ย้ายบล็อกไปที่ bact.cc แล้วนะครับ

พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
หยุด ร่างพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
พื้นที่เก็บข้อมูลออนไลน์ ฟรี 2GB จาก Dropbox (sync กับ Windows, Linux, Mac, iPhone, Android ฯลฯ ได้)

2008-05-31

Protect Our Internet (English translation + Facebook)

followed up the previous post (get the media kit there).

ผู้ใช้ Facebook เข้าร่วมกลุ่ม Protect Our Internet group
หรือเพิ่มแอพพลิเคชั่น Protect Our Internet application ได้ตามสะดวกครับ

[ ผ่าน pittaya ]



Manifesto from
Internet users and bloggers
who support rights and freedom of expression on the Internet

29 May 2008

Subject: A call for accountability from Thepthai Senpong and Thailand's Democrat Party, and a call for all netizens to safeguard our rights and freedom of expression on the Internet


Reference is made to the disclosure made by Thepthai Senpong, the Democrat Party’s Assistant Secretary-General, of 29 websites that are allegedly “dangerous websites” that have lèse majesté content. He demanded that government and the Minister of Information and Communication Technology take action against such websites. This story has been widely reported in the news media.

We, the undersigned, would like to express our stance on this issue as follows:


1. We believe that the right and freedom of expression, especially the expression of diverse viewpoints that differ from the establishment’s views, must be respected and protected.

Every democratic society that wishes to see peace and harmony must fully support and protect its people’s freedom of speech. Mutual respect and understanding is one of the most crucial ingredients of peace in a society in which members are different and diverse. The only way we can learn to move toward such goal of mutual respect and understanding is by fostering an environment in which everyone feels free to express his or her opinions fully and responsibly.

The door that leads us toward mutual respect and understanding will slam shut as soon as our mouths and hearts are silenced.


2. We disagree with using the monarchy as a tool to achieve political goals.

Most of the websites and blogs that Thepthai identified are not full of content or information that can be considered offensive to the monarchy. Many websites present information that are academic in nature, full of supporting data and rationale. Thepthai’s indiscriminating allegation that lumped all these websites into one category is therefore a gross error that resulted from the lack of thorough fact-checking, an easy way of putting pressure to silence differing opinions without regard to due process, a way of using the monarchy as a political tool to destroy political opponents, and instigate harmful discordance among Thai people. All of these points show an alarming lack of the democratic spirit.


We, the undersigned, hereby demand that Thepthai Senpong and the Democrat Party show accountability for the aforementioned act, stop the wrongful slander against websites or persons, and immediately stop putting pressure or creating the momentum to suppress freedom of speech in whatever shape or form.

In addition, since Thepthai Senpong’s action was not the first time that allegation of lèse majesté was used as a tool to silence opponents, and since we still see such an unacceptable act in many instances occur regularly, whether at the hands of public officials, politicians, or members of the press, we also hereby demand every party to stop such a behavior.


Lastly, we would like to invite all netizens and citizens to use our right and freedom of speech equitably and responsibly, to jointly monitor and protect the Internet so that it may always remain the common space for learning, seeking wisdom, and accepting diverse viewpoints of fellow human beings, whether or not we agree with them.


With regards,

(The Undersigned)



Sign the petition at:
http://gopetition.com/online/19589


protect our freedom
on our Internet
join the manifesto

technorati tags: , , ,

2008-05-29

Protect Our Internet -- online petition

จาก http://gopetition.com/online/19589
(ดูต้นฉบับ และร่วมลงชื่อได้ที่ลิงก์ดังกล่าว)



แถลงการณ์จาก
ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตและสื่อพลเมือง
ผู้สนับสนุนสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น

29 พฤษภาคม 2551


เรื่อง ขอเรียกร้องความรับผิดชอบจากนายเทพไท เสนพงศ์ และ พรรคประชาธิปัตย์ และขอเชิญชวนพลเมืองทุกคนร่วมกันปกป้องสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น


ตามที่นายเทพไท เสนพงศ์ ผู้ช่วยเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาเปิดเผยรายชื่อ 29 เว็บไซต์ ว่าเป็นเว็บไซต์อันตรายที่ส่อเค้าหมิ่นเบื้องสูง พร้อมทั้งเรียกร้องให้รัฐบาลและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศจัดการ ตามข่าวทางสื่อมวลชนทั่วไป ความแจ้งแล้วนั้น

พวกเราดังมีรายนามข้างท้ายมีความเห็นต่อกรณีดังกล่าว ดังต่อไปนี้


1. เราเห็นว่าสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่างหลากหลาย ต้องได้รับการเคารพและปกป้อง

สังคมประชาธิปไตยทุกสังคม ที่ปรารถนาความสงบสุข สันติภาพ และความสมานฉันท์ จำเป็นต้อง ส่งเสริม และ ปกป้อง สิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของประชาชนอย่างเต็มที่

เหตุเพราะความเคารพและความเข้าใจอันดีต่อกัน “เอาใจเขามาใส่ใจเรา” เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดเรื่องหนึ่งในการอยู่ร่วมกันอย่างสันติในสังคมที่ผู้คนมีความแตกต่างหลากหลาย และหนทางเดียวที่จะนำเราไปสู่การเรียนรู้ที่จะเข้าใจและเคารพกันได้ คือสภาพสังคมที่เอื้อให้ทุก ๆ คน มีสิทธิเสรีภาพในแสดงออกด้วยความรับผิดชอบอย่างเต็มที่

ประตูที่จะนำไปสู่ความยอมรับเคารพซึ่งกันและกัน จะถูกปิดตาย เมื่อปากและใจของเราถูกบังคับให้ปิดลง


2. เราไม่เห็นด้วยกับการนำสถาบันพระมหากษัตริย์มาเป็นเครื่องมือทางการเมือง

รายชื่อเว็บไซต์และเว็บล็อกส่วนใหญ่ที่ถูกระบุชื่อ มิได้นำเสนอข้อมูลหรือเนื้อหาที่หมิ่นพระมหากษัตริย์ หลายแห่งนำเสนอข้อมูลทางวิชาการอย่างมีเหตุมีผล การกล่าวหาเว็บไซต์ต่าง ๆ เหล่านั้นอย่างเหมารวมของนายเทพไท เสนพงศ์ จึงเป็นความผิดพลาด ขาดการตรวจสอบข้อมูล เป็นการกดดันเพื่อปิดกั้นความคิดเห็นของคนอื่นโดยไม่เลือกวิธีการ เป็นการปลุกปั่นนำสถาบันพระมหากษัตริย์มาเป็นเครื่องมือทางการเมืองในการทำลายฝ่ายตรงกันข้าม รวมทั้งเป็นการก่อความแตกแยกของคนภายในชาติ ทั้งหมดที่กล่าวมานี้แสดงให้เห็นถึงการขาดจิตวิญญาณประชาธิปไตย


พวกเราดังมีรายนามข้างท้ายนี้ขอเรียกร้องให้นายเทพไท เสนพงศ์ และพรรคประชาธิปัตย์ แสดงความรับผิดชอบต่อการกระทำดังกล่าว และหยุดการใส่ร้ายป้ายสีเว็บไซต์หรือบุคคลอื่นอย่างไม่เป็นธรรม รวมทั้งหยุดกดดันหรือสร้างกระแสให้มีการปิดกั้นการแสดงความคิดเห็นไม่ว่าด้วยวิธีใด ๆ โดยทันที

และเนื่องด้วยการกระทำเช่นนายเทพไท เสนพงศ์ ในครั้งนี้ ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีการใช้ข้อหาหมิ่นพระมหากษัตริย์มาเป็นเครื่องมือในการริดรอนสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของฝ่ายอื่น ๆ และแม้การกระทำเช่นนี้ เป็นเรื่องที่ไม่สามารถยอมรับได้ แต่เราก็ยังพบเห็นพฤติกรรมดังกล่าวอยู่เสมอ จากทั้งหน่วยงานรัฐ นักการเมือง และสื่อมวลชน เราจึงขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายหยุดพฤติกรรมดังกล่าวด้วยเช่นกัน


พร้อมกันนี้ พวกเราขอเชิญชวนชาวอินเทอร์เน็ตและพลเมืองทุกคน ให้ยึดมั่นในสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นอย่างเท่าเทียมและรับผิดชอบ และร่วมกันตรวจสอบดูแลและปกป้องพื้นที่อินเทอร์เน็ต ให้เป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้แสวงหาปัญญาและยอมรับความคิดอันหลากหลายของเพื่อนมนุษย์ ไม่ว่าเราจะเห็นด้วยกับความคิดเหล่านั้นหรือไม่ก็ตาม


ขอแสดงความนับถือ

(ผู้ลงชื่อ)

สามารถร่วมลงชื่อทางออนไลน์ ได้ที่
http://gopetition.com/online/19589




ช่วยกันรณรงค์

หากเห็นด้วย ช่วยกันบอกต่อ / forward / โพสต์ลงบล็อก / ใส่ลงใน del.icio.us / ใส่เป็นลายเซ็นท้ายอีเมล / ปรินท์ไปแปะหน้าร้านเน็ต ฯลฯ ตามสะดวกครับ :)
(ที่ด้านท้ายของแถลงการณ์ในเว็บไซต์ มีลิงก์อำนวยความสะดวกอยู่ สำหรับพวก social bookmarking ทั้งหลาย)

ป้าย “เปิดเน็ต เปิดใจ :)” : 160x90 | 300x165


จะใส่รูปพร้อมลิงก์อย่างด้านล่างในบล็อก MySpace หรือ Hi5 ของคุณ ?
คัดลอกโค้ด HTML ในช่องนี้ไปใส่ได้เลย:


ปกป้องเสรีภาพของเรา
บนอินเทอร์เน็ตของเรา
ร่วมลงชื่อในแถลงการณ์


technorati tags: , ,

2008-05-26

Netizen Unite!

