ย้ายบล็อกไปที่ bact.cc แล้วนะครับ

พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
หยุด ร่างพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
พื้นที่เก็บข้อมูลออนไลน์ ฟรี 2GB จาก Dropbox (sync กับ Windows, Linux, Mac, iPhone, Android ฯลฯ ได้)
Showing posts with label Edinburgh. Show all posts
Showing posts with label Edinburgh. Show all posts

2007-10-08

Remember, Remember the Sixth of October

สัปดาห์ที่ผ่านมามีเรื่องครบรอบหลายอย่าง ที่เกี่ยวข้องกับชีวิตผม

2 ตุลา .. 26 ปีที่แล้ว วันเกิดเพื่อนที่เจอกันที่เบอร์ลิน

3 ตุลา .. 17 ปีที่แล้ว วันรวมชาติเยอรมัน “Tag der Deutschen Einheit” หลังจากกำแพงเบอร์ลินพังลง

4 ตุลา .. ปีที่แล้ว ผมลาเบอร์ลิน

5 ตุลา .. ปีที่แล้ว ถึงกรุงเทพ ไปงานแต่งงานเพื่อนที่เจอกันที่เอดินบะระ-จบธรรมศาสตร์รุ่นเดียวกัน

6 ตุลา .. 31 ปีที่แล้ว ที่ธรรมศาสตร์ สังหารหมู่นักศึกษาและประชาชน

7 ตุลา .. 58 ปีที่แล้ว “Tag der Republik” วันก่อตั้ง DDR เยอรมนีตะวันออก ที่ ๆ ผมเคยทำงาน

จริง ๆ แล้วผมเป็นคนขี้ลืม

technorati tags: , ,

2007-04-17

music abroad abroad

BozzaNova ถามมาว่า ตอนอยู่สกอตแลนด์ ฟังเพลงใหม่ ๆ ที่ไหน

จริง ๆ เป็นคำถามที่แปลก

ตอนอยู่เมืองไทย เราเองก็ฟังพวกดนตรีจากเกาะนั้นอยู่แล้ว แต่พอไปอยู่โน่นจริง ๆ กลับไม่รู้จะไปหาอะไรฟังที่ไหน ทั้ง ๆ ที่อยู่ในถิ่นเขาแท้ ๆ ตลกไหม

ผมเองก็มีปัญหานะตอนแรก ๆ แต่พอมั่ว ๆ ได้ซักพัก ก็โอเค

Fopp (@wikipedia), Radio 1 (@wikipedia), และตามผับ น่าจะเป็นที่ ๆ ผมได้ฟังอะไร “ใหม่” (คือใหม่สำหรับตัวเราเอง แต่จริง ๆ มันอาจจะเก่าแล้วล่ะ)

Fopp เป็นร้านซีดี/หนัง/หนังสือ ที่ผมชอบแวะไปเรื่อย ๆ เพราะว่าเค้าชอบเอาของเก่า ๆ ดี ๆ มาลดราคา 5 ปอนด์มั่ง 3 ปอนด์มั่ง มันอยู่ในเส้นทางไปร้า่นอาหารไทยที่ทำงานด้วย ก็แวะก่อนเข้าร้าน
Fopp ทั้งสองสาขาในเอดินบะระ อยู่ใกล้ที่ทำงานหมดเลย คือร้านไทยที่ทำงานนี่มีสองสาขา ที่นึงบน Cockburn Street ใน Old Town อีกที่นึงตรง Rose Street, New Town .. Fopp ทั้งสองสาขาก็ตั้งอยู่บนถนนสองแห่งนี้ สบายเลย :D

จริง ๆ มันมีร้านซีดีดี ๆ อีกเยอะเลยนะในเมือง ใกล้ ๆ มหาลัยก็แยะ แต่ก็ไม่ค่อยได้แวะไปเท่าไหร่ เหมือนมันไม่ได้อยู่ในเส้นทางไง แล้ว Fopp มันก็เดินแล้วสบายใจดีด้วย (HMV หรือ Virgin ก็ใหญ่และเสียงดังเกินไป) ไม่ค่อยมีเหตุผลเท่าไหร่

ซื้อแผ่น Belle & Sebastian เป็นของตัวเองแผ่นแรก (ชุด If You're Feeling Sinister) น่าจะจากร้านใกล้ ๆ มหาลัย จำชื่อร้านไม่ได้ จำได้แค่ว่าทาสีเหลือง ๆ อยู่บน West Nicholson Street ถนนที่มีผับเยอะ ๆ อาจารย์และนักเรียนชอบแวะไปนั่งแถวนั้นหลังเลิกเรียน ร้านประจำของ “language people” คือร้าน The Blind Poet ร้านเก่า ๆ ไม่ได้แต่งอะไร หน้าตาเหมือนผับอังกฤษทั่วไป (เอ้อ ผับสก็อตทั่วไปสิ) แต่บรรยากาศผู้คนมันดีน่ะ

