ย้ายบล็อกไปที่ bact.cc แล้วนะครับ

พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
หยุด ร่างพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
พื้นที่เก็บข้อมูลออนไลน์ ฟรี 2GB จาก Dropbox (sync กับ Windows, Linux, Mac, iPhone, Android ฯลฯ ได้)

2010-12-07

ปริศนาไขกระจ่าง: ทำไมหน้าเป็นผื่น-แห้ง?

เมื่อวานไปหาหมอผิวหนังที่โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ ตรงสาทร

คือผิวตรงหน้า รอบ ๆ จมูกและมุมปาก มันแห้งมาก ลอกเป็นขุย ๆ และเป็นผื่นแดง เป็น ๆ หาย ๆ มานานมากแล้ว ไปหาหมอพวกคลีนิคผิวหนัง-สิว มาทีนึง ก็หายไปพักนึง แล้วก็เป็นใหม่ ก็เลยคิดว่า ช่างมันเหอะ ปล่อยไปงี้แหละ (แต่เวลามันแห้งมาก ๆ แล้วผิวแตกนี่ โคตรเจ็บอ่ะ)

เข้าไปนั่งในห้องหมอยังไม่ทันทำไร คำถามแรกที่หมอถามก็คือ นอนดึกใช่มั๊ย?

ช็อค แหงะ รู้ได้ไง

ดูหน้าก็รู้แล้ว มีผื่น มีรอยโค้งๆ ตรงนี้
อย่านอนดึก อย่ากินเหล้า เดี๋ยวก็หาย
แต่เดี๋ยวมันก็เป็นใหม่นะ ไม่ต้องห่วง เป็น ๆ หาย ๆ ไปงี้แหละ อีกหลายร้อยครั้ง

แล้วหมอก็สั่งยาให้ มีสบู่ล้างหน้า (Physiogel ไปซื้อตามร้านอย่าง Boots เองก็มี) กะยาฆ่าเชื้อราสองเม็ด กินสัปดาห์ละเม็ด ส่วนครีมทาหน้าบรรเทาอาการแพ้-ผื่น พอบอกหมอไปว่ามีแล้ว หมอก็เลยถามว่าเป็นครีมอะไร
T.A. อะไรซักอย่างน่ะครับ เมื่อวานเพิ่งได้มา ทาไปครั้งเดียว มันโอไหมหมอ
ได้ ๆ ตัวนั้นใช้ได้ ถ้าหายเมื่อไหร่ก็หยุดทา มันมีสเตรียรอยด์น่ะ
หมอก็เลยขีดฆ่าครีมทาหน้าออกจากใบสั่งยา
ถ้ามีแล้วก็ไม่ต้องเอาไปอีก

ด้วยความสงสัยว่ามันเรียกว่าอะไร เลยถามให้พยาบาลเขียนชื่อโรคมาให้
มันเรียกว่า Seborrhoeic dermatitis หรือ โรคผื่นไขมันอักเสบ เรียกย่อ ๆ ว่า Sebderm

อ่านดูในวิกิพีเดีย ประมาณว่าเกี่ยวกับเชื้อราและยีสต์ที่อาศัยอยู่บนผิวหน้าของคน สิ่งมีชีวิตพวกนี้ปกติก็อยู่ร่วมกับคนไม่มีอันตรายอะไร แต่เมื่อไหร่ที่ภูมิต้านทานเราตก พวกนี้มันก็จะโตเกินปกติ อะไรแนว ๆ นี้ (อ่านในวิกิพีเดียแล้วมันดูซับซ้อนมาก และสาเหตุที่แท้จริงก็ยังไม่มีใครรู้ ที่รู้ตอนนี้เป็นเพียงการคาดเดา เกี่ยวกะเรื่องเครียดเรื่องอะไรด้วย ก็ว่าไป)

ภูมิต้านทานเราจะต่ำ เวลาอดนอน (ต้องนอนตอนกลางคืนด้วย นอนตอนกลางวันก็ไม่ได้) กินเหล้า อะไรแนว ๆ นี้ (เมื่อก่อนตอนที่เป็นงูสวัด ก็เหตุเดียวกัน ตอนนั้นหมอถามด้วยว่าเที่ยวผู้หญิงไหม เพราะถ้าเป็น HIV ก็ทำให้ภูมิต้านทานต่ำเหมือนกัน ตอนนั้นนอกจากยาฆ่าไวรัสที่หมอจ่ายมาแล้ว ยังให้กินวิตามินบีด้วย แนวว่าจะช่วยให้ร่างกายสร้างภูมิ)

