนอีกอัน มาใหม่ JazRipper เกี่ยวกะการออกแบบกราฟิก เว็บ ทำนองนั้น เด็กแมคอีกคน

พบกับ 10 gadgets ในอดีต ที่พลิกโฉมโลกใบนี้, Microsoft Windows อายุครบ 21 ขวบแล้ว, มาดูกันว่า Windows Vista นั้นมีกี่แบบกี่ Version และ Spec ขั้นต่ำที่ต้องใช้, ไม่ทันไรระบบ Windows Vista Volume Activation 2.0 ก็โดน Hack ซะแล้ว, คลิปวิดีโอ Asimo ทำเก๋าเดินไม่มองบันได, อะไรคือ Some Rights Reserved และมันต่างกับ All Rights Reserved อย่างไร รวมไปถึง Licenses แบบต่างๆ จาก Creativecommons.org, ถ้าชอบ Open Source ต้องไม่พลาดเรื่องนี้ มหาวิหารกับตลาดสด และตอบ Comment ของ DuoCore

technorati tags: , , ,

2006-10-29

walk on the east side

วันนี้เป็นวันเงียบ ๆ

มีธุระทั้งวัน

ดึกแล้ว น่าออกไปเดินเล่นนะ

ไปเดินในถนนที่มีแต่คนไม่รู้จัก
นั่งพักในร้านที่ไม่เคยไป
มีไฟสลัว มีควันมัว ๆ ของบุหรี่
ที่ที่ไม่ยอมหลับ ผู้คนนับไม่ถ้วน

ผมคิดว่า คืนนี้จะออกไปเดินแถวนานา-ทองหล่อ

ถ้าครื้ม ๆ ก็อาจจะแวะร้านสะดวกซื้อ เบียร์ซักกระป๋อง เดินกินเพลิน ๆ
ยังไงคงต้องก่อนเที่ยงคืนใช่ไหม เค้ามีกฎอยู่
เราควรจะดูโฆษณามั๊ย กินตอนไหนไม่ได้ ขายแถวไหนไม่ดี

อากาศคืนนี้ไม่ร้อน สบายสบาย น่าจะเดินได้สนุก ๆ

ออกไปดูภาพ และถ่ายภาพ บ้าง ถ้ารู้สึกดี
หรือบางทีก็ นึกถึงภาพ ..ที่มันโยงกับภาพตรงหน้า ที่มันสัมพันธ์บางอย่างกับเรา

ออกไปสูดอากาศ ..พิษ? กลิ่นของเมืองตอนกลางคืน
และในบางลมหายใจที่ผ่านปอด ก็อาจจะเป็นอากาศเดียวกันกับที่เพื่อนเราได้สูดมาก่อน

เราทุกคนต่างมีปอดเป็นของตัวเอง
แต่คงไม่มีใครมีอากาศเป็นของตัวเองได้
ปอดทุกปอด ล้วนอยู่ในชั้นบรรยากาศเดียวกัน
ทุกลมหายใจนั้น เราล้วนต่างแบ่งปันกันอยู่
หากรังเกียจกัน แบ่งเขาแบ่งเรา ..กลั้น หยุดลมหายใจเสีย

คืนนี้ลมดูไม่แรง อากาศรอบ ๆ ตัวเพื่อนที่อยากเจอ อาจจะมาได้ไม่ไกลถึงแถวนี้
ไปเดินบนถนนเดียวกัน แม้ไม่ได้เจอกัน ก็ดูจะเป็นเรื่องที่ดีพอ

สูดให้เต็มปอด ให้ปอดพองโต อวัยวะข้าง ๆ ปอดจะได้ไม่เหงา

สี่ทุ่ม

ไปแล้วนะ

tags: | | |

2006-10-23

I travel to people, not places.

