ย้ายบล็อกไปที่ bact.cc แล้วนะครับ

พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
หยุด ร่างพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
พื้นที่เก็บข้อมูลออนไลน์ ฟรี 2GB จาก Dropbox (sync กับ Windows, Linux, Mac, iPhone, Android ฯลฯ ได้)

2006-11-30

20 things on Future+Opensource+Thai

วีดิโอมาแล้ว กิ้ว~

อนาคต+โอเพนซอร์ส+ไทย 20 อย่างที่พอนึกออก

(ดูจบก็รู้สึกว่าตัวเองผมยาวไปแล้ว — ใครดูแล้วช่วยเข้าไป tag หน่อย อยากรู้ว่ามันจะออกมาเป็นยังไง ผมลองแท็กเล่น ๆ จนมันไม่ยอมให้ผมแท็กแล้ว :P)

ในวีดิโออาจจะอ่านสไลด์ไม่ออก เอาสไลด์ไปดูประกอบเอง :P — PDF หรือ OpenDocument

ขอบคุณ อ.สุพัตร์ ฟ้ารุ่งสาง (ผู้บันทึก) กับ คุณ sugree (คนแปลง+อัพ) ครับ

ดูวีดิโอของท่านอื่น ๆ + เสวนาตอนท้าย ได้ที่ รายงาน TLUG ที่ Blognone

update: 2006.12.03
อ่าน Thailand FOSS Retrospects โดย พี่เทพ ด้วย เพื่อภาพที่ครบถ้วนขึ้น
ในนั้นพูดถึงความแตกต่างทางวัฒนธรรม ที่อาจจะไม่เอื้อต่อโอเพนซอร์สในไทย และอุปสรรคในช่วงที่ผ่านมา

tags: | |

Designing for Civil Society

อีกเว็บบล็อกที่น่าสนใจ

Designing for Civil Society “ออกแบบเพื่อสังคมพลเมือง”
— David Wilcox on social media, engagement, collaboration

e-Democracy, social network, social media, collaboration, knowledge management, ...

แต่ มันยาวจัง - -"

HCI2003 Feature: How Design creates Society

tags: | | |

Mind of Emptiness

พูดถึงเมืองกรุงและบล็อกเหงา ๆ ไปเมื่อโพสต์ที่แล้ว แล้วก็แปะเอ็มวี Under the Bridge แถมท้าย — เนื้อเพลงมันเศร้าดี ตรงกับบรรยากาศเมืองเหงา แม้เอ็มวีจะหลอนไปหน่อย

มานึกขึ้นได้ว่า มีอีกเพลงที่ชอบ ฟังแล้วพาลคิดว่าคนร้องคงจะหมดลมหายใจตายหลังสิ้นเสียงเพลง เธอร้องได้ไร้กำลังจริง ๆ
Fiona AppleAcross the Universe

Fiona เอาเพลง The Beatles มาร้องใหม่ เพลงนี้ Rufus Wainright นำมาร้องเป็นเพลงประกอบหนัง I Am Sam ด้วย

Words are flowing out like endless rain into a paper cup,
They slither while they pass, they slip away across the universe
Pools of sorrow, waves of joy are drifting through my opened mind,
Possessing and caressing me.
Jai guru deva om
Nothings gonna change my world,
Nothings gonna change my world.
Nothings gonna change my world
Nothings gonna change my world.

สุข ทุกข์ อยู่ที่ตัวเรา เนอะ

tags: | | |

2006-11-29

City of Loneliness

เรื่องของคนเหงาอีกแล้ว ให้ตายสิ

คนใกล้ตัวอย่างน้อยสองคน เคยพูดในโอกาสต่างกัน ว่า “กรุงเทพมันเหงา”

มองถนนโล่ง ๆ หน้าสยามสแควร์ตอนสี่ทุ่ม
พิจารณาแล้วว่า จริง

มันไม่ใช่เรื่องว่า รอบ ๆ ตัว ไม่มีหมาเดินซักตัว
แต่เป็น “ภาวะความรู้สึกที่อยากมีใครอยู่ด้วย”

แต่ก็ไม่รู้ว่ากรุงเทพ และ “หมานคร” ทั้งหลาย มีเคมีอะไร ที่ทำให้ผู้คนเกิดภาวะนั้นได้ถี่เหลือเกิน

หรือด้วยจังหวะของเมืองที่มันเร่ง เร็ว
เราเลยไม่มีโอกาสได้นึกถึงคนอื่นเท่าไหร่นักในช่วงเวลาปกติ
กู กู กู กู กู กู และ กู

และทันใดที่จังหวะผ่อน พอเริ่มจะนึกถึงคนอื่นได้ มันก็ตูมออกมา อย่างอดอยาก
(บางทีเพื่อจะพบว่า คนที่เราคิดถึง ยังอยู่ในจังหวะ กู กู กู กู กู อยู่ .. ก็เศร้าไป)

เอาบล็อกเหงา ๆ ไปอ่าน

“การมีแฟนของคนสมัยนี้ มันก็แค่การบริโภคร่วมกัน การหาโปรแกรมทำด้วยกันในวันเสาร์อาทิตย์ หรือการผ่านพ้นช่วงเทศกาลต่างๆไปด้วยกัน”
buiberry's เบเบ๋

กับ

The Aesthetics of Loneliness
— ผมล่ะโคตรชอบชื่อบล็อกเค้าเลย ใช่ ในความเหงานั้นมีความงาม และเราควรจะเหงาอย่างสวยงามได้ใช่มั๊ยล่ะ ?
เพลงเพราะ ๆ หนังดี ๆ เยอะแยะ ก็มาจากความเหงานิ

อยู่กับมัน! (ให้ได้ ถ้าจำเป็น)

Sometimes I feel
Like I don't have a partner
Sometimes I feel
Like my only friend
Is the city I live in
The city of Angels
Lonely as I am
Together we cry


Red Hot Chili Peppers — Under the Bridge [mv]

tags: , ,

Place, Space, Culture, and Politics

ได้คำใหม่มาจากงาน เสวนาปฏิรูปการเมืองครั้งที่ 1: “โจทย์ปฏิรูปการเมือง 2550” วันนี้ — “การเมืองเชิงพื้นที่” และ “การเมืองเชิงสถานที่”

พื้นที่ (space) น่าจะเป็นเรื่องของ ค่านิยมร่วม ความรับรู้เข้าใจร่วม เป็นอะไรที่ปรับเปลี่ยนเคลื่อนไหวไปตามคน
ส่วน สถานที่ (place) น่าจะเป็นเรื่องของ ที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ หรือองค์กร สถาบัน

อย่างคนอยู่ในจังหวัดเดียวกัน (สถานที่) อาจจะมีความรับรู้ต่อสิ่งรอบข้างไม่เหมือนกัน (พื้นที่) ตามภูมิหลัง ข่าวสารที่ได้รับ ค่านิยม ความเชื่อที่ต่างกัน — กล่าวคือ คนสองกลุ่มที่อยู่ในสถานที่เดียวกัน อาจจะอยู่ในพื้นที่ต่างกันก็ได้ เท่าที่เข้าใจนะ ตามไม่ทันเท่าไหร่

เดี๋ยวรออ่านข่าวดีกว่า น่าจะมีลงหลายฉบับ เห็นมีนักข่าว โอเพ่น ประชาไท สถาบันข่าวอิศรา ไทยโพสต์ ฯลฯ

มีหลายประเด็นน่าสนใจมาก เรื่องระบอบที่ไม่รู้จะเอายังไง เรื่องขนาดของระบบราชการ/รัฐ การกระจายอำนาจ คำถามเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง อำมาตยาธิปไตย อภิชน ฯลฯ ตามอ่านข่าวละกัน :)

เห็นว่า เสวนาชุดนี้จะมีขึ้นอีกสองสามครั้ง ครั้งหน้าจะพูดถึง การเลือกตั้ง 2550 ก็ติดตามข่าวจากเว็บไซต์คณะเศรษฐศาสตร์ มธ. ละกันครับ ในเว็บโอเพ่นออนไลน์ก็น่าจะมีข่าว

tags: | | |

2006-11-28

Seminars at Faculty of Economics, Thammasat University

สัมมนา/เสวนา ที่ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

  • พุธ 29 พ.ย. 13:30 น.

    เสวนาปฏิรูปการเมืองครั้งที่ 1: “โจทย์ปฏิรูปการเมือง 2550”

    รศ.ดร.นครินทร์ เมฆไตรรัตน์, รศ.ดร.สุวินัย ภรณวลัย, พิภพ ธงไชย, สุริยะใส กตะศิลา, ศ.รังสรรค์ ธนะพรพันธุ์, ผศ.ดร.อภิชาต สถิตนิรามัย, ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์, รศ.ดร.วรเจตน์ ภาคีรัตน์, ผศ.สิริพรรณ นกสวน, อ.ปกป้อง จันวิทย์

  • พุธ 29 พ.ย. 10:00 น.

    “Globalization and its Implications for Agriculture Growth and Economic Development”

    Dr.Prabhu Pingali, Director, Agricultural and Development Economics division, FAO, Italy

  • จันทร์ 18 ธ.ค.

    ECONversation “โลกร้อน: ความจริงที่ไม่อยากฟัง” พร้อมฉายหนัง An Inconvenient Truth

    วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์, รศ.ดร.สุวินัย ภรณวลัย, อ.ดร.ชโลธร แก่นสันติสุขมงคล, ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา

  • มีอีกเยอะ ดูที่ รายการสัมมนาคณะเศรษฐศาสตร์ มธ.

หมายเหตุ:

  • ทุกสัมมนา เข้าฟังได้ฟรี
  • ทุกสัมมนา จัดที่ห้องประชุมชั้น 5 คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เวลา 13:30 น. เว้นแต่ประกาศเป็นอื่น
  • ติดต่อรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ คุณดาราวรรณ รักษ์สันติกุล 0-2613-2404 หรือ seminar AT econ.tu.ac.th

ใครสนใจ ไปร่วมได้เลย หัวข้อบ่ายวันพรุ่งนี้น่าสนใจ (เห็นชื่อคนแล้วยิ่งน่าสนใจ)
ถัดไปอีกวัน พฤหัส เขยิบมาทางสนามหลวง ที่นิติ มี โครงการเสวนา “ร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์” น่าสนใจอีกเช่นกัน

tags: | | |

The Power of Infovisualization

A great presentation that shows the power of information visualization and how computer technology and good design could deliver a better understanding of the world situation to its dwellers:

Ideas Worth Spreading: Hans Rosling from TED 2006

นำเสนอเจ๋งดี นี่คืออีกอย่างที่อยากทำ infovis นำเสนอข้อมูลจำนวนมาก ให้เข้าใจได้ง่าย ๆ ประชาชนทั่วไปจะได้สามารถเข้าถึงและเข้าใจได้ อันจะนำไปสู่สังคมความรู้ และที่หวังก็คือเป็น “informed voters” ผู้ลงคะแนนเลือกตั้งที่ได้รับข่าวสารอย่างเพียงพอ

[via Note, TED]

ป.ล. อัพ รุ่น PDF ของสไลด์ อนาคต+โอเพนซอร์ส+ไทย — 20 อย่างที่พอนึกออก แล้วนะ

tags: | | | |

Coup Complex

เมื่อเวลา 16:10 น. กองกำลังไม่ทราบฝ่าย ได้บุกเข้าปิดล้อมทำเนียบรัฐบาล สร้างความตื่นตระหนกตกใจให้กับประชาชนแถวนั้นจนต้องวิ่งเข้าไปมุงดู

ปฏิวัติซ้อน

[ผ่าน id]

tags: | |

2006-11-27

Thailand's Computer Crime Act

ยังไม่ได้อ่านกันแบบจริง ๆ จัง ๆ ซะที เฮ้อ เรื่อง ร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์ (เดิมชื่อ ร่าง พ.ร.บ.อาชญากรรมคอมพิวเตอร์)

ร่างพ.ร.บ.อันนี้ เป็นร่างพ.ร.บ.แรก ที่ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (แต่งตั้งโดยคณะรัฐประหาร 19 กันยา 2549) ผ่านรับหลักการ
และเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสิทธิเสรีภาพของประชาชนโดยตรง โดยเฉพาะเรื่องเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น

วันพฤหัสนี้ มีเสวนาเรื่องนี้ ที่คณะนิติ ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ บ่ายโมงครึ่ง ถึงสี่โมงครึ่ง ไปได้ก็ไปกัน

โครงการเสวนา
“ร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์”

ภายใต้รัฐบาลรัฐประหาร: ทางมืดหรือสว่างของสิทธิเสรีภาพในโลกไร้พรมแดน

ห้อง 222 คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์
วันที่ 30 พฤศจิกายน 2549 เวลา 13.30-16.30 น.

