ย้ายบล็อกไปที่ bact.cc แล้วนะครับ

พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
หยุด ร่างพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
พื้นที่เก็บข้อมูลออนไลน์ ฟรี 2GB จาก Dropbox (sync กับ Windows, Linux, Mac, iPhone, Android ฯลฯ ได้)

2006-01-18

Dissecting Thai Media

สาระสนเท่ห์​ ​คือโชว์รูม​ ​ห้องทดลอง​ ​และ​ factory outlet ​สำ​หรับ​ความ​คิดของ​ สรรพวร​ ​วามวาณิชย์​ ​ระหว่างที่​เขา​เขียน​ หนังสือเกี่ยว​กับ​สื่อมวลชนไทย​ ​ยัง​ไม่​เสร็จ :-(

มีตัวอย่างให้อ่านแล้ว 3 บท — อ่านไปแล้ว 1 บท “ ประวัติศาสตร์​จะ​ไม่​ซ้ำ​ ” น่าสนใจ

6 comments:

Jittat said...

อ่านที่เขาเขียนอันอื่น ๆ แล้ว น่าสนใจดี ข้อโต้เถียงหลายข้อของเขามองเป็นปัจเจกชนมาก เน้นความเป็นเสรีนิยมมากเหลือเกิน (เช่น "ทีนี้​ใคร​ช่วย​ผมบอกผมอีกทีซิว่า​ ​ทำ​ไมคนไทยเรา​ถึง​ไม่​มีสิทธิซื้อของ​และ​ขายของ​ (รวม​ทั้ง​แรงงาน) ​ให้​กับ​ใคร​ใดๆ​ ​ก็​ได้​ที่​เรา​ต้อง​การ​, ​รวม​ทั้ง​ผู้​ผลิต​และ​นักลงทุนต่างประ​เทศ​? ​เพราะ​ว่า​เดี๋ยวเรา​จะ​กลาย​เป็น​วัวควายเหรอ​?" จาก http://sanpaworn.vissaventure.com/?id=248 )

จริง ๆ ก็มีมูลอยู่ คนที่อาจจะถูกขูดรีดจากบริษัทภายนอกประเทศ ในปัจจุบันก็ต้องถูกขูดรีดจากบริษัทในประเทศอยู่ดี

การต่อต้าน FTA นัยหนึ่งก็คือการปกป้องบริษัทใหญ่ ๆ ในประเทศ (ผู้ผลิต-ประกอบการ) และการเปิดเสรีทำให้ผู้บริโภคได้รับประโยชน์เสมอ

แต่พลเมืองในประเทศที่เป็นผู้ผลิตรายย่อยมากล่ะ? (เช่น ชาวสวน) จะให้เขาแข่งกับบริษัทเกษตรข้ามชาติได้อย่างไร?
(หรือไม่ต้องแข่ง รอให้ CP มาฮุบไปก่อนดีกว่า...)

เฮ่อ มองทางไหนก็เหมือนจะตันไปหมด

bact' said...

i replied him on that in his english post (didn't know there's thai version) at

http://sanpaworn.vissaventure.com/?id=247

but it seems like my comment is not meet his "filtering criteria" :P

golffee said...

อ่านมานานแล้วเหมือนกันครับ เข้าไปคอมเม้นต์ด้วยในพากย์ภาษาไทย ผมว่าเขามีวิธีคิดแบบชนชั้นกลางรุ่นเก่านะครับ
เช่น เกลียดม๊อบ ไม่ชอบความวุ่นวาย ความเห็นต่างคือความเห็นผิด ฯลฯ
แต่สังคมเราก็อย่างนี้ละครับ จะให้ทุกคนคิดเหมือนกันได้อย่างไร...

deliverance said...