ศิริพร สุวรรณพิทักษ์ (ปุ๊ก) เว็บมาสเตอร์ 212cafe.com ได้ประกันตัวแล้ว — หลังนอนในห้องขังหนึ่งคืน

อ่านบล็อกของปุ๊ก: 212cafe.com เป็นข่าว!

เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ หนังสือพิมพ์ มติชน ออนไลน์ และ ผู้จัดการ ออนไลน์ ลงข่าวชวนเข้าใจผิด และตัดสินปุ๊กไปแล้วในข่าว-โดยไม่ได้ตั้งอยู่บนหลักฐานที่ปรากฎ

มติชนพาดหัวว่า “จับเว็บมาสเตอร์เว็บโป๊ แพร่ภาพคลิปลับว่อนเน็ต” ถ้านักข่าวมติชนใช้เวลาสักหนึ่งนาทีดูเว็บไซต์ 212cafe.com เสียหน่อย ก็จะรู้ว่ามันไม่ใช่เว็บโป๊ (เว็บไซต์ที่มีแต่ภาพโป๊หรือเนื้อหายั่วยุทางเพศ)

ผู้จัดการพาดหัวว่า “ปดส.จับเจ้าของเว็บลามก แพร่ภาพเริงรักหนุ่มสาว” พร้อมลงรูปประกอบข่าว รูปหนึ่งเป็นภาพจับหน้าจอจากเว็บโป๊แห่งหนึ่ง-ซึ่งไม่ใช่ 212cafe.com ชวนให้ผู้อ่านเข้าใจผิดว่านั่นเป็นภาพที่จับหน้าจอมาจากเว็บ 212cafe.com (ล่าสุดได้มีการเปลี่ยนรูปแล้ว-แต่ไม่ได้แจ้งว่ามีการเปลี่ยนเกิดขึ้น)

อันนั้นเป็นเรื่องของการนำเสนอในสื่อ-การตัดสินโดยพาดหัว

อีกเรื่องก็คือ มาตรฐานในการจับกุมดำเนินคดีหรือการ “ขอความร่วมมือ” เรื่องที่เกี่ยวกับอินเทอร์เน็ตและพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ

ที่ผ่านมาการ “ขอความร่วมมือ” มีในลักษณะด้วยจาวาทางโทรศัพท์บ่อย ๆ คำถามคือ มันเป็นเรื่องที่ยอมรับได้ไหม กับการบอกกล่าวด้วยวาจา ทางโทรศัพท์ ที่ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่า อีกฝากหนึ่งของโทรศัพท์ ที่ขอความมือมานั้น เป็นใคร มีตำแหน่งหน้าที่เกี่ยวข้องในเรื่องนั้น ๆ หรือไม่ ?

mormmam ในฐานะบล็อกเกอร์ ที่เกี่ยวข้องกับอินเทอร์เน็ต และตัวเองก็มีสิทธิ์ที่จะถูก “ขอความร่วมมือ” ได้เช่นเดียวกับชาวเน็ตอื่น ๆ ก็ตั้งคำถามถึงมาตรฐานและขั้นตอนวิธีในการดำเนินคดีเช่นกัน ในบล็อกของเขา:
Cyber law, Process and Standard in Thailand

ที่ผ่าน ๆ มา เราก็จะเห็นเสมอ ๆ ว่า ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายใหม่ ๆ อย่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี อินเทอร์เน็ต ทรัพย์สินทางปัญญา ที่คนจำนวนมากยังไม่ทราบกฎหมาย หรือยังสับสนกับกฎหมาย หรือขั้นตอนการดำเนินคดี และสิทธิของตน ก็มักจะมีมิจฉาชีพ (ทั้งที่เป็นคนทั่วไปและที่เป็นเจ้าหน้าที่เสียเอง) ใช้ช่องว่างความสับสนลักลั่นตรงนี้ ไปหลอกลวงหากินกับประชาชนและผู้ประกอบการต่าง ๆ ตลอดเวลา

ไม่ว่าจะเป็นการทำทีเป็นล่อซื้อ แล้วก็จับกุม จากนั้นก็บอกว่า ถ้ายอมจ่ายเงินจำนวนที่กำหนด ก็จะทำให้เรื่องเงียบปล่อยตัวได้ (ข่มขู่) เช่นกรณีร้านหนังสือที่ถูกจับเรื่องขายหนังสือแนะนำเกมที่แถมซีดีที่มีเกมละเมิดลิขสิทธิ์โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือการกลั่นแกล้งอ้างกฎหมายที่เกี่ยวข้องขอเข้าตรวจค้นบ่อย ๆ ให้รำคาญ จนทำมาหากินไม่สะดวก จนต้องยอมจ่ายค่าคุ้มครอง ให้ไม่มารบกวน เช่นกรณีร้านเน็ตร้านเกม ถูกกลุ่มคนที่อ้างว่าได้รับมอบหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์เข้ามาตรวจค้น เรียกค่าเสียหาย ... ที่สุดท้ายอาจกลายเป็น “ค่าโง่”

พวกเราได้ยินได้เห็นเรื่องราวเหล่านี้กันไม่รู้กี่ครั้งแล้วในสังคมนี้ ในบ้านเมืองของเรานี้

กลุ่มคนเหล่านั้นหลายกลุ่ม ที่ทนการกลั่นแกล้ง หรือการใช้กฎหมายอย่างไม่เป็นธรรม ก็ได้มีการรวมตัวกันเพื่อปกป้องตัวเอง และช่วยเหลือเพื่อน ๆ ชะตากรรมเดียวกัน ต่อสู้

กลุ่มร้านเน็ต ร้านเกม (ปัญหาลิขสิทธิ์ ปิดดึก เด็กนักเรียนเล่นเกม) ก็มีการรวมตัวกัน
กลุ่มผู้ประกอบการคาราโอเกะ (ปัญหาลิขสิทธิ์ และการจัดเก็บซ้ำซ้อน) ก็มีการรวมตัวกัน
กลุ่มร้านหนังสือ (ปัญหาลิขสิทธิ์) ก็มีการรวมตัวกัน

ถึงเวลาแล้วหรือยัง ที่คนเล่นอินเทอร์เน็ต ชาวเน็ตทั้งหลาย จะลุกขึ้นมาปกป้องสิทธิของตัวเองเช่นกัน

ตั้งแต่สิทธิในทางเศรษฐกิจ สิทธิในการทำมาหากินอย่างสุจริต ที่จะได้รับการคุ้มครองให้แข่งขันในกติกาที่เป็นธรรม ไม่มีตุกติก เช่น โกงจำนวนฮิตส์ สิทธิของผู้บริโภค ที่ควรจะได้รับบริการอย่างที่โฆษณา เช่น เว็บไซต์มีเนื้อหาที่ตรงกับคีย์เวิร์ดที่ค้น หรือที่จ่ายเงินค่าอินเทอร์เน็ตไปแล้ว ก็อยากจะได้บริการที่ดี ได้ความเร็วตามที่โฆษณาไว้ ไม่ถูก shape แบนด์วิธ โหลดบิทไม่ได้ เน็ตไม่ล่มบ่อย ๆ และเข้าเว็บไซต์ที่ถูกกฎหมายได้ทุกเว็บไซต์ - ไม่ใช่ว่าพอถูก “ขอความร่วมมือ” หน่อยเดียว ก็เข้าเว็บนั้นเว็บนี้ไม่ได้เสียแล้ว ทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้มีคำสั่งศาลเลย

ในฐานะผู้บริโภคอินเทอร์เน็ต ที่จ่ายเงินรายชั่วโมง รายเดือน พวกเราก็ต้องคาดหวังกับบริการที่ดีเช่นที่ว่า ไม่อย่างนั้นเราก็ต้องเรียกร้องบริการที่ดีกว่า หรือหากตกลงกันไม่ได้ ก็เคลื่อนไหว หรือพึ่ง สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค อะไรก็ว่าไป — ทำไมเพื่อนเราจ่ายเงินค่าบริการเท่ากันกับเรา แล้วเขาได้อินเทอร์เน็ตคุณภาพน้อยกว่าเรา ? (หรือเราไม่ได้เดือดร้อน ไม่ต้องสนก็ได้ ?)