Radio 1 เป็นสถานีวิทยุที่น่าติดตาม วงดี ๆ เจ๋ง ๆ หลายวง แจ้งเกิดจากที่นี่ - ผมรู้จัก Radio 1 น่าจะเพราะวง The Wedding Present และ Cinerama (ซึ่งรู้จักผ่านคนใน Audiogalaxy อีกที - โปรแกรมแชร์เพลง p2p) สองวงนั้นเค้ามี Radio 1 session แล้วก็รู้จัก John Peel จาก Radio 1 session นี่แหละ ตอนที่ John Peel ตายนั้น เป็นอะไรที่คนแถวนั้นเศร้าจริง ๆ โอเคมันไม่ใช่ทุกคนหรอก แต่อย่างน้อยบรรยากาศของสื่อที่ผมรับ มันก็เป็นอย่างนั้น หนังสือพิมพ์ลงข่าว ลงประวัติของเขา รวมถึง NME และนิตยสารดนตรีอื่น ๆ ไม่ต้องนับเรดิโอวันบ้านของเขา ศิลปินหลายคน (ซึ่งหลาย ๆ คนก็ยอมรับว่าตัวเอง 'เกิด' ในวงการได้ ก็เพราะ John Peel session) ออกมา tribute ให้กับเขา - นี่คือตัวอย่างของคนที่เจ๋ง

ผมซื้อแผ่น Stereolab - BBC Radio 1 Sessions จาก Fopp สาขา Rose Street เงินจากทำงานร้านอาหารนั่นแหละ

ส่วนเงินที่เหลือเหรอ ก็เอาไปเข้าผับไง กินเบียร์ คุยกับเพื่อน รู้จักเพลงใหม่ ๆ

ทำงานหาตังค์ เอาไปซื้อหนังสือ ดูหนัง ฟังเพลง กินเบียร์ เที่ยวกับเพื่อน เดินทาง และไปหาตังค์ที่ใหม่

ผ่านไปหลายปี ผมก็เหมือนจะยังทำแบบเดิมอยู่

ที่ไม่เหมือนเดิมก็คือ เพื่อน ๆ ที่เคยทำอะไรอย่างนั้นด้วยกัน มันค่อย ๆ หายไปแล้วน่ะสิ

 

พอรึยังนะ

 


BozzaNova ยังถามว่า “ดีเจสยาม มีคนขายดีๆ รู้เรื่องจริงๆ หน่อย แล้วไม่กวนตีน ทำเก๋าจีบสาวบ้างไหม ตอนนี้”

เออ เนอะ แต่ที่โอเคก็มีนะ อย่างน้อยก็คนนึงล่ะ ผมคุยกะเค้าค่อนข้างบ่อย ก็แค่ทัก ๆ กันแหละ คนที่ผอม ๆ หัวฟู ๆ น่ะ เมื่อก่อนมีพี่คนนึงที่เจ๋ง ๆ โอย แต่นานมากแล้ว ไม่รู้หายไปไหนละ หน้าตาประมาณโป้โยคี กับอีกคนนึงใหม่หน่อย ผิวคล้ำ ๆ ออกไปอยู่อีกร้านแล้ว ใต้โรงหนังสยาม ร้านที่ไม่ใช่ร้านตรงข้ามกาโตว์น่ะ — ถ้าอ่านแล้วรู้เรื่องว่าผมหมายถึงใครมั่งก็โคตรเก่งเลยนะเนี่ย ผมมีปัญหากับการจำชื่อคน หรืออธิบายถึงผู้คนน่ะ เครือข่ายสังคมของผม ท่าจะได้แค่ออนไลน์เท่านั้น เผลอ ๆ จะได้ด้วยแค่ นามจอ เท่านั้นด้วย ดูอย่างตัวผมเองประไร บอกชื่อจริงไปทุกคนทำหน้าเหวอ เอานะ สงสัยจะต้องจีบกันออนไลน์ — แต่เธอคนนั้นก็ไม่ออนไลน์มานานเท่าไหร่แล้วล่ะเนี่ย (หัวเราะ)

technorati tags:

2006-12-13

Statistical Machine Translation lecture at Kasetsart University

บรรยาย: การแปลภาษาด้วยเครื่องด้วยวิธีทางสถิติ: อะไรที่เป็นไปได้ในวันนี้?
โดย ฟิลิปป์ เคิห์น มหาวิทยาลัยเอดินบะระ สก็อตแลนด์

วันจันทร์ที่ 18 ธันวาคม 2549 – 9:30-11:30 น.

