ย้ายบล็อกไปที่ bact.cc แล้วนะครับ

พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
หยุด ร่างพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
พื้นที่เก็บข้อมูลออนไลน์ ฟรี 2GB จาก Dropbox (sync กับ Windows, Linux, Mac, iPhone, Android ฯลฯ ได้)
Showing posts with label mobility. Show all posts
Showing posts with label mobility. Show all posts

2010-09-02

history and mobility, the mobile personal and the mobile phone

โพสต์รูปเก่า ๆ ลงเฟซบุ๊ก มีเพื่อนคนนึง ว่ารูปนี้ถ่ายจากกล้องอะไร สีสวยดี

มันคือกล้องของมือถือ Sony Ericsson K700i ผมก็ชอบสี ชอบ 'เกรน' ของมันด้วย

ผมมีชีวิตช่วงหนึ่งที่ผูกพันกับมือถือเครื่องนี้

จำได้ว่าซื้อมันหลังส่ง dissertation อะไรประมาณนี้ อยากได้มาก่อนหน้านั้นแล้ว แต่ยังไม่ได้ซื้อ พอดีที่ชาร์จมือถือเครื่องเก่าสายมันขาดพอดี ถูกเก้าอี้ในห้องแล็บคอมทับกระจุย ก็เลยถือโอกาสซื้อเลย

อยากซื้อของแก้เครียดด้วย เป็นอีกเหตุ จำได้ว่าช่วงใกล้ ๆ กันก็ซื้อรองเท้าด้วย ผ้าใบ Diesel ที่ลดราคาเหลือ 25 ปอนด์ คู่ที่ใส่อยู่ตอนนั้นมันเจ๊งมาก ๆ แล้ว และหน้าหนาวกำลังจะมา

K700i เครื่องนี้เป็นหลายอย่าง

มันถือเป็นกล้องดิจิทัลตัวแรกในรอบสองสามปีนั้นของผม
(ก่อนหน้านี้มีตัวนึง พี่ ๆ ที่ Sun ซื้อให้เป็นของขวัญ แต่โดนงัดจากรถไป พร้อม ๆ กับโน๊ตบุ๊ก โลโม ซาวนด์เบาท์ และปาล์ม!)

มันเป็นวิทยุและเครื่องเล่น mp3
ผมฟังมันบนรถไฟ ฟังมันตอนเดินไปไหนต่อไหน บางทีก็ตอนล้างจานในร้านนี่แหละ

มันเป็นมือถือเครื่องแรกของผมด้วยมั้ง ที่รัน J2ME ได้
ผมทดลองเอา LekLekDict มาโมเป็น WeeDict ก็บนมือถือเครื่องนี้แหละ

แน่นอน มันเป็นโทรศัพท์ด้วย
ผมโทรกลับเมืองไทยบ่อย ๆ ในช่วงนั้น ด้วยโทรศัพท์เครื่องนี้

จะถือว่ามันเป็นมือถือในช่วงเปลี่ยนผ่านก็ได้

ผมซื้อมันที่เอดินบะระ หลังส่ง dissertation แล้วก็ย้ายบ้านทีนึง มาอยู่ใกล้ ๆ กับต้นถนน Leith Walk ผมทำ WeeDict ที่บ้านนี้

แล้วก็ย้ายออกจากเอดินบะระ มาอยู่กะญาติที่ลอนดอนพักนึง ระหว่างรอตอบรับสมัครงานและทุนต่าง ๆ ช่วงนี้มันทำหน้าที่เป็นเครื่องเล่น mp3 และโทรศัพท์อย่างหนัก รวมถึงเกมเทนนิสด้วย

ลอนดอนช่วงนั้นที่ผมอยู่ ปลายปี 2004 หนาวมาก ๆ หิมะเยอะจนซึมเศร้า มันเป็นอารมณ์ของการรอคอยล่ะมั้ง หลาย ๆ เรื่อง

ผมรอตอบรับอะไรต่าง ๆ จนกระทั่งวีซ่าหมด ก็ต้องกลับเมืองไทย ตอนนั้นได้งานที่พอตสดัมแล้ว แต่ต้องรอเอกสารอะไรหลาย ๆ อย่าง ซึ่งจำไม่ได้แล้วว่ายังไง รู้แต่มันวุ่นวาย ๆ หน่อยตรงที่ผมต้องไปเดินเรื่องกะสถานทูตเยอรมันในลอนดอน คือกระบวนการขอใบอนุญาตทำงานมันเริ่มตรงนั้น แล้วตอนแรกนึกว่ามันจะเสร็จก่อนวีซ่ายูเคผมหมดมั้ง แต่ปรากฎว่าไม่ทัน แล้วก็โยกไอ้กระบวนการนั่นกลับมากรุงเทพไม่ได้ด้วย ผมเลยต้องกลับกรุงเทพก่อน แล้วค่อยโผล่ไปลอนดอนอีกรอบ เพื่อเอาใบอนุญาตทำงาน แล้วค่อยไปเบอร์ลินได้ คือวุ่นวายอยู่เหมือนกัน โดยเฉพาะสำหรับผมที่ทึ่มมากเรื่องงานเอกสารต่าง ๆ