ไป "เดินเล่น" เชียงใหม่ เชียงราย มา

จะให้เรียกว่า "เที่ยว" ก็ไม่ถนัดปาก เพราะทำตัวไม่ค่อยเที่ยวเท่าไหร่เลย ทั้ง ๆ ที่เพื่อน และแม่ของเพื่อนของเพื่อน (อยู่ที่เชียงราย) เขาอุตส่าห์อำนวยความสะดวกทุกอย่าง ขับรถพาไปโน่นมานี่ เป็นห่วงเราทุกอย่าง กลัวจะไม่สะดวก ไม่สนุก (ขอบคุณมาก ๆ)

คือยังไม่ได้เตรียมใจไปเที่ยวน่ะ ใจมันอยู่กับอย่างอื่นซะมากกว่า กับเรื่องงานก็ด้วยนิดนึง กับเรื่องคนก็ใช่

คือแค่อยากขึ้นไปน่ะ ไม่ต้องไปไหนก็ได้
ไปคราวนี้อารมณ์เหมือนไปพบผู้คนมากกว่า

เจอเพื่อนที่รู้จักกันที่เบอร์ลิน ไม่ได้เจอกันนาน ได้เจอพ่อแม่น้าพี่น้องของเพื่อน
ไปเจอเจ้าหน้าที่ที่ CAMT มช. ที่เคยส่งใบสมัครงานไว้
ได้เจอ ที่เชียงใหม่ คุยกันอยู่ประมาณชั่วโมง ก็ดี
พอขึ้นไปเชียงราย ก็ได้เจอเพื่อนของเพื่อน กับแม่ของเค้า
แล้วก็ได้ขึ้นไปเจอ อ.บรรพจณ์ ที่ม.แม่ฟ้าหลวง เชียงราย (สองคนนี้ กับ อ.Michel เคยแต่คุยกันในเนต)
แล้วก็มีโอกาสได้เจอรุ่นพี่ที่ SIIT ที่สอนอยู่ที่มฟล.ด้วย อันนี้เป็นความบังเอิญ (ที่น่ายินดี)
นอกจากนี้ อ.Paola ก็ยังได้นัดให้ได้คุยกับคณบดีสำนักไอทีที่นั่นให้ด้วย ก็คุยกันเรื่องที่จะสมัครงานนี่แหละ
จริง ๆ ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด ก็น่าจะได้คุยกับผอ.ที่ CAMT ด้วย เผอิญติดขัดเรื่องเวลานัด ก็เลยพลาดไป
... เลยได้เดินเที่ยวเพิ่มขึ้นอีกหน่อย ..ดีเหมือนกัน :)

จริง ๆ มันคงอารมณ์เดียวกับตอนนี้ที่กรุงเทพล่ะ

กลับมาแล้วสองอาทิตย์ ก็ไม่ค่อยได้ไปเที่ยวไหนหรอก ไปแค่สยามนี่แหละ โดยมาก
เน้นไปทางพบผู้คนซะมากกว่า เหมือนเราเก็บค้างมานาน
ได้เจอเพื่อนสมัยมหาลัย สมัยโรงเรียน รุ่นน้องภาค ได้เจอ อ.มะนาว เมื่อไม่กี่วันก่อน กับทีมประชาไท เป็นครั้งแรก ที่งานสมัชชาสังคมไทย
อาทิตย์หน้างาน Blognone ก็หวังจะเจอ วีร์ มาร์ค พี่ป็อก กับคนอื่น ๆ อีก .. เป็นครั้งแรกอีกเช่นกัน (ผมไปตอนบ่ายนะครับ ตอนเช้ามีเรียน)

อาทิตย์นี้ว่าจะไปหาพี่ที่ำทำงานเก่า (หลังจากพลาดมาหลายรอบ ฝนฟ้าไม่เป็นใจ) หาอาจารย์ด้วย

เหมือนชีวิตจะติดผู้คน
ที่ทางนั้นไม่ค่อยติดเท่าไหร่ เดี๋ยวไปนั่นมานี่

การได้เจอกับคนที่เราอยากเจอ จึงเป็นเรื่องน่ายินดี

แต่เอาเข้าจริง ๆ บางครั้งคนที่อยากเจอมาก ๆ พอได้เจอกันแล้ว บางทีเราก็ไม่ค่อยคุย กลับเลือกที่จะนั่งเฉย ๆ มอง หรือทำอะไรอย่างอื่นไปตามเรื่องตามราว

... ก็เรารู้แล้วไง ว่าเค้าอยู่ตรงนั้นแล้ว


รูปเดินเล่น: เชียงใหม่, เชียงราย

(ผมชอบเดินเล่นนะ มันเหมือนจะทำได้ทุกวันดี ไม่ต้องพยายามมาก ไม่ต้องมีจุดหมาย แค่ออกจากบ้าน ก็ได้แล้ว :) )

tags: | | |

2006-07-31

grill park / drink track

เมื่อวานมีงานปิ้งย่างของเด็ก ๆ BBB (Berlin, Brandenburg and Beyond / เบอร์ลิน บรานเดนบวร์ก และอีกบาน)
ปิ้งกันในสวนสาธารณะใหญ่ () อยู่ฝั่งเก่า