ใครไม่อยากจะเป็น มันก็มีวิธีป้องกันอยู่ ลองค้นจากเน็ต เลือกเอาอันที่สั้น ๆ และไม่จู้จี้จนเกินไป (แปลว่าพอจะปฏิบัติได้) เช่น

ความรุนแรงของ seborrheic dermatitis สามารถลดได้โดยการควบคุมปัจจัยเสี่ยง ได้แก่ ความเครียด ความอ่อนล้า การเปลี่ยนแปลงของอากาศ การปล่อยให้ผิวมัน การใช้แชมพูหรือโฟมล้างหน้าบ่อย การใช้โลชั่นที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ การมีสิว และภาวะอ้วน

นายแพทย์กฤษณะ สุวรรณภูมิ

พยาบาลบอกไม่ให้กินหวานด้วย มันจะทำให้ยีสต์โต​ ง่ะ เหล้าเบียร์ก็อด โค้ก เยลลี่ แหงะ อดอีก

เราสังเกตได้ว่า เวลานอนดึก ทำงานติดต่อกันดึก ร่างกายจะร้อนด้วย แล้วหน้าก็จะมัน ๆ ไขมันนี่ดูจะเกี่ยวข้องกะการเกิดโรคด้วย

คนอื่น ๆ ที่เขาเป็นกัน ก็ประมาณนี้แฮะ นอนดึก

สรุปว่า อย่าเครียด อย่าอดนอน อะไรแนว ๆ นี้ แล้วมันก็จะดีเอง

ใช่ จริง ๆ แล้วต้องขอบคุณโรคพวกนี้นะ มันเป็นสัญญาณเตือนจากร่างกาย ว่าเธอใช้ฉันมากเกินไปแล้วนะ ให้ฉันพักได้แล้ว พยาบาลบอก

technorati tags: , ,

4 comments:

Blltz said...

ทำไมลุงแบ่คไม่ติดปุ่ม share :P

Nancom said...

เป็น เหมือนกันเลยแฮะ สงสัยผม จะครบเครื่องเลย
อ้วน , นอนดึก , เครียดบ่อย , กินหวาน
ตอนแรกไปหาหมอผิวหนังแต่ดันใส่เสื้อยืด
กางเกงขาสั้น รองเท้าแตะไป หมอเลยไม่บอกชื่อ
ว่ามันโรคอะไร บอกแค่ว่ามันไม่มีชื่อไทยหรอก T-T
พอภรรยาลองหาดูอาการตาม Internet เลยได้รู้
ว่าเป็น sed-derm นั่นเอง ตอนนี้ก็รักษาอยู่เป็นๆ
หายๆเหมือนกันครับ

Sudchai said...

เป็นโรคเดียวกัน แต่พี่เป็นที่อื่น หมอ(ที่เยอรมัน)บอกตอนแรกว่าเป็นเชื่อรา พอไปตรวจก็ไม่พบเชื้อรา

เป็นช่วงเปลี่ยนของฤดู ที่หน้าผากเคยเป็นสองครั้ง ช่วงเปลี่ยนฤดูเหมือนกัน แต่อันนั้นน่าจะเป็นผลมาจากรังแค

ได้ยาแก้เชื้อรามาเหมือนกัน ทาสองอาทิตย์หาย (หมอบอกว่าให้ทา สองอาิทิตย์ เว้นสองอาทิตย์จนกว่าจะหาย เพราะมันมีสเตรียรอยด์ ทาต่อเนื่องผิวมันจะบาง

ปรากฏว่ายาหมดหลอดแล้ว กลับมาเป็นอีกครั้ง เลยกลับไปหาหมอใหม่ (รอบนี้ที่หมอบอกว่าไม่ใช่เชื่อรา) คราวนี้ให้ยามาหลอดใหญ่กว่าเดิมสามเท่า แล้วบอกว่าถ้ายังเป็น ๆ หาย ๆ อีก ต้องตรวจเลือด แล้วควบคุมอาหาร ประมาณนี้

anpanpon said...

55 นึกว่าเป็นกลากซะอีก :P