Website ของเขามีเป็นภาคภาษาไทยด้วยต้องดูด้านบนซ้ามือซึ่งมีให้เปลี่ยนจากภาษาอังกฤษเป็นไทย ครั้งแรกเข้าไปอ่านข้อความก็เริ่มสังเกตสิ่งที่ปกติคือ เขาคิดว่าเขาเป็นคนที่มีปัญญาสูงกว่าคนระดับ genius ทั้งหลายในโลกนี้ และมีอคติกับคนที่เขาถือว่าต้องโง่กว่าเขา (หรือ anti-ทักษิน)เพราะเขาเรียนจบมาจาก Wesleyan University ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่ติดอันดับ แต่ไม่ติดอันดับอย่าง Harvard University, Yale University, Princeton University, Oxford University, Cambridge University ฯลฯ จริงแล้วเขารู้ภาษาอังกฤษและเก่งในการเขียน เขานึกว่าเขาฉลาดมาก ซึ่งทำให้เขาโง่มากกว่า ลองไปอ่านบทความอื่นๆ แล้วคุณจะเข้าใจเอง

Tom said...

Bact:

but it seems like my comment is not meet his "filtering criteria" :P

ขอโทษที ผมไม่ moderate ความคิดเห็น. โพสต์เมื่อไหร่ก็อ่านได้เมื่อนั้น. และตั้งแต่ผมมีบล็อกมาก็เพิ่งเคยลบความเห็นครั้งเดียว ซึ่งก็ไม่ใช่ความคิดเห็นของคุณ. ข้อกล่าวหาชุ่ยๆ แบบนี้ทำคนบริสุทธิ์เดือดร้อนมามากแล้ว.

Golfee:

ผมว่าเขามีวิธีคิดแบบชนชั้นกลางรุ่นเก่านะครับ
เช่น เกลียดม๊อบ ไม่ชอบความวุ่นวาย ความเห็นต่างคือความเห็นผิด ฯลฯ


แล้วคุณไม่ได้เห็นว่า ความเห็นที่แตกต่างของผมเป็น ความเห็นที่ผิดเหรอ? ถ้าจะไม่ให้พูดว่า สิ่งที่คุณเห็นว่าผิดคือสิ่งที่ผิด พร้อมทั้งให้เหตุผลประกอบ แล้วจะให้ถกกันได้ยังไงไม่ทราบ? หรือจะให้ชี้หน้าฝ่ายตรงข้ามแล้วบอกว่า "คุณเห็นว่าความเห็นต่างคือความเห็นผิด" แบบที่คุณทำ?

ป.ล. ภาค ภาษาไทย, ไม่ใช่ พากย์ ภาษาไทย. เชิญว่าผมอีกสิว่า : "เขาคิดว่าคนที่สะกดแตกต่างคือสะกดผิด แต่สังคมเราก็อย่างนี้ละครับ จะให้ทุกคนสะกดเหมือนกันได้อย่างไร..."

Deliverance:

สิ่งที่ปกติคือ เขาคิดว่าเขาเป็นคนที่มีปัญญาสูงกว่าคนระดับ genius ทั้งหลายในโลกนี้

เป็นต้นว่าใครบ้าง? ผมขอประกาศไว้ให้ชัด ณ ที่นี้ว่าผม ไม่มีปัญญาสูงกว่า ลีโอนาร์โด ดาวินชี, ไอแซค นิวตัน, อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์, ริชาร์ด ไฟน์แมน, เจมส์ วัตสัน, เอดวาร์ด วิตเตน ฯลฯ. ผมก็ไม่เคยคิดจะไปวิพากษ์วิจารณ์พวกเขาด้วย หรือถึงคิดก็ไม่มีปัญญา.

แต่คนที่มีปัญญาจะวิพากษ์วิจารณ์นั้นมี แล้วก็ได้ทำแล้วด้วย. โลกเราก้าวหน้าได้ก็ด้วย คนรุ่นใหม่ที่แก้ไข ความผิดพลาดของคนรุ่นเก่า ไม่ว่าจะปราดเปรื่องแค่ไหนก็ตาม.

ผมยอมรับว่าผมไม่คิดว่าคุณประเวศ วะสี เป็นคนที่ปราดเปรื่อง (“ระดับ genius ทั้งหลายในโลกนี้” ยิ่งไม่ต้องพูดถึง) อย่างน้อยก็ไม่ใช่เรื่องเศรษฐศาสตร์และการใช้ภาษา และผมก็ได้ให้เหตุผลของผมด้วย. ถ้าคุณมีเหตุผลตอบโต้ก็เชิญเขียนได้ แทนที่จะตอบด้วย Ad hominem ซึ่งเป็นเครื่องมือของคน... เอิ่ม... ไม่ฉลาด.