ในฐานะที่ชาวเน็ต ก็เป็นพลเมืองเช่นกัน พวกเราก็ต้องปกป้องสิทธิในความเป็นพลเมืองของพวกเรา ที่จะต้องได้รับการคุ้มครองโดยกฎหมายอย่างเป็นธรรม ไม่เลือกปฏิบัติ

สิทธิเสรีภาพที่จะคิด พูด อ่าน เขียน ในทุกสิ่งที่ต้องการ ตราบเท่าที่ไม่ไปรบกวนสิทธิเสรีภาพของผู้อื่น

ไม่ใช่ให้ใครมาปิดเว็บไซต์เอาตามอำเภอใจ — คนจะเขียนก็ถูกละเมิด คนจะอ่านก็ถูกละเมิด

ไม่ใช่ให้ใครมากล่าวหาว่าเป็นเว็บไซต์ผิดกฎหมายกันได้ชุ่ย ๆ — อย่างที่นักการเมืองของพรรคเก่าแก่เพิ่งทำ

ไม่ใช่ให้ใครมาใช้กฎหมายข่มขู่หาประโยชน์ได้ง่าย ๆ — กระบวนการยุติธรรมต้องโปร่งใส ผิดก็ว่าไปตามผิด ไม่มีปัญหา แต่ต้องอธิบายได้ และพยายามเข้าใจปัญหา และถือหลักที่ว่า จนกว่าจะพิสูจน์ได้หรือมีพยานหลักฐานชัดเจนซึ่งหน้าว่ากระทำผิด ผู้ต้องหาคือผู้บริสุทธิ์ ไม่ใช่ตัดสินไปก่อน (ไม่ว่าจะโดยสื่อ โดยเจ้าหน้าที่ หรือใครก็ตาม) หรือที่แย่หนักคือ จับไปซะเฉย ๆ ก่อนแล้วค่อยแจ้งข้อหาแบบ 2 บล็อกเกอร์ พระยาพิชัย กับ ท่อนจัน

พวกเรา ชาวเน็ต บล็อกเกอร์ ผู้สื่อข่าวพลเมือง และพลเมืองทุกคน มาร่วมมือร่วมใจกัน รวมตัวกันเพื่อปกป้องสิทธิเสรีภาพของเรา บนพื้นที่ออนไลน์แห่งนี้ และทุก ๆ ที่

(ไม่ว่าคุณจะเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้ เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย คิดเหมือน คิดต่าง เราอยากได้ยินเสียงของคุณ เขียนเกี่ยวกับเรื่องนี้ในบล็อกของคุณ ตามความคิดของคุณ ;) )


ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง:

technorati tags: , , , , ,

2008-05-25

October 14th student uprising omitted from Museum Siam

ไม่มี ‘14 ตุลา’ ใน มิวเซียมสยาม

รายงานพิเศษ : เที่ยว ‘มิวเซียมสยาม’ เรียนรู้ สยาม อย่างสนุก แต่เรียนรู้ไทยยังไม่สนาน

พิพิธภัณฑ์ ข่าว แบบเรียน คำบอกเล่า

เขียนประวัติศาสตร์ ลบประวัติศาสตร์ แก้ประวัติศาสตร์

technorati tags: , ,

Blackhat Democrats (again)

 

เทพไท เสนพงศ์ (ประชาธิปัตย์) อย่ามั่ว

 

technorati tags: , ,

2008-05-24

a message from Potsdam

Got an e-mail from Potsdam yesterday. Thank you.

Thank you Manfred Stede, Heike Bieler, Stefanie Dipper, and all the nice people at Applied Computational Linguistics Lab, Uni Potsdam.

While of course there were difficult days I spent there, all everything in sum is a good pleasure memory. Parts of the current mine were built there. A little building covered with snow in an always-under-construction campus, with a small train station that always put me to the run (or else wait for another one hour). People in the canteen. That creamy yogurt dessert. Table knocking in the seminars. Beach volleyball behind the building. Miss all thing Golm.

technorati tags:

2008-05-22

myself, my Twitter-shirts

ได้เสื้อ twitter มาเมื่อสองสัปดาห์ก่อน เอามาโชว์ molecularck เป็นคนจัดการเรื่องแจกเสื้อ เมื่องานนัดพบ mini twittbkk ที่ผ่านมา ผมไม่ได้ไปรับด้วยตัวเอง ติดถ่ายรายการอยู่กับกล้า แต่มีคนใจดีนำส่งให้

สองตัวสั่งไป ขาว L ดำ M

นี่ตัวขาว “colorless green ideas tweet furiously” (คลิกที่ภาพเพื่อขยาย)

twitter-shirt: chomsky

ประโยคนี้ล้อประโยคคลาสสิกของ นอม ชอมสกี ที่ว่า
“Colorless green ideas sleep furiously”
(ความคิดเขียวไร้สีหลับอย่างเกรี้ยวกราด) ชอมสกีใช้ประโยคนี้เป็นตัวอย่างประโยคที่ ถูกไวยากรณ์ แต่มีความหมายไม่เป็นเรื่อง (ไม่ใช่ไม่มีความหมายนะ มีความหมาย แต่มันเข้าใจไม่ได้ — green มันจะ colorless ได้ยังไง ?, แล้ว ideas มันมีสีด้วยเหรอ ?, แล้ว sleep ยังไงให้ furiously ?) ชอมสกีใช้ตัวอย่างนี้แสดงให้เห็นว่า แบบจำลองทางสถิติของไวยากรณ์นั้นไม่เพียงพอต่อการสร้างและเข้าใจภาษา เพราะถ้าเราดูในภาษาที่ใช้กันจริง เราจะไม่มีทางเจอประโยคที่คล้ายประโยคดังกล่าวเลย แต่เรา (หมายถึงเจ้าของภาษา native speaker) ก็สามารถแยกแยะได้ในทันทีว่า ประโยคดังกล่าว ถูกไวยากรณ์ แสดงว่าแบบจำลองของภาษาไม่ได้มีแค่เรื่องความน่าจะเป็นหรือสถิติเท่านั้น แต่ยังต้องมีเรื่องของโครงสร้างด้วย

ตัวดำ “I disapprove of what you tweet, but I will defend to the death your right to tweet it.” ตัวนี้มาพร้อมกับบั๊ก - มี tool tip balloon ลอยอยู่เหนือคำพูดดัวย :P (คลิกที่ภาพเพื่อขยาย)

twitter-shirt: tweet rights

ประโยคนี้ล้อ
“I disapprove of what you say, but I will defend to the death your right to say it.”
(ฉันไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่คุณพูด แต่ฉันจะปกป้องสิทธิ์ในการพูดของคุณด้วยชีวิต) โดย Evelyn Beatrice Hall ในหนังสือ The Friends of Voltaire ผมชอบประโยคนี้ในแง่ที่ว่า มันสามารถสรุปความคิดรวบยอดเรื่องสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกได้ในหนึ่งประโยค ประเด็นสำคัญนั้นไม่ได้อยู่ที่การปกป้องสิทธิเสรีภาพของตัวเอง แต่อยู่ที่การปกป้องสิทธิเสรีภาพของผู้อื่น ให้เกียรติศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของเราและเขาเท่ากัน ปฏิบัติต่อเขาเหมือนกับที่เราอยากให้เขาปฏิบัติกับเรา พูดกันง่าย ๆ อย่างภาษาที่เราคุ้นเคยก็คือ เอาใจเขามาใส่ใจเรา ซึ่งนี่เป็นหลักการพื้นฐานของการอยู่ร่วมกัน-อย่างไม่ต้องทำตัวเหมือน ๆ กัน

อีกประโยคที่ผมมักจะนึกถึงคู่กันกับประโยคข้างบน ก็คือ
“Think for yourselves and let others enjoy the privilege to do so, too.”
(คิดเพื่อตัวคุณเอง และปล่อยให้คนอื่นได้รับอภิสิทธิ์ในการทำเช่นนั้นด้วย) ประโยคนี้ วอลแตร์ เขียนในหนังสือ Essay on Tolerance (ความเรียงเรื่องความอดกลั้น) ซึ่งก็เป็นเรื่องเดียวกันนั่นเอง เกี่ยวกับการอยู่ร่วมกันกับผู้อื่น โดยไม่จำเป็นต้องคิดทำเหมือน ๆ กัน เราไม่อยากให้ใครมาคิดแทนเรา คนอื่นก็เช่นกัน ก็ต้องเคารพเขาด้วย เขาก็เคารพเรา

เสน่ห์ของเสื้อยืด ที-เชิร์ต ก็คือ เราใช้มันบอกความเป็นตัวเราได้ บางทีก็อย่างอ้อมในดีไซน์ ทางทีก็อย่างตรง ๆ ในข้อความ (หนังสือรวมเสื้อยืดของสนพ. a book ที่ออกมาไม่นานนี้ ก็น่าสนใจ)

pittaya ก็เอาเสื้อมาโชว์เหมือนกัน เขากินเม็ดสีแดง

ดูเสื้อยืด “ชนชั้นกลาง” โดยน้อง ๆ ลาดกระบังและอีกหลาย ๆ ที่ (เขาบอกเป็นเพื่อนกันสมัยมัธยมชายล้วน) ที่เอามาขายที่ถนนข้าวสารเมื่อเดือนก่อน

T-Shirts

technorati tags: , ,

2008-05-20

hidden text in Kapook again

รู้จาก duocore.tv และตามไปอ่านในบล็อก mormmam และ pittaya

เรื่องเดิม ๆ ครับ คล้าย ๆ กับที่เคยเป็นข่าวไปก่อนหน้านี้ กับการทำ search engine “optimization”

Big blackhat SEO in thailand again (รูปภาพ นิกกี้ เพลย์บอย หนุ่มหล่อ ถ่ายแฟชั่น ยั่วน้ำลาย ชาวเกย์)

Hidden text again (รูปภาพ Wonder Girls 5 สาวสวย ดาราเกาหลี)

เท่าที่ดู คราวนี้นี่ไม่ได้เป็น spam เพราะว่าเนื้อหาก็ออกมาทำนองคำค้นพวกนั้น (ไม่เหมือนครั้งก่อน) แต่อย่างไรก็ตาม hidden text นี่มันก็ถือว่าเอาเปรียบเว็บไซต์อื่น ๆ เขา ในแง่ว่าไปดันอันดับคนอื่นในเสิร์ชเอนจิน (ไม่ได้ใช้ clear text เหมือนกันหมด แฟร์ ๆ)

ทั้งนี้ ดูจากโค้ด HTML ในหลาย ๆ หน้า ก็ไม่น่าจะใช่ user-generated content ด้วยแน่ ๆ (อย่างที่เคยอ้างในครั้งก่อน) น่าจะเป็นการเขียนโปรแกรมแทรกชุดคำดังกล่าวเข้าไป

กรณีนี้ผิดไหม ผมก็คงไปตัดสินแทนใครไม่ได้ แต่ละองค์กรก็มีแนวนโยบายการดำเนินธุรกิจที่แตกต่างกันไป เว็บไซต์ไหน เสิร์ชเอนจินไหน ผู้ใช้คนไหน จะคิดอย่างไร ก็เป็นเรื่องของเขาละกันครับ แต่ก็คงจะน่ารักดี ถ้า ทำก็บอกว่าทำ ไม่ต้องโกหก บ่ายเบี่ยง เลี่ยงประเด็น หรือดิสเครดิตคนที่เขาชี้ให้เห็น ไม่มีอะไรน่าอาย ถ้าคิดว่ามันไม่ผิดครับ :)

technorati tags: , ,

2008-05-19

The Hague Declaration, call for signers

Support free and open information standards, for transparency, for equality, for participatory, for communication rights, for information freedom, and for freedom of expression. — please consider signing the The Hague Declaration.