อ่านประกอบก่อนไป (ได้ก็ดี) — ผมไป

[ผ่าน ประชาไท, palawat]

tags: | | |

Palawat.com

Palawat (พลวัต)

มีเรื่อง เศรษฐกิจ ระบบซับซ้อน การเมืองภาคประชาชน การสื่อสารมวลชน

ไม่แน่ใจว่าใครเป็นคนทำ แต่เจ๋งดี ชอบอีกแล้ว

ดูคู่กับ นอกกรอบ.คอม

tags: | |

2006-11-26

TLUG presentation

อนาคต+โอเพนซอร์ส+ไทย — 20 อย่างที่พอนึกออก
(ดูแบบ PDF หรือ OpenDocument — ไฟล์ชนิด OpenDocument เปิดได้ด้วยโปรแกรมเช่น OpenOffice.org หรือ KOffice)
พูดในงาน TLUG 25 พ.ย. 2549 ที่เขียนถึงในโพสต์ก่อนหน้านี้
อันนี้เป็นรุ่นต้นฉบับ เหมือนที่ใช้ในงานเลย มีหมายเหตุประกอบ ("Notes") อยู่นิดหน่อย ลองเปิดดูได้ จะพยายามเพิ่มหมายเหตุประกอบเข้าไปอีก แล้วอัพขึ้นอีกทีนะครับ ตอนนี้ดูอันนี้ไปก่อน
มันไม่มีเนื้อหาอะไรมาก มีแค่คำสำคัญ จุดประสงค์หลักคือเพื่อจุดประเด็นความสนใจ หวังให้เป็นหัวข้อพูดคุยต่อไป
ถ้าใครสนใจประเด็นไหนเป็นพิเศษบอกได้ ผมก็อยากศึกษาแล้วมีคนคุยด้วยน่ะ :P

การนำเสนอ/หัวข้ออื่น ๆ

tags: | |

Chiang Mai Bakermarkt

ขอแสดงความยินดีกับร้าน
เพื่อนครัว เชียงใหม่เบเกอร์มาร์ท
เปิดร้านใหม่อย่างเป็นทางการวันนี้ :)

ใครสนใจ วัตถุดิบ วัสดุ อุปกรณ์ทำขนม ขนมอบ เบเกอรี่ ไปอุดหนุนได้ :P

แป้ง ยีสต์ ชอคโกแลต ไส้ ผลไม้ทำขนม ไม้นวด พิมพ์วุ้น กระทะ เครื่องปั่น เตาทาโกะยากิ ตู้อบ หนังสือทำขนม ถุง กล่องเค้ก ฯลฯ ให้มันเกี่ยวกะทำขนมเถอะ น่าจะมีหมด

ร้านใหญ่เปิดใหม่ที่หนองหอย ถนนเชียงใหม่-ลำพูน ร้านเก่าอยู่ถนนตรงข้ามประตูเชียงใหม่

มีคนพูดถึงร้านเก่าในเว็บบอร์ด Thai Visa ด้วย :

“ We do have a friendly bakery supply place with all kinds of odds n ends out here in Chiang Mai. It's opposite Chiang Mai Gate, across the street and past Ruam Pet Hospital by 1/2 a block, still on same left-hand side of street. All kinds of yeast. And then baker's tools too. I have no oven but stop by to pick up raisins, nuts, and oats on the cheap and then make cereal or other snacks at home. Better price n quality than Rimping, Big C, Carrefour etc. I'm also in support of the small guy doing his business in the face of the megatores. ”

ของเยอะ ถูก อัธยาศัยดี เอ้า เชียร์กันเข้าไป :P


เพื่อนครัว เชียงใหม่เบเกอร์มาร์ท

  • ร้านแรก: 3/8 ถ.สุริยวงศ์ อ.เมือง เชียงใหม่ 50100
    (ตรงข้ามประตูเชียงใหม่ เลยรพ.รวมแพทย์เข้าไป ; 18°46'47"N, 98°59'17.75"E)
  • ร้านใหญ่: 104/8 ม.6 ถ.เชียงใหม่-ลำพูน ต.หนองหอย อ.เมือง เชียงใหม่ 50000
    (วิ่งออกจากเทศบาลเมืองเชียงใหม่ ไปทางลำพูน จนเจอแยกที่ตัดกับถ.มหิดล ก็ตรงลอดสะพาน เลยไปอีก อยู่ด้านซ้าย)

อัพเดท: ลองค้นคำว่า "เพื่อนครัว" ในโปรแกรม PointAsia เจออยู่หนึ่งที่ ชื่อ "เพื่อนครัวไทย/จ.ลำปาง" ดูจากที่ตั้งแล้ว น่าจะเป็นร้านเพื่อนครัวร้านใหญ่นี่แหละ ... อืม ทำไมเป็นชื่อนั้นหว่า ไม่รู้แฮะ

tags: | | | | |

Thai Human Wrongs Commission ?

ข่าวจากไทยรัฐ 22 พ.ย. 2549

มีคดีปกครองที่น่าสนใจคดีหนึ่งเกี่ยวกับข้อพิพาทในสำนักงาน คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติระหว่างผู้บริหาร ซึ่งเป็นกรรมการองค์กรอิสระกับผู้บริหารฝ่ายประจำ

เรื่องนี้ยืดเยื้อยาวนานและซับซ้อนราวกับรามเกียรติ์

นั่นคือกรณีที่ นพ.ชูชัย ศุภวงศ์ อดีตเลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ซึ่งถูกย้ายไปเป็นที่ปรึกษาสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้ฟ้องคดีต่อศาลปกครองกลาง ให้เพิกถอนคำสั่งของ นายเสน่ห์ จามริก ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ที่สั่งให้ นพ.ชูชัย ไปลงชื่อปฏิบัติราชการไปกลับที่ห้องทำงานประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ว่า เป็นคำสั่งที่เลือกปฏิบัติ ผู้สั่งไม่มีอำนาจสั่ง และคำสั่งไม่ชอบด้วยกฎหมาย

หลังจากสู้กันในศาลปกครองชั้นต้นจนมีการอุทธรณ์คดีในศาลปกครองสูงสุด จนในที่สุดศาลปกครองสูงสุดได้มีคำพิพากษาออกมาแล้ว ตามคดีหมายเลขดำที่ อ.542/2547 และคดีหมายเลขแดงที่ อ.229/2549 โดยมีเนื้อหาสาระที่สำคัญว่า

ผู้ถูกฟ้องคดีคือ นายเสน่ห์ มีคำสั่งให้เฉพาะผู้ฟ้องคดี คือ นพ.ชูชัย ต้องลงนามปฏิบัติราชการทั้งเวลามาและกลับที่ห้องทำงานของผู้ถูกฟ้องคดีทุกวัน โดยที่ข้าราชการอื่น ๆ ในสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ รวมทั้งผู้ซึ่งได้รับคำสั่งแต่งตั้ง ให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติแทนผู้ฟ้องคดี ก็มิได้มีคำสั่งให้ถือปฏิบัติ เช่นเดียวกับผู้ฟ้องคดีแต่อย่างใด

กรณีจึงเห็นว่าการออกคำสั่งของผู้ถูกฟ้องคดีดังกล่าว มีลักษณะเป็นการเลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมต่อผู้ฟ้องคดี

นอกจากนี้ ศาลปกครองสูงสุดยังเห็นว่า อำนาจในการสั่งจัดทำบัญชีลงเวลาปฏิบัติราชการในส่วนของข้าราชการ ไม่ใช่เป็นอำนาจของประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ แต่เป็นอำนาจของเลขาธิการ

ดังนั้น จึงเป็นการออกคำสั่งโดยไม่มีอำนาจและเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย อุทธรณ์ของผู้ถูกฟ้องคดีฟังไม่ขึ้น จึงสั่งให้เพิกถอนคำสั่งของผู้ถูกฟ้องคดี โดยมีผลตั้งแต่วันที่ออกคำสั่งดังกล่าว

นอกจากคดีนี้แล้ว ยังมีข้าราชการสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ที่ถูกบีบคั้นจากการบริหารที่ใช้อำนาจของกรรมการกลุ่มหนึ่ง มีการฟ้องร้องคดีไปที่ศาลปกครองกลางแล้ว 23 คดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งคดีที่เกี่ยวกับการโยกย้ายที่เป็นไปโดยไม่สุจริต และมีการร้องทุกข์ในคดีอาญาอีก 3 คดี

ที่น่าอนาถคือเรื่องราวเหล่านี้ไม่สมควรเกิดขึ้นในหน่วยงาน อย่างสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเลย.

ตายละ แล้วที่ กลุ่มเสรีภาพต่อต้านการเซ็นเซอร์แห่งประเทศไทย (FACT) ไปฝากเรื่องกับ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ จะรอดมั๊ยเนี่ย ?

โอ้ย ประเทศชาติ - -" สนุกจริง ๆ

[ผ่าน kom]

tags: ,

Blogger Ethics ?

จรรยาบรรณและมารยาทของการเขียนบล๊อก
นำเสนอ จรรยาบรรณ+มารยาท ของบล็อกเกอร์ในมุมมองต่าง ๆ ทั้งจากสายวิชาการ สายนักข่าว กรณีบล็อกเกอร์เมืองไทย เมืองนอก

tags: | | |

The Hamburger Boy

“คนเราไม่จำเป็นต้องรักกันก็ได้ แค่ไม่เกลียดกันก็พอ”
— ศิวดล ระถี ผู้กำกับหนัง

เมื่อวานตะลอน(+ตะลัย)ทัวร์มาก เดินทางอย่างบ้าคลั่ง (ยังหาอะไรอยู่ ?)