เจ้า K700i ก็ไปกับผมด้วย

มันน่าจะได้ไปหลายที่อยู่เหมือนกัน จนผมกลับมากรุงเทพ มันก็ยังใช้การได้ดีอยู่

วาระสุดท้ายของ K700i เครื่องนี้ คือที่หน้าลิฟต์ตึกวิศวะคอม ม.เกษตร คิดว่าน่าจะเป็นวันงาน TLUG ล่ะมั้ง ผมรีบ ๆ ออกมาจากห้อง จะไปอีกที่ มือถือมันก็ตกลงมากระจาย หน้าจอแตก

ตอนแรกว่าจะซ่อม เปลี่ยนจอ ร้านที่มาบุญครองบอกว่าไม่คุ้มหรอก เปลี่ยนเครื่องใหม่ดีกว่า ผมก็ลังเล ชั่งใจอยู่นาน คือข้อมูลและเบอร์โทรต่าง ๆ ข้างในก็ยังอยากได้ แต่ตังค์ก็ไม่ค่อยจะมี :p

สุดท้ายก็ซื้อเครื่องใหม่ เป็น Sony Ericsson K510i เลียนแบบ @theniw

ประวัติศาสตร์บุคคล ผ่านโทรศัพท์มือถือ :p

technorati tags: , ,

2008-07-04

rent a house = high mobility ?

เวลานั่งรถไฟฟ้า นั่งรถไปไหนมาไหน มองเห็นตึกแถวใช้ประโยชน์ไม่เต็มที่เยอะแยะมากมายในกรุงเทพ

ตึกแถวต่าง ๆ น่าจะมีการใช้ประโยชน์ให้คุ้มค่ากว่านี้ จะได้ไม่ต้องสร้างตึกใหม่ให้เปลืองทรัพยากร
ทำเป็น mixed use ซะ ใช้หลายประสงค์ ถือครองร่วมกันหลายคนหลายครอบครัวหรือเจ้าของตึกแบ่งเช่า

ชั้นล่างให้เช่าเป็นร้านค้า/สำนักงาน
ชั้นบน ๆ แบ่งชั้นให้แต่ละครอบครัวเช่า
ชั้นดาดฟ้าบนสุดใช้ร่วมกัน เป็นลานซักล้าง-ตากผ้า
หรือถ้าตึกข้างเคียงจะตกลงเปิดดาดฟ้าต่อกันก็ได้-ทำเป็นลานนั่งพักผ่อน/ทำกิจกรรม (ข้างล่างไม่มีที่)

ถ้าจะทำ ต้องปรับปรุงเรื่องประตูเข้าออก ทางขึ้นลง ให้สะดวกกับทุกฝ่าย

แบบนี้ ตึกแถวห้องหนึ่งอาจอยู่ได้ถึงสามสี่ครอบครัวเล็ก ๆ ตามลักษณะครอบครัวคนทำงานรุ่นใหม่ในเมือง

อีกเรื่องที่เกี่ยวข้อง ที่จะทำให้เรื่องข้างบนเป็นไปได้มากขึ้น คือ
ค่านิยมเรื่อง “เช่าบ้าน = ไม่มั่นคงในชีวิต”
น่าจะปรับเปลี่ยนเป็น “เช่าบ้าน = คล่องตัวสูง” มี mobility เคลื่อนย้ายสะดวก
ซึ่งน่าจะเหมาะกับลักษณะชีวิตคนทำงานรุ่นใหม่มากกว่า ที่ย้ายสถานที่ทำงานบ่อยครั้ง (ทั้งจากการย้ายองค์กร หรืออยู่ในองค์กรเดิมแต่ต้องเดินทางเปลี่ยนที่ทำงาน) ทั้งตอบสนองความต้องการที่จะมีบ้านอยู่ใกล้ที่ทำงาน เพื่อความสะดวก ลดค่าเดินทาง ประหยัดเวลา เพิ่มคุณภาพชีวิต (สามารถย้ายบ้านตามที่ทำงานได้สะดวก ไม่ต้องห่วงเรื่องซื้อขายบ้าน หรือทำสัญญาระยะยาว)

นอกจากนี้ ความคล่องตัว-ไม่ติดกับพื้นที่ น่าจะช่วยเรื่องการย้ายถิ่นฐาน/โยกย้ายบุคลากรที่ขาดแคลนในเขตนอกศูนย์กลาง (กรุงเทพและหัวเมืองใหญ่) เพิ่มโอกาสกระจายงาน กระจายความเจริญได้ด้วย — ไม่ทำให้เมืองหลวงหรือหัวเมืองมันโตเกินไป ซึ่งนำมาสู่ปัญหาการจัดการต่าง ๆ เช่นสาธารณูปโภคไม่เพียงพอ สร้างยังไงก็ไม่ทัน เช่นที่เชียงใหม่กำลังแย่อยู่ตอนนี้ (ไม่ต้องพูดถึงกรุงเทพ)

