ย้ายบล็อกไปที่ bact.cc แล้วนะครับ

พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
หยุด ร่างพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
พื้นที่เก็บข้อมูลออนไลน์ ฟรี 2GB จาก Dropbox (sync กับ Windows, Linux, Mac, iPhone, Android ฯลฯ ได้)

2009-05-31

[review] Portraits of “the Whiteman”: Linguistic play and cultural symbols among the Western Apache.

ช่วงนี้ไม่ค่อยได้อัปบล็อก เอาของเก่ามาหากินละกัน :p นี่เป็นการบ้านของวิชาหนึ่งในเทอมที่ผ่านมา คือ วิชามานุษยวิทยาภาษา (linguistic anthropology). งานในวิชานี้มีวิจารณ์หนังสือ 2 เล่ม กับรายงานจบเทอมชิ้นหนึ่ง. ด้านล่างนี้เป็นบทวิจารณ์หนังสือเล่มที่สอง คือหนังสือ Portraits of “the Whiteman”: Linguistic play and cultural symbols among the Western Apache โดย Keith Basso. ส่วนเล่มแรกที่วิจารณ์คือ ความเป็นมาของคำสยาม, ไทย, ลาว และขอม และลักษณะทางสังคมของชื่อชนชาติ โดย จิตร ภูมิศักดิ์.

เทอมที่แล้ว เคยวิจารณ์หนังสือที่ Keith Basso เขียน ไปแล้วเล่มหนึ่ง คือ Wisdom Sits in Places: Landscape and Language Among the Western Apache. ทั้งสองเล่มเกี่ยวกับชาวเวสต์เทิร์นอาปาเช่ใน Cibecue เหมือนกัน.


บทวิจารณ์หนังสือ Portraits of “the Whiteman”: Linguistic play and cultural symbols among the Western Apache โดย Keith H. Basso, ภาพประกอบโดย Vincent Craig, บทนำโดย Dell Hymes. เกี่ยวกับการเลียนล้อ (joking imitation) โดยชาวเวสต์เทิร์นอาปาเช่ และมุมมองทางมานุษยวิทยาภาษา.

“นั่งคนเดียวแล้วมองกระจก ที่สะท้อนแสงจันทร์วันเพ็ญ
โดดเดี่ยวกับความเหงา อยู่กับเงาที่พูดไม่เป็น
ฟังเพลงเดิมๆ ที่เรารู้จัก แต่ไม่รู้ความหมายของมัน”

“ไม่รู้จักฉัน ไม่รู้จักเธอ” เพลงดังโดยวงอพาร์ตเมนต์คุณป้า ถูกนำมาร้องในลีลาใหม่เป็นเพลงประกอบภาพยนตร์ “สายลับจับบ้านเล็ก” (และดังกว่าต้นฉบับ).

ด้วยภาพคนขาวในเรื่องตลกของชาวเวสต์เทิร์นอาปาเช่ ที่ถูกนำมาเล่าในภาษาของคนขาว, หนังสือเล่มนี้ปล่อยให้ (อย่างไม่ตลกเท่าต้นฉบับ) ภาพของคนขาวในความคิดของชาวเวสต์เทิร์นอาปาเช่ พาเราไป “รู้จักเธอ เพื่อจะรู้จักฉัน” – ผ่านการมองเข้าไปใน การมองคนขาวของชาวอาปาเช่.

บาสโซกล่าวว่าการตีความการล้อเล่น/เลียนล้อ (joking imitation) ของเขาในหนังสือเล่มนี้นั้น ตั้งอยู่บนสมมติฐานสองอย่างคู่กัน นั่นคือ การล้อเล่นเป็นการเล่นละครรูปแบบหนึ่ง และ การเล่นละครนั้นมีลักษณะที่จะต้องเป็นสิ่งที่มันอยากเป็นโดยที่มันจะต้องไม่เป็น. การเล่นละครนั้นถูกกำหนดโดยตัวแบบของการ ‘ไม่เล่นละคร’ ซึ่งเป็นที่เข้าใจกันว่า สิ่งที่มันจะสื่อสารนั้น จะไม่สามารถสื่อสารได้เลย หากถูกสื่อสารออกมาในแบบที่ไม่มีลูกเล่น (น. 37). การล้อเล่นในฐานะรูปแบบหนึ่งของการเล่นละคร จึงเป็นการสื่อสารแบบหนึ่ง ที่เพื่อจะส่งสารที่ต้องการ มันจะ ‘ล้อ’ เพียงอย่างเดียวไม่ได้ หากต้อง ‘เล่น’ ด้วย. ด้วยเหตุนี้ เราจึงไม่สามารถที่จะอ่านหรือเข้าใจการล้อเล่นจากเพียงที่เห็นตรงหน้าได้.