เช้าออกจากบ้าน ตัดสินใจโดดเรียน (ครั้งแรก! - กรุณาเชื่อ) แล้วไปม.เกษตร เลย เพราะยังเตรียมที่จะพูดงาน TLUG ไม่เสร็จ กะไปนั่งปั่นต่อที่โน่น เมื่อคืนก่อนหน้าดันมัวแต่เที่ยวเล่น (คอนเสิร์ทแฟต ที่สวนลุมไนท์)

พูดงาน TLUG เสร็จตอนบ่ายสอง (รูป 1 2 3 4) พูดได้ไม่ดีเท่าไหร่ ค่อนข้างผิดหวัง พยายามตัดสั้นเกินไป คิดว่า แล้วก็ไม่มีสรุป คนฟังก็งง ๆ เพราะคนพูดเองก็งง ๆ เราแค่อยากจุดประเด็นอะไรซักอย่างน่ะ .. มีคนบอกว่าเราเป็น "เด็กแนว" .. แม้จะขอปฏิเสธว่าไม่ "แนว" แต่ดีใจที่เค้าเห็นว่า "เด็ก" :P

คิดว่าในแผ่นนำเสนอ "แตะ" ทุกประเด็นที่อยากพูด คือเรื่องประมาณชุมชน เศรษฐกิจแบบแบ่งปัน และ peer production (ส่วนใหญ่ก็ได้แนวมาจาก The Wealth of Networks และ The World Is Flat) ไม่ได้เน้นโอเพนซอร์สเป็นพิเศษ (แต่มีโอเพนซอร์สเป็นตัวเริ่ม) แต่มันออกมาสั้น ๆ รวบรัด ๆ (ตั้งใจ) รายละเอียดบางอย่างที่อยากจะพูดก็ลืม ไม่ได้ดูบันทึกที่เตรียมไว้เลย ด้นไปเรื่อย ถ้าเตรียมตัวดี ๆ ก็น่าจะโอเค ถ้าจะพูดแบบ 20x20 คงต้องจับประเด็นเดียวให้มั่น หรือไม่ก็ทำให้หลากหลายสุด ๆ ไปเลย แบบที่ทำไปมันครึ่ง ๆ กลาง ๆ ไปหน่อย จับอะไรไม่ได้

แต่โอเค มันดี ฝึกไปเรื่อย ๆ ผมชอบความสด :P

(หัวข้อต่าง ๆ ในงาน TLUG วันนั้น)

จบตรงนั้นก็แจ้นไปสยามทันที ไปรับรางวัลงาน OpenFEST ตรงตึกโตโยต้า เฮ้ย ในซองไม่เห็นมีตังค์เลย! :P เดี๋ยวค่อยไปถามทีมงานเค้าอีกที สงสัยเราจะลืมอ่าน/ฟังอะไรไป มัวแต่ใจลอย

รับรางวัลเสร็จ ได้คุยกะคุณสุนิตย์ (สถาบัน TRN ผู้จัดงาน OpenFEST) อยู่ครู่ใหญ่ โปรเจกต์พันล้าน :P จนมอบรางวัลทุกคนเสร็จ คุณสุนิตย์ก็ขอตัว ผมก็จร

กินข้าวแว๊บนึง ที่ร้านบะหมี่ฮ่องกง อย่าไปสั่งเชียวนะ ข้าวราดปูกะหรี่อ่ะ น้อยมาก ๆ ไม่อิ่มเลย 59 บาท :(

เสร็จแล้วกลับไปเกษตรอีกรอบ จารย์มะนาวบอก ที่โน่นกำลังมัน open floor วันนี้ค่ารถบานเลยแฮะ - -"

ไปถึงตึกปุ๊บ งานเลิกปั๊บ - -" ตอนออกจากลิฟต์มือถือตกพื้นด้วย จอแตก เจ๊ง :( ตอนนี้ผมโทรหาใครไม่ได้เลยนะครับ ส่วนรับสายน่ะพอได้

เดินออกมากับกลุ่มคนที่เหลือ มีพวกมาร์ค วีร์ พี่เทพ ฯลฯ เค้าไปกินข้าวกัน ผมนั่งอยู่แป๊บ ๆ แล้วก็ขอตัว ไปสยามอีกรอบ! :P

กลับไปที่งาน OpenFEST อีกรอบ งานจะเลิกละ หกโมงกว่า ขึ้นไปดูเวิร์กชอปหนังสั้น โดยนิตยสารหนัง Bioscope. girl friday ก็ไปด้วย นั่งอยู่หลังห้อง เจอน้องวัว ไก่ ต้นไม้ (ชื่อจริง ๆ คือ น้องฝ้าย) จากงาน เพะชะคุชะ ด้วย นั่งอยู่ข้าง ๆ กัน น้องเค้าขำดี น่าร้าก :P ไปดูรูปได้ที่ เบากบาล น้องที่เสนองาน "ซีดีเพื่อเกษตรกร" น่ะ

มอง ๆ ไป หน้าตาคนในห้องมันซ้ำ ๆ กะงานเพะชะคุชะทั้งนั้นเลยแฮะ ตั้งแต่ผู้ดำเนินรายการสองคนหน้าห้อง คนแรกที่คุ้นด้านซ้ายนั่นเป็นพิธีกรในงานเพะชะคุชะ อีกคนด้านขวาเป็นผู้แสดงงานในคืนนั้น (รู้ชื่อทีหลังว่า พี่ปุ่น)

เข้าไปทันสัมภาษณ์พี่ .. พี่อะไรหว่า น่ะแหละ เค้าให้สัมภาษณ์วิธีทำหนัง เค้าใช้กล้องดิจิตอลธรรมดา ถ่ายคลิปสั้น ๆ 50-60 วิ เก็บ ๆ ไว้ เจออะไรก็ถ่ายเก็บ แล้วค่อยเอามาร้อยเป็นหนังทีหลัง โดยใช้ Windows Movie Maker ตัดต่อ ! ประมาณว่า ไม่มีเงินซื้อโปรแกรม ก็ใช้ของฟรีสิ แถมมากับวินโดวส์อยู่แล้ว — เย้ !

ทันดูหนังเต็ม ๆ แค่เรื่องเดียว คือ เด็กชายแฮมเบอร์เกอร์ ชอบมาก ๆ เป็นเรื่องของเด็กต่างจังหวัดกลุ่มนึง ทำแฮมเบอร์เกอร์ส่งครู สุดท้ายออกมาเป็นข้าวจี่ :P ที่ประชาไทบทความเกี่ยวกะเรื่องนี้ด้วย (หนังเรื่องนี้ เป็นส่วนหนึ่งของโครงการหนั้งสั้น "ใต้ร่มเงาสมานฉันท์" / บล็อกที่ปรึกษาโครงการ) ใครมีโอกาสลองไปหามาชม (จากไหนดี?) — เพื่อความสมานฉันท์

พี่คนทำ ทำงานประจำอยู่ ธ.อาคารสงเคราะห์ ไม่เกี่ยวกันเลย กายพร้อม ใจพร้อม เราทำได้ จริง ๆ

ดูเสร็จ งานเลิก ก็ได้คุย ๆ กะกลุ่มเด็กหลังห้อง เหมือนจะทำหนังสั้นกันทั้งนั้น (ไทยอินดี้) ขำดี girl friday รู้จักพี่ปุ่นมาก่อนหน้านี้ เหมือนจะเคยทำงาน(หนัง?)ด้วยกันทีนึง ผมไม่รู้จักใครหรอก แต่ตาม ๆ เค้าไป :P ก็ไปกินข้าวด้วยกัน แถว ๆ นั้นแหละ เป็นมื้อที่มีความสุขอีกมื้อ อาหารอร่อย คุยอิ่ม

บรรยากาศสนุก ตามที่มันควรจะเป็น ยามคนเราได้คุยเรื่องที่ตัวเองสนใจ ใช่มั๊ย ?

คนเราจะดูดีขึ้นมาทันที เวลากำลังมุ่งมั่นทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งอยู่ — เศษประเด็นจากโต๊ะกินข้าว
แบบนี้คงจะเป็นเรื่องไม่แปลก ที่จะเห็นใครแอบชอบเพื่อนร่วมงาน รึเปล่า ?

เป็นวันที่ยาวจริง ๆ

tags: | | | | |

2006-11-24

Thailand's Economic and Social Data in XML

ข้อมูลเศรษฐกิจและสังคม ในรูปแบบ XML
โดย สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สคช.)

ตอนนี้มีข้อมูลอยู่ 3 หมวด

เยี่ยม :)

tags: | | | |

The World Is Flat

The World Is Flat: A Brief History of the Twenty-first Century โดย
มีโอกาสได้อ่านหนังสือเล่มนี้ (ฉบับปรับปรุงใหม่ "updated and expanded"/ภาษาอังกฤษ) เมื่อหลายเดือนก่อน ก่อนจะกลับเมืองไทย อ่านข้าม ๆ ไม่ได้จบทุกบท คิดว่าเป็นหนังสือที่ดีเล่มนึง หนังสือพูดถึงโลกาภิวัตน์ และผลจากเศรษฐกิจแบบใหม่ ที่มีการสื่อสารที่รวดเร็วและอินเทอร์เน็ตเป็นตัวขับเคลื่อน ซึ่้งเป็นที่มาของชื่อหนังสือ "โลกนั้นแบน" คือแบนราบด้วยพลังของการสื่อสารนั่นเอง

ในหนังสือยกกรณี โอเพนซอร์ส เอาท์ซอร์ส และอีกหลายกรณี ซึ่งทั้งหมดนี้ เกิดขึ้นได้ด้วย อินเทอร์เน็ต — โลกนั้นถูกย่อให้กลายเป็นหมู่บ้าน ผู้คนติดต่อกันได้จากทุกที่ทุกเวลา และนำไปสู่วิธีการผลิตแบบใหม่ ๆ ที่ไม่เคยเป็นไปได้มาก่อน

สำหรับเนื้อหาโดยสรุป ภาษาไทย ดูได้ที่ สรุปสาระสำคัญ โดย สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

ฉบับภาษาไทยมีแปลออกมาแล้ว เข้าใจว่า่น่าจะเป็นบทแรก ๆ ของหนังสือ เพราะเห็นเขียนว่าเป็น "เล่ม 1" และบางแค่ไม่ถึงครึ่งของฉบับภาษาอังกฤษ คงจะมีเล่ม 2 ตามออกมาเร็ว ๆ นี้

[ผ่าน dome's blog]

tags: | |

iTeau's Dirt

เฮ้ย ชอบ

วิทยาการสารสนเทศ บรรณารักษศาสตร์และห้องสมุด สังคมศาสตร์ เครือข่ายสังคม อินเทอร์เน็ต — อ่าน iTeau's Dirt

ของฝาก: Economics of Social Networking
พูดถึงหนังสือ Wikinomics: How Mass Collaboration Changes Everything โดย Don Tapscott และ Anthony D. Williams (วางแผงเดือนธ.ค.นี้)

tags: | | | | | |

1290 - 459 = 831

เมื่อวานแวะไปซื้อเมาส์ให้พ่อ (หลังจากเมื่อวันก่อนเบี้ยว)
ก็ไป MBK แหละ ใกล้ ๆ

เราพบว่า ราคาสินค้าในประเทศนี้นี่ มันตั้งกันได้มั่วมาก

ปกติเวลาจะดูอะไรคอม ๆ ที่ MBK ก็จะไปที่ชั้น 4 ฝั่งเดียวกะโตคิว ที่มันมีมือถือ มีซีดีเถื่อนเยอะ ๆ น่ะ ถ้าร้านที่ขายพวกฮาร์ดแวร์ อุปกรณ์ต่อพ่วงของคอม เดี๋ยวนี้มันเหลือสองร้านเองมั้ง ก็คิดว่าไม่เป็นไร มันใกล้ดีน่ะ สะดวก

ผมอยากได้เมาส์แบบธรรมดา ๆ เอาแบบมีสาย จะเอาไปใช้กะเครื่องตั้งโต๊ะ ก็ดู ๆ หลาย ๆ ยี่ห้อ ไม่มีอันไหนที่มันดูทน ๆ เลย ก็เลยคิดว่า จะซื้อเจ้า Microsoft Compact Optical Mouse นี่ล่ะ ในใจอยากได้ใหญ่กว่านี้ เพราะมือพ่อใหญ่ แต่หาไม่ได้เลย โอเค รุ่นนี้ก็ได้ ดูดีสุดแล้ว

