ย้ายบล็อกไปที่ bact.cc แล้วนะครับ

พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
หยุด ร่างพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
พื้นที่เก็บข้อมูลออนไลน์ ฟรี 2GB จาก Dropbox (sync กับ Windows, Linux, Mac, iPhone, Android ฯลฯ ได้)
Showing posts with label Marxism. Show all posts
Showing posts with label Marxism. Show all posts

2009-11-29

[1-pager] What's so new about new social movements? โดย David Plotke (1990)

[อัปเดต 2009.12.03: เพิ่มลิงก์ บ่อนอก-หินกรูด]

จากสรุปอ่านเอกสารเทอมที่แล้ว คาบที่เกี่ยวกับ ขบวนการทางสังคมใหม่ (new social movements)

Plotke, David. 1990. What's so new about new social movements? Socialist Review. 20:91-102.

บทความนี้ลองสำรวจข้ออ้าง ความใหม่ ต่าง ๆ ของ ขบวนการทางสังคมใหม่ ว่ามันมีอะไรใหม่จริงหรือ, และถ้าใหม่จริง แล้วมันยังใหม่อยู่ไหมสำหรับตอนนี้ และในบริบทไหน ที่มันจะไม่ใหม่อีกต่อไป.

สิ่งที่ผมคิดว่าน่าสนใจสำหรับบทความชิ้นนี้ คือการพูดถึง กระบวนการแปะป้ายหรือตราหน้า (stigmatize) แนวคิดที่ผู้แปะป้ายไม่เห็นด้วย และ การสร้างคู่ตรงข้ามแบบสุดขั้ว (polarization และ radicalization) เพื่อบังคับให้สังคม[ต้อง]เลือก[อย่างเต็มใจ]ในทางที่ผู้กำหนดขั้วได้ออกแบบเอาไว้.

----

บทความชิ้นนี้ David Plotke ผู้เขียน สำรวจข้อถกเถียงหลักในวาทกรรมขบวนการทางสังคมใหม่ ในบริบทสังคมการเมืองสหรัฐอเมริกาช่วง 1960s-1980s และเสนอว่า ทฤษฎีเกี่ยวกับขบวนการทางสังคมใหม่นั้นให้ราคา “ความใหม่” (novelty) กับขบวนการทางสังคมใหม่มากเกินไป และการนำแนวคิดดังกล่าวมาใช้โดยไม่ดูบริบทแวดล้อมว่าเหมาะสมหรือไม่ ก็มีแต่จะทำให้เพลี่ยงพล้ำต่อฝ่ายตรงข้าม. ในตอนท้ายบทความ ผู้เขียนเสนอการรื้อสร้างความหมายเพื่อต่อสู้ทางวาทกรรม.

แนวคิดขบวนการทางสังคมใหม่ (New Social Movements; NSM) ซึ่งพัฒนาขึ้นในยุโรปตะวันตก ถูกนำเข้ามาในสหรัฐอเมริกาในช่วง 1960s-1980s และหนึ่งในปัญหาของมันก็คือ การนำมาใช้อย่างไม่วิพากษ์ในบริบทของสหรัฐอเมริกาซึ่งต่างจากยุโรปมาก. แนวคิดนี้ตั้งแต่ทศวรรษ 1960s เป็นต้นมา ประสบความสำเร็จพอสมควรในการต่อสู้ประเด็นสิทธิพลเมือง และต่อมาในประเด็นต่อต้านสงคราม สิทธิผู้หญิง/เฟมินิสต์. ความ “ใหม่” ของขบวนการทางสังคมใหม่นั้น คือความใหม่ที่ปฏิเสธ orthodox Marxism – ซึ่งผู้เขียนมองว่า มันสัมพันธ์เกี่ยวเนื่อง (relevant) กับสภาพสังคมการเมืองยุโรปในขณะนั้น ที่ orthodox Marxism เป็นกระแสใหญ่ของสังคม, แต่ไม่สัมพันธ์เกี่ยวเนื่อง (irrelevant) อีกต่อไปกับสภาวะสังคมตั้งแต่ทศวรรษ 1980s เป็นต้นมา โดยเฉพาะกับบริบทสังคมการเมืองอเมริกัน ที่แนวคิดอนุรักษ์นิยมใหม่ (neoconservative) ได้ขึ้นแทนที่เป็นพลังที่ครอบนำสังคมไปแล้ว.