ห้อง 204 ตึกวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ (ตึก 15) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน

ลงทะเบียน


Lecture: Statistical Machine Translation: What is possible today?
by Philipp Koehn, University of Edinburgh, Scotland

Monday, December 18, 2006 – 9:30-11:30 am

Room 204, Computer Engineering Building (Building 15), Kasetsart University

Register


Synopsis:

Philipp will give an overview of the current state of the art and the research challenges in machine translation. Translating text from one language to another by computer is one of the oldest challenges in artificial intelligence research, but for many years machine translation (MT) has been considered a dirty word by many for failing to deliver. Today, with the use of novel methods, fast computers and access to large amounts of translated material, we are coming closer to a solution to this problem and it is now possible to build machine translation system within a few hours.

The statistical approach to machine translation provides a set of techniques for automatically learning translation knowledge from existing human translations (bilingual data), and applying that knowledge to translate previously-unseen sentences. When it was first introduced, statistical MT was far too slow and inaccurate to be useful -- it was an interesting lab experiment. Now, statistical MT significantly outperforms other methods in many language pairs and domains, at speeds permitting commercial applications like foreign news broadcast translation.

Key issues addressed include:

  • What changes have occurred that now make this possible?
  • How good is the quality and what remains to be done?
  • How has use of phrasal and syntactic knowledge helped?
  • What are the major technical advances of the past few years, and known limitations?
  • What new techniques are now being applied to machine translation to improve quality even further?

Presenter Bio:

Philipp Koehn is a lecturer (Assistant Professor) at the University of Edinburgh. He received his PhD from the University of Southern California, where he was a research assistant at the Information Sciences Institute (ISI) from 1997 to 2003. He was a postdoctoral research associate at the Massachusetts Institute of Technology (MIT) in 2004, and joined the University of Edinburgh as a lecturer in 2005. His research centers on statistical machine translation, but he has also worked on speech in 1999 at AT&T Research Labs and text classification in 2000 at Whizbang Labs. Philipp is a co-founder of Getprice, a German price comparison Internet company, where he acted as CTO from 2000-2005.

technorati tags: ,

2006-07-05

Crichton Street Progress

oh, my Edinburgh ...

keep track on progress of the Informatics Forum construction project at Crichton Street Progress blog

tags:

2006-06-26

Politics of Today, Journalists of Tomorrow

บริติช เคานซิล ประเทศไทย ขอเชิญ นักข่าวรุ่นใหม่ไฟแรง หรือนักศึกษานิเทศศาสตร์ เข้าร่วมแข่งขันเป็นตัวแทนจากประเทศไทยเพื่อเข้าร่วมการสัมมนาในหัวข้อ Politics of Today, Journalists of Tomorrow ณ กรุงเอดินบะระ ประเทศสก๊อตแลนด์ ระหว่างวันที่ 20-26 สิงหาคม 2549 การสัมมนาครั้งนี้จัดขึ้นโดย บริติช เคานซิล สก๊อตแลนด์ นอกจากนี้จะได้มีโอกาสเข้าชมเทศกาล Festival of Politics ซึ่งเป็นเทศกาลที่มีชื่อเสียงระดับโลก

เข้าร่วมการคัดเลือก โดยส่ง ใบสมัคร, CV, และ เรียงความเป็นภาษาอังกฤษความยาวไม่เกิน 1000 คำ ในหัวข้อ “The Role of Media and Thai Democracy”

ด่วน ๆ หมดเขตรับสมัครภายในวันจันทร์ที่ 10 กรกฎาคม 2549

ใครชนะนี่ อิจฉาเลย ได้ไปสัมมนาด้วย แถมเมืองสวย ไปช่วงสิงหานี่โบนัสสองเด้ง เพราะว่าเป็นช่วง Edinburgh Festivals มีเทศกาลใหญ่ ๆ ไม่ต่ำกว่า 10 เทศกาลในเดือนเดียว นี่ยังไม่นับกิ๊กเล็ก ๆ ทั่ว ๆ ไปอีก คือถ้ามีแรงก็มีของให้ดูให้เล่นตลอดล่ะ

(คุณ pressjargon อายุเกินยังครับ ? :P)

via THiSL

tags:

2006-01-04

Infoseed Labs

Located in Edinburgh, Scotland, InfoSeed was founded in 2005 by a group of loosely-knit journalists, software developers and activists brought together by a shared desire to promote open access to media and encourage the use and development of Free and Open Source software.

keywords: Open Open Open

2005-11-01

UK comsci dept - Cursed ?

Oct 2005 - Fire destroys a research centre of the University of Southampton's School of Electronics and Computer Science

Dec 2002 - Edinburgh Cowgate fire destroyed part of the University of Edinburgh's School of Informatics

2005-09-12

Informatics Forum Given The Green Light

Scottish Enterprise Edinburgh and Lothian has secured an additional £14 million from the Scottish Executive towards the £42 million construction costs of the University of Edinburgh’s Informatics Forum - a unique purpose built, 12,000 sq m research facility that will place Scotland at the forefront of this rapidly growing global industry. Read more...

