ย้ายบล็อกไปที่ bact.cc แล้วนะครับ

พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
หยุด ร่างพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
พื้นที่เก็บข้อมูลออนไลน์ ฟรี 2GB จาก Dropbox (sync กับ Windows, Linux, Mac, iPhone, Android ฯลฯ ได้)
Showing posts with label libthai. Show all posts
Showing posts with label libthai. Show all posts

2009-04-24

playing around Thai blog corpus with NLTK

อยากจะลองเล่น NLTK กับข้อมูลภาษาไทยดู คิดไปคิดมา เอาข้อมูลจาก foosci.com มาลองดูละกัน เขาเปิดให้ใช้ เป็น ครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-อนุญาตแบบเดียวกัน (CC by-sa)

แต่ไม่อยากไปดึงมาเอง ขี้เกียจ เห็นว่าโครงการโรตี (อัลฟ่า) โดย Opendream ดูดบล็อกไทยจำนวนหนึ่งมาเก็บไว้ได้ระยะหนึ่งแล้ว เพื่อใช้ในการแนะนำลิงก์ (ดูตัวอย่างที่ keng.ws ที่ท้ายแต่ละโพสต์) ก็เลยเอาจากตรงนั้นมาใช้ละกัน

ข้อมูลที่มีเป็น XML ที่ dump มาจาก MySQL เราก็เขียนสคริปต์ก๊อก ๆ แก๊ก ๆ ดึงเฉพาะที่อยากได้ออกมา ด้วย xml.etree.cElementTree (ตอนแรกใช้ ElementTree แตน ๆ แต่อืดเกิน เนื่องจากแฟ้มมันใหญ่) เอา HTML tags ออกด้วย Beautiful Soup แล้วตัดคำด้วย python-libthai ตัดประโยคแบบถึก ๆ ด้วย .split('\n') จะได้ข้อมูลออกมาหน้าตาประมาณนี้ (จะเห็นว่าข้อมูลมันไม่ได้สมบูรณ์มาก มีแท็ก HTML โผล่มาด้วย-อันนี้เป็นที่ข้อมูลป้อนเข้าที่ dump มา) :


<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<roti>
  <entry id="4947" url="http://www.foosci.com/node/401" ...>
    <tags> <tag>LHC</tag> <tag>quantum physics</tag> ... </tags>
    <title> <w>บิดา</w> <w>ของ</w> <w>อนุภาค</w> ... </title>
    <content>
      <s> <w>p</w> <w>นัก</w> <w>วิทยาศาสตร์</w> ... </s>
      <s> <w>pcenter</w> <w space="1"> </w> <w>ภาพ</w> ... </s>
      ...
    </content>
  </entry>
  <entry>
    ...
</roti>

ใน w คือ คำ, ใน s คือ ประโยค

ดาวน์โหลดข้อมูล : foosci-20090424.tar.bz2 (สัญญาอนุญาต CC by-sa เช่นเดียวกับเนื้อหาใน foosci.com)
ข้างในจะมีสองแฟ้ม foosci00.xml และ foosci01.xml ให้ก๊อปปี้ไปใส่ในไดเรกทอรีข้อมูลของ NLTK (NLTK_DATA) $NLTK_DATA/corpora/rotibc ตัวโมดูลที่จะพูดถึงต่อจากนี้จะวิ่งมาหาที่ตำแหน่งนี้

ได้ข้อมูลมาแล้ว จะเอาเข้าไปใช้ใน NLTK ยังไง ? ก็ต้องเขียนตัว corpus reader ขึ้นมาก่อน ซึ่งกรณนี้ เราจะทำต่อมาจาก XMLCorpusReader (เรียกว่า inherit ไหม?) โดยไอเดียไม่มีอะไรมาก ก็ implement ตัวฟังก์ชั่น .words() เพื่อส่งกลับรายการคำ และฟังก์ชั่น .sents() เพื่อส่งกลับรายการประโยค โดยดูตัวอย่างจาก BNCCorpusReader