คำว่า “ใหม่” ใน “ขบวนการทางสังคมใหม่” นั้นถูกอ้างว่า มีความหมายต่างไปจากที่ใช้ในขบวนเสรีนิยมที่เคลื่อนด้วยกลุ่มผลประโยชน์และที่ใช้ในแนวคิดสังคมนิยมคลาสสิก. ความ “ใหม่” ของมันไม่เพียงหมายถึง ประเด็นเป้าหมายใหม่ที่พ้นไปจากการปฏิรูปการเมืองที่ทำเป็นกิจวัตรเท่านั้น, แต่ยังหมายถึง ช่องทางใหม่ ๆ เพื่อจะบรรลุเป้าหมายเหล่านั้นซึ่งไม่สามารถจะบรรลุได้ด้วยช่องทางทางการเมืองแบบดั้งเดิมด้วย. ผู้เขียนอ้างถึง มิเชล ฟูโกต์ และมองว่ากรอบของฟูโกต์ เกี่ยวกับรูปแบบของการต่อต้าน (forms of resistance) สามารถนำมาพิจารณาขบวนการทางสังคมใหม่ได้ โดยมองว่าเป็นการต่อสู้ขัดแย้งกับ ‘government of individualization’ ซึ่งทำผ่านความรู้. คำถามที่ตั้งจึงเป็นการตั้งคำถามต่อวิธีที่ความรู้หมุนเวียนและกระทำการ, ความสัมพันธ์ของมันกับอำนาจ. สิ่งเหล่านี้เป็นการต่อต้านการสร้างและต่อต้านการทำลายอัตลักษณ์ของตัวเองโดยผู้อื่นไปพร้อม ๆ กัน ด้วยมีความต้องการจะนิยามอัตลักษณ์ของตัวเอง. โดยสรุปก็คือ ขบวนการทางสังคมใหม่นั้น ไม่ได้ต่อต้านตัว สถาบัน อำนาจ กลุ่ม หรือ ชนชั้น มากนัก แต่สิ่งที่มันต่อต้านอย่างเต็มที่ คือ เทคนิคและรูปแบบของอำนาจ.

Claus Offe เปรียบเทียบความคิดหรือกระบวนทัศน์ (paradigm) ของการกระทำการทางการเมืองแบบเก่าและใหม่ เอาไว้ว่า กระบวนทัศน์เก่านั้นอยู่กับประเด็น การเติบโตและการกระจายตัวทางเศรษฐกิจ ความมั่นคงทางสังคมและการทหาร และการควบคุมสังคม, ในขณะที่แบบใหม่นั้นอยู่กับประเด็น การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม สิทธิมนุษยชน สันติภาพ, หรือพูดรวม ๆ ก็คือ คุณภาพในการใช้ชีวิต [ประเด็นนี้น่าจะคล้าย บ่อนอก-หินกรูด]. ตัวผู้กระทำการในกระบวนทัศน์เก่านั้น เป็นกลุ่มทางเศรษฐกิจสังคมที่กระทำการในฐานะกลุ่มเพื่อผลประโยชน์ของกลุ่ม, ในขณะที่แบบใหม่ แม้จะเป็นกลุ่มทางเศรษฐกิจสังคมเช่นกัน แต่ก็ไม่ได้กระทำการในฐานะกลุ่มนั้น ๆ แต่ในฐานะกลุ่มที่เกิดมาจากการสร้างร่วมกันระหว่างการเคลื่อนไหว (ascriptive collectivities). แนวคิดนี้ต่างจาก Marx และ Gramsci ที่ว่าต้องมีสำนึกทางชนชั้นมีอัตลักษณ์ก่อนแล้วค่อยร่วมขบวนการ.