ไม่ใช่ว่า ก็ทรัพยากรบุคคลมันอยู่ในกรุงเทพ (หรือหัวเมือง) ย้ายเข้าออกไม่สะดวก บริษัทก็เลยต้องมาตั้งอยู่ในกรุงเทพ แล้วพอบริษัทต่าง ๆ มากระจุกอยู่ในกรุงเทพ คนข้างนอกก็ต้องย้ายเข้ามาเพิ่มอีก เพราะนอกกรุงเทพไม่ค่อยมีงาน ทรัพยากรบุคคลทั้งหลายก็เข้ามากระจุกอยู่ในกรุงเทพ บริษัทต่าง ๆ จะตั้งบริษัท จะขยายงาน ขยายสาขา ก็ต้องอยู่ในกรุงเทพอีกนั่นแหละ ไปที่อื่นมันไม่มีคน ก็วนไปเรื่อย ๆ เป็นงูกินหาง ไก่กับไข่

เรื่อง workforce mobility หรือความคล่องตัวในการเคลื่อนย้ายแรงงานนี้ เป็นนโยบายของสำคัญของการสร้างและรักษาความมั่งคงของสหภาพยุโรป ไม่ให้ความเจริญมันเหลื่อมล้ำ พอคนย้ายได้ง่าย งานก็ย้ายได้ง่ายด้วย ปลดล็อกงูกินหาง

เอกสาร Mobility in Europe [pdf]
โดย มูลนิธิยุโรปเพื่อการปรับปรุงสภาพการทำงานและการใช้ชีวิต Eurofound - European Foundation for the Improvement of Living and Working Conditions

ความคล่องตัวในการเคลื่อนย้ายแรงงานนี้ เกี่ยวหลายเรื่อง แม้ที่เด่นเป็นข่าว มักจะเป็นเรื่องข้อกฎหมาย ข้อตกลงระหว่างประเทศ เช่นเรื่องกฎหมายคนเข้าเมือง กฎหมายแรงงาน แต่เรื่องสภาพแวดล้อม เรื่องการใช้ชีวิตของแรงงานก็สำคัญ ที่พัก (สัญญาขั้นตอนไม่ยุ่งยาก ราคาพอรับไหว ไม่ผูกมัดเกิน) ระบบขนส่ง (เมือง-รอบนอก / งาน-ที่พัก) ภาษา (กรณีพูดต่างภาษาควรสื่อสารภาษากลางกันได้) วัฒนธรรม (ที่อดทดอดกลั้น เอาใจเขามาใส่ใจเรา ไม่คลั่งชาติ เปิดใจรับความแตกต่าง) คือแรงงานก็เป็นคนน่ะ นอกจากสภาพแวดล้อมในการทำงานดี ๆ แล้ว ก็อยากได้สภาพแวดล้อมในการใช้ชีวิตที่ดี ๆ เช่นกัน

สภาพที่ปราถนา เพื่อเมืองที่มีชีวิต live life :
ที่อยู่อาศัยย้ายเข้าออกคล่องตัว - ระบบขนส่งสะดวก - สื่อสารภาษากลางได้ - วัฒนธรรมเปิดกว้างรับความแตกต่าง
สองอันหลังสำหรับการจะเป็นเมืองระดับภูมิภาค/นานาชาติ

ที่จะให้เมืองไทยเป็นศูนย์กลางโน่นนี่ เป็น hub จะดันเมืองนั้นเมืองนี้เป็นเมืองระดับภูมิภาค ระดับนานาชาติ แต่ทุกอย่างมันก็ต้องอาศัยคนด้วย ทั้งคนภายในประเทศ ภายนอกประเทศ จะเป็น hub แต่เขาเดินทางเข้ามาทำงาน/ใช้ชีวิตไม่สะดวก ใครเขาจะอยากมา แล้วจะเป็น hub ได้ยังไง ? จะมีเมืองศูนย์กลางหลาย ๆ เมืองได้ยังไง ? (แนวคิด mobility นี้ไม่ได้ปฏิเสธเมืองศูนย์กลาง แต่ปฏิเสธการมีศูนย์กลางแต่ที่เดียว อะไร ๆ ก็อยู่ในเมืองนี้ - เช่นกรณีกรุงเทพ)

ในแง่สิทธิโดยทั่วไป-ไม่ได้เจาะจงเรื่องแรงงาน เรื่อง mobility นี้เกี่ยวกับ สิทธิในการเดินทาง/เสรีภาพในการเคลื่อนย้าย mobility rights / rights to travel / freedom of movement

เฮ้ย เริ่มจากตึกแถว มาจบที่เรื่องสิทธิได้ไง

ย้อนกลับไปใหม่ คิดว่า “เช่าบ้าน = คล่องตัวสูง” ไหม ?

กลับไปทำงานต่อดีกว่า

ปรับปรุง 2008.07.04: เพิ่มเรื่อง cosmopolitan

technorati tags: , , , ,