ที่ต้องทำเพิ่มเติมก็คือ สร้างแฟ้ม __init__.py ใส่ไว้ใน package เพื่อที่ว่าตอนโหลด มันจะได้โหลดเอาตัวข้อมูลขึ้นมาให้เราอัตโนมัติเลย (ซึ่งไม่ต้องกลัวอึด เพราะว่าโหลดแบบ lazy คือยังไม่ได้โหลดข้อมูลจริง ๆ จนกว่าจะใช้)

ตอนทำ __init__.py นี้ ทำให้รู้ว่า ทุกไดเรกทอรีที่เราจะใส่โมดูลอะไรลงไป จะต้องมีแฟ้มนี้ ไม่งั้นตอน build มันจะไม่นับไดเรกทอรีนั้นเป็น package จะข้ามไป เพราะงั้นถึงไม่ได้จะโหลดจะทำอะไร ก็ต้องใส่แฟ้มว่าง ๆ ไว้ (ดูเอกสาร Python Tutorial - Modules)

ใน __init__.py ไม่มีอะไรมาก แค่โหลดข้อมูลเฉย ๆ :
foosci = LazyCorpusLoader('rotibc', RotiCorpusReader, r'foosci\d+\.xml')

ดาวน์โหลดแพคเกจ roti.corpus : rotibc-0.1.tar.gz
แตกออกมาแล้ว ก็ลงด้วยคำสั่ง :
sudo python setup.py install
(ดูวิธีสร้าง setup.py มาจากเอกสาร Distutils - Creating a Source Distribution)

โอเค ครบละ ข้อมูล โปรแกรมอ่าน คราวนี้มาเล่นกัน ลองใน interpreter shell ของ Python ก็ได้


>>> from roti.corpus import foosci
>>> foosci.fileids() #แสดงรายชื่อแฟ้มในคลังข้อความ
['foosci00.xml', 'foosci01.xml']
>>> foosci.words() #แสดงรายการคำ
['p', u'\u0e19\u0e31\u0e01', ...]
>>> for w in foosci.words()[0:5]: #พิมพ์คำจากรายการ ตำแหน่ง 0-5
...     print w,
... 
p นัก วิทยาศาสตร์ อังกฤษ ที่ 
>>>
>>> foosci.sents() #แสดงรายการประโยค
[['p', u'\u0e19\u0e31\u0e01', ...],
['pcenterimg', ' ', 'src=http://', ...], ...]
>>>

จะเห็นว่า เราพอจะเล่นอะไรกับมันได้ละ ถ้าจะเล่นมากกว่านี้ ลองดูตัวอย่างที่ Getting Started (NLTK)

ตัวอย่างหนึ่งจาก NLTK Book บทที่ 2 Accessing Text Corpora and Lexical Resources เขาลองเล่นกับ conditional frequency distribution เอามาสร้างประโยคมั่ว ๆ เล่น จากโมเดลไบแกรม ด้วยโค้ดด้านล่างนี้ :


def generate_model(cfdist, word, num=15):
    for i in range(num):
        print word,
        word = cfdist[word].max()

words = foosci.words()
bigrams = nltk.bigrams(words)
cfd = nltk.ConditionalFreqDist(bigrams)

ลองใส่คำอะไรสักคำให้มันดู มันจะสร้างประโยคมาให้


>>> generate_model(cfd, u'คอมพิวเตอร์')
คอมพิวเตอร์ ที่ มี ความ เสี่ยง มะเร็ง เต้า นม   href=http:// www. physorg. com/ ~r/ foosci/

การสร้างประโยคนั้น generate_model() ใช้วิธีเลือกเอาคำที่น่าจะเกิดต่อจากคำข้างหน้ามากที่สุด มาเรียงต่อกัน

ลองเล่นต่ออีกนิดหน่อยกับติวอันนี้ Working with corpora: Character Ngrams

ถ้ามีคลังข้อความที่น่ารัก ๆ กว่านี้ ก็น่าจะใช้ NLTK นี้ไปใช้เรียนสอน NLP หรือภาษาศาสตร์คลังข้อมูลง่าย ๆ ได้