ขอเชิญพิจารณาและร่วมลงชื่อใน “คำประกาศเฮก” (The Hague Declaration) เพื่อสนับสนุนมาตรฐานดิจิทัลแบบเปิดและเสรี และเรียกร้องให้รัฐบาลทั่วโลกใช้และส่งเสริมมาตรฐานแบบเปิดและเสรี เพื่อความเท่าเทียมและโปร่งใสในการเข้าถึงข้อมูล มีส่วนร่วมในการปกครอง และใช้บริการของรัฐ ผ่านทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Government) โดยไม่ถูกเลือกปฏิบัติ ตามสิทธิและเสรีภาพของเราใน ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน และตามรัฐธรรมนูญ

มาตรา ๕๖ บุคคลย่อมมีสิทธิได้รับทราบและเข้าถึงข้อมูลหรือข่าวสารสาธารณะ ในครอบครองของหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือราชการส่วนท้องถิ่น เว้นแต่ การเปิดเผยข้อมูลหรือข่าวสารนั้นจะกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ ความปลอดภัยของประชาชน หรือส่วนได้เสียอันพึงได้รับความคุ้มครองของบุคคลอื่น หรือเป็นข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ตามที่กฎหมายบัญญัติ

ในการจะเข้าถึงข้อมูลเหล่านั้นได้ แม้หน่วยงานรัฐจะ “เปิดเผยข้อมูล” แล้ว แต่หากข้อมูลดังกล่าว ไม่ได้อยู่ในรูปแบบที่เป็นมาตรฐานแบบเปิดและเสรี ก็อาจมีอุปสรรคในการเปิดดูได้ในปัจจุบันหรือในอนาคต การให้รัฐใช้มาตรฐานแบบเปิดและเสรีจึงเป็นการรับประกันว่า ข้อมูลข่าวสารของรัฐที่ควรเปิดเผยจะได้รับเปิดเผยและเรียกดูได้อย่างเสรีตลอดไป ทั้งในปัจจุบันและอนาคต

ร่วมลงชื่อ

technorati tags: , ,

2008-05-18

Across the (parallel?) Universe

Fiona Apple - The Beatle's Across the Universe

เขียนเสร็จ ก็เพิ่งจะนึกได้ว่า เคยโพสต์ไปแล้วนี่นา

โพสต์อีกได้ไหม ? ด้วยเหตุว่า บล็อก ไม่ใช่หนังสือ มันมีเส้นเวลาอยู่ มันเก็บเวลาด้วย ไม่ได้เก็บแต่ข้อมูล

อะไร อะไร มันก็เกิดซ้ำ ทั้งนั้น

technorati tags:

May Oh May

เวียนวน เวียนวน เวียนวน...

เจตนารมณ์ “พฤษภาฯ 2535” (ยังเหลืออยู่?)

ฉายซ้ำ ฉายซ้ำ ฉายซ้ำ...

คานนส์กับ “Mai 68”

technorati tags: ,

2008-05-12

Processing.js - Processing in JavaScript

From the creator of jQuery, Processing.js brings Processing visualization language to JavaScript/DHTML platform.

And for jQuery developers, try this Visual jQuery, an easy access jQuery API documentation.

ลองเล่นดูนะครับ Processing บน JavaScript ตอนรันพวกเดโมต่าง ๆ นี่ ซีพียูอาจจะพุ่งกว่าปกติซะหน่อย แต่ก็เหมือนกับพวกเว็บ AJAX ทั่วไปครับ — ผมว่า JavaScript/DOM engine ของเว็บเบราว์เซอร์ในปัจจุบัน มันถูกใช้งานจนเกินขีดจำกัดของมันแล้ว คือตอนนั้นที่ออกแบบไม่ได้มีใครคิดว่ามันจะถูกนำมาใช้สำหรับงาน Rich Internet Application ที่มีภาพออบเจกต์ มีการโต้ตอบเยอะขนาดนี้ โครงการเว็บเบราว์เซอร์รุ่นใหม่ ๆ ก็เห็นจุดนี้และพยายามปรับปรุงประสิทธิภาพของ JavaScript engine และเพิ่มฟังก์ชันที่ถูกเรียกใช้บ่อย ๆ (เช่นการค้น/เลือก element ด้วย class) เข้าไปเป็น API มาตรฐาน (แบบเป็น native ไม่ต้องไปอิมพลีเมนต์เองด้วย JavaScript ซึ่งก็จะทำให้ประสิทธิภาพดีขึ้น)

และสำหรับคนที่สนใจ Processing แนะนำบล็อกนี้ครับ Pongpan Suriyapat มีเรื่อง Processing และ new media art / interaction design น่าสนใจอยู่เรื่อย ๆ

technorati tags: , ,

2008-05-10

The Future of the Internet--and How to Stop It

อนาคตของอินเทอร์เน็ต และจะหยุดมันอย่างไร

เจอหนังสือเล่มนี้จากเว็บ EFF (มูลนิธิ Electronic Frontier Foundation — องค์กรต่างชาติ!)

The Future of the Internet—and How to Stop It
โดย Jonathan Zittrain
ศาสตราจารย์ด้านการปกครองและการวางระเบียบอินเทอร์เน็ต ที่ Oxford Internet Institute

หนังสือนี้อธิบายถึงกลจักรสำคัญที่ทำให้อินเทอร์เน็ตเติบโตและแพร่หลายไปทั่วอย่างทุกวันนี้ และเผยให้เห็นว่า ปัญหาต่าง ๆ ในอินเทอร์เน็ตทุกวันนี้ ก็เกิดมาจากความสำเร็จอย่างรวดเร็วของอินเทอร์เน็ตเอง และโดยไม่รู้ตัว ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตกันเองนี่แหละ ที่จะนำมันไปสู่ระบบที่ถูกล็อก ทำให้นวัตกรรมต่าง ๆ ที่เคยเกิดขึ้นบนอินเทอร์เน็ตอยู่ตลอดเวลา ก็จะถึงจุดจบ และนั่นก็จะนำไปสู่การควบคุมอินเทอร์เน็ตโดยคนไม่กี่กลุ่ม

หนังสือยกตัวอย่างถึง ไอพอด ไอโฟน เครื่องเล่นเกม เอกซ์บ็อกซ์ และกล่องรับทีวี ทิโว ซึ่งเป็นคลื่นลูกแรกของเครื่องใช้ที่ต่อกับอินเทอร์เน็ต ที่ไม่เปิดโอกาสให้คนทั่วไปแก้ไขดัดแปลงมันได้โดยง่าย เว้นแต่จะเป็นผู้แทนจำหน่ายเท่านั้น “เครื่องใช้ที่ถูกพันธนาการ” นี้ ไม่ค่อยเป็นที่รู้กันนักว่าเกิดขึ้น แต่สิ่งที่มันทำนั้น ไม่ธรรมดา -- จีพีเอสถูกตั้งค่าใหม่ให้ดักรายงานความเคลื่อนไหวของผู้ใช้ตลอดเวลา เครื่องอัดวิดีโอดิจิทัลถูกสั่งให้ทำลายตัวเองจากระยะไกลหลังจากคดีฟ้องร้องผู้ผลิต แม้แต่แพลตฟอร์ม เว็บ 2.0 อย่าง กูเกิลแมชอัพ และ เฟซบุ๊ก โปรแกรมต่าง ๆ บนนั้น ก็สามารถถูกจับตามอง และถูกสั่งทำลาย จากศูนย์กลางได้เหมือน ๆ กัน และเนื่องจาก โปรแกรมและเครื่องใช้ที่ถูกพันธนาการเหล่านี้ กำลังเบียด เครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล ไปเรื่อย ๆ ธรรมชาติสูงสุดของอินเทอร์เน็ต - ความสามารถในการผลิตสร้างสิ่งใหม่ ๆ หรือนวัตกรรม - ก็อยู่ในความเสี่ยง

ทิศทางของอินเทอร์เน็ตในปัจจุบันเป็นการสูญเสียโอกาสอย่างหนึ่ง ความอยู่รอดปลอดภัยของมันนั้น Zittrain บอกว่า ขึ้นอยู่กับผู้ใช้นับล้าน ๆ ของมันเอง ด้วยตัวอย่างจากเทคโนโลยีผลิตสร้างต่าง ๆ เช่น วิกิพีเดีย ที่จนถึงตอนนี้ยังรอดพ้นจากความสำเร็จของตัวเองมาได้ หนังสือเล่มนี้แสดงว่า เราจะสร้างเทคโนโลยีและโครงสร้างทางสังคมใหม่อย่างไร ที่จะอนุญาตให้ผู้ใช้ ทำงานได้อย่างสร้างสรรค์ และสามารถร่วมมือ มีส่วนร่วมในทางแก้ต่าง ๆ และกลายเป็น “พลเน็ต” (netizen) อย่างแท้จริง

มีใครได้อ่านแล้ว (เมืองไทยมีขายที่ไหนมั่ง ?) หรือสนใจเรื่องเหล่านี้ คุยกันได้เลยครับ

ลิงก์ :

technorati tags: , , ,

Read Windows Help on Ubuntu/Linux

ใช้ลีนุกซ์ เกิดจำเป็นต้องอ่านเอกสารในรูปแบบ CHM (Microsoft Compiled HTML Help) ขึ้นมาจะทำไง ?