เหลือบไปดูราคา เฮ้ย 1,290 บาท บ้ารึเปล่า

คือเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ไปซื้อเมาส์เหมือนกัน ที่พันธุ์ทิพย์ จะเอามาใช้กะโน๊ตบุ๊ค (ได้ Logitech มา จำชื่อรุ่นไม่ได้ ที่มันพัน ๆ เก็บสายรอบ ๆ ตัวเมาส์ได้อ่ะ แล้วก็มีคล้าย ๆ กระดุมแป๊ะ ๆ ข้างหลัง รุ่นเดียวกะที่ anpanpon ใช้ .. เลียนแบบ) แล้วจำได้ว่า ไอ้รุ่นนี้น่ะ Microsoft Compact Optical Mouse เนี่ย มัน 450 ประมาณนี้ไม่ใช่เหรอวะ

เลยเดินไปดูอีกร้าน ... 1,290 เท่ากันเลย อะไรกันเนี่ย - -"

เฮ้ย กูจำไม่ผิดอ่ะ ในใจคิด 450 แน่ ๆ

แล้วก็นึกขึ้นมาได้ว่า อีกฝั่ง ชั้นเดียวกัน มันมี Power Buy นี่หว่า
ก็เลยเดินไปดู

Power Buy ขายรุ่นเดียวกันเป๊ะ 459 บาท !!
ต่างกันเกือบสามเท่าเลยนะนั่น
(มีหลายสีให้เลือกกว่าด้วย กล่องก็ใหม่กว่า!)

ซื้อของต้องระวังจริง ๆ ครับ

สุดท้ายก็เลย แน่นอน ซื้อกับ Power Buy
ออกใบกำกับภาษีให้ได้ด้วยอีกต่างหาก

พอซื้อเสร็จเลยนึกขึ้นได้ เออ เมื่อวันอังคาร มาซื้อปลั๊กพ่วงจากไอ้ร้านแรกนี่หว่า ... 390 ต่อได้เหลือ 350 ... โดนมันโขกไปแล้วแหง ๆ กู ... เศร้าจริง ๆ T-T

อยู่ในเมือง ทริคมันเยอะ ไม่ทันเขาก็โดนหลอก

เหนื่อยนะเนี่ย

tags: | | |

2006-11-22

Blocked websites in Thailand

เว็บไซต์ที่ถูกปิดกั้นในประเทศไทย, รวบรวมข่าวโดย 2Bangkok.com

Blocked websites in Thailand, collected by 2Bangkok.com

(Internet + others)

tags: |

Thursday Media Seminars

สัมมนา/เสวนา เรื่องสื่อที่ธรรมศาสตร์ เร็ว ๆ นี้ — ไม่เสียค่าใช้จ่าย


คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มธ. ขอเชิญบุคคลทั่วไปร่วมสัมมนา:
“ปัญหาจริยธรรมสังคมไทย : สื่อจะช่วยได้อย่างไร?”
พฤ 23 พ.ย. 2549 8:30-15:00 น.
ณ ห้องกษัตริย์ศึก 1 โรงแรมทวินทาวเวอร์ ถ.รองเมือง ปทุมวัน
(กรุณาสำรองที่นั่งที่ 0-2613-2703, 0-2221-0830)


โครงการสตรีและเยาวชนศึกษา มธ. ขอเชิญบุคคลทั่วไปร่วมเสวนา:

  • “รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต้องเข้าใจมนุษย์ (ผู้หญิง)”
    พฤ 16 พ.ย. 2549 13:00-16:00 น.
  • “วัฒนธรรมประชาธิปไตยอยู่อย่างไรไม่ให้แตกร้าว”
    พฤ 30 พ.ย. 2549 13:00-16:00 น.
  • “รัฐธรรมนูญ การปฏิวัติวัฒนธรรมสื่อกับการเปลี่ยนโฉมหน้าสังคมไทย”
    พฤ 7 ธ.ค. 13:00-16:00 น.

ณ ห้อง C5 ตึกสำนักหอสมุด (เดิม) ชั้น 5 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์


ใครสนใจก็ไปได้นะครับ :)

tags: | |

2006-11-21

Get the FACT


Freedom Against Censorship Thailand
กลุ่มเสรีภาพต่อต้านการเซ็นเซอร์แห่งประเทศไทย

http://facthai.wordpress.com/

แถลงข่าว / Press release

tags: | | | |

2006-11-20

Safe is Unsafe

“We reject every form of legislation”
“เราปฏิเสธการออกกฎหมายทุกรูปแบบ”
Mikhail Bakunin บิดาแห่งลัทธิอนาธิปไตยสมัยใหม่

ไม่มีป้าย ไม่มีสัญญาณไฟ ไม่มีถนน ไม่มีทางเท้า และไม่มีกฎ — ผู้ใช้เส้นทางเคารพซึ่งกันและกัน
เมือง 7 เมืองในยุโรป ปลดป้ายจราจรทิ้ง

“กฎหลายอย่างได้ฉวยเอาสิ่งสำคัญสิ่งหนึ่งไปจากเรา: ความสามารถในการ คิดถึงความคิดของผู้อื่น. เราได้สูญเสียความสมรรถภาพในการมี พฤติกรรมที่รับผิดชอบต่อสังคม”
ฮานส์ มอนเดอร์มาน ผู้เชี่ยวชาญการจราจรชาวดัตช์, หนึ่งในผู้ก่อตั้งโครงการ, กล่าว
“จำนวนคำสั่งที่ยิ่งมาก ความรู้สึกรับผิดชอบต่อตัวเองของผู้คนยิ่งหดลง”

ผลลัพธ์ก็คือ ผู้ขับขี่พบว่าตัวพวกเขานั้นถูกล้อมรอบไปด้วยคำสั่งต่าง ๆ ที่บีบรัด, ดังนั้นพวกเขาจึงได้พัฒนา “สายตาแบบท่อ” [tunnel vision - อาการพิการทางสายตา มองไม่เห็นสิ่งรอบข้าง]:
พวกเขาจะค้นหาช่องทางที่จะได้เปรียบอยู่เสมอ และความประพฤติที่ดีก็จะไม่มีความสำคัญสำหรับพวกเขา


แนวคิดเรื่องไม่มีป้ายจราจรนี้ เคยอ่านเจอเมื่อสองสามปีก่อน ในหนังสือชื่อ
Emergence: The Connected Lives of Ants, Brains, Cities, and Software โดย Steven Johnson
เค้าพูดอยู่ตอนหนึ่ง เท่าที่จำได้นะ ถ้าไม่ผิด เขาพูดถึงเมือง ชีวิตของเมือง ข้อเปรียบเทียบระหว่างเมืองที่มีผู้คนเดินไปมา กับเมืองที่มีถนนใหญ่วิ่งผ่าน (และไม่ค่อยมีคนเดิน) แล้วก็มีพูดถึงเมืองเล็ก ๆ (ในเนเธอร์แลนด์?) ที่ไม่มีทางเท้าไม่มีถนน คนและรถใช้ทางร่วมกัน ไม่มีสัญญาณไฟจราจร ที่สี่แยกก็เป็นวงเวียนแทน ตรงไหนจะให้ขับช้า ก็ทำผิวถนนเป็นอีกแบบ ฯลฯ คือใช้ลักษณะทางกายภาพมาบังคับ/เตือนแทนที่จะเป็นคำสั่ง — แล้วมันก็ทำงานของมันได้ — คุณไม่ต้องไปสร้างกฎอะไรให้ฝูงชนหรอก ขอให้ฝูงชนเหล่านั้นสามารถสื่อสารกันเองได้ ที่สุดฝูงชนก็จะสร้างข้อตกลงเฉพาะหน้า ที่จะทำให้ปัญหาถูกแก้ไขไปได้ทีละเปลาะเอง ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นไปแบบพลวัติ (dynamic)

อ่านเรื่อง “กฎเยอะ ๆ” แล้วนึกถึงบทสัมภาษณ์ อ. เกษม เพ็ญภินันท์ นักวิชาการด้านปรัชญา จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่ประชาไท: คุยกับนักปรัชญา: เมื่อ ‘ความดี’ และ ‘คนดี’ ทำให้ประชาธิปไตยถอยหลัง:

“ผมคิดว่าปัญหาศีลธรรมในสังคมไทยคือ การมีข้อบังคับมากกว่าหลักปฏิบัติ มีข้อบังคับห้ามโน่นห้ามนี่ตลอดเวลา สิ่งที่น่าสนใจคือ เวลาที่คนไทยสอนศีลธรรมหรือสอนเนื้อหาทางศาสนา คุณเน้นศีลมากกว่าธรรม เวลาที่คุณห้าม นั่นหมายความว่า อะไรที่ไม่ถูกห้าม คุณก็ทำไป คุณทำได้ ในขณะที่ธรรม ในความหมายของแนวทางปฏิบัติ กลับไม่ได้ถูกสอน ไม่ได้บ่มเพาะให้กับสังคม”

ผมเห็นด้วย


เกี่ยวข้อง: ทาสของกฎ โดย wonam

[ ผ่าน slashdot ]

updated 2007.05.28: Thai Friend Forum เปลือยถนน จนน่าเดิน (มีรูปถนนเปลือยในลอนดอน)

tags: , , ,

knowledge knowing

Knowing Knowledge — “รู้จักความรู้” — เป็นเว็บ/หนังสือ โดย George Siemens เกี่ยวกับความรู้ที่เปลี่ยนไปในปัจจุบัน ลักษณะ วิธีเข้าถึง ได้มา สร้าง แบ่งปัน

“Knowing Knowledge is one of the first books about the peer to peer induced epistemological revolution, i.e. the deep changes in how we learn and exchange knowledge.”

blog | หนังสือ มี PDF ฟรีด้วยนะ หรือจะซื้อก็ยินดี

[ผ่าน Michel Bauwens]

tags: | | |

coming moves

วันเสาร์ 25 นี้ กะจะไปสองงาน ยังไม่รู้จะเอาไง ถ้ามีประตูวิเศษก็จะเจ๋ง

OpenFEST 13:00-19:00 ที่ สยาม กับ
งานเสวนา TLUG หัวข้อ อนาคตโอเพนซอร์สไทย 13:00-16:00 ที่ ม.เกษตร บางเขน

เวลาทับ พื้นที่ไม่ทับ
ถ้าเกิดติดขัดอะไรขึ้นมา ต้องเลือกอันเดียว ก็จะไปเฉพาะงานหลัง (ฝากประชาสัมพันธ์ด้วย งานหลังเนี่ย เวลามันกระชั้นมาก นะ)

แต่กำลังนึกท่าอยู่ น้องแบ่คจะขอสอง เพราะรับปากไว้ทั้งสองอันแล้ว (ทั้ง ๆ ที่รู้ว่ามันทับกัน เยี่ยม)
อาจจะไป TLUG ก่อน แล้วค่อยเผ่นมา OpenFEST ทำนองนี้

คิดว่าทั้งสองงานน่าจะมีประเด็นกว้าง ๆ อย่างน้อยอันหนึ่งที่ตรงกัน อยากจะ ‘เล่น’ ประเด็นนี้ — “เปิด”