ปัญหาอย่างนึงที่เจอตอนนี้คือ nltk.text.Text() ใช้กับ unicode ไม่ได้ คือมันจะพยายามแปลงข้อความไปเป็น ascii ซึ่งแปลงไม่ได้ แล้วก็จะตาย nltk.text.Text() นี่มีฟังก์ชั่นน่าใช้สำหรับการเรียนรู้เรื่องภาษาศาสตร์เยอะพอดู เช่น .concordance() .collocations() .similar()

<อัปเดต 2009.04.25> ใช้กับ nltk.Text() ได้แล้ว (แก้ตามคำแนะนำจากเมลกลุ่ม nltk-users) โดยต้องให้คำใน list เป็น str ("") ที่ encode ด้วย utf-8 แทนที่จะใส่เป็นสตริงแบบ unicode (u"") ทำได้โดยแก้สองฟังก์ชั่น _elt_to_words() และ _elt_to_sents() ในแฟ้ม roti/corpus/rotibc.py ตรง .append(w.text) ให้เป็น.append(w.text.encode("utf-8", "replace")) เดี๋ยวจะปรับตัวแพคเกจใหม่ </อัปเดต>

ลองเล่นดูครับ เอาไปโมต่อตามสบาย โค้ดทั้งหมดเป็น public domain

ใช้ NLTK แล้วพบปัญหา คุยกับผู้ใช้รายอื่น ๆ ได้ที่เมลกลุ่ม nltk-users หรือถ้าอยากคุยกับคนไทย ลองกลุ่ม THLTA


แถม : Open License และคลังข้อมูลภาษา

ในงาน NAC 2009 โดยสวทช.ที่ผ่านมา ได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนประเด็น open content, open license และ คลังข้อมูลภาษา กับคนในวงการ NLP จำนวนหนึ่ง ซึ่งก็มีความคิดเห็นหลาย ๆ อย่าง หลาย ๆ มุมก้นไป

เกือบทุกคนเห็นด้วยว่า เป็นเรื่องสำคัญที่ควรจะมีอะไรที่มันแชร์กันได้ ที่มัน open แต่ความหมายของคำว่า open สำหรับแต่ละคนก็ดูจะไม่เท่ากัน บางคนบอกว่า คลังอันนั้นอันนี้ฟรี ตัวนั้นตัวนี้โอเพ่นซอร์ส แต่พอไปดูเอาจริง ๆ ในรายละเอียด ก็พบว่า จำเป็นต้องลงทะเบียนก่อนบ้างหรือไม่ได้อัปเดตนานแล้วบ้าง (พจนานุกรม Lexitron) หรือลิงก์ดาวน์โหลดหายไปบ้าง (ORCHID Corpus - ดาวน์โหลดได้ที่ backup site) หรือก่อนหน้านี้เรื่องของฟอนต์หลาย ๆ ตัว ที่เอามาใช้ได้ฟรี แต่ไม่รู้ว่าจะโมได้ไหม redistribute ได้ไหม

ความเห็นของผมก็คือ จะเปิดหรือจะปิด อย่างไรก็ได้ เป็นสิทธิของเจ้าของข้อมูลที่เขาลงแรงลงเวลาไป แต่ถ้าจะบอกว่าเปิด ก็ขอให้บอกให้ชัดเจนหน่อย ว่าในเงื่อนไขอะไร แล้วจะเอามาใช้จริง ๆ ได้ยังไง การบอกว่า เปิด เฉย ๆ โดยไม่ได้ให้รายละเอียดอะไรเลย ในทางปฏิบัติก็แทบจะเหมือนการไม่เปิด หน้า การแลกเปลี่ยนทรัพยากรและเครื่องมือ ที่ THLTA ก็อาจจะเป็นความพยายามหนึ่งที่จะทำให้เรื่องพวกนี้เคลียร์