ปิ้งกันเสร็จ ก็ออกไปหาอะไรดื่มกันต่อ เลยย้ายไปที่(ถนน) Kastanienallee ย่าน ใกล้ ๆ บ้าน
ซื้อไปนั่งกินเบียร์กันบนรางรถราง เค้ากำลังก่อสร้างวางรางใหม่กันอยู่ เห็นคนเยอรมัน(และฝรั่งอื่น ๆ) เค้าไปนั่งกินกันได้พักนึงแล้ว บรรยากาศดีมาก เมื่อวานเลยชวนเพื่อน ๆ ไปนั่งกันบ้าง

ไปกันตั้งแต่หัววัน .. สองทุ่ม มันยังไม่มืด ไม่มีใครนั่งอยู่เลย เพื่อน ๆ ก็กลัว ๆ ไม่รู้ว่านั่งได้จริงอ่ะป่าว แต่ก็นะ ไปถึงแล้ว เหนื่อยด้วย ก็นั่ง ๆ ไปเหอะ ก็ต้องรอถึงโน่นแหน่ะ สี่ทุ่มเริ่มมืดแล้ว ถึงจะมีคนอื่น ๆ มานั่งด้วย แป๊บเดียวก็เต็มรางสี่ราง

กิน ๆ กันอยู่ ก็มีทีวีช่อง RBB มาถ่าย ตอนนั้นผมไม่อยู่ เดินไปซื้อพิซซ่า พิธีกรเค้าถามว่า ทำไมมานั่งกันแถวนี้ เพื่อนตอบ "ก็ไม่มีตังค์ไง" ตรงไปหน่อย :P

แต่บรรยากาศดีจริง ๆ นะ ชิลมาก นั่งเล่นริมถนน กินเบียร์ ดูคนเดินไปมา ... อันนี้คือที่ฝรั่งคนอื่น ๆ เค้าทำกัน
ส่วนกลุ่มคนไทยเรา ขอแถมหน่อย มีเล่นเกมต่อเพลงกันด้วย + ตบท้ายด้วยเล่นแจว แจวมันบนรางรถรางนี่แหละ - -" ไม่ได้อายกันเล้ย ฝรั่งงง ถ่ายรูปกันใหญ่ :P

lively conversation
ดูรูปละกัน ที่เว็บบอร์ด BBB

อาทิตย์นี้คงเป็นวันสุดท้ายที่จะได้นั่งแล้วมั้ง เค้าซ่อมจะเสร็จแล้ว อีกไม่กี่วันคงเทปูนเสร็จหมด อดนั่ง

tags:

2006-05-17

Somewhat "Football"

รอบ ๆ ตัวตอนนี้มองไปทางไหนก็มีแต่ฟุตบอล ฟุตบอล ฟุตบอล

เสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมา ไปเตะบอลนักเรียนไทยในเยอรมนี

ผลในสนาม ได้ที่โหล่กลับบ้านตามคาด แต่นอกสนามนี่ สุด ๆ ... เป็นวันที่ได้เห็นกะตาจริง ๆ ว่าคนไทยชอบเชียร์บอลรอง :P

ทีม BBB (ไม่รู้ว่ามาจากคำว่าอะไร คุณอ่าวเค้าตั้ง ขอแปลเอาเองว่า Berlin + Brandenburg + Beyond เพราะร้อยพ่อพันแม่มาก) ของเรา เล่นสองนัด เสียไป 4 ประตู ยิงได้ 1 ลูก

แต่ไอ้ 1 ลูกที่ยิงได้นี่ คนเฮทั้งสนาม :P ... แบบว่าปาฏิหารย์มีจริง เทือกนั้น

ผมลงไปสิบนาทีครับ นัดแรก (แพ้เจ้าภาพ Hannover 3-0 เหอะ ๆ) แค่นี้ก็เหนื่อยจะแย่ หอบเอา หอบเอา