2004-08-11

Edinburgh Festivals

ช่วงนี้ถ้าเดินไปทาง Royal Mile
จะเห็นมี street performers มาเล่นโน่นเล่นนี่ให้ดูเต็มไปหมด
เป็นส่วนหนึ่งของงาน Edinburgh Festival Fringe
ซึ่งถือว่า เป็นเทศกาลศิลปะและการแสดง ที่ใหญ่ที่สุดในโลก
มีโชว์ มีนักแสดงจากทั่วโลกเข้าร่วม
ของเมืองไทยนี่ ที่ดังๆ ก็เป็น The Lady Boys of Bangkok นะครับ

ช่วงเดือนนี้ ที่ Edinburgh เป็นช่วงแห่งเทศกาลต่างๆ
เช่น Military Tattoo, Fringe, Book Festival, Film Festival, International Festival, Jazz Festival, Science Festival, และอีกสารพัด
เดินไปทางไหนของเมือง ก็จะเจอแต่นักท่องเที่ยว และการแสดงเต็มไปหมด

ยุ่บยั่บ ยั้วเยี้ย ยุ่งเหยิง เย้เย กันเอามากๆ

ก็สนุกดี .. แต่ใกล้ส่ง disser แล้วน่ะสิ

2004-08-09

Ramen


DSC01210
Originally uploaded by arthit.

อยากกินราเม็งจัง

เมืองนี้มีร้านอาหารญี่ปุ่นประปราย
แต่ไม่มีร้านไหนขายราเม็งเลย
ส่วนใหญ่เป็นซูชิ ไม่ก็เบนโตะ หรือพวกคัทซึด้ง เท็นด้ง
..แต่อยากกินราเม็งมากกว่า

เย็นนี้จึงบำบัดความอยากของตัวเอง
ด้วยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ยี่ห้อ Nissin รสทงคัทซึ
(ยี่ห้อญี่ปุ่น แต่ผลิตที่เนเธอร์แลนด์นะ)
หอมกลิ่มน้ำมันงาใช้ได้ เกือบๆ อร่อย

เอาไว้ทำงานเสร็จก่อน จะลองไปกลาสโกว์ใกล้ๆ
น่าจะพอมีบ้างสิ
ให้ถ่อไปถึงลอนดอนคงไม่ไหว (มีร้านนึงอร่อยตรง Regent St.)
แต่ก็เหอะ อยากกลับไปกินเมืองไทยจริ๊ง
..ชามละไม่ถึงปอนด์ :P

(ภาพ ถ่ายที่ ดาชิราเม็ง สยามสแควร์, 2 ปีที่แล้ว)

2004-08-06

Edinburgh Military Tattoo

วันนี้ไปดู Military Tattoo มา

ก็ทำนองโชว์การสวนสนาม ประมาณนั้น เจ๋งดี
ช่วงบางเพลงที่เล่น ก็รู้สึกขนลุกหน่อยๆ
โดยเฉพาะตอน Scotland the Brave กับ Auld Lang Syne
เสียง bagpipes นี่มัน .. สุด จริงๆ

Scotland the Brave ในแบบ bagpipes

ถ้ามีโอกาส ก็อยากกลับมาดูอีก

หรือแค่กลับมาอีก ก็พอ

2004-06-26

ลูกค้าคนไทย / Godsent

วันนี้ทำงาน
(ผมทำงานร้านอาหารไทย วันศุกร์ กะ เสาร์
หกโมงเย็นถึงปิดร้าน ก็ประมาณห้าทุ่ม
บางทีทำวันอาทิตย์ ถ้าเค้าโทรมาเรียก แต่ไม่ได้ทำประจำ)
เจอลูกค้าคนไทยมากมาย แบบว่าตื่นเต้น ทำตัวไม่ถูก

----

รายแรกนี่เป็นเพื่อนกับหนึ่ง (หนึ่งนี่คือนักเรียนที่นี่ ทำงานร้านเดียวกัน)
ชื่อ "น้ำต้น" ชื่อเท่เนอะ มาเที่ยวอังกฤษ แล้วก็ขึ้นมาหาหนึ่งที่สก็อต
หนึ่งไปรับน้ำต้นจากสถานีรถไฟประมาณสองทุ่ม พามากินข้าว
แล้วพาน้ำต้นไปบ้าน ก่อนจะกลับมาทำงานต่อ
ทั้งสองคนเรียนด้านชีววิทยาเหมือนกัน
ตัวน้ำต้นนี่เรียนอยู่ CalTech .. ได้ยินแล้วอึ้ง เก่งโคตร

CalTech เป็นมหาลัยที่ไม่ใหญ่
ข้อมูลจากวิกิพีเดีย บอกว่ามีนักศึกษาปริญญาตรีแค่ประมาณ 900 คน และระดับบัณฑิตศึกษาอีกประมาณ 1,000 คน
คือพูดได้ว่า เล็กว่าคณะบางคณะในมหาลัยไทยซะอีก