เรื่องล้อเล่น (banagozdi’ / jokes) นี้ในวัฒนธรรมเวสต์เทิร์นอาปาเช่ถูกจัดเป็นอีกประเภทหนึ่งของเรื่องตลก (dabagodlohé yalti’ / humorous speech) เลย โดยต่างจากเรื่องขำขัน (dabagodlohé nagoldig’ / funny stories) และคำพูดล้อจิกกัดถากถาง ('enit 'ii / teasings, barbs). บาสโซเสนอว่าลักษณะของเรื่องล้อเล่นที่ต่างจากเรื่องตลกอื่นๆ ก็คือ มันมีลักษณะของการใช้อุปลักษณ์ (metaphor) อยู่ โดยจัดเรื่องล้อเล่นเป็น “เรื่องตลกเชิงอุปลักษณ์” (metaphorical humorous speech) (น. 100-101).

[Review] Portraits of “the Whiteman”: Linguistic play and cultural symbols among the Western Apache. โดย Keith H. Basso ภาพประกอบโดย Vincent Craig. (Cambridge: Cambridge University Press, 1995 [1979]) - ดาวน์โหลด PDF

technorati tags: , , , , , ,

2009-05-22

NEED FOOD OR REST! Restaurant City Offline

at one restaurant in Bangkok ...

NEED FOOD OR REST! on Twitpic

Everything is real. Offline is online.

Get NEED FOOD OR REST! balloon: SVG, PNG, PDF

technorati tags: , , ,

2009-05-14

change JRE/JDK default version in Mac OS X to Java SE 6 (1.6)

(Update 2009.05.16: add JAVA_JVM_VERSION setting)

To build Nutch 1.0, you need JDK 1.6. Unless you'll got [javac] class file has wrong version 50.0, should be 49.0 error message.

For a system that has more than one version of JDK installed. It is possible to change to a desired version only at the time you need it (look for j16 script in this thread). I found myself more convenient with just changed the default version.

เปลี่ยนรุ่นปริยายของ Java Runtime และ JDK ใน Mac OS X ให้เป็น Java SE 6 (1.6)

  1. Install Java SE 6 first. ก่อนอื่น ถ้ายังไม่มี Java SE 6 ในเครื่อง ก็ให้ติดตั้งก่อน. โดย Java SE 6 จะอยู่ใน Java for Mac OS X 10.5 Update 2, ดาวน์โหลดได้ที่เว็บไซต์ developer.apple.com/java. หรือจะปรับรุ่นผ่าน Software Update ก็ได้.
  2. Run Java Preferences app to set the default version. หลังจากติดตั้งเรียบร้อยแล้ว ก็เรียกโปรแกรม Java Preferences ขึ้นมา (อยู่ใน /Applications/Utilities/Java/ หรือพิมพ์ชื่อลง spotlight เลยก็ได้) เพื่อเลือกว่าจะใช้รุ่นไหนก่อนหลัง. ใช้วิธี ลาก วาง. เสร็จแล้วก็ออกจากโปรแกรม.
  3. Point CurrentJDK dynamic link to 1.6. ไปตั้ง dynamic link ของไดเรกทอรี CurrentJDK ให้ชี้ไปหารุ่นที่ต้องการด้วย. เช่น ถ้าอยากให้ 1.6 เป็นรุ่นปริยาย ก็ทำแบบนี้ :
    cd /System/Library/Frameworks/JavaVM.framework/Versions
    sudo rm CurrentJDK
    sudo ln -s 1.6 CurrentJDK
    
  4. Set JAVA_JVM_VERSION environment variable. ใน ~/.profile ตั้งค่าตัวแปรสภาพแวดล้อม JAVA_JVM_VERSION เป็นรุ่นที่ต้องการ โดยเพิ่มบรรทัดนี้เข้าไป :
    export JAVA_JVM_VERSION=1.6
    
  5. [optional ไม่ทำก็ได้] Set JAVA_HOME environment variable. ใน ~/.profile อาจจะตั้งค่าตัวแปรสภาพแวดล้อม JAVA_HOME ไว้ด้วย เพิ่มบรรทัดนี้เข้าไป :
    export JAVA_HOME=/Library/Java/Home
    
  6. [optional แล้วแต่] Set Applet Preferences. ถ้าอยากแก้อะไรกุ๊ก ๆ กิ๊ก ๆ เกี่ยวกับการรันแอปเพล็ต ก็เข้าไปแก้ได้ที่แฟ้ม ~/Library/Caches/Java/deployment.properties. ดูวิธีที่ Java for Mac OS X 10.5 Update 2: Setting Java Applet preferences. เช่น อาจแก้ให้ใช้ font-smoothing/anti-alias กับทุกแอปเพล็ตเลย ก็เพิ่มบรรทัดนี้เข้าไป :
    javaplugin.smoothText=true
    

เสร็จแว้ว

แถม : สำหรับคนที่ใช้ MacPorts, Porticus เป็น GUI ที่สะดวกดี. (ประมาณ apt กับ Synaptic Package Manager, แต่ Porticus โง่กว่านิดนึง)

technorati tags: , ,