สำหรับคนใช้ GNOME เรามี GnoCHM ครับ
(ส่วนพลพรรค KDE ลอง KchmViewer ดู – เหมือนอินเทอร์เฟซในการค้นหาจะสะดวกกว่าแฮะ)

บน Ubuntu ติดตั้ง GnoCHM ง่าย ๆ :

sudo apt-get install gnochm

หน้าตาเป็นงี้ (เปิดดู Rails CHM Documentation)

CHM viewer on GNOME

หรือใครสะดวกเป็น PDF กว่า เช่นจะเอาไปพิมพ์ลงกระดาษ ลอง chm2pdf ลงง่าย ๆ เช่นกัน :

sudo apt-get install chm2pdf

ทุกอย่างทำได้ (บางทีก็เหนื่อยหน่อย) ด้วยซอฟต์แวร์เสรี

technorati tags: , ,

2008-05-08

design @ KMUTT, BKK, WEB

REDEK - Research and Design Service Center KMUTT คณะสถาปัตยกรรมและการออกแบบ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

designXTENSION - หลักสูตรพิเศษด้านการออกแบบ เลือกเรียนได้ตามอัธยาศัย มีทั้งหลักสูตร 1 ปี 2 ปี หรือเลือกเรียนเฉพาะวิชาได้ เรียนที่อาคาร Bangkok CODE ถนนสาทรใต้ — ที่น่าสนใจเช่นโมดูล human centered design และวิชา interface design (ดูรายชื่อวิชาที่เว็บ Bangkok CODE จะอัพเดทกว่า)

อีกทีที่มีสอนการออกแบบให้ลงเรียนได้ตามชอบใจคือ ศูนย์ศิลปะนานาชาติ สมาคมฝรั่งเศส กรุงเทพ (Alliance Française de Bangkok)

แถม (พักนี้แถมเยอะ) : TCDCCONNECT ทีซีดีซีคอนเน็ค เชื่อมคนทำงานสร้างสรรค์เข้าด้วยกัน มีบทความ มีลิงก์น่าสนใจ และแนะนำบล็อกด้านออกแบบหรือไอเดียใหม่ ๆ อยู่เรื่อย ๆ

“ TCDCCONNECT เว็บไซต์ที่รวบรวมข้อมูลข่าวสารและความรู้ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบการรุ่นใหม่ของไทย ในการพัฒนาธุรกิจของตนเอง ตลอดจนเป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับนักศึกษาและผู้สนใจด้านการออกแบบและความคิดสร้างสรรค์ เพื่อพัฒนาไปสู่การประกอบอาชีพในอนาคต ”

แถม (ไม่เลิก) : ของเก่าเล่าใหม่ เว็บ fuse ที่ปล่อยของสำหรับคนมีของ (งานทั้งหมดเป็นครีเอทีฟคอมมอนส์) — และนิตยสาร “ฟิ้วววว” เล่มเล็ก ที่เคยแถมพกมากับไบโอสโคป กำลังจะโตเป็นเล่มใหญ่แล้ว (เห็นไหม ของแถม ไม่ใช่เรื่อง แถม ๆ)

technorati tags: , , ,

2008-05-07

How to install Tahoma font, Ubuntu Studio theme and preload in Ubuntu (+ OpenSolaris 2008.05 debut)

from Ubuntu Forums - HOWTO: Tahoma Font in Breezy by Casey

ถึงจะใช้โอเพนซอร์ส บางทีเราก็จำเป็นต้อง/ถูกบังคับให้ใช้ฟอนต์ที่ไม่ใช่ซอฟต์แวร์เสรี
เช่น รายงานความคืบหน้าการวิจัยของเนคเทค ที่แม้จะระบุให้ใช้ OpenDocument Text (มาตรฐานเปิด-เยี่ยม) แต่ในขณะเดียวกันก็ระบุว่าให้ใช้ฟอนต์ Tahoma (เฉพาะระบบของไมโครซอฟท์-เฮ้ย)

วิธีติดตั้งฟอนต์ Tahoma บน Ubuntu (กนู/ลีนุกซ์ดิสโทรอื่น ๆ ก็ปรับ ๆ เอานะครับ)

  1. ลงแพคเกจ msttcorefonts ก่อน :
    sudo apt-get install msttcorefonts
  2. ดาวน์โหลดฟอนต์ Tahoma จาก http://download.microsoft.com/download/ie6sp1/finrel/6_sp1/W98NT42KMeXP/EN-US/IELPKTH.CAB :
    wget http://download.microsoft.com/download/ie6sp1/finrel/6_sp1/W98NT42KMeXP/EN-US/IELPKTH.CAB
  3. แตกแฟ้ม IELPKTH.CAB ออกมา, ในที่นี้เราจะใส่ไว้โฟลเดอร์ชั่วคราว tahomafont :
    cabextract -d tahomafont IELPKTH.CAB
  4. คัดลอกแฟ้มฟอนต์ทั้งหมดไปที่โฟลเดอร์ฟอนต์ msttcorefonts ของ Ubuntu :
    sudo cp tahomafont/*.ttf /usr/share/fonts/truetype/msttcorefonts/
  5. ลบโฟลเดอร์ชั่วคราว tahomafont เมื่อสักครู่นั้นทิ้ง :
    rm -rf tahomafont

เสร็จ

เกร็ด: น่าสนใจว่าแพคเกจ IELPKTH.CAB นี้ มันคือ Thai Language Pack ของ Internet Explorer ซึ่งนอกจากฟอนต์แล้ว ยังมีผังแป้นพิมพ์ไทย และรหัสอักขระไทย (CP 874) ด้วย


แถม : ลงธีมของ Ubuntu Studio บน Ubuntu ปกติ (เห็นใน twitter)

ถ้าจะเอาทั้งชุดเลย (รวมหน้าจอล็อกอิน, โปรแกรมเสริมบน desktop) :
sudo apt-get install ubuntustudio-look

ถ้าจะเอาแค่ธีม ไอคอน พื้นหลัง :
sudo apt-get install ubuntustudio-theme ubuntustudio-icon-theme ubuntustudio-wallpapers

ลงแล้วสวยดี แต่กับบางโปรแกรมใช้แล้วจะมองไม่ค่อยเห็น ปวดตาหน่อย ๆ เช่น Firefox 3 นี่ จะมีปัญหาเรื่องสีกับตรงช่องที่อยู่ address bar คือสีที่ไฟร์ฟ็อกซ์ใช้สำหรับลิงก์ มันเป็นสีเขียว แล้วสีของพื้นหลังของ widget ใน Ubuntu Studio นี่มันเป็นสีเทาดำ มันเลยอ่านยากมาก ไม่ดีเท่าไหร่ หรืออย่างเวลาทำไฮไลท์ข้อความในช่องที่อยู่ มันก็ไม่เปลี่ยนสีพื้นหลัง เปลี่ยนแต่สีอักษร ดูยากไปนิดนึง โปรแกรมอื่นไม่เป็นนะ เป็นแต่กับไฟร์ฟ็อกซ์นี่แหละ เข้าว่าเป็นเพราะไม่ได้เป็น GTK+


แถม 2 (ใจดี) : OpenSolaris 2008.05 ออกแล้ว (ข่าวที่ OSNews) เป็นดิสโทรอีกดิสโทรหนึ่งของ OpenSolaris (เอ่อ ชื่อดันเหมือนกันอีก คือนอกจาก OpenSolaris ที่เป็นดิสโทรแล้วเนี่ย ยังมีคนเอาซอร์สโค้ดจาก OpenSolaris.org ไปทำดิสโทรอื่น ๆ อีก เช่น Nexenta) มี Live CD ด้วย

ดิสโทร OpenSolaris นี้ ใช้ตัวจัดการแพกเกจตัวใหม่ที่ชื่อว่า Image Packaging System (IPS) ซึ่งเจ้า IPS นี่ ใช้ประโยชน์จากระบบแฟ้ม ZFS เช่นการทำ rollback กรณี โอ๊ะ ติดตั้งแพกเกจใหม่เข้าไปแล้วเจ๊ง จะย้อนกลับ ก็ใช้ความสามารถของ ZFS ทำ (ดิสโทรอย่าง Nexenta นั้นใช้ apt ซึ่งผู้ใช้ลีนุกซ์ค่าย Debian, Ubuntu จะคุ้นเคยกว่า)

รีวิวค่อนข้างดี แต่ก็ยังมีจุดต้องปรับปรุงเช่นเรื่องการแชร์แฟ้มกับ Samba ที่ยุ่งยากเกินไป ในรีวิวนั้นมีภาพจับหน้าจอให้ดูหลายรูป ดูในรูปคล้าย Linux Desktop ทั่วไปมาก เพราะใช้ GNOME 2.22 เหมือน ๆ กัน (ในภาพนั้นใช้ธีม Nimbus แบบเดียวกับที่มีใน Java 6 Update 10)

ถ้าไม่อยากดาวน์โหลด หรืออยากได้แผ่นมาเก็บ สั่งได้นะครับ ฟรี ค่าส่งก็ไม่คิด ผมสั่งไปแล้ว อยากรู้ว่าจะสวยเหมือนโลโก้รึเปล่า :D