แต่ที่นี่ คือ science/engineering school ที่พูดได้ว่า เข้ายากที่สุดในสหรัฐ
แถมถ้านับสัดส่วนรางวัลโนเบล ฯลฯ ต่อหัว ในสายวิทยาศา่สตร์ ก็ไม่แน่ว่าที่นี่อาจจะเป็นที่หนึ่ง

Donald Knuth ผู้สร้าง TeX (ที่มีคนพัฒนาต่อจนเป็น LaTex) และผู้เขียนหนังสือคอมพิวเตอร์ชุดอมตะ The Art of Computer Programming เป็นศิษย์เก่าที่นี่ // Cleve Moler ผู้สร้าง MATLAB ก็เป็นศิษย์เก่าที่นี่ // Stephen Wolfram นักคณิตศาสตร์ผู้สร้าง Mathematica และเขียนหนังสือ A New Kind of Science ก็เป็นศิษย์เก่าที่นี่(อีกแล้ว)

แลบ JPL ที่โด่งดังของนาซ่า ก็อยู่ที่นี่
(แลบนี้มีคนไทยทำงานอยู่ด้วยนะ แบบว่าเก่งเกินไป เมืองไทยไม่มีอะไรให้ทำ :P)

แต่คนไทยส่วนใหญ่ได้ยินชื่อ CalTech แล้วคงนึกถึงปั๊มน้ำมันมากกว่า (Caltex)
'ดัง' สู้พวก MIT Stanford Harvard Berkeley ไม่ได้ ว่างั้น

----

โต๊ะต่อมา เป็น คนไทย(ช)สอง ญี่ปุ่น(ญ)หนึ่ง
ตอนไปเสริฟ ก็ไม่รู้จะพูดอังกฤษหรือไทยดี
แบบว่า ก็มีญี่ปุ่นอยู่ใช่มะ จะพูดไทยก็น่าเกลียด
แต่ถ้าให้พูดอังกฤษกะคนไทย มันก็เขินๆ อ่ะ -_-"

ทำตัวไม่ถูก

----

ถัดมาอีกเจ้า เป็นคนไทย ชายหนึ่ง หญิงหนึ่ง
มาสั่ง take away

ระหว่างรออาหาร ก็เลยได้คุยกัน
คุยไปคุยมา พี่เค้าถามว่าเราเป็นนักเรียนรึเปล่า เรียนอะไร
เราก็ว่าใช่ เรียน informatics ทำด้านคอม+ภาษา
พี่เค้าก็ว่า เอ้าเหรอ พี่เค้าก็ทำเกี่ยวกะด้านภาษาศาสตร์ ใช้พวก corpus ไรงี้เหมือนกัน อยู่ที่ลีดส์ (Leeds)
ก็เลยคุยไปถึงเรื่อง อ.สุดาพร กะ อ.วิโรจน์ ที่จุฬา
เพราะว่าดูเหมือนที่นั่นจะทำเรื่องคลังภาษามานานกว่าที่อื่นในเมืองไทย
(ตอนก่อนจะมาต่อที่นี่ ก็ไปปรึกษา อ.สุดาพร หลายทีอยู่เหมือนกัน ขอขอบคุณมาตรงนี้ด้วยครับ)
แล้วเราก็พูดถึงว่า อ.อัศนีย์ ที่เกษตร ก็ทำอยู่นะ เท่าที่ดูจากเนต แต่ไม่มีรายละเอียด
แล้วพี่เค้าก็บอกว่า อ.ธนารักษ์ ที่ SIIT ก็ทำเหมือนกัน
เราก็ อ้าว รู้จัก อ.ปิง ด้วยเหรอ งงเลย คือไม่คิดว่าจะมีคนต่างสายรู้จักน่ะ
เพราะว่ายังค่อนข้างใหม่อยู่ (แลบตั้งมาได้ประมาณสองปีเองมั้ง)
ก็เลยบอกพี่เค้าไปอีกว่า TCL ที่ตอนนี้ อ.วิรัช อยู่ ก็กำลังทำพวก lexicon อะไรพวกนี้อยู่เหมือนกัน เท่าที่ดูจากงานที่ตีพิมพ์เมื่อต้นปี
(มีลูกศิษย์ อ.ชุลีรัตน์ ไปอยู่ด้วยคนนึง คนที่ทำ automatic summarisation)

เราก็แบบ โห โชคดีจัง ทำงานอยู่ในร้านเฉยๆ
ก็มีคนที่ทำเรื่องเดียวกันมาให้คุย
เลยรีบให้อีเมลพี่เค้าไป เผื่อจะไปขอคำปรึกษา เหอะๆ :P
พี่เค้าชื่อ เชอรี่

คิดๆ ดู เอาไว้เดี๋ยวทำ รายชื่อคนที่ทำงานด้านนี้ไว้ดีกว่า
ใครอยากติดต่อกับคนที่ทำเรื่องคล้ายๆ กัน จะได้ติดต่อกันได้
คนมีน้อย ก็รู้จักๆ กันไว้ให้หมดๆ แหละ เผื่อช่วยอะไรกันได้

บินเดี่ยวไปไม่รอด!