แข่งขัน - แบ่งปัน

ส่วนวันอาทิตย์ รุ่งขึ้น ก็อยากไปงาน “เปิด” เช่นกัน

เคลื่อนเสมอ (เพราะ?) เปลี่ยนทุกวัน

tags: | | |

moving always

เป็นช่วงเวลาที่ทำอะไรหลายอย่างเหลือเกิน รู้สึกดี

อาทิตย์ที่ผ่านมานี้

ตั้งแต่เช้าวันจันทร์ ก็ตอบเมลไปมาเรื่อง FACT วันอังคารก็เช่นกัน
วันพุธไปฟังงานแถลงข่าวที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา ได้เป็นล่ามจำเป็นแบบขำ ๆ ตกเย็นไปร่วมดูเค้ายื่นหนังสือถึงคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แล้วไปกินราเม็งกะจารย์มะนาว CJ คุณดอน mk และเพื่อน mk เดินดูของซูเปอร์มาร์เก็ตพารากอน แล้วไปกินเบียร์กะจารย์มะนาวแถวพระอาทิตย์ สนุกดี
วันพฤหัสไปพันธุ์ทิพย์ซื้อของมาทำคอมให้พ่อ
วันศุกร์ไปงาน Indy Festival :)
วันเสาร์ไปเรียนตอนเช้า (เข้าสาย) ตอนบ่ายไปงานเสวนา ระบบเศรษฐกิจที่มีศีลธรรม ฝันไปหรือเปล่า? ตอนเย็นไปงาน DesignGraf (ก็ดูดี แต่ไม่ได้ตื่นตาเท่าไหร่) ต่อด้วย Pecha Kucha Night Bangkok (คนเยอะมาก ประทับใจ บรรยากาศงานมีชีวิตชีวา ชอบ เพลงหมู-ไก่-ต้นไม้ ถูก-แพง คันถ์ชิต เหมือนเด็กม.กรุงเทพจะเยอะ หอศิลป์ม.กรุงเทพเท่ดี)
วันอาทิตย์ วันนี้ เช้าไปโรงพยาบาลกะแม่ เกือบเย็นไปดูหนัง The Village Album (น้ำตาไหลไปสองหยุม หยุมแรกไม่ได้เกี่ยวกะเนื้อเรื่องเลย แต่เพราะเพลง Amazing Grace) พอเลยค่ำก็ไปดูงาน Bangkok City Music Fest รอ 4 ชั่วโมง ดูโมเดิร์นด็อกเล่น 4 เพลง (ตาสว่าง ลมหายใจ ก่อน บุษบา) โอเค คุ้ม :P

อาทิตย์หน้าของี้อีก

tags: |

2006-11-16

fesThere

17-18 พ.ย. Indy Festival มหกรรมสื่อทางเลือก “ความสุขที่อิสระ”
13:00-22:00 น. ลานลั่นทม หอศิลปฯ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ถ.นิมมานเหมินทร์ เชียงใหม่

18-19 พ.ย. Bangkok City Music Fest 2006
ตั้งแต่ 18:00 น. อุทยานเบญจสิริ ข้าง ๆ เอ็มโพเรียม ถ.สุขุมวิท กรุงเทพ
คนพอมีอายุไปวันเสาร์ วัยรุ่นระยะสุดท้ายไปวันอาทิตย์ โมเดิร์นด็อกมาด้วย

(คนเขียนอยากไปวันศุกร์)

tags: | |

2006-11-15

FACT files

ต่อเนื่องจากการรณรงค์/เรียกร้องต่อต้านการเซ็นเซอร์อินเทอร์เน็ต ในโพสต์ก่อนหน้านี้

เอกสารเผยแพร่จาก กลุ่มเสรีภาพต่อต้านการเซ็นเซอร์แห่งประเทศไทย (FACT), ช่วยส่งต่อ :)

หมายเหตุ: เอกสารทุกชิ้น หากเปิดแล้วอ่านไม่ออก ให้เปลี่ยน charset/encoding เป็น Thai (TIS-620) หรือ Thai (Windows-874)


เรียน เพื่อนร่วมอุดมการณ์

เรามีความคิดว่า ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องเรียกร้องต่อรัฐบาลไทย ในเรื่องการเซ็นเซอร์เว็บไซต์บนอินเทอร์เน็ตอย่างผิดกฎหมาย เราเชื่อในสิทธิเสรีภาพของสื่อและเสรีภาพที่ปราศจากการถูกเซ็นเซอร์

เราต้องการคุณ คุณจะร่วมมือกับเราหรือไม่? เพียงร่วมลงลายมือชื่อในการเรียกร้องนี้ (โปรดตอบกลับทางอีเมลพร้อมข้อมูลส่วนตัว) กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ได้มีการเปิดเผยข้อมูลสู่สาธารณชนครั้งสุดท้าย เมื่อเดือนมกราคม 2547 ว่ามีเว็บไซต์ทั้งหมด 1,247 แห่ง ถูกสั่งปิดโดยระงับการเผยแพร่ในประเทศไทย และในเดือนมกราคม 2549 จำนวนดังกล่าวนั้นเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 2,000 เว็บไซต์ อย่างไรก็ตามเมื่อเดือนพฤษภาคม 2549 เว็บไซต์มากกว่า 12,000 แห่ง ต่างถูกระงับการเผยแพร่ จากแหล่งข่าวของเราเปิดเผยว่ากระทรวงฯ นั้นได้ว่าจ้างข้าราชการประจำมากกว่า 60-70 คน โดยมีหน้าที่อย่างเดียวคือทำการปิดเว็บไซต์ ซึ่งการกระทำดังกล่าว ถือว่ารัฐบาลกระทำโดยปราศจากความคิดเห็นของประชาชนหรือสามัญสำนึกใดๆ

กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ได้ทำการกีดขวางการเข้าสู่ข้อมูลผ่านพร็อกซี่เซิร์ฟเวอร์ และหน้าที่ได้ถูกทดบันทึกไว้ (หน้าแคช) ของเว็บไซต์ค้นหาข้อมูลอย่างกูเกิล ตั้งแต่วันที่ 19 กันยายน เว็บไซต์ประเภทกระดานแสดงความคิดเห็นก็ถูกปิดกั้น และการที่ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร นายไกรสร พรสุธี ได้รับการแต่งตั้งให้เข้าร่วมสภานิติบัญญัติแห่งชาตินั้น ถือว่าเป็นลางร้ายอย่างยิ่งสำหรับเสรีภาพ

การจำกัดเส้นทางของประชาชนในการเข้าสู่ข้อมูล ผลงานวิจัยทางวิชาการ สื่อเสรี และการแข่งขันทางธุรกิจ และอื่นๆ ถ้าเรายอมให้สิ่งที่ดูเหมือนเล็กน้อยเหล่านี้ค่อยๆ บั่นทอนสิทธิเสรีภาพของเรา ดังเช่นการควบคุมอินเทอร์เน็ตครั้งนี้ เสรีภาพอื่นๆ ของเราก็อาจจะโดนลดทอนตามไปด้วยในอนาคต ดังนั้นจึงถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องแสดงความคิดเห็นออกมา

ทางเรามีความยินดีในการเข้าร่วมการต่อสู้ครั้งนี้ของคุณ เราต้องการเพื่อนผู้มีมันสมอง หัวใจ และความกล้าหาญ (ยืมมาจากเรื่องพ่อมดแห่งอ๊อซ)

เราได้ทำการติดต่อทนายความด้านรัฐธรรมนูญผู้มีชื่อเสียงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว คุณจึงไม่ต้องรับภาระค่าใช้จ่ายใดๆ และเราจะดำเนินการทุกอย่างแทนคุณ ดังนั้นสิ่งนี้จะไม่กระทบเวลาของคุณแต่อย่างใด และแน่นอนเรายินดีที่จะได้รับการสนับสนุนและความร่วมมือจากคุณ

ถ้าคุณไม่สนใจ กรุณาส่งผ่านจดหมายฉบับนี้ให้เพื่อนและเพื่อนร่วมงานของคุณ ที่คุณคิดว่าเขาจะสนใจหรือคุณอาจจะส่งข้อมูลติดต่อบุคคลเหล่านั้นให้แก่เรา เพื่อที่เราจะได้ทำการติดต่อเขาได้โดยตรง

จดหมายที่แนบท้ายมานี้ จะอธิบายข้อมูลทุกอย่างที่เกี่ยวข้อง การเผยแพร่ในประเทศและระหว่างประเทศมีผลกระทบที่สำคัญต่อความสำเร็จในการเรียกร้องครั้งนี้ แต่เวลาที่เหมะสมก็เป็นปัจจัยที่สำคัญยิ่ง ดังนั้นจนกว่าจะถึงเวลาดังกล่าว เรื่องเหล่านี้จึงห้ามเปิดเผยโดยเด็ดขาด

โดยเริ่มแรกแล้ว เรามีความต้องการที่จะนำเรื่องนี้สู่การพิจารณาของศาล แต่เราได้รับการแนะนำว่า ทางที่ดีที่สุดในเรื่องนี้ คือทำคำร้องเรียนต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เพื่อที่จะสร้างความสนใจแก่สาธารณชนในเรื่องนี้

โปรดติดต่อเราโดยเร็วที่สุดที่จะเป็นไปได้ พร้อมกับการร่วมลงลายมือชื่อและข้อมูลติดต่อของท่าน

ขอบคุณ

ติดต่อ
สุภิญญา กลางนรงค์ (freemediafreepeople # gmail com) โทร 086-788-9322 (ภาษาไทย)
CJ Hinke (facthai # gmail com), (cj # tu.ac th) Tel 087-976-1880 (English)


ร่วมลงชื่อสนับสนุนได้ ส่งอีเมลไปที่ facthai AT gmail.com

จากนั้น ช่วยส่งต่อ/เขียนถึง/พูดถึง/เรียกเพื่อนมาดู/บล็อก/พิมพ์แล้วแปะ/ฯลฯ
เช่น เพื่อน เพื่อน ของเรา
คุณ(ยัง)ทำได้ :)

tags: | | | | |

2006-11-14

13 Internet Enemies

Reporter without Borders: รายชื่อ 13 ศัตรูอินเทอร์เน็ต พ.ศ. 2549
เบลารุส พม่า จีน คิวบา อียิปต์ อิหร่าน เกาหลีเหนือ ซาอุดิอาระเบีย ซีเรีย ตูนิเซีย เติร์กเมนิสถาน อุซเบกิสถาน เวียดนาม

tags: | |

New Media Curriculum

นั่งเก็บลิงก์ เผื่อจะได้เรียนกะเค้ามั่ง เนอะ :P
new media, digital media, journalism in digital age

from MIT OpenCourseWare

etc.

tags: | | | |

Optimistic Thailand

บางกอก โอเค!
เชียงใหม่ เยเย!
ขอนแก่น ฮูเร!