แถม 3 (ชิงร้อยชิงล้าน) : ในลีนุกซ์ เราสามารถเร่งความเร็วการโหลดโปรแกรมที่เราใช้บ่อย ๆ ได้โดยใช้โปรแกรม preload โปรแกรมนี้มันจะคอยดูพฤติกรรมการใช้งานโปรแกรมของเรา และก็ไปโหลดบางส่วนของโปรแกรมที่เราใช้บ่อย ๆ ขึ้นมารอไว้ในหน่วยความจำล่วงหน้า (เรียกอีกอย่างก็คือ โกง น่ะ) วิธีพวกนี้เราเรียกว่า pre-fetching ใน Windows XP ก็มี

วิธีติดตั้ง preload บน Ubuntu :
sudo apt-get install preload
แค่นั้นเลย แล้วมันก็จะทำงานอัตโนมัติอยู่หลังฉาก

ถ้าอยากดูว่ามันทำอะไรอยู่ ก็ :
sudo tail -f /var/log/preload.log
หรือถ้าอยากดูละเอียด ๆ เป็นรายแฟ้มเลย ก็ :
sudo less /var/lib/preload/preload.state

ที่มา : Linux Journal ฉบับล่าสุด (ล่าสุดที่เมืองไทยใน Bookazine นะ ไม่รู้ล่าสุดแค่ไหน), LifeHacker, และ Techthrob.com (อันหลังสุดนี่ละเอียดมาก มีวิธีการตั้งค่าโดยละเอียดด้วย)

technorati tags: , , , , , ,

2008-05-05

open letter to media

5 พฤษภาคม 2551

เรียน ผู้ประกอบวิชาชีพและองค์กรของสื่อมวลชนที่เคารพ

ขณะนี้มีร่องรอยว่า ระบอบประชาธิปไตยของไทยกำลังเคลื่อนเข้าสู่อันตรายจากความขัดแย้งทางการเมืองที่อาจทรุดลงเป็นความรุนแรง ปัจจัยหนึ่งที่ปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้คือ สื่อมวลชน

ความแตกต่างทางความคิดเป็นเรื่องปกติในสังคมประชาธิปไตย แม้ต่างกันคนละขั้วก็ยังเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้ แต่ตัวความแตกต่างนั้นเองมิได้เป็นเหตุให้เกิดความรุนแรง ตราบเท่าที่ความแตกต่างสามารถปะทะขัดแย้งกันได้อย่างสันติตามกระบวนการทางการเมือง กระบวนการทางศาล และกระบวนการทางปัญญาผ่านสื่อและเวทีวิชาการ

หากเมื่อใดที่กระบวนการเหล่านั้นไม่ทำงาน หรือกลายเป็นปัจจัยยุยงส่งเสริมความเกลียดชังเสียเอง ความแตกต่างก็จะกลายเป็นความรุนแรง

คนซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบสื่อและสื่อที่ไม่รับผิดชอบกำลังส่งผลกร่อนทำลายประชาธิปไตยสังคมไทยใน 3 ทางดังนี้

1. สร้างความโกรธแค้นเกลียดชัง ปลุกปั่นสถานการณ์เสียเอง

2. โฆษณาชวนเชื่อ เป็นกระบอกเสียงของฝักฝ่ายทางการเมืองอย่างสุดหัวใจ ให้ร้ายใส่ความคู่ต่อสู้ด้วยเล่ห์เพทุบายสารพัด

3. ทั้งหมดนี้ดำเนินไปขณะที่ ผู้ประกอบวิชาชีพและองค์กรของสื่อมวลชนเฉยเมยต่อการละเมิดจรรยาบรรณสองประการข้างต้น หรือทำตัวลู่ตามลม เลือกปฏิบัติปกป้องเฉพาะพวก ลงโทษเฉพาะฝ่าย

สิ่งที่ดูจะหายไปในแวดวงสื่อมวลชนไทยที่ทำการทั้ง 3 ประการข้างต้น คือ มาตรฐานและจรรยาบรรณทางวิชาชีพ ที่ต้องเคร่งครัดกับหลักการ ความเที่ยงธรรม และความรับผิดชอบที่สูงกว่าประชาชนทั่วไปที่ไม่มีอำนาจสื่ออยู่ในมือ และสูงกว่ากระบอกเสียงโฆษณาชวนเชื่อของฝ่ายต่าง ๆ

เมื่อประกอบกับอำนาจที่มากขึ้นทุกวัน ผลก็คือสื่อมวลชนของไทยจำนวนหนึ่งกลายเป็นอภิสิทธิ์ชนที่ใช้อำนาจทำร้ายผู้ไม่มีอำนาจสื่ออยู่ในมือ โดยที่คนในวิชาชีพด้วยกันไม่กล้าทักท้วงตรวจสอบ

สื่อมวลชนเช่นนี้นอกจากจะไม่เป็นคุณต่อประชาธิปไตยแล้ว ยังกลับจะเป็นโทษอีกด้วย เพราะก่อความโกรธ หนุนความหลง และใช้เหตุผลเพียงเพื่อเอาชนะ ส่งผลโน้มน้าวสาธารณชนอย่างผิด ๆ และที่สุดสามารถจุดชนวนให้ความแตกต่างทางความเชื่อและความคิดเห็นกลายเป็นความรุนแรง

ในขณะที่เสรีภาพของสื่อต้องได้รับการปกป้อง สังคมไทยต้องไม่ปล่อยให้สื่อใช้อำนาจของตนอย่างฉ้อฉลจนอาจนำไปสู่ความรุนแรง

ผู้ประกอบวิชาชีพและองค์กรของสื่อมวลชนควรจัดการดูแลปัญหา “สื่อเป็นพิษ” อันน่าวิตกนี้โดยด่วนที่สุด ทั้งควรให้สาธารณชนมีส่วนร่วมด้วย โดยที่รัฐบาลไม่ควรเข้ามาเกี่ยวข้องในเรื่องนี้แต่อย่างใด

ขอแสดงความนับถือ

ชัยวัฒน์ สถาอานันท์
คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

อุบลรัตน์ ศิริยุวศักดิ์
คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย


(จากอีเมล “ด่วน จดหมายจากนักวิชาการสันติวิธีถึงสื่อมวลชน” ตัวเน้นโดยผู้โพสต์ลงบล็อก-bact')

ลิงก์ไม่เกี่ยวข้อง: 3 องค์กรวิชาชีพสื่อฯ จี้รัฐหยุดคุกคาม ระบุสนับสนุนเสรีภาพการแสดงออก ตามขอบเขตของ กม.และจารีต

แมลงวันไม่ตอมแมลงวัน ? : คำถามถึง '3 องค์กรวิชาชีพสื่อฯ' - กานต์ ณ กานท์

“ทำไมพวกเราถึงไม่สามารถเคารพกันและต่างก็แสดงความเห็นของตัวเองได้” - เสียงหนึ่งจากผู้ประท้วงในฮ่องกง

technorati tags: , ,

me(dia)

มีเพื่อนส่งลิงก์นี้มาให้ดู น่าเสียดาย...เว็บประชาไท (ผู้จัดการออนไลน์) ในนั้นเขาว่า เขา “เปิดโปง” เบื้องหลังคนสนับสนุนประชาไท

ผมก็งง ๆ ข้อมูลทั้งหมด เขาก็มีเผยแพร่ไว้ใน เกี่ยวกับประชาไท ตั้งนานแล้วนี่นา อย่างน้อยก็มากกว่าหนึ่งปีล่ะ ที่ผมเคยกดดู - มันเรียกว่าเปิดโปงตรงไหนนะ

เรื่องรสนากับปลื้ม ผมก็งง ๆ - เอ เขานับ “ส่วนใหญ่” กันยังไงนะ ลองอ่านดูในความเห็นท้ายข่าว มันก็ไม่ได้เป็นอย่างที่เขาว่านี่นา เรื่องมีคนมา “รุมด่ารสนามากกว่าปลื้ม” (แน่นอนว่ามีคนตั้งคำถามต่อท่าทีกระทบกระเทียบของรสนา ว่าไม่จำเป็นต้องพูดไปถึงวงศ์ตระกูลของปลื้มเขาเลย)

ผมก็คงบอกแทน คิดแทนคนอื่น ๆ ไม่ได้ ก็ลองดูข้อมูลจากหลาย ๆ ที่ละกันครับ

สื่อ/แหล่งข่าว/บล็อก ๆ หนึ่งไม่สามารถมีข้อมูลที่รอบด้านได้ และก็ไม่จำเป็นต้องเป็นแบบนั้น

แต่สื่อหลาย ๆ ที่ หลาย ๆ มุมมอง รวมกัน ก็สามารถที่จะให้ข้อมูลที่รอบด้านขึ้นได้

นี่เป็นเหตุผลที่ว่า ทำไมเราจึงต้องรักษาเสรีภาพและความหลากหลายของแหล่งข่าวเอาไว้ ให้สามารถเสนอหลายมุมมอง เสนอหลายแนวคิดที่แตกต่างกันได้

ผมคิดว่าสำหรับสื่อต่าง ๆ ในฐานะสื่อ ๆ หนึ่ง ของแต่ละที่ เขาก็มีสิทธิที่จะให้น้ำหนักและเสนอประเด็นอะไรที่เขาเห็นว่าสำคัญน่าสนใจได้ และเนื่องจากประเด็นที่สำคัญน่าสนใจนี้ อาจมีอยู่มาก เขาก็อาจจะเลือกเสนอประเด็นที่ยังไม่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูด เพื่อให้ในภาพรวมมันมีความครอบคลุม