แหม เข้าบรรยากาศห้องเชียร์ช่วงนี้เหลือเกิน :P

2004-06-11

"just do a small little solid thing first"

my supervisor said to me this evening
(well, can't remember the exact words. but it's around),
while discussed her about my master project.

คร้าบ

2004-05-31

Films on AI

Informatics DVDs on Artificial Intelligence and the Cinema from 2001 - A Space Odyssey and The Animatrix to The Fifth Element, from Lawnmower Man to Patlabor 1 - Mobile Police and The Wizard of Oz, and etc more. love to see them all.

2004-05-28

Stallman

วันนี้ไปฟัง Richard Stallman พูดมา

2004-05-25

got da transcript

hmm.. not good not bad.

but hope it should be better than this.

anyway,
seriously, i realised that the efforts i've putted for the exams are not much enough.

to be honest,
passing the exam may considered as an "unexpected result",
from the way i behaved during the exam period :P

----

AI Programming in Java 70 A
Data Intensive Linguistics 45 D*
Dialog and Natural Language Generation 59 C
Introduction to Computational Linguistics 53 C
Natural Language and Speech System Design 64 B
Speech Processing 1 57 C
Techniques in Natural Language Processing 2 67 B
Theoretical Linguistics 67 B
Average 60 B

* note: D means satisfied for diploma, but not for master degree.

----

just another 'average' outcome.

not bad.
but not happy.
but it's ok.

as 'ok', as 'fine', as 'average'.

sounds like i'm 'sick' ner~

-_-"

but it's not, really.

master project?

let's see.

โลกแคบ

บ่นกับเพื่อนๆ หลายรอบแล้ว
โลกมันแคบเกิน

จะแคบด้วยสาเหตุอะไรก็แล้วแต่
จะแคบจริง หรือแคบเพราะระดับทางสังคมมันบีบให้แคบ
อย่างไรก็ตาม

เท่าที่ประสบกับตัวเอง
มันแคบเหลือเกิน

แคบมาก

...

เมื่อวานมีงานเลี้ยงนักเรียนไทยที่นี่
ก็ไม่มีอะไรมาก แค่ทำกับข้าวมากินกันเฉยๆ
เนื่องในโอกาสไม่ได้เจอกันนาน
บางคนก็เรียนกันคนละที่ (คนละมหาลัย หรือว่าคนละตึก)
ไม่เคยได้เจอกัน ก็ได้มาเจอกัน รู้จักกัน

ก็ได้รู้จักพี่ๆ เพิ่มขึ้นสามสี่คน
มีขึ้นมาจาก Imperial ด้วย
เค้ามาประชุมวิชาการที่นี่พอดี ก็เลยพามากินข้าวด้วยกัน

มีพี่คนนึง เรียนเอกอยู่
Informatics เหมือนกัน
แต่ว่าสายเค้าจะอยู่อีกวิทยาเขตนึง นอกเมือง
ก็เลยพึ่งได้เจอกัน

ชื่อ พี่เจ

ก็คุยไปเรื่อยๆ ก็ได้รู้ว่าพี่เค้าเป็นอาจารย์ นี่ลามาศึกษาต่อ
แล้วก็เหมือนแว๊บๆ ได้ยินคำว่า ธรรมศาสตร์
ก็เลยถามพี่เค้าว่า เป็นอาจารย์ที่ธรรมศาสตร์เหรอ
พี่เค้าก็ อือ
เราเลยถามต่อ งี้ก็ต้องรู้จัก อ.กฤชรัช สิ
(สะกดไม่ถูก ภาษาอังกฤษ Kritchalach อ่ะ)

พี่เค้าก็ อ้อ รู้จักสิ พี่บอล เป็นรุ่นพี่เค้า
(อ. kt เค้าจบตรี วิทย์คอมธรรมศาสตร์ แล้วก็ไปเรียนต่อ
กลับมาเป็นอาจารย์ที่ SIIT
พี่เจเค้าก็จบตรีที่เดียวกัน)

แล้วก็เหมือนพี่เค้านึกอะไรขึ้นมาได้
อยู่ดีๆ ก็ถามเรา

เอ้ย นี่มาจาก ธรรมศาสตร์ SIIT ป่าว
ที่เคยไปสมัครโท วิทย์คอม มธ.