กลุ่มอนุรักษ์นิยมใหม่ประสบความสำเร็จในการสร้างวาทกรรม “การทำให้ทันสมัยเชิงอนุรักษ์” (conservative modernization). ในทศวรรษ 1970 และ 1980 กลุ่มอนุรักษ์นิยมใหม่ประสบความสำเร็จในการตราหน้า (stigmatize) ขบวนการทางสังคมใหม่ที่เริ่มต้นในทศวรรษ 1960 โดยอาศัยทัศนคติความเท่าเทียมทางกฎหมายที่คับแคบอยู่ในขณะนั้น, บวกกับความคิดเสรีนิยมกระแสหลักในสังคมช่วงหลังสงคราม ที่ความคิดเรื่อง ความเติบโต เสรีภาพ ระบบระเบียบ และอำนาจระหว่างประเทศ กำลังได้รับความนิยม, สร้างขั้วตรงข้าม: เติบโต/ไม่เติบโต, เสรีภาพ/รัฐนิยม, อำนาจบริหารที่เชื่อถือได้/ประชาธิปไตยตกขอบ, ระเบียบ/ปัจเจกนิยมอย่างบ้าคลั่ง, ชุมชน/ความแตกแยก, อำนาจระหว่างประเทศ/ความอ่อนแอของประเทศ. การกำหนดขั้วตรงข้ามแบบนี้ โดยอัตโนมัติ ได้ทำให้ทางเลือกแบบการทำให้ทันสมัยเชิงอนุรักษ์ เป็นทางเลือกที่ถูกต้องตามหลักการและมีเหตุผล (legitimate, rational) และทางเลือกของขบวนการทางสังคมใหม่ เป็นทางเลือกที่ไร้เหตุผลและไม่เป็นประชาธิปไตย (irrational, anti-democratic). ที่สำคัญก็คือ ขบวนการทางสังคมใหม่ไม่สามารถตอบโต้วาทกรรมดังกล่าวได้เลย หรือตอบโต้ว่าแนวคิดของพวกตนนั้น เป็นอุดมคติ ซึ่งยิ่งทำให้ทางเลือกแบบ conservative modernization มีน้ำหนักมากขึ้น ว่าแม้จะไม่หวือหวาแต่ก็เป็นทางเลือกที่ยอมรับได้มากกว่า.

ผู้เขียนเสนอว่า ขบวนการทางสังคมใหม่จำเป็นต้องดูบริบททางสังคมและวัฒนธรรมด้วย โดยชี้ถึงความแตกต่างของความเข้มแข็งของขบวนการแรงงานในยุโรปเทียบกับสหรัฐอเมริกา และความแตกต่างของพื้นที่ทางการเมืองของสหรัฐอเมริกาที่(กระจัด)กระจายไม่ได้รวมศูนย์แบบยุโรป (ซึ่งหมายถึงความหลากหลายทางวัฒนธรรมโดยอัตโนมัติ). พร้อมเสนอว่าในการต่อสู้ทางวาทกรรม ขบวนการทางสังคมใหม่จำเป็นต้องรื้อวาทกรรมขั้วตรงข้ามของอนุรักษ์นิยมใหม่ แล้วสร้างความหมายใหม่ที่เอื้อต่อการต่อสู้ของตัว.

----

ใครที่สนใจเรื่องขบวนการทางสังคม ประภาส ปิ่นตบแต่ง (ภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) เพิ่งออกหนังสือ แนวการวิเคราะห์การเมืองแบบขบวนการทางสังคม (เห็นครั้งแรกเมื่องานหนังสือที่ผ่านมา) มีทั้งส่วนที่สำรวจทฤษฎีขบวนการทางสังคมสำนักต่าง ๆ และส่วนที่สำรวจงานศึกษาขบวนการทางสังคมในประเทศไทย

ทั้งเล่มนี้ ดาวน์โหลดไปอ่านได้ฟรี จากหน้าเว็บของอ.ประภาส เช่น บทที่ 7 ขบวนการทางสังคมใหม่ (pdf, 18 หน้า)

และอีกบทความจาก ผาสุก พงษ์ไพจิตร (ที่เขียนคำนำให้หนังสือเล่มข้างบน) ทฤษฎีขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคมใช้กับสังคมไทยได้หรือไม่? (doc, 13 หน้า)

technorati tags: , , ,