ได้เจอคุณพี่จอยด้วย พร้อมครอบครัว (ลูกพี่แกนี่ วัน ๆ คงเดินไม่ต่ำกว่าร้อยโล - -" ร่อนมาก)

แล้วก็เจอรุ่นพี่รุ่นน้องจากเมืองต่าง ๆ มีตั้งแต่รุ่น 4 ถึงรุ่น 12 น้องที่ฮันโนทำมัฟฟินมาให้ด้วยก่อนกลับ (ซึ้ง)

ปาร์ตี้ตอนกลางคืน สนุกไม่ค่อยเต็มที่เท่าไหร่ กั๊ก ๆ เพราะตังค์ไม่ค่อยมี เงินเดือนเพิ่งเข้าเมื่อวานนี่เอง (ตอนที่ไปงานนี่ ก็ยังไม่รู้ว่ามันจะเข้าเมื่อไหร่) ผิดพลาดทางเทคนิคนิดหน่อย ลืมส่งบัตรประจำตัวผู้เสียภาษีของปีนี้ เงินเลยไม่เข้า เพิ่งจะรู้ตัวตอนสิ้นเดือนที่แล้ว ก็เลยเลทมาจนถึงเมื่อวาน (ดี ไม่ลากไปถึงสิ้นเดือนนี้ ไม่งั้นแย่แน่ ของกินน่ะยังมีที่บ้าน แต่เวลาออกไปไหนมันไม่สะดวกอ่ะ) แต่จะว่าไปก็ดีเหมือนกัน ไม่งั้นเมาเป็นหมาแน่ ๆ - -"

tags:

2006-03-16

Thai "new media" guy

Pongpan Suriyapat (Tenn), a Thai student at IT University of Göteborg, Sweden (may be in C:ART:MEDIA program, not so sure).
He is also a lecturer at School of ICT, Silpakorn University.
(info from fulbrightthai.org)

His website contains his works on interface design, new media art, and architecture. Also links and gallery. ลองเข้าไปดูกันครับ น่าสนใจ

Kinda excited, knowing there're Thai people doing these stuffs. He's my (self-claimed) FOAF ! :P

hmm... CMU, PSU, KMUTT, Silpakorn, these universities are really interesting... Well established, but not TOO established.


P.S.
Tried not to make it too rude. I'll introduced myself here as well krub, A'Tenn. I'm Art krub, Pon's friend (and also Note's friend + I graduated from the same school as King', who is now at IT Univ as well), now living/working in Potsdam/Berlin :)

2005-07-12

Smoke gets in your eyes

Lots of people

รูปงานกริลล์เมื่อเสาร์ที่ผ่านมา ส่วนใหญ่ก็นักเรียนไทยในเบอร์ลิน อันนี้เป็นรูปแบบยืนเรียงสวยงาม อันที่เละ ๆ ยังไม่มีให้ดู

2005-07-11

Lucky and happy

คนมันจะไม่ตายอ่ะนะ

Subject: London Bomb Blast (from Ko+)

Dear all,
Thank you for all your thoughts. I am fine. I was on holiday in Thailand when the London bomb blast happened (Lucky me, wasn't I?). Art said my office is near Kings Cross -- yes it is not so far(only 15 minutes walk) but my flat is only 5 minutes walk to Tavistock Square (north direction to my flat)where the explosion killed several people on the London bus. Not only that but my flat is also only 5 minutes walk to Kings Cross London Underground Station (east direction to my flat).

I am now back in London and walked to work on the first day after long holiday with not so many people walking in the street as usual (quite strange feeling). I hope this will not happend again in London especially near me or anyone I know.

Thank you

Ko+

ขอให้อยู่รอดปลอดภัยต่อไป

อ้อ สำหรับพวก SIIT ที่อยู่เมืองไทย อย่าลืม เสาร์ที่ 16 นี้ เลี้ยงรุ่น รุ่น 5 นะ ถ้าไปได้ก็ไปกัน

ส่วนใครรับปริญญาปีนี้ ก็ยินดีด้วย ไม่ได้กลับไปยินดีที่โน่นด้วย ไม่เป็นไรนะ (แต่กลับไปนี่ อย่าลืมกินกันอีกรอบ :P)

สพพ. ซ.ค.: ปีนี้เท่าที่รู้ มีเหลิมรับ วันที่ 15 นี้ (ศศินทร์) โทรนัดกันเองละกัน ไปดูสาว