เช่น ทีวีแต่ละช่อง เมื่อพิจารณาเฉพาะช่อง อาจจะมีสัดส่วนรายการที่พิกลพิการ อันนั้นข่าวน้อยไป อันนี้บันเทิงน้อยไป อันนี้เน้นกลุ่มผู้ชมวัยนั้นน้อยไป อันนี้เน้นกลุ่มผู้ชมระดับนี้มากไป ... แต่เมื่อพิจารณาในภาพรวมแล้ว เราอาจพบว่า สัดส่วนมันอาจจะกลมกล่อมพอดีก็เป็นได้ (ในทางกลับกับ การพยายามบังคับช่องไม่กี่ช่องให้อยู่ในสัดส่วนกลมกล่อมพอดี แต่ไม่สามารถไปปรับช่องอื่น ๆ ได้ ในภาพรวมมันก็อาจจะยังคงบิดเบี้ยวพิกลพิการอยู่ก็เป็นได้) คนเราดูทีวีแค่ช่องเดียวเสียทีไหน

กล่าวคือ ถ้าเขาเห็นว่า ประเด็นอะไรมีสื่อแหล่งอื่นพูดถึงไปแล้ว เขาก็อาจจะเลือกไปเสนอประเด็นอื่น ๆ ที่เขาเห็นว่าสำคัญเช่นกัน-แต่ยังไม่คนพูดถึง

นั่นแปลว่า การไม่ได้เสนอประเด็นอะไร อาจไม่ได้แปลว่าเขาเห็นว่าประเด็นที่เขาไม่เสนอเองนั้นไม่สำคัญ - เขาอาจเห็นว่ามันสำคัญ เพียงแต่คนอื่นเสนอไว้ดีแล้ว ก็เลยไม่รู้จะเปลืองพื้นที่ไปเสนอซ้ำอีกทำไม ถ้าไม่สามารถเสนอแง่มุมมองใหม่ ๆ ได้

“องค์กรนั้น บุคคลนี้ ทำเรื่อง x เรื่อง y เอาไว้มากมาย ทำไมไม่พูดถึง ? ทำไมถึงพูดถึงแต่เรื่อง i เรื่อง j ?”

ก็น่าจะถามต่อไปว่า

“ถ้าพื้นที่สื่อจำนวนหนึ่งได้เสนอเรื่อง x เรื่อง y ไปแล้ว ก็น่าจะเป็นการสมควรไม่ใช่หรือ ที่พื้นที่สื่ออีกจำนวนหนึ่ง จะเสนอเรื่อง i เรื่อง j ด้วย ? ทั้งนี้เพื่อความรอบด้านยิ่งขึ้นของข้อมูลข่าวสารในภาพรวม”

หรือจะมีใครมีชีวิตด้านเดียวบ้าง ?

ในอุดมคติแล้ว เราทั้งหมดสมควรที่จะเสนอทั้ง x, y, i และ j (อาจในน้ำหนักต่างกันไป ตามความลำดับสำคัญที่แต่ละคนเชื่อ)

แต่หากพื้นที่สำหรับ x และ y กำลังล้นทะลัก มองไปทางใดก็มีแต่ข้อมูลด้านนี้

จำเป็นแค่ไหน สิ้นเปลืองเท่าใด ที่จะต้องเสนอ x และ y ซ้ำ ๆ อีก ?

บกพร่องแค่ไหน เสียหายเท่าใด หากไม่ได้เสนอ i และ j ให้สังคมได้รับรู้ด้วย ?

การจะให้น้ำหนักว่าประเด็นอะไรสำคัญนั้น เป็นสิทธิ

ส่วนการจะต้องไม่ปกปิดบิดเบือนข้อเท็จจริงนั้น เป็นหน้าที่

technorati tags: , , ,

2008-05-03

I'm here to play basketball

“I'm here to play basketball and I have to salute the flag? I don't want to.”
— Toni Smith, college basketball player who turns her back on the U.S. flag during the playing of the national anthem

“ฉันอยู่ที่นี่เพื่อเล่นบาสเกตบอล และฉันต้องแสดงความเคารพธงนั่น? ฉันไม่ต้องการทำมัน”
— โทนี สมิธ, นักบาสเกตบอลระดับวิทยาลัย ผู้หันหลังให้กับธงชาติสหรัฐระหว่างบรรเลงเพลงชาติ

(ควรที่จะกล่าวด้วยว่า ในช่วงที่โทนีทำเช่นนี้ (ตั้งแต่ประมาณ ธันวาคม 2545) กระแสชาตินิยมในสหรัฐอเมริกาพุ่งถึงขีดสุด ซึ่งเป็นผลพวงจากเหตุการณ์วินาศกรรม เมื่อ 11 กันยายน 2544 เหตุการณ์ในครั้งนั้นทำเอาผู้คนทั้งสหรัฐออกมาแสดงความรักชาติ ด้วยการประดับธงตามห้างร้านบ้านเรือน จนถึงขนาดธงชาติขาดตลาด .. และกระแสชาตินิยมนี้ ก็เหมือนเป็นฉันทานุมัติให้ จอร์จ ดับเบิลยู บุช ประธาธิบดีสหรัฐ บุกอัฟกานิสถาน-อิรัก โดยไม่สนใจเสียงคัดค้านของชาวโลก)

เหตุการณ์ลักษณะเดียวกันในที่ต่าง ๆ ทั่วโลก

technorati tags: , ,

Science Culture in Thailand - Translators as Cultural Workers

นักแปล คือ ผู้ทำงานทางวัฒนธรรม (ผมยืมมาจากชื่อหนังสือ “ครูในฐานะผู้ทำงานทางวัฒนธรรม” - Teachers as Cultural Workers) เป็นผู้เชื่อมวัฒนธรรมที่แตกต่างกันเข้าหากัน ไม่ว่าจะแปลจากภาษาฝรั่งเศสไปเป็นเยอรมัน เยอรมันไปเป็นอังกฤษ หรือภาษาเฉพาะกลุ่มไปเป็นภาษาทั่วไป (จริง ๆ ก็ไม่ใช่แค่“นักแปล” ทุกคนที่แปลนั่นแหละ - การแปล คือ กิจกรรมทางวัฒนธรรม จะว่าแบบนี้ก็ได้)

สำคัญนะครับ แนวคิดจากวัฒนธรรมต่าง ๆ ที่ไหลเวียนหากันนี่ มันทำให้เกิดการปะทะสังสรรค์ของแนวคิด และเปลี่ยนแปลงโลกในทุกยุคสมัย แนวคิดปรัชญาธรรมชาติจากยุครู้แจ้งของสกอตแลนด์ พวกฮูม ไหลเข้าสู่เยอรมนี แนวคิดสัญญวิทยาจากฝรั่งเศส ไหลไปสู่เยอรมนี (จากที่ก่อนหน้านี้งานของพวกนิทเช่หรือคานท์ ก็ไปมีอิทธิพลต่อแนวคิดของฟูโกต์) แนวคิดของมาร์กซจากเยอรมนีไหลกลับไปสู่อังกฤษ (จากที่ก่อนหน้านี้แนวคิดของ อดัม สมิธ ก็ไหลไปมีอิทธิพลต่อแนวคิดของมาร์กซ) การไหลเวียนพวกนี้มันก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและวิทยาการทั้งนั้น มันมีการนำเข้าและปรับใช้เกิดขึ้นตลอดเวลา เฟืองเล็ก ๆ ที่สำคัญในกระบวนการนี้ คือการแปลครับ

การแปลข่าววิทยาศาสตร์เป็นเรื่องยาก ยิ่งได้ลองทำแล้วยิ่งได้รู้ว่ามันยาก เอาแค่เรื่องเดียวคือเรื่องศัพท์เทคนิค ที่พอไปค้นความหมายมาแล้ว เข้าใจว่ามันคืออะไรแล้ว ก็ยังต้องค้นต่อไปว่า เขาเรียกว่าอะไรในภาษาปลายทาง เช่น carbon nanotube ภาษาไทยเรียก ท่อคาร์บอนนาโน, nanowire เรียก ลวดนาโน หรือจะใช้ตัวสะกดแบบไหน ซึ่งค้นในพจนานุกรมก็ไม่มี ต้องไปหาแหล่งอ้างอิงจากที่อื่น และลำพังแปลจากภาษาต่างประเทศเป็นไทยเองก็ลำบากอยู่แล้ว ถ้าคิดจะสื่อสารกับคนทั่วไป ก็ต้องพยายามแปลไทยเป็นไทยอีกทีด้วย

มีโอกาสได้ลองในเว็บ foosci.com หลังจาก moleculark เอ่ยปากชักชวนทุก ๆ คน

ลองทำ ๆ ดูแล้ว ก็พบว่า เรื่องการสื่อสารวิทยาศาสตร์นี้เป็นเรื่องยากจริง ๆ (นี่แค่แปลจากแหล่งที่เขาไปหามาให้แล้วนะ ยังไม่ได้ต้องออกไปหาข่าวมาเขียนเอง) แม้จะรู้ว่าจะพูดอะไรแล้วก็เถอะ มันยังมีเรื่องว่าจะพูดยังไง แบบไหนอีก ให้กลุ่มเป้าหมายเข้าใจ แม้จะเป็นเรื่องที่ยาก แต่ยังไงก็เป็นเรื่องสำคัญ ถ้าเราอยากจะสร้าง “วัฒนธรรมวิทยาศาสตร์” แบบที่ไม่ใช่แค่ “วัฒนธรรมเทคโนโลยี” (ดู นิธิ เอียวศรีวงศ์, “ไฮเทคาถาปาฏิหารย์”)

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ก็เห็นความสำคัญตรงนี้ เลยตั้ง ศูนย์สื่อสารวิทยาศาสตร์ไทย (ThaiSMC) ขึ้นมาเป็นสะพานระหว่างนักวิทยาศาสตร์และสื่อมวลชน โดยมีจุดประสงค์เพื่อผลักดันสังคมไทยเป็นสังคมที่มีเหตุผลไม่งมงาย โดยจะมีกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การให้ข้อมูลและอบรมนักข่าวจากสื่อต่าง ๆ ให้เข้าใจวิทยาศาสตร์มากขึ้น และพยายามผลักดันเพื่อเพิ่มพื้นที่ข่าววิทยาศาสตร์ในสื่อ (แข่งกับพื้นที่ขอหวยงูสองหัว หรือมนุษย์ต่างดาวถุงลดไข้)