สิ่งที่ผมคิดว่าน่าสนใจ และเป็นคุณสมบัติสำคัญของ open licenses ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น copyleft, GNU หรือ Creative Commons ก็คือ การไม่ต้องขออนุญาต ผมคิดว่าการไม่ต้องขออนุญาตนี้ทำให้ ข้อมูล โค้ด ไอเดีย ต่าง ๆ มันไหลเวียนได้อย่างอิสระ-ทันที ใครอยากจะเล่นอะไรก็เอา เต็มที่ ตามเงื่อนไขที่ประกาศไว้ชัดเจนล่วงหน้า ไม่ต้องรอไปรอมา ไม่ต้องตกอยู่ในภาวะไม่แน่ใจ

ซึ่งจริง ๆ แล้วเรื่องของความชัดเจนนี้ แม้จะเป็น closed content, closed source หรืออะไรก็ตาม ก็สามารถจะชัดเจนเรื่องนี้ได้ เพียงประกาศให้ชัดเจน — ไม่ใช่แค่บอกเฉย ๆ ว่า เปิด แล้วก็ทิ้งให้งง ให้เดาใจกันเล่น ๆ ว่า ตกลงจะเปิดแบบไหน เปิดยังไง

technorati tags: , , ,

2009-04-22

encode("UTF-8", "ignore") ข้าม ๆ เรื่องที่ทำไม่ได้ใน Python

หลังจากเอา python-libthai ของวีร์มาใช้กับข้อมูลที่ได้มาจากเว็บ ก็พบปัญหาเรื่อง character encoding นิดหน่อย

libthai นั้นปัจจุบันทำงานกับข้อมูลที่เป็นภาษาไทย 8 บิตอยู่ (น่าจะเป็น TIS-620) ตัว python-libthai เลยมีขั้นตอนการแปลงจากยูนิโค้ดไปเป็น 8 บิตก่อน ทีนี้ ปรากฏว่า encoder "CP874", "TIS_620" และ "ISO8859_11" ของ Python มันดันแปลงตัวอักษรบางตัวไม่ได้ (เนื่องจากใน charset พวกนั้น มันไม่มีตัวอักษรดังกล่าว) โปรแกรมก็เลยจะตาย ถ้าไปเจออักษรพวกนั้น

ก่อนตายมันจะโวยทำนองว่า :

UnicodeEncodeError: 'charmap' codec can't encode character
u'\u200b' in position 3560: character maps to <undefined>

วิธีแก้แบบถึก ๆ คือ เอาหูไปนาเอาตาไปไร่ซะ ignore มัน ด้วยการไปแก้ แฟ้มชื่อ libthai.c ของ python-libthai (แฟ้มนี้เป็น wrapper ที่ไปเรียก libthai ให้)

หาบรรทัดที่เรียกฟังก์ชั่น PyUnicode_Encode/Decode แล้วแก้พารามิเตอร์ตัวที่สี่เป็น "ignore" ซะ

เช่น จาก


PyObject *txt_cp874 =
    PyUnicode_Encode(s1, s1_len, "CP874", NULL);
tok =
    PyUnicode_Decode(buffer, tok_len, "CP874", NULL);

เป็น


PyObject *txt_cp874 =
    PyUnicode_Encode(s1, s1_len, "CP874", "ignore");
tok =
    PyUnicode_Decode(buffer, tok_len, "CP874", "ignore");

แล้ว sudo python setup.py install ใหม่อีกรอบ (อย่าลืมล้าง build เก่าทิ้งก่อน) ก็น่าจะใช้ได้แล้วครับ

ลิงก์ : Python Unicode How-to

technorati tags: , ,

2009-04-20

modifying setup.py for libthai Python binding in MacPorts environment

(ปรับปรุง 2009.04.21 พบท่าง่ายกว่าเดิม ดูด้านล่าง)

เอา libthai Python binding ที่วีร์ทำเอาไว้มาใช้บน Mac OS X + MacPorts ต้องดัดแปลง setup script นิดนึง