เราก็ เอ๋ รู้ได้ไงอ่ะ
ก็ยังไม่ได้บอกพี่เค้าเลยว่าเรามาจากไหน
แล้วเรื่องเคยไปสมัครโทนั่น ยิ่งแทบไม่มีใครรู้

พี่เค้าก็ต่ออีก
ที่ senior project ทำอะไร compression ภาษาไทยใช่มั๊ย
เราก็ เฮ้ย อะไรเนี่ย

ปรากฏว่า พี่เค้าเคยเป็นคณะกรรมการ สัมภาษณ์เราตอนนั้น

สุดยอด -_-"

แล้วดันจำได้อีกนะ
แบบทุกเม็ดเลย

เรานี่ หน้าพี่เค้ายังจำไม่ได้เลย
ว่าเคยเจอกันมาก่อน

งงไปเลย

พี่เค้าบอกว่า จำเราได้
เพราะเค้าว่าสงสัยว่า จะ compress ไปทำไมวะ ภาษาไทย
มันก็แค่ sequence ปกตินี่นา
คือมันตะหงิดๆ อยู่ในหัว ว่างั้น

...

พี่เจ -- อาจารย์ วรวรรณ มะเริงสิทธิ์

...

พูดถึงโทนี่วิทย์คอมนั่น
ตกลงก็เรียนไม่จบหรอก
เรียนอยู่แค่ซัมเมอร์เทอมเดียว
แล้วก็ลาออก ยังไม่ทันได้สอบเลย

มันแบบ เราหวังไว้อีกอย่างน่ะ
แล้วหลักสูตรมันไม่ได้เป็นแบบที่เราคิด
(ไม่ได้ว่าไม่ดีนะ)
ก็เลยออกดีกว่า

...

คิดๆ ไป ถ้าตอนนั้นเรียนต่อ

ก็คงไม่ได้มาที่นี่
แล้วก็ไม่ได้เจอพี่เค้าที่นี่

อาจจะเจอพี่เค้าที่ไหนซักแห่ง
อาจจะเป็นที่ธรรมศาสตร์นี่แหละ

แต่ความสัมพันธ์ มันก็จะเป็นอีกแบบ
อาจจะออกมาเป็นลักษณะ
ครู ลูกศิษย์ เทือกนั้น

...

หรือ อีกที
ถ้าเราไม่ได้ทำไอ้โปรเจกต์
ที่ทำให้พี่เค้า "ตะหงิดๆ" นั่น
พี่เค้าก็อาจจะจำเราไม่ได้หรอก

ก็อาจจะได้เจอพี่เค้าที่นี่เหมือนกัน
แต่เรื่องที่จะได้คุยกัน
หรือ first impression กับการรู้จักครั้งแรก
(ที่มีส่วนสำคัญ กับลักษณะความสัมพันธ์ในโอกาสต่อไป)
มันก็คงไม่ได้ออกมาเป็นแบบนี้

...

นึกถึงหนัง the butterfly effect

2004-05-20

Informatics Jamboree 2004

เมื่อวานไปฟังบรรยายเปิดงานมา เกี่ยวกะ Testing, Optimization, and Games ไม่รู้เรื่องหรอก เดี๋ยววันนี้ไปอีก จะเข้าตอน 11 โมง ไปฟังนักเรียน PhD พูด น่าจะมีไอเดียอะไรใหม่ๆ มีนักเรียนไทยคนนึงด้วยนา (อายุจริงๆ นี่น้อยกว่าผม แต่เค้าเรียน PhD แล้ว ได้ทุน ORS ด้วย เก่งชะมัด) เค้าทำเกี่ยวกะ temporal logic อะไรประมาณนี้แหละ ดูหัวข้อที่เค้าจะพูดได้ ที่นี่ อยากมีงานแบบนี้มั่ง มันไม่ค่อยเป็นทางการมาก เลิกแล้วก็ไปคุยกันต่อที่ผับอะไรได้ แล้วมันก็ได้งาน ..หมายถึงได้คุยเรื่องงานด้วยนะ ---- แต่จบงานเมื่อวาน เราไปดูดนตรีแทน พี่ต้อม คนไทยที่เรียนเอกดนตรีอยู่ที่นี่ชวนไป คนไทยไปเยอะมาก เล่นใน hall ของ school เค้า แต่หิวข้าว เลยออกมาก่อนเริ่ม ไปได้ดูจริงๆ อีกที ก็ที่ผับใกล้ๆ คือเค้าเล่นใน hall จบแล้ว ก็ไปเล่นต่อใน pub อาจารย์ที่ดูแลก็ตามไปด้วย ชื่อวง Zizu มีคนจีนเล่นขิม ฝรั่งอีกสามคน เล่นอะไรซักอย่างคล้ายๆ กีต้าร์ เบส (เบสแบบที่เหมือนไวโอลินน่ะ) ขลุ่ย แล้วก็ พิณ มั้ง ดูๆ ไปก็คล้ายๆ จะเข้ บ้านเรา หลายๆ อย่าง สลับๆ กันเล่น กอไผ่ ก็มาด้วย ยังไม่กลับ แล้วก็มีโชว์ ระนาดเอก กะ ปี่มอญ (ไม่รู้เรียกถูกรึเปล่า) ตามด้วย แคน ช่วงแคนนี่สนุกมาก มี โห่ ฮิ้ว ด้วย .. ในผับนี่แหละ :P มีอาจารย์คอมพิวเตอร์จาก มช. ขึ้นมากะคณะนี้ด้วย เลยได้คุยกันเรื่อง knowledge representation นิดๆ หน่อยๆ ไปๆ มาๆ กิจกรรมทางวิชาการของเราส่วนใหญ่ จะไปเกิดในผับนะ -_-"