ของที่ทำดี ๆ ตอนนี้ ผมเห็นมีของ ผู้จัดการออนไลน์ (วิทยาศาสตร์) ครับ อัพเดทสม่ำเสมอ มีแบ่งหมวดหมู่ มีคอลัมน์พิเศษ ของเจ้าอื่นสู้ไม่ได้เลย (เพื่อนผมบอกว่าข่าวของผู้จัดการดีทุกด้านน่าอ่าน ยกเว้นอะไรที่เกี่ยวกับการเมือง) ที่เด่นอีกอันเป็นของ สำนักข่าวไทย (ข่าวเทคโนโลยี-วิทยาศาสตร์) โดยรวมสู้ของผู้จัดการไม่ได้ แต่มีวิดีโอคลิปให้ดูครับ เหมือนดูทีวีเลย เด่นกว่าตรงนี้ คือเรื่องบางอันมันยาก เห็นภาพเคลื่อนไหวแล้วเข้าใจง่ายกว่า ส่วนของ กรุงเทพธุรกิจ (ไอที-นวัตกรรม: วิทยาศาสตร์) นั้นข่าวน้อยมาก นาน ๆ มาที ประชาไท นี่ยิ่งไม่มีเลย

นอกจาก ThaiSMC แล้ว งานด้านการให้ความรู้วิทยาศาสตร์ทั่ว ๆ ไป ก็มี ศูนย์บริการความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (STKS) ซึ่งก็เป็นอีกหน่วยงานในสวทช. ดูแลอยู่เหมือนกัน

งานด้านการสื่อสารวิทยาศาสตร์นี้ ปัจจุบัน สวทช. เองก็สนับสนุนการจัดทำนิตยสารวิทยาศาสตร์อยู่หลายหัว เช่น “สนุกวิทย์” และ “Science in Action” ทำได้ดีเลยล่ะ น่าอ่าน แต่ปัญหาคือ ถ้าผมไม่ไปซื้อที่สวทช. ก็ไม่รู้จะไปซื้อที่ไหน มีปัญหาเรื่องการจัดจำหน่ายจริง ๆ ครับ มันก็เลยกระจายอยู่แค่ในวงจำกัด ไม่ได้อย่างที่ตั้งใจ (ถ้าหาซื้อไม่ได้ สามารถอ่านออนไลน์ได้ทั้งคู่ครับ - แต่ก็ต้องมีอินเทอร์เน็ต)

น่าเสียดายนะครับ นิตยสารดี ๆ เหล่านี้ รวมถึงหนังสือหลาย ๆ เล่มของสวทช.ด้วย ที่พิมพ์ออกมาแล้วก็กองอยู่ในร้านหนังสือสวทช. ไม่ได้มีโอกาสไปถึงมือคนที่สนใจ ผมเพิ่งได้หนังสือ “ท่องแดนวิทยาศาสตร์” มาเมื่อสัปดาห์ก่อน คนเขียนคือ ยงยุทธ ยุทธวงศ์ นักวิทยาศาสตร์ดีเด่นแห่งชาติ เขียนหนังสือดีครับ อ่านเพลินมาก ผมเพิ่งรู้ว่า ป๋วย อึ๊งภากรณ์ เป็นลุงของอ.ยงยุทธ ก็จากเล่มนี้ ... เล่มนี้ผมเคยเห็นแค่สองที่ครับ งานสัปดาห์หนังสือ (กรุงเทพ) กับที่ร้านหนังสือสวทช. (ปทุมธานี) ที่อื่นไม่เคยเห็นเลย ไม่รู้ว่าจังหวัดอื่นจะมีไหม น่าเสียดายนะครับ

เคยอ่านจากไหนซักที่ ไม่ แทนไท ก็ วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล นี่แหละ บอกว่าตัวเองอยากเป็นนักสื่อสารวิทยาศาสตร์ เอาใจช่วยครับ ทำได้ดีแน่ เขียนหนังสือเก่ง ๆ แบบนั้น

จะส่งเสริม วัฒนธรรมวิทยาศาสตร์ ก็ต้องหาคนมาทำงานด้านวัฒนธรรมครับ ทำเฉพาะด้านวิทยาศาสตร์อย่างเดียวไม่ได้


ลิงก์ไม่เกี่ยวข้อง: Translate.eipcp.net Beyond Culture: The Politics of Translation โครงการวิจัยของ European Institute for Progressive Cultural Policies

technorati tags: , , ,

2008-05-02

on press(ed)

“The worst kind of censorship is self-censorship.”

Short interviews/comments I gave (together with others) in recent months. For the records.

Blogging the Coup
By Dustin Roasa
Columbia Journalism Review Short Takes, 10 April 2008

Bloggers don't predict stability
By Pravit Rojanaphruk
The Nation, 22 December 2007 (Bangkok Pundit covered this)

บทสัมภาษณ์ [PDF]
กองบรรณาธิการ
จดหมายข่าวปฏิรูปสื่อ, คณะกรรมการรณรงค์เพื่อการปฏิรูปสื่อ, ปีที่ 1 ฉบับที่ 3 ก.ย. - ต.ค. 2550 (ฉบับเต็ม)

Say No to Censorship [PDF]
Editorial Interview
CyberAnt Magazine, the official student magazine of Computer Engineering Department, KMUTT, Vol. 3, First Semester Edition, June - October 2007

more...

technorati tags: , , ,

2008-05-01

TWA/DSI in OIC Internet Censorship Investigation Subcommittee

Inside the Official Information Commission, there's a “Internet censorship investigation subcommittee” which taking care of the information disclosure and information access on the Internet and investigating the Internet censorship case if it occurs.

The president of the Thai Webmaster Association (TWA) (or his/her representative) is an ex-officio member of that Internet censorship investigation subcommittee.

This seems perfectly okay. Until it happens that the new president of TWA is Pol Col Yanapol Yangyeun, Commander of Office of Technology and Information Cases under the Department of Special Investigation (DSI), who heavily involves with the Internet censorship himself.

We all make good wishes to him and hope that he will manage the two contradicted responsibilities well.

ใน คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ (กขร.) — ซึ่งมีจุดประสงค์เพื่อ พัฒนาการปกครองในระบบประชาธิปไตยโดยประชาชนมีส่วนร่วม และส่งเสริมการปฏิรูประบบราชการให้การใช้อำนาจเป็นไปอย่างโปร่งใส — มีคณะอนุกรรมการที่รับผิดชอบพิจารณาเรื่องเซ็นเซอร์อินเทอร์เน็ตอยู่

อำนาจหน้าที่ของ คณะอนุกรรมการพิจารณาเรื่องการปิดกั้นการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารในอินเทอร์เน็ต:

  1. ศึกษาข้อเท็จจริงและกำหนดหลักเกณฑ์หรือแนวทางปฏิบัติ เกี่ยวกับการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารและการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารในอินเทอร์เน็ต
  2. ศึกษาปัญหา สาเหตุ ข้อเท็จจริง ผลกระทบและแนวทางแก้ไข ในกรณีที่มีการปิดกั้นการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารในอินเทอร์เน็ต
  3. มีอำนาจในการสอบสวนข้อเท็จจริง และเรียกให้บุคคลใด ให้ถ้อยคำหรือให้ส่งวัตถุ เอกสาร หรือพยานหลักฐานมาประกอบการพิจารณา
  4. รายงานผลการดำเนินการให้คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการทราบ

หนึ่งในคณะอนุกรรมการจำนวนสิบคนเศษนั้น มี นายกสมาคมผู้ดูแลเว็บไทย (หรือผู้แทน) เป็นอนุกรรมการอยู่ด้วย โดยตำแหน่ง — ซึ่งมันก็ดูโอเคดี

แต่เรื่องชองเรื่องก็คือ นายกสมาคมผู้ดูแลเว็บไทยคนใหม่ เกิดเป็น พ.ต.อ.ญาณพล ยั่งยืน ซึ่งยังดำรงตำแหน่งอีกตำแหน่งคือ ผู้บัญชาการสำนักคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับการเซ็นเซอร์อินเทอร์เน็ต (ร่วมกับหน่วยงานอื่น ๆ เช่นกระทรวงไอซีที)

จากการพูดคุยกับคนที่คุ้นเคยกับสมาคมผู้ดูแลเว็บไทยและ พ.ต.อ.ญาณพล เขาเชื่อว่า พ.ต.อ.ญาณพล น่าจะแยกแยะบทบาทหน้าที่ทั้งสองได้อย่างดี ในหมวกดีเอสไอ ผู้ทำหน้าที่เซ็นเซอร์ และ ในหมวกอนุกรรมการฯ ผู้ทำหน้าที่สอบสวนการเซ็นเซอร์ ไม่สับสนหรือขัดประโยชน์กันเองแน่นอน

เราก็หวังอย่างยิ่งว่าจะเป็นเช่นนั้น

(เช่นเดียวกับการที่ตัวแทนสมาคมผู้ดูแลเว็บไทยเข้าไปอยู่ในคณะกรรมการและที่ประชุมต่าง ๆ ในฐานะ “ตัวแทนผู้ใช้อินเทอร์เน็ต” หรือ “ภาคประชาชน”, เราก็หวังว่าตัวแทนสมาคมฯ จะดำรงและปฏิบัติตนในฐานะดังกล่าวได้อย่างแข็งขัน — หรือมิเช่นนั้น ก็เข้าร่วมในฐานะอื่นที่ไม่ใช่ฐานะดังกล่าวเสีย)

technorati tags: , , , , ,