และมีอคติกับคนที่เขาถือว่าต้องโง่กว่าเขา (หรือ anti-ทักษิน)

“อคติ” แปลว่าลำเอียง. เมื่อผมเห็นสิ่งที่ (ผมคิดว่า) ผิด, ผมก็บอกว่าผิด แล้วก็ให้เหตุผล. ลำเอียงตรงไหนไม่ทราบ?

ป.ล. ทักษิณ ณ เณร ไม่ใช่ น หนู. บอกอีกสิว่าผมอคติกับคนที่ผมถือว่าสะกดไม่เป็น.

เขานึกว่าเขาฉลาดมาก ซึ่งทำให้เขาโง่มากกว่า ลองไปอ่านบทความอื่นๆ แล้วคุณจะเข้าใจเอง

บางทีผมอาจจะเสียเวลาเปล่า ที่อุตสาห์เขียนตอบมาทั้งหมดนี้. ที่จริงแค่เขียนว่า “คนออกความเห็นบนเว็บไซต์นี้ทุกคนนึกว่าตัวเองฉลาด ซึ่งทำให้พวกเขาโง่มากกว่า ลองอ่านดูสิ แล้วคุณจะเข้าใจเอง” ก็สิ้นเรื่องแล้ว จริงมั๊ย?

(ขอยกเว้นให้คนหนึ่ง. ถึงผมจะไม่เห็นด้วยกับคุณ Jittat ข้างบน (และไม่มีเวลาจะตอบโต้) แต่อย่างน้อยที่สุดเขายังพยายามถกเถียงด้วยเหตุผล. โลกนี้ยังไม่สิ้นคนดี)

bact' said...

Tom: ผมได้พยายามโพสต์ตอบไปมากกว่าสองรอบที่เว็บคุณจริง ๆ นะครับ แต่มันไม่แสดงขึ้นมาบนเว็บ ซึ่งมันก็อาจจะเป็นเพราะปัญหาทางเทคนิค หรืออะไรก็แล้วแต่ที่ผมไม่ทราบ ซึ่งที่ผมได้บอกไปว่า his "filtering criteria" นั้นนี่ ผมไม่ได้ตั้งใจจะไปเฉพาะเจาะจงว่าตัวคุณทอมได้คัดความเห็นออกก่อนมันจะถูกแสดง หรือว่าลบมันทิ้งไป
คืออาจจะเป็นเพราะตัวโปรแกรม/เซิร์ฟเวอร์ blog ของคุณทอมก็เป็นได้ หรือไม่ก็อาจจะเป็นที่เบราว์เซอร์ของผม ซึ่งผมเองก็เคยโพสต์แล้วไม่ติดทำนองนี้มาแล้วหลายครั้ง (ในบล็อกผมเองนี่ก็เคย หรือ pantip.com นี่ก็ประจำ เหมือนมันแย่งกันรีเฟรช)
ที่ผมตั้งใจจะสื่อคือ เออ มันหายไประหว่างทางแฮะ
(ซึ่งจากประสบการณ์ที่ผ่าน ๆ มาจากการเล่นเน็ต ทำให้ผมสงสัยตรงตัวโปรแกรม/เซิร์ฟเวอร์อย่างที่ว่าไว้ มากกว่าสาเหตุอื่น ๆ)

โอเค ผมย้อนกลับมาอ่านความเห็นของผมอีกที โดยอ่านประกอบกับโทนของความเห็นข้างเคียง
ก็จริงอย่างที่คุณว่า มันทำให้คนอื่นเข้าใจได้ว่าตัวคุณทอมเองกรองความเห็น (เช่น ความเห็นที่คิดต่างกับคุณทอม) ได้จริง ๆ (ไม่ใช่ตัวโปรแกรม)
ซึ่งตรงนี้ผมก็ต้องขอโทษด้วยครับ

อาจจะต้องใช้คำว่า disappear (ซึ่งไม่จำเป็นต้องมีใครเป็นคนทำ) จะดูเป็นกลางมากกว่า filtering (ซึ่งมันสื่อมากกว่าว่ามีใครซักคน หรืออาจจะเป็นเครื่อง ที่ทำ) หรือไม่ก็คำอื่น


อย่างไรก็ตาม ขอบคุณที่ตักเตือนครับ จะระวังมากกว่านี้