2004-05-13

Thai Music Discovery Day

You're cordially invite to an inauguration event of:

Thai Music Discovery Day

IT's FREE!!! and also featuring our very own & unique culture!!!

Date: Sunday May 16, 2004
Time: 11:00 - 18:00
Venue: St. Cecilia's Hall, Niddry Street, Cowgate, Edinburgh

The weekend events include educational workshops for young people, with demonstration of South-East Asian music by the Thai music ensemble Korphai and fusion musicby the band Zizu based in Edinburgh.

The event will be ended by the showing of the newly-launched Thai film The Overture (โหมโรง), which is based on the true story about a master in Thai classical music whoses his music as a mean of resistance against the cultural reformation initiated by the Thai authorities.

After this Korphai will visit the SOAS, University of London and Music Festival 2004 in Edinburgh for their performances and workshops as well.

Free admission,

Spread the news ;)

----
Korphai @ Vienna (Thai Percussion Days 2004)
The Overture

2004-05-12

อ้วก

อ้วกที่ห้อง ยังเหม็นๆ เปรี้ยวๆ อยู่เลย ชีวิตฉัน -_-" เมื่อคืนกินเบียร์ไป .. จริงๆ ก็ไม่เยอะนะ แต่ไม่ได้กินเยอะขนาดนี้มานานแล้วมั้ง 1 330ml Asahi 2 500ml Budvar 2 pint (568ml) Hoegaarden .. เอ ก็เยอะแฮะ -_-" ตอนกินเสร็จ ออกจากร้าน ก็ยังดีๆ อยู่ กลับมาที่ห้องก็ยังโอเค แต่กลางดึก นอนๆ อยู่ อึดอัดมาก พอลุกขึ้นมา ก็อ้วกเลย แหวะ กุ้งเกิ้งที่กินเข้าไป ออกมาหมด เสียดาย T-T นานๆ จะได้กินที (Tendon ร้าน Banzai คนในร้านน่ารัก ;) ) ตกลงว่าผ่านแล้ว ได้ทำ disser สมใจ (ขอบคุณ พี่จอย ด้วย) เมื่อคืนก็เลยไปฉลองกันนิดหน่อย ก็ไปผับใกล้ๆ หอนี่แหละ (หอพวกเค้านะ ไม่ใช่หอผม) ไทย 4 ญี่ปุ่น 1 (ตามมาทีหลัง) ไทย 4 นี่มี ผม พี่โอ๋ (เรียน MSc informatics เหมือนกัน) พี่จี๋ พี่นุ่น (PhD linguistics ทั้งคู่) ญี่ปุ่น 1 นั่น ก็ linguistics ทำโปรเจกต์เกี่ยวกะการเีรียนภาษาของคนไทยด้วย แฟนพี่นุ่นเค้า เป็นการกินเบียร์ที่สนุกไปอีกแบบ คือไม่รู้ขุดเรื่องอะไรมาคุยได้ขนาดนี้ มือถือแก้วเบียร์ ปากคุยเรื่อง chomsky, universal grammar, discourse, cohesion, halliday, evolutionary linguistic, .. บ้าบอคอแตก คุยกันจนทุกคนเห็นว่า ถ้าได้กลับไปเป็นอาจารย์จริง (คือจริงๆ ก็ต้องไปเป็นจริงๆ แหละ ไม่ต้อง 'ถ้า' หมายถึง 3 ใน 4 ที่ไม่ใช่ผมน่ะ ก็พี่ๆ เค้าเป็นอาจารย์กันอยู่แล้ว นี่คือมาทุนกันทั้งนั้น มีเราน่ะเอ๋ออยู่คนเดียว) ควรจะมีการส่งเสริมให้เปิดผับทำนองนี้ (คือเป็นผับเอาไว้นั่งคุยเรื่อยๆ ไม่มีอย่างอื่น) ใกล้ๆ มหาลัย เพื่อส่งเสริม "บรรยากาศทางวิชาการ" หึหึ โอ้ย เหม็นอ้วก