Bangkok-OK!
ศิลปะและวัฒนธรรมร่วมสมัย ในประเทศไทย

ข่าวคราวความเคลื่อนไหว กิจกรรมต่าง ๆ ติดตามได้ที่นั่น — คั่นไว้ซะ ;)

[ผ่าน girl friday]

tags: | | | | | |

2006-11-13

OpenNet Initiative

OpenNet Initiative (ONI)

ภารกิจของ ONI คือการตรวจสอบหาความจริง และท้าทาย การกรองเนื้อหา (filtration) และการตรวจตราเฝ้าดู (surveillance) โดยรัฐ วิธีของเราประยุกต์ความเข้มงวดในระเบียบวิธี เข้ากับการศึกษาการกรองเนื้อหาและการตรวจตราเฝ้าดู และผสมผสานการศึกษากรณีจริง เข้ากับการตรวจยันทางเทคนิค เป้าหมายของเราคือ เพื่อสร้างภาพที่น่าเชื่อถือของการปฏิบัติเหล่านี้ ในระดับชาติ ภูมิภาค และองค์กร และขุดค้นผลกระทบของมัน ที่มีต่อ เอกราชของรัฐ ความมั่นคง สิทธิมนุษยชน กฎหมายระหว่างประเทศ และโลกาภิบาล

ตัวอย่างผลการศึกษาในประเทศต่าง ๆ : จีน พม่า สิงคโปร์

The ONI mission is to investigate and challenge state filtration and surveillance practices. Our approach applies methodological rigor to the study of filtration and surveillance blending empirical case studies with sophisticated means for technical verification. Our aim is to generate a credible picture of these practices at a national, regional and corporate level, and to excavate their impact on state sovereignty, security, human rights, international law, and global governance.

tags: | | | | | | |

Your Guide to Citizen Media

อย่าหวังพึ่งใครมาก พึ่งตัวเองบ้าง

สื่อพลเมือง วารสารศาสตร์รากหญ้า วารสารศาสตร์พลเมือง ... (แปลมั่ว)

  • Your Guide to Citizen Journalism — a quick overview of the field, learn the jargon เริ่มที่นี่ ถ้าคุณยังใหม่อยู่
  • We the Media (book) — Grassroots Journalism by the People, for the People หนังสือที่พูดถึง "วารสารศาสตร์รากหญ้า"
  • The Citizen's Handbook — A Guide to Building Community คู่มือสร้างชุมชนพลเมืองออนไลน์
  • Citizens and Media (e-book/French) — Practical guide for dialogue between citizens and media คู่มือสื่อกับพลเมือง เผยแพร่โดย UNESCO (ภาษาฝรั่งเศส)
  • Center for Citizen Media — keep update on CitMedia here ติดตามเรื่อง "สื่อพลเมือง" ที่นี่

ใครว่าง ๆ ก็แปลกัน :P

(ผมตกงาน แต่ยุ่ง .. ไม่ค่อยได้หวี)

tags: | | | | |

Freedom Against Censorship Thailand -- NOW!

Against

ข่าวประกาศจากกลุ่ม FACT (กลุ่มเสรีภาพต่อต้านการเซ็นเซอร์แห่งประเทศไทย)
พูดถึงการบล็อกเว็บไซต์ ซึ่งนอกจากจะเป็นการจำกัดเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นแล้ว ยังผิดรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540
นอกจากนี้ ยังกระทำกันอย่างเป็นความลับ ไม่เปิดเผยทั้งเกณฑ์การบล็อก รายชื่อเว็บที่ถูกบล็อก และมีการทำทีว่าปัญหาที่เกิด เป็นปัญหาทางเทคนิค
กล่าวถึง ผลกระทบทางสังคมและทางวิชาการ
และเรียกร้องให้ยุติการเซ็นเซอร์ทั้งหมดอย่างสิ้นเชิง


(Thai text follows - ภาษาไทยดูด้านล่าง)

FOR IMMEDIATE RELEASE

FREEDOM AGAINST CENSORSHIP THAILAND -- NOW!

A distinguished group of academics, journalists, publishers, business owners and parents today formed the Freedom Against Censorship Thailand (FACT) to file a formal petition before the Thai Human Rights Commission asking for a complete ban on Internet censorship in Thailand.

Since 2002 when Internet censorship was initiated by the Thai government, more than 35,000 websites have been blocked. The Ministry of Information and Communications Technology (MICT) blocks 2,500 websites; the Royal Thai Police, 32,500; and the Communications Authority of Thailand (CAT) an unspecified further number.

There is no Thai law which permits such blocking, all of which is done in secret. In fact, the 1997 Thai Constitution guarantees unfettered access to all communication, as does the Thai Telecommunications Act. MICT has funded a study from Sukhothai Thammathirat University's legal faculty to determine how current laws can be used to enforce Internet blocking in order to subvert and undermine the foundation of law enshrined in the Thai Constitution.

The Thai Government conceals a hidden agenda by targeting pornographic websites, the majority of those blocked. At least 11% of websites blocked are critical of former Prime Minister Thaksin Shinawatra, his Thai Rak Thai (TRT) party, government handling of the violence in southern Thailand and the September 19 coup d'etat.

In addition to keeping this blocklist secret, Thai government agencies also will not disclose their criteria for blocking websites or who, in fact, is making these decisions. Nor will they define what is considered “a threat to national security”. This lack of public transparency is in direct contravention of the Information of Government Act 2540.

Since September 19, MICT is also blocking public discussions in which comments and replies from the public are posted to moderated and unmoderated webboards such as Prachatai, Pantip and Midnight University. Midnight University has already brought their case before the Human Rights Commission and the Administrative Court and was granted an interim injunction to unblock their website pending the Court's final determination.

MICT has also blocked anonymous proxy servers through which Thai Internet users can access a blocked webpage. The Ministry has also requested Google Thailand and Google USA to block access to its cached web pages in Thailand by which blocked pages can be accessed, as well as to block by keyword search. Both these methods are used as tools used for political repression in China.

As of October 13, 2006, websites from BBC 1, BBC 2, CNN, Yahoo News, Seattle Post-Intelligencer, The Age, Amazon.com, Amazon UK and Yale University Press containing articles about His Majesty King Bhumibhol and Thaksin are also being blocked by MICT.

The blocking of websites or, in fact, any government censorship of freedom of expression, is most often used by an insecure government in a feeble attempt at control of its citizens. Usually the censorship is directed against views government deems unconventional or unorthodox, if not an outright threat to power, as in Burma or China or North Korea or, in fact, in the USA using its PATRIOT Act. Thailand is not Burma or China or North Korea (yet). Perhaps Aung San Suu Kyi said it best: “We have nothing to fear but fear itself.”

There are an estimated more than two billion distinct websites, including at least ten million pornographic sites. Is blocking millions of sites A) within the Thai government's capabilities; B) worth the huge expenditure necessary; or C) just a smokescreen for a far more sinister political agenda?

Internet censorship impacts on academic research, business competition, media freedom, and family education, among many other fundamental rights and freedoms.

We estimate that at least 40% of Thai graduate students will be unable to complete thorough, effective theses or dissertations due to blocked websites. This means these Thai graduates will never be able to compete with international graduates.

It should also be noted that we have a dearth of libraries available in Thailand, especially in the provinces; the Internet is, for many, the only source for research and information.

The Internet is presently the only forum in which all opinions are equal, neutral and non-commercial. Should not any person judge the validity of those opinions for themselves? We do not believe the World Wide Web should be in any manner curtailed, censored or managed anywhere.

Freedom Against Censorship Thailand is a partner in the Global Internet Liberty Campaign (GILC) and has received statements of support from more than 70 international organisations including Electronic Frontier Foundation (EFF) whose website is blocked by MICT.

The world is watching.
Internet censorship is improper, obscene and illegal in a democratic Thailand.

Contact details:
CJ Hinke (facthai AT gmail com, cj AT tu.ac th) Tel. 087-976-1880 (English)
Supinya Klangnarong (freemediafreepeople AT gmail com) Tel. 086-788-9322 (Thai)


สำหรับเผยแพร่

FREEDOM FROM CENSORSHIP THAILAND -- NOW!

ในวันนี้กลุ่มคณะของเหล่านักวิชาการ สื่อมวลชน สื่อสิ่งพิมพ์ เจ้าของธุรกิจ และผู้่ปกครอง ได้รวมกันจัดตั้งกลุ่มเสรีภาพต่อต้านการเซ็นเซอร์แห่งประเทศไทย (Freedom Against Censorship Thailand) (FACT) เพื่อที่จะนำเรื่องเรียกร้องต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งประเทศไทย เพื่อให้ยุติการเซ็นเซอร์อย่างสิ้นเชิงในไทย

ตั้งแต่ปี พ.ศ.2545 หลังจากที่รัฐบาลได้เริ่มการเซ็นเซอร์อินเตอร์เน็ต เว็บไซต์มากกว่า 35,000 เว็บไซต์ได้ถูกบล็อก โดยทางกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารได้ทำการบล็อกเว็บไซต์กว่า 2,500 เว็บไซต์ และทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ทำการบล็อกอีก 32,500 เว็บไซต์ และยังมีอีกจำนวนมากที่ไม่สามารถรู้ได้จากการบล็อกของการสื่อสารแห่งประเทศไทย

เนื่องจากไม่มีกฎหมายไทยฉบับใดที่อนุญาตให้สามารถทำการบล็อกอินเตอร์เน็ต การกระทำเหล่านี้จึงทำในลักษณะเชิงที่เป็นความลับ จริง ๆ แล้วรัฐธรรมนูญปี พ.ศ. 2540 ได้รับรองเสรีภาพในการติดต่อสื่อสาร ทางกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ได้ให้ทุนวิจัยแก่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช เพื่อที่จะทำการศึกษาหากฎหมายที่มีอยู่ในขณะนี้ ที่สามารถรองรับการใช้อำนาจอันขัดต่อหลักกฎหมายที่รัฐธรรมนูญรองรับ

รัฐบาลได้ปกปิดภาวะซ่อนเร้นโดยอ้างการปิดเว็บไซต์ลามก ซึ่งเป็นเว็บไซต์ส่วนใหญ่ที่ถูกบล็อก โดยอย่างน้อยร้อยละ 11 ของเว็บไซต์ที่ถูกบล็อกนั้น เกี่ยวข้องกับการวิพากษ์วิจารณ์อดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร และพรรคไทยรักไทยของเขา รวมถึงเรื่องมาตรการของรัฐที่เกี่ยวกับปัญหาภาคใต้ และเรื่องรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 กันยายน

ในการที่จะปิดรายชื่อเว็บไซต์ที่ถูกบล็อกเป็นความลับ หน่วยงานของรัฐบาลไทยจึงไม่ยอมเปิดเผยเกณฑ์ที่ใช้ในการบล็อกเว็บไซต์ หรือบอกว่าบุคคลใดมีอำนาจในการตัดสิน อีกทั้งยังไม่อธิบายหรือให้คำจำกัดความคำว่า “มีผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติ” การไร้ซึ่งความโปร่งใสต่อสาธารณะ ถือว่าเป็นการขัดต่อพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของรัฐ พ.ศ. 2540

ตั้งแต่วันที่ 19 กันยายน ทางกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ยังได้ทำการบล็อกกระดานแสดงความคิดเห็น ที่มีความเห็นและความเห็นตอบจากสาธารณะแสดงอยู่ ไม่ว่ากระดานแสดงความคิดเห็นเหล่านั้นจะมีการตรวจสอบเบื้องต้นหรือไม่ก็ตาม เช่น ประชาไทย พันธุ์ทิพย์ และมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน โดยทางมหาวิทยาลัยเที่ยงคืนได้นำเรื่องนี้สู่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนเรียบร้อยแล้ว เฉกเช่นเดียวกับการนำเรื่องสู่ศาลปกครอง โดยทางศาลปกครองได้ออกมาตรการคุ้มครองชั่วคราว โดยให้ทำการปลดการบล็อกเว็บไซต์ดังกล่าวก่อน ในช่วงขณะที่คดียังอยู่ในระหว่างการพิจารณาขั้นสุดท้ายของศาล

ทางกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารยังได้ทำการบล็อก Anonymous proxy server [พร็อกซี่เซิร์ฟเวอร์นิรนาม] ที่ผู้ใช้อินเตอร์เน็ตในไทยใช้ในการเข้าสู่เว็บไซต์ที่ถูกบล็อก ทางกระทรวงฯ ยังร้องขอต่อ Google Thailand และ Google USA ให้ทำการบล็อกการเข้าชม Cached web page [หน้าเว็บที่ถูกทดสำรองไว้] ในไทยที่ทำให้สามารถเข้าชมหน้าของเว็บไซต์ที่ถูกบล็อกไว้ เช่นเดียวกับกรณีการบล็อกการค้นหาโดยการใช้คำที่สำคัญ (Keyword) วิธีการทั้งสองวิธีนี้ เป็นวิธีการที่ใช้ในการที่จะปราบปรามการแสดงความคิดเห็นทางการเมืองในประเทศจีน

ตั้งแต่วันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2549 เว็บไซต์ของ BBC1, BBC2, CNN, Yahoo News, Seattle Post-Intelligencer, The Age, Amazon.com, Amazon UK และ Yale University Press ที่มีบทความเกี่ยวกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ และทักษิณ ต่างถูกบล็อกโดยกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

การบล็อกเว็บไซต์ หรือแท้ที่จริงแล้วคือ การเซ็นเซอร์เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น โดยปกติแล้วเป็นวิธีการที่รัฐบาลที่รู้สึกไม่มั่นคง จนต้องพยายามที่จะครอบงำและควบคุมประชาชนของตน โดยปกติการเซ็นเซอร์ จะใช้กับความคิดเห็นที่รัฐบาลเห็นว่าเป็นการต่อต้าน และไม่เหมาะสมสมควร หรือก็อาจจะส่งผลต่อฐานอำนาจของตน ดังที่ใช้กันในประเทศพม่า หรือจีน หรือเกาหลีเหนือ หรือแม้แต่ในสหรัฐอเมริกา แต่ในรูปแบบของพระราชบัญญัติรักชาติ (PATRIOT Act) ประเทศไทยไม่ใช่พม่า หรือจีน หรือเกาหลีเหนือ (อย่างน้อยก็ในขณะนี้) บางทีคำพูดของอองซานซูจี ที่เคยกล่าวไว้น่าจะเหมาะสมที่สุดในการอธิบายสถานการณ์นี้ “เราไม่มีสิ่งใดที่ต้องกลัว เว้นแต่ตัวความกลัวเอง” (“We have nothing to fear but fear itself.”)

มีการประเมินแล้วว่ามีเว็บไซต์ในโลกมากกว่าสองพันล้านเว็บไซต์ ซึ่งในนี้มีเว็บไซต์ภาพลามกอย่างต่ำกว่าสิบล้านเว็บไซต์ แต่การที่จะบล็อกเว็บไซต์นับล้านนั้น อยู่ในความสามารถที่จะทำได้ของรัฐบาลไทยหรือ และค่าใช้จ่ายจำนวนมหาศาลที่จะต้องใช้ในการนี้มันคุ้มค่าจริง ๆ หรือ หรือว่านี่เป็นแค่การสร้างกระแส เพื่อกลบเกลื่อนภาระซ่อนเร้นอันชั่วร้ายของรัฐบาลต่างหาก

การเซ็นเซอร์อินเตอร์เน็ตส่งผลกระทบต่อการศึกษาวิจัย การแข่งขันทางธุรกิจ เสรีภาพสื่อ และการศึกษาของแต่ละครอบครัว และยังรวมถึงสิทธิและเสรีภาพขั้นพื้นฐานอื่น ๆ

เราประเมินพบว่าอย่างน้อยร้อยละ 40 ของบัณฑิตไทย จะไม่สามารถพัฒนาความคิดได้อย่างสมบูรณ์เต็มที่ ส่งผลกระทบต่อการทำวิทยานิพนธ์และรายงานทางวิชาการ เพราะผลจากการบล็อกเว็บไซต์ นี่หมายความว่าบัณฑิตของไทย จะไม่สามารถที่จะไปแข่งขันกับบัณฑิตในต่างประเทศ

เราควรที่จะรับรู้ว่าประเทศของเรานั้น ห้องสมุดขาดแคลนเป็นอย่างมากโดยเฉพาะในต่างจังหวัด สำหรับหลายคนนั้น อินเตอร์เน็ตเป็นหนทางเดียวสำหรับการค้นหาข้อมูลและข่าวสาร

อินเตอร์เน็ตในปัจจุบันเป็นที่เดียวที่ความเห็นต่าง ๆ นั้นเท่าเทียมกัน เป็นกลาง และปราศจากผลประโยชน์เชิงธุรกิจ จึงเป็นการสมควรแล้วหรือ ที่จะให้บุคคลใดบุคคลหนึ่งมาตัดสินว่าความคิดเห็นไหนไม่สมควร เพื่อประโยชน์ของพวกเขา ดังนั้นทางเราจึงไม่เชื่อว่าอินเตอร์เน็ตนั้นสมควรที่จะถูกควบคุม ตรวจสอบ หรือถูกจัดการในทุกรูปแบบ

ทางกลุ่มเสรีภาพต่อต้านการเซ็นเซอร์แห่งประเทศไทยเป็นภาคีของ กลุ่มสนับสนุนเสรีภาพบนอินเตอร์เน็ตของโลก (Global Internet Liberty Campaign) (GILC) และได้รับแถลงการณ์สนับสนุนจากองค์กรระหว่างประเทศมากกว่า 70 องค์กร ซึ่งรวมถึงมูลนิธิ Electronic Frontier Foundation (EFF) ที่เว็บไซต์ของมูลนิธิเอง ก็ถูกบล็อกโดยกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

ขณะนี้โลกกำลังจับตามองประเทศไทยอยู่
การเซ็นเซอร์อินเตอร์เน็ตนั้นเป็นสิ่งที่ไม่สมควร น่ารังเกียจ และผิดกฎหมายในประเทศไทยอันเป็นรัฐประชาธิปไตย

ติดต่อ
สุภิญญา กลางนรงค์ (freemediafreepeople AT gmail com) โทร 086-788-9322 (ภาษาไทย)
CJ Hinke (facthai AT gmail com, cj AT tu.ac th) โทร 087-976-1880 (ภาษาอังกฤษ)


ข่าว: จับมือตั้ง ‘กลุ่มเสรีภาพต่อต้านการเซ็นเซอร์แห่งประเทศไทย’ เรียกร้องหยุดปิดกั้นการแสดงความเห็น, ประชาไท 12 พ.ย. 2549


“ The job of a citizen is to keep his mouth open. ”
“ หน้าที่ของพลเมือง คือเปิดปากของเขาอยู่ตลอด ”
Günter Grass

โปรดส่งข่าวนี้ต่อให้เพื่อน เขียนลงในบล็อกของคุณ พิมพ์มันและติดไว้ที่ทำงาน
เสรีภาพในการแสดงออกถึงความเห็นด้วย ยังอยู่ที่คุณ ใช้มัน

tags: | | | | | | | | |

OpenFEST 2006

วันเสาร์หน้าหน้า .. 25 พ.ย. จะมีงาน Open Festival
ที่ตึก The Style by Toyota สยามสแควร์ หลังโรงหนังลิโด้
ในงานจะมีการแสดงผลงานที่ได้รับคัดเลือก จากการประกวด
งานมีตั้งแต่บ่ายโมง ถึงหนึ่งทุ่ม

ใครสนใจก็เชิญได้ครับ
มีงานของตัวเองได้เข้ารอบด้วย (นกฮูก69 ก็เข้า) เลยคิดว่าคงจะไปแน่ (งก)
ส่งไปสนุก ๆ เพราะเห็นเพื่อนส่ง อยากเล่นด้วย เลยเอางานที่เคยทำไว้ส่งไป ได้ด้วยแฮะ ดีใจปนแปลกใจ .. แต่ก็ดีที่ทำให้ชีวิตไม่แห้งเหี่ยวจนเกินไปนัก

ป.ล.
มีใครรู้จักคุณมะเหมี่ยว วริษา ลัคนาศิโรรัตน์ คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ค้นเน็ตดู รหัส 46 คงยังเรียนอยูปี 4) ผู้เขียนบทความ อยู่ได้อย่างเป็นสุข (ในใจ) ช่วยฝากบอกด้วยนะครับ ว่าผมอยากติดต่อด่วน ฝากติดต่อทางประชาไทไปแล้ว ยังรอข่าวอยู่

tags: | |

2006-11-12

Bangkok Theatre Festival 2006

เทศกาลละครกรุงเทพ ๒๕๔๙

11-26 พฤศจิกายน 2549
ณ บริเวณถนนพระอาทิตย์ (ในร้านอาหารต่าง ๆ) สวนสันติชัยปราการ และ ทีเคพาร์ค

มีทั้งที่ชมฟรี และที่ต้องซื้อบัตร ว่าง ๆ สุดสัปดาห์ไม่รู้จะไปไหน พาครอบครัวและคนที่รักไปร่วมกิจกรรมทางวัฒนธรรมบ้าง ก็น่าจะเป็นอีกทางเลือก ใกล้ที่ไหนไปที่นั่น

ดูข่าวคราว และกำหนดการ ได้ที่ lakorn.org

และถ้าหากมีโอกาสได้ผ่านไปแถวถนนพระอาทิตย์ ก็น่าจะเดินเลยออกมาหน่อย ไปทางสะพานผ่านฟ้า จะพบ “ร้านหนังสือเดินทาง” เป็นร้านหนังสือสำหรับ “ผู้แสวงหา” นั่นก็คือเราทุกคนที่ยังมีชีวิตนั่นเอง
ร้านเล็ก ๆ น่ารัก คนในร้านอัธยาศัยดี (ทั้งคนดูแล และลูกค้า)

ร้านเขาดี เราจึงขอแนะนำ
ไม่อยากเห็นร้านดี ๆ และที่สำคัญคือ คนดี ๆ อย่างนี้ต้องหายไปอีก

ดูละคร อ่านหนังสือ จิบชา สนทนา มีชีวิตที่น่ารื่นรมย์สักหนึ่งวันในหนึ่งสัปดาห์ ไม่น่าจะมากเกินไป

tags: | | |

Travis walks

วันนี้วันอาทิตย์ ทราวิสเดินไปในแสงอาทิตย์


Walking in the sun [mv]


Writing to reach you [mv]


Sing [mv]


Flowers in the window [mv]


Side [mv]

อาจจะไม่ปลอดภัยบางที แต่ที่ดี ก็คือยังอยู่ในโลก

tags: | | |

such great heights

เมื่อคุณอยู่ข้างนอกนั่นเดินทาง
สองสามสัปดาห์การแสดงนาน
และเมื่อคุณหมุนวิทยุผ่าน
ฉันหวังว่าเพลงนี้จะนำทางคุณกลับบ้าน

พวกเขาจะเห็นเราโบกมือจากที่สูงอย่างนั้น
“ลงมาเดี๋ยวนี้” พวกเขาจะบอก
แต่ทุกสิ่งช่างดูดีไปหมดจากที่ไกลออก
“ลงมาเดี๋ยวนี้” แต่เราจะไม่ลงหรอก


mv | lyrics

When you are out there on the road
for several weeks of shows
and when you scan the radio
I hope this song will guide you home

They will see us waving from such great heights,
“come down now”, they'll say
but everything looks perfect from far away,
“come down now”, but we'll stay...