เนื่องจากผมติดตั้ง libthai ผ่านทาง MacPorts (ด้วยคำสั่ง sudo port install libthai) ดังนั้นแฟ้มไลบรารี (libthai.a) กับแฟ้ม include (*.h) ทั้งหลาย จึงไม่ได้อยู่ในตำแหน่งปกติที่ apple-gcc จะวิ่งไปหา (ผมใช้ i686-apple-darwin9-gcc-4.0.1 ลองใช้ gcc-4.2, gcc-mp-4.4 ที่อยู่ในเครื่องแล้ว มันบอกไม่รู้จัก flag โน้น flag นี้ ผมก็เซ็ตไม่เป็นด้วย เลยใช้ gcc ตัวที่เขาให้มาแต่เดิมนี่แหละ) จึงจำเป็นต้องแก้ไข setup.py นิดหน่อย เพื่อบอกตำแหน่งของ include_dirs และ library_dirs ใหม่ ตามนี้ :


from distutils.core import setup, Extension

setup(name="libthai", version="0.0.1",
      ext_modules=[ 
        Extension('libthai', 
                  include_dirs = ['/opt/local/include'],
                  libraries = ['thai'],
                  library_dirs = ['/opt/local/lib'],
                  sources = ['libthai.c']
)])

ก็จะสามารถ build และ install ได้ครับ - ของใครอยู่ที่อื่น ก็แก้ไปตามนั้นครับ - ผมดูตัวอย่างจากเอกสารหน้านี้ : 3. Building C and C++ Extensions with distutils

หมายเหตุ: libthai ที่ใช้นี้ยังเป็นรุ่น 0.1.9 อยู่ ตอนนี้รุ่นล่าสุดคือ 0.1.11 ออกมาไล่ ๆ กับ libdatrie และ swath ตัวใหม่ ติดตามข่าวได้ที่ linux.thai.net / ขอบคุณคุณวีร์ พี่เทพ และทุกท่าน


อัปเดต 2009.04.21: เพิ่งเจอท่าที่ง่ายกว่า ไม่ต้องแก้ setup.py คือเรากำหนดไดเรกทอรีได้ที่บรรทัดคำสั่งเลย ตอน build จากนั้นค่อยสั่ง install อีกที เช่น :


$ sudo python setup.py build_ext --include-dirs=/opt/local/include --library-dirs=/opt/local/lib
$ sudo python setup.py install

หรือจะกำหนดไว้ในแฟ้ม setup.cfg ก็ได้ เผื่อใช้หลายรอบ :


[build_ext]
include-dirs=/opt/local/include
library-dirs=/opt/local/lib

ทั้งหมดนี้ ดูตามเอกสาร 3. Writing the Setup Configuration File

ก่อน build อย่าลืมเปลี่ยน gcc ให้เป็นรุ่นที่เหมาะสม=ใช้แล้วคอมไพล์ผ่าน เช่นกรณีนี้ ผมต้องใช้ gcc 4.0 ก็ให้เลือกด้วย gcc_select (หรือ ln symbolic link เอาเองก็ได้)

$ sudo gcc_select gcc40

ถ้าอยากรู้ว่ามีอะไรให้เลือกบ้าง สั่ง gcc_select -l (ไม่ต้องตกใจ ถ้ามันแสดงน้อยกว่าที่เรามี gcc_select มันแสดงเฉพาะตัวที่มันหาเจอเท่านั้น ก็คือที่มี symbolic link อยู่ในไดเรกทอรีเดียวกับตัว gcc_select มันเอง ... กรณีนั้น ก็ แหะ ๆ ใช้ ln ไปตามเดิมครับ - -")

เช่นเดียวกัน ก่อน install ก็อย่าลืมเปลี่ยน Python ให้เป็นรุ่นที่เหมาะสม=รุ่นที่เราอยากจะติดตั้งตัว extension นี้เข้าไป กรณีผม ผมอยากติดตั้งลงไปใช้กับ Python 2.5 ก็คล้าย ๆ เดิม เลือกด้วย python_select (หรือ ln symbolic link เอาเองก็ได้ เช่นกัน)

$ sudo python_select python25-apple

ป.ล. อะไรคือ mp-gcc ?

technorati tags: , ,