tags: | |

tube me to the moon

ผมว่าผมติดโรค คนป่วย มา ... โรคคุณตูบ :P
โพสต์จัง เพลงเนี่ย

แต่ ก็ เออ ฟังดูมีเหตุผลดี จะติดโรค ก็ต้องติดจากคนป่วยสิ
ถ้าติดคนไม่ป่วย ไอ้นั่นเรียก คิดถึง อยากอยู่ใกล้ ๆ

แย่ละ

tags: |

2006-11-11

Red Emma's - collective's infoshop

หนังสือ กาแฟ และอนาธิปไตย … ใน Red Emma's Bookstore Coffeehouse โดย วิทยากร บุญเรือง

เมื่อปี ค.ศ. 2005 ที่ผ่านมา กลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยจอห์นสฮอปกินส์แห่งสหรัฐอเมริกา ได้โหวตให้ร้านกาแฟแห่งหนึ่งเป็นร้านยอดเยี่ยมในใจของพวกเขา แน่นอนว่าร้านแห่งนั้นต้องมีอะไรที่โดดเด่นกว่าร้านกาแฟทั่วไป

ร้านแห่งนั้นคือร้าน Red Emma's Bookstore Coffeehouse ซึ่งมีความเป็นร้านหนังสือ ร้านกาแฟ และแหล่งหาความรู้ทางการเมือง ที่คุณก็มิอาจจะสามารถไปเสาะหาได้ในร้านสตาร์บัคส์ ;-)

ที่สำคัญร้านแห่งนี้ยังจัดการบริหารแบบ worker ownership ซึ่งทุกคนที่ทำงานในร้านเป็นเจ้าของร้าน และมีส่วนร่วมกันอย่างเท่าเทียม
ร้าน Red Emma's Bookstore Coffeehouse เป็นสถานที่ที่เรียกว่า ‘infoshop’ ซึ่งเป็นวัฒนธรรมของเหล่านักอนาธิปไตย ที่ใช้เป็นจุดนัดพบแลกเปลี่ยน และพักผ่อน

จุดเด่นของ infoshop คือมีบริการกาแฟ อาหาร รวมถึงหนังสือแนวอนาธิปไตย (ซึ่งจะขาดไม่ได้เลย) และงานศิลปะอื่น ๆ สำหรับใช้เป็นห้องเรียนของเหล่านักเคลื่อนไหวแนวอนาธิปไตย — เพราะนอกจากที่จะมีการพบปะพูดคุยกันธรรมดาพร้อมด้วยหนังสือ งานศิลป์ กาแฟ และอาหารแล้ว ใน infoshop ส่วนใหญ่มักที่จะมีการอบรมเชิงปฏิบัติการ (work shop) หรือจัดนิทรรศการต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการเมือง และวิธีการเคลื่อนไหวแบบอนาธิปไตยอยู่บ่อยครั้ง

ดังนั้นในร้าน Red Emma's Bookstore Coffeehouse คุณจึงจะพบเห็นทุกอย่างดังที่กล่าวไป รวมถึงสินค้าที่มีราคาถูกอย่างไม่น่าเชื่อ (ว่าอยู่ในสหรัฐอเมริกา ใจกลางโลกทุนนิยม!)

น่าไปเยี่ยมนะ

วันนี้เพิ่งไป ร้านหนังสือเดินทาง มา ตรงผ่านฟ้า ชอบ

tags: | | | |

Isotype

อ่านเจอนานละ ในมติชนสุดสัปดาห์ เกือบเดือนก่อน Isotype
ประมาณว่า เล่าเรื่องด้วยภาพ

In graphic design and sociology, Isotype is a system of pictograms designed to communicate information in a simple, non-linguistic way.

tags: | | |

walk for a better city life

เดินเพื่อเมืองดี

“Given enough eyeballs, all bugs are shallow”
The Cathedral and the Bazaar, Eric S. Raymond

จาก ผมเดิน, พี่ป๊อกเดิน, และได้อ่านความเห็นหลาย ๆ คน ที่ก็ชอบเดิน “ชม” เมืองเช่นกัน

ผมมีความคิดว่า
ถ้าคนกรุงเทพ (เชียงใหม่ หรือจังหวัดใด ๆ)
เดินกันมากขึ้น
เมืองมันจะน่าอยู่กว่านี้

ทำไม ?

ผมคิดว่า ยิ่งคนเดินเยอะ เมืองก็ยิ่งมีัชีวิต

ลองเทียบชีวิตของถนนคนเดินอย่างข้าวสาร กับชีวิตของถนนรถวิ่งอย่างวิภาวดี
รถวิ่งผ่านมาแล้วก็ผ่านไป นอกจากสิ่งห่อหุ้มและเครื่องปรับอากาศ ที่กันเราจากสภาพภาพนอกแล้ว รถมันยังวิ่งเร็วเกินกว่าที่เราจะมีเวลา สังเกต ซึบซับ อะไรได้
(ช่วงเวลารถติด ในบางครั้ง สำหรับบางคน จึงเป็นช่วงเวลามหัศจรรย์ ที่จะได้ดูความเป็นไปของ “ชุมชนห้านาที” ณ สี่แยก ก่อตัวขึ้นมาด้วยไฟแดง และสลายลงไปด้วยไฟเขียว ดูคันนั้นป้อนข้าวลูก ดูคันโน้นทำการบ้าน ดูคันข้าง ๆ แต่งหน้า)

เมื่อเราจะได้สัมผัสกับสิ่งแวดล้อมรอบ ๆ มากขึ้น ทั้งด้านปริมาณ (เวลามากขึ้น) และคุณภาพ (สัมผัสโดยตรงขึ้น)
เราก็จะได้ ซึบซับสิ่งดี ๆ เล็ก ๆ น้อย ๆ เพิ่มความรื่นรมย์ให้ชีวิตเมือง
ในขณะเดียวกัน ก็รับรู้สิ่งมี่ไม่ดี รู้ว่าปัญหามันอยู่ที่ไหนยังไง อันจะเป็นก้าวแรกไปสู่้การแก้ปัญหาได้

“ให้มีดวงตามากพอ ข้อผิดพลาดทั้งหลายจะปรากฎ”
ผู้เขียน “คัมภีร์” โอเพนซอร์ส ที่เป็นที่รู้จักมากที่สุด เค้าว่าไว้อย่างนั้น
... คนเดินตลาดเยอะกว่า คนเยอะ ตาก็เยอะ (เพราะทุกคนมียาย... ตึ๊ง!!)

และการได้เดิน ได้สัมผัสกับชีวิตภายนอกบ้าน ที่ทำงาน ที่ซื้อของบ้าง
ก็น่าจะทำให้เราเป็นส่วนหนึ่งของเมืองมากขึ้น
มีความรู้สึกเป็นเจ้าของร่วม และน่าจะทำให้รักและหวงแหนเมืองของตัวมากขึ้น
อยากที่จะมีส่วนร่วมคิดตัดสินใจความเป็นไป
และพร้อมทำตัวให้กลมกลืน เป็นเนื้อเดียวกับเมืองมากขึ้น
ผมคิดว่าอย่างนั้น

เหล่านี้ ทั้งหมดแล้ว น่าจะทำให้คุณภาพชีวิตในเมืองมันดีขึ้นเรื่อย ๆ โดยลำดับได้

พูดไปพูดมา ถ้า พล-เมือง (citizen, ไม่ใช่ subject หรือ commoner) ทำตัวเหมือนกับผู้ใช้ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส ที่เป็นทั้งผู้ใช้ ผู้พัฒนา ผู้ทดสอบ ผู้รายงานข้อผิดพลาด ฯลฯ หลายหน้าที่ในคนเดียวกัน ... เมืองจะเป็นยังไง ? (รุ่ง หรือ เละ ?)

เอาแค่คนออกแบบ/สั่งให้สร้างสถานี/ทางเชื่อมบีทีเอส เค้าได้มาเดินเท้าข้างล่างหน่อย เราคงได้เห็นอะไรที่มันทุเรศน้อยกว่านี้

tags: | | | | |

2006-11-10

watanasala

วัฒนศาลา

เว็บไซต์ชุมชนทางเลือกทางวิชาการ มีบทความน่าสนใจให้อ่าน โดยเฉพาะในหัวข้อ มีพื้นที่ให้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นด้วย

"วัฒนศาลา" จะเป็นเวทีของการแลกเปลี่ยนความคิด และเป็นสื่อทางเลือกอิสระที่มีสาระ พร้อมกันนั้น "วัฒนศาลา" จะทำหน้าที่ช่วยเปิดทางเลือกที่ให้มุมมองหรือองค์ความรู้ใหม่ ๆ ด้านสังคมและ วัฒนธรรมร่วมสมัย เราถือว่าที่นี้จะเป็นเป็นเวทีสาธารณะทางวิชาการ ที่ให้โอกาสทุกท่านร่วมกัน วิเคราะห์ วิพากษ์วิจารณ์ ร่วมค้นหาแนวทางการพัฒนา องค์ความรู้ เพื่อสร้างประเด็นใหม่ ๆ เพื่อให้เกิดการศึกษาต่อไป

แถม: จาก anpanpon
NATNALIN ณัฐนลิน นิตยสารศิลปะการถ่ายภาพ ...เหมือนจะเป็นเล่มเดียวของประเทศไทย

tags: | | |

passers

ในเมืองมีคนเหงา

หัวค่ำ หลังเลิกงาน
เธอเดินไปตามร้านเสื้อผ้า ไล่มือไปตามราวเสื้อ เพียงต้องการสัมผัสบางอย่าง
เขาอ่านปกซีดี ฆ่าเวลา

มือขวาเธอเคาะราวบันได ทิ้งอยู่ข้างตัว อีกมือของเธอ
กุมมือซ้ายของเขา นั้นคือมือขวาของเขา
รถไฟวิ่งไป อากาศในรถชื้น เหมือนปกติ ราวกับแอบร้องไห้อยู่ตลอดเวลา

ช่วงเวลาที่พบ คือช่วงเวลาที่ผ่าน
เราหันหน้าเข้าหากัน ไม่นาน หรือเพียงเพื่อจะหันหลังให้กัน

ประตูเปิด ปิด
รถแล่น เลื่อน
คนเคลื่อน คลาด

บนรถไฟ ในหอศิลป์
ที่ร้านหนังสือ หรือที่ไหน

หา และ มี ช่วงเวลาที่ดี


เพลง A day (ช่วงเวลา) โดย Monotone (mv)

ช่วงเวลาดี ๆ ที่มีกับเธอคนนี้
ช่วงเวลาดี ๆ ที่จะไม่ยอมให้ผ่านไป
ใครเล่าเลยจะรู้ว่าสักวันคุณจะพบใคร
สักคนที่ไม่ต้องเดินผ่าน
หากคุณนั้นได้ลองหยุดดู เพื่อพบกัน

tags: | | | | |

2006-11-09

while we are moving

Think of tomorrow
We beg, steal or borrow
To make all we can in the sun
While we are moving
The music is soothing
Troubles we thought had begun


Spiller feat. Sophie Ellis-BextorGroovejet (If This Ain't Love) (mv)

มิวสิควิดีโอเพลงนี้ สองคน สปิลเลอร์ (คนทำเพลง) กับ โซฟี (คนร้อง) ต่างคนต่างสวนกันในกรุงเทพ

เธอนั่งในร้าน เขาเดินในตลาด
เธอจับสามล้อ เขานั่งแท็กซี่
เธอเลียบไปในเยาวราช เขาแล่นไปบนทางด่วน
... ถ้านี่ไม่ใช่รัก ใยมันจึงรู้สึกดีเหลือเกิน

If this ain't love
Why does it feel so good